น้องฟ้า 4: เข้าสวนเก็บผลไม้
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายทอแสงลอดผ่านทิวใบหนาทึบ อาบไล้ไปทั่วบริเวณไร่สวนแบบผสมผสานอันกว้างใหญ่ไพศาล บรรยากาศรอบตัวช่างดูร่มรื่นและอุดมไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติบริสุทธิ์ เสียงนกน้อยร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงใบไม้ไหวพลิ้วยามสายลมพัดผ่าน ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนแสนพิเศษ ครอบครัวของฟ้าได้มาเยือนสวนผลไม้ของญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้นานาชนิด ทั้งเงาะโรงเรียน มังคุด และทุเรียนที่กำลังผลิดอกออกผลสุกปลั่งรอการเก็บเกี่ยวอยู่เต็มต้น
ฝ่ายพ่อแม่และ 'ฝน' พี่สาวแท้ๆ ของเธอ ต่างกำลังให้ความสนใจกับโซนด้านหน้าสวน ซึ่งเป็นจุดจัดแสดงผลผลิตเพื่อจำหน่ายและมีมุมตกแต่งสวยงามสำหรับถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทั้งสามคนเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อและถ่ายรูปเล่นกันอย่างสนุกสนาน ฟ้าเดินตามหลังครอบครัวเงียบๆ พลางระบายยิ้มบางเบา วันนี้เธอสวมเสื้อแขนกุดผ้าฝ้ายเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตาที่ระบายความร้อนได้ดี ทว่ายามขยับกายกลับแนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้าตามประสาวัยสาวสะพรั่ง คู่กับกางเกงผ้าลินินขาสั้นสีเบจขับเนียนขาขาวนุ่มละเอียดท้าแดดอ่อนยามเช้า ผิวพรรณของเธอผุดผ่องไร้ที่ติ ยามต้องแสงแดดอ่อนยิ่งดูเปล่งปลั่งอมชมพูสุขภาพดี
ขณะที่ 'เดช' พี่เขยหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำผู้เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดทางเพศอย่างล้นเหลือ เดินรั้งท้ายครอบครัวมาไม่ห่าง สายตาคมกริบแอบลอบกวาดมองเรือนร่างอรชรของน้องเมียสาวเป็นระยะ โดยเฉพาะยามสายลมโชยพัดจนชายเสื้อบางเบาแนบชิดไปกับทรวดทรงโค้งเว้าชวนมอง เดชต้องแอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเพื่อสะกดกั้นความพลุ่งพล่าน ความปรารถนาเร้นลับที่เฝ้าซ่อนไว้ในอกเริ่มก่อตัวรุนแรงขึ้นทีละน้อย เขาเฝ้ารอจังหวะและโอกาสที่จะได้อยู่กับฟ้าตามลำพัง... และแล้วโอกาสที่ว่าก็มาถึง
"โซนด้านหน้านี้ผลไม้ยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะครับ พ่อ แม่ ฝน" เดชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แสร้งทำเป็นแนะนำ "ถ้าอยากได้เงาะโรงเรียนหวานๆ หรือมังคุดลูกโตๆ ต้องเข้าไปในสวนโซนลึกด้านหลังครับ ตรงนั้นผลไม้กำลังสุกได้ที่เลย"
"จริงเหรอเดช งั้นเดี๋ยวฝนกับพ่อแม่ขอเลือกดูแถวนี้ก่อนละกันนะ เดชพาฟ้าเข้าไปเก็บผลไม้ข้างในก่อนเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา" ฝนตอบกลับมาอย่างไม่คิดอะไรมากนัก เพราะเธอกำลังสนใจถ่ายรูปคู่กับพวงเงาะสีแดงสดที่อยู่ตรงหน้า
"ได้ครับ เดี๋ยวผมพาน้องฟ้าเข้าไปเก็บเอง" เดชรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองหน้าฟ้าด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นผิดจังหวะ "ไปกันเถอะฟ้า เดี๋ยวพี่พาเข้าไปเก็บมังคุดหวานๆ ข้างใน"
ฟ้าพยักหน้ารับเบาๆ แม้จะรู้สึกประหม่าอยู่บ้างที่ต้องเดินลึกเข้าไปในสวนกับพี่เขยเพียงสองต่อสอง แต่ความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่า เธอเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ของเดชลัดเลาะเข้าไปตามทางเดินดินเล็กๆ ที่ร่มครึ้มไปด้วยแมกไม้ ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงพูดคุยของคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ แว่วจางหายไปทีละน้อย จนเหลือเพียงเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนเศษใบไม้แห้งและเสียงลมหายใจของกันและกัน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ราวกับว่าในสวนผลไม้แห่งนี้มีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
เมื่อเดินมาถึงโซนด้านหลังของสวน ฟ้าก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับต้นเงาะโรงเรียนสูงใหญ่ที่ยืนต้นเรียงรายกันเป็นทิวแถว ผลเงาะสีแดงสดสะพรั่งห้อยระย้าอยู่เต็มกิ่งก้าน ตัดกับสีเขียวชอุ่มของใบไม้อย่างสวยงาม กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ของผลไม้สุกโชยมาตามลม ชวนให้รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา เดชเดินไปหยิบตะกร้อสอยผลไม้ด้ามยาวที่วางพิงอยู่กับโคนต้นไม้ ก่อนยื่นส่งให้หญิงสาว
"ลองสอยดูสิฟ้า เลือกพวงที่แดงๆ นะ จะได้หวานชื่นใจ" เดชเอ่ยบอกพลางยิ้มมุมปากเบาๆ
ฟ้ารับไม้ตะกร้อมาถือไว้ด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากด้ามไม้นั้นค่อนข้างยาวและมีน้ำหนักพอสมควรสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ หญิงสาวพยายามชูไม้สอยขึ้นไปบนกิ่งสูง เล็งไปยังพวงเงาะสีแดงสดที่น่ากินที่สุด ทว่าด้วยความที่ไม่คุ้นเคย ทำให้ด้ามไม้ตะกร้อแกว่งไกวไปมา ไม่สามารถบังคับให้เกี่ยวเข้ากับกิ่งเงาะได้สำเร็จเสียที
เดชซึ่งยืนมองอยู่เยื้องหลังยิ้มกริ่มในหน้า เขาขยับก้าวเข้าประชิดแผ่นหลังบอบบางของน้องเมียสาวทันทีอย่างจงใจ ร่างสูงใหญ่กำยำทาบทับแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แผงอกแกร่งเบียดชิดกับแผ่นหลังนุ่มละมุนของเธอ วงแขนแข็งแรงโอบล้อมกักขังเรือนร่างระหงไว้ในอ้อมอกกว้างอย่างแนบเนียน
"จับแบบนี้สิฟ้า... เดี๋ยวพี่สอนเอง" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนรดรินรวงคอระหงจนสาวน้อยขนลุกซู่ด้วยความสยิวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วร่าง
ฝ่ามือหนาใหญ่และอบอุ่นกุมทับมือเนียนนุ่มของเธอที่กำด้ามไม้สอยไว้ นิ้วโป้งของเขาจงใจลูบไล้หลังมือบางอย่างเชื่องช้า ก่อนช่วยออกแรงประคองไม้ตะกร้อให้ยื่นเข้าไปเกี่ยวพวงเงาะ ความแนบชิดชนิดเนื้อแนบเนื้อทำให้ฟ้ารู้สึกหัวใจเต้นรัวสะท้าน กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นแดดอ่อนๆ รุมล้อมประสาทสัมผัสจนสมองเธอเริ่มเบลอพร่า
"สอยเงาะ... ต้องใจเย็นๆ นะคะ..." เดชกระซิบเสียงต่ำพลางเบียดเน้นสะโพกสอบเข้าหาบั้นท้ายกลมกลึงอย่างจงใจจังหวะที่ดึงไม้สอยลงมา ริมฝีปากอุ่นเฉียดลากผ่านพวงแก้มใส "หรือจะให้พี่เดช... ช่วยนำทางสอยอย่างอื่นด้วยดี..."
ความนัยแฝงเร้นสองแง่สามง่ามทำเอาดวงหน้าหวานร้อนผ่าวแดงซ่านดั่งผลตำลึงสุก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน กายสาวอ่อนระทวยแทบไร้เรี่ยวแรงต้านทานสัมผัสแนบแน่นแสนรัญจวน ยามสะโพกหนากระชับแนบเบียดบดเบาๆ กับบั้นท้ายงอนงามท้าทายจินตนาการ
"พะ... พี่เดช... ปล่อยฟ้าเถอะค่ะ... ฟ้าสอยเองได้แล้ว" ฟ้าพยายามประคองเสียงไม่ให้สั่น มือเรียวผลักดันลำแขนล่ำสันออกห่าง ทว่าเขากลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก
"ยังสอยไม่สะใจเลย... จะรีบไปไหนล่ะคะ" เดชหัวเราะในลำคอแผ่วเบาอย่างผู้ชนะ ก่อนกระตุกตะกร้อส่งผลเงาะร่วงลงพื้นเสียงดังตุบ ทว่าในจังหวะดึงด้ามไม้นั้น เดชกลับแกล้งแอ่นสะโพกเบียดสะกิดส่วนล่างเข้ากับบั้นท้ายนิ่มของเธอเน้นๆ จนหญิงสาวสะดุ้งหลุดเสียงครางแผ่วในลำคอด้วยความสยิวปนตระหนก
หลังจากที่สอยเงาะได้พวงโตสมใจแล้ว เดชจึงปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ ก่อนจะพากันเดินลัดเลาะไปยังอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ของต้นมังคุดโบราณขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาครึ้มไปทั่วบริเวณ ใต้ต้นมังคุดโบราณนี้อากาศเย็นสบายกว่าโซนอื่นมาก ทั้งสองช่วยกันเก็บผลมังคุดที่หล่นตามโคนต้นและกิ่งเตี้ยๆ ใส่ลงในตะกร้าอีกใบหนึ่ง
เดชเอื้อมมือเด็ดมังคุดเปลือกสีม่วงเข้มขึ้นมาผลหนึ่ง บีบเปลือกหนาแต่นุ่มนั้นเบาๆ จนปริแยกออก เผยให้เห็นเนื้อในมังคุดขาวอวบอัดเหมือนกลีบดอกไม้ขาวละออ เดชใช้นิ้วมือแข็งแรงคีบเนื้อมังคุดพูอวบสีขาวละออชุ่มฉ่ำ ยื่นไปจ่อชิดริมฝีปากจิ้มลิ้มของฟ้า
"ลองชิมดูสิคะ มังคุดต้นนี้หวานฉ่ำชื่นใจมากเลยนะ" เดชส่งสายตาเว้าวอนและมีเลศนัยมาให้
ฟ้าลังเลอยู่ชั่วครู่ แก้มใสยังมีริ้วแดงจางๆ จากความใกล้ชิดเมื่อครู่ ทว่าเมื่อทนสายตากรุ้มกริ่มทว่าอ่อนโยนของพี่เขยไม่ได้ เธอจึงค่อยๆ เผยอริมฝีปากสีเชอร์รี่งับเอาเนื้อมังคุดพูอวบจากปลายนิ้วหนาของเขาเข้าปากอย่างเหนียมอาย รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมแผ่ซ่านละมุนทั่วโพรงปาก
ยามที่น้องเมียสาวอ้าปากงับเนื้อมังคุดรสเลิศ ริมฝีปากนุ่มชื้นสีเชอร์รี่ก็ทาบทับสัมผัสโดนปลายนิ้วหนาของเดชอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความเปียกชื้นและนุ่มหยุ่นสะท้านลึกเข้าไปถึงใจชายหนุ่ม เขาลอบมองกลีบปากอิ่มที่กำลังขยับเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสายตาพิศวาสลุ่มหลง
หลังเธอกลืนเนื้อผลไม้ลงคอ เดชสังเกตเห็นคราบน้ำมังคุดหวานฉ่ำเคลือบริมฝีปากอยู่ นิ้วหัวแม่มือหนาจึงยื่นไปไล้เช็ดคราบเปียกชื้นนั้นออกให้อย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นลากคลึงจากมุมปากผ่านกลีบปากล่างเนียนนุ่มจนบิดเจ่อเล็กน้อย สัมผัสหยอกเย้าแสนจงใจนั้นทำเอาฟ้าชะงักนิ่งไปราวกับต้องมนต์สะกด
ดวงตาหวานหยาดเยิ้มของฟ้าสบประสาทตากับนัยน์ตาคมกริบอันร้อนแรงของเดช บรรยากาศเงียบสงัดรอบตัวขับเน้นให้ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจสั่นพร่าและเสียงหัวใจกระหน่ำรัว กระแสเสน่หาแฝงเร้นปะทุสูงจนบรรยากาศรอบข้างร้อนรุ่มขึ้นทันตา
"หวานไหมคะ..." เดชกระซิบถามเสียงสั่นพร่า ปลายนิ้วโป้งยังคงลูบไล้บดคลึงริมฝีปากอิ่มอย่างอ้อยอิ่งและเน้นย้ำหนักหน่วงชวนใจสั่น
"หะ... หวานค่ะ..." ฟ้าร้องประท้วงตะกุกตะกัก พยายามหันหนีปลายนิ้วเจ้าเล่ห์ด้วยความเขินอายจนแก้มร้อนฉ่า "พะ... พี่เดช... พอเถอะค่ะ... เดี๋ยวพี่ฝนจะตามมาเจอ"
เสียงประท้วงอ่อนระทวยปนหวั่นใจทำให้เดชจำยอมละมือออกจากดวงหน้าเนียนอย่างนึกเสียดาย เขาสบตาน้องเมียสาวด้วยรอยยิ้มกรุ่นเสน่ห์ลุ่มลึกที่ทำให้เธอวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย
ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนเรียกหาของฝนดังแว่วลอยมาแต่ไกลจากทางเดินโซนกลางสวน เพื่อเรียกทั้งสองคนกลับไปรวมกลุ่ม
"เดช! ฟ้า! อยู่ตรงไหนกันน่ะ! พ่อกับแม่จะกลับแล้วนะ!" เสียงเรียกของฝนเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ฟ้าสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบถอยห่างจากเดชทันทีด้วยความลนลาน กลัวว่าพี่สาวจะจับสังเกตสิ่งผิดปกติได้
"เรา... เรารีบกลับกันเถอะค่ะพี่เดช" หญิงสาวละล่ำละลักบอก พลางโน้มตัวลงก้มหมายจะหิ้วตะกร้าผลไม้บนพื้นดิน
แต่เดชกลับไวระดมคว้าหูตะกร้าขึ้นมากุมไว้เสียเอง "พี่ถือให้เองค่ะ... น้องฟ้าหิ้วไม่ไหวหรอก"
จังหวะที่ฟ้าก้มลงต่ำและกำลังเงยหน้าขึ้นมาเผชิญชิดใกล้ในระยะประชิด ชายหนุ่มไม่รอช้าฉวยโอกาสทีเผลอโน้มใบหน้าคมคายลงไป ฝังจมูกโด่งและริมฝีปากอุ่นร้อนเข้ากับพวงแก้มขาวนวลเนียนของน้องเมียสาวอย่างหนักหน่วงจนแก้มยุบ... ฟอดใหญ่! สูดกลิ่นหอมละมุนเข้าปอดลึก
"อุ๊ย! พี่เดช!" ฟ้าสะดุ้งสุดตัว อุทานแผ่วด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตระหนกพลางหันซ้ายหันขวากลัวพี่สาวจะเดินมาเจอ มือบางรีบยกขึ้นทุบต้นแขนแกร่งของพี่เขยเบาๆ แก้เก้อ "ทำอะไรคะเนี่ย! ถ้าพี่ฝนเห็นจะทำยังไง!"
เดชหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ท่าทางพึงใจเป็นที่สุด "ก็หอมแก้มเด็กดีไงคะ... แก้มฟ้าทั้งหอมทั้งหวานยิ่งกว่ามังคุดในตะกร้าเสียอีก"
ชายหนุ่มพูดพลางขยิบตาให้อย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหิ้วตะกร้าผลไม้เดินนำลิ่วออกไปตามทิศทางเสียงเรียก ทิ้งให้ฟ้ายืนตะลึงงัน หน้าแดงก่ำซ่านจนร้อนผ่าวไปถึงใบหู หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำระรัวปานเสียงกลองศึก ความเสียวสะท้านละมุนยังคงอบอวลกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งสองข้างแก้มและทุกห้วงความคิด สาวน้อยสูดลมหายใจยาวลึกหลายรอบเพื่อสะกดกลั้นประกายเสน่หาร้อนรุ่ม ก่อนจะรีบซอยเท้าก้าวเดินตามร่างแกร่งของพี่เขยไปอย่างเร่งรีบ
โดยที่เธอไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า เหตุการณ์แตะต้องลูบไล้ในสวนผลไม้หอมหวานครั้งนี้ จะเป็นเพียงกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่เพลิงรักและตัณหาเสน่หาแฝงเร้น ซึ่งพร้อมจะทวีเปลวไฟให้ลุกโหมกระพือยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้... ปูทางสู่บ่วงเสน่หาลึกซึ้งที่ไม่มีทางถอนตัวกลับได้อีกชั่วนิรันดร์