นายอำเภอหนานจ้องมองพวกนางทั้งสอง แล้วถอนหายใจออกมา เขาก็ได้ยินเื่ราวๆ คร่าวๆ จากบ่าวรับใช้ในเรือนมาแล้วแต่ก็คิดแค่ว่ามันเป็แค่ข่าวลือไร้สาระเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่ตอนนี้พวกนางสองแม่ลูกกลับมายืนยันข่าวลือพวกนั้นด้วยตัวเอง “นายอำเภอเ้าคะ นี่คือเอกสารการหย่าร้างของข้าเ้าค่ะ” ฟางเหมยลีหยิบเอกสารออกมาแล้วส่งให้นายอำเภอ หลังจากนั้นเ้าหน้าที่ก็เข้าไปรับเอกสารแล้วนำไปให้นายอำเภอ
เมื่อตรวจดูเรียบร้อยแล้ว เขาจึงส่งเด็กรับใช้ไปที่จวนตระกลูชุนทันที เพื่อให้พวกเขาลงนามให้ถอดชื่อของพวกนางออกจากทะเบียนบ้าน “ข้าจะประทับตรายืนยันหนังสือหย่าทั้งสองฉบับให้เมื่อเด็กรับใช้ของข้ากลับมา” นายอำเภอหนานมองพวกนางสองคนแม่ลูกอย่างจนใจ เขาก็คงจะช่วยเหลือพวกนางได้เพียงเท่านี้ และโมโหเป็อย่างมาก มีอย่างที่ไหนสอบติดบัณฑิตก็หย่าภรรยาเอกของตัวเองเช่นนี้
นายอำเภอหนานถึงจะเป็ยศขุนนางขั้นต่ำแต่เขาก็มีความซื่อสัตย์สุจริต รู้คุณธรรม ผิดชอบชั่วดี “นายอำเภอเ้าคะ เมื่อย้ายชื่ออออกจากทะเบียนบ้านเก่าแล้วรบกวนท่านช่วยออกทะเบียนบ้านใหม่ให้พวกข้าสองคนแม่ลูกด้วยนะเ้าคะ แล้วก็ๆ ช่วยเปลี่ยนแซ่เป็ แซ่ฟางให้พวกข้าด้วยเ้าค่ะ” ฟางเหมยลีบอกกับนายอำเภอ
“ทำไมละ เมื่อพวกเ้าย้ายออกจากตระกูลชุนแล้ว พวกเ้าก็กลับไปบ้านพ่อแม่ของพวกเ้าได้ ยังจะเปลี่ยนแซ่ไปทำไม” นายอำเภอถามพวกนางด้วยความส่งสัย แล้วจ้องมองพวกนางทั้งสองด้วยสายตาที่คมกริบ
“ข้า…ข้า”ฟางเหมยลีพูดไม่ออกไปชั่วขณะนึง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ฟางเซียนเออร์เห็นท่านแม่ของนางเป็แบบนั้นจึงเป็คนบอกนายอำเภอเสียเอง “คือท่านแม่ของข้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพวกเขาเ้าค่ะ” นางบอกกับนายอำเภอจากนั้นจึงโค้งคำนับเขาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “สิ่งนี้คือหนังสือตัดความสัมพันธ์เ้าค่ะ” นางหยิบหนังสือตัดความสัมพันธ์ส่งให้นายอำเภอ
เมื่อนายอำเภอหนานได้ตรวจสอบดูเรียบร้อยแล้วจึงส่งคืนหนังสือกลับไปให้นาง “ได้ข้าจะเปลี่ยนแซ่ให้กับพวกเ้าจากนี้ไปพวกเ้าจะใช้แซ่ใหม่นี้ได้” หลังจากนั้นไม่นานเด็กรับใช้ก็นำพ่อบ้านของตระกลูชุนมาด้วย พ่อบ้านเป็คนถือหนังสือหย่าอีก 1 ฉบับมา หัวหน้าตระกลูชุนส่งพอบ้านมายืนยันแทน “เป็เื่จริงขอรับท่านนายอำเภอพวกเข้าหย่าร้างกันด้วยความสมัครใจ”เด็กรับใช้บอกกับนายอำเภอ
นายอำเภอรับเอกสารอีกหนึ่งฉบับมาจากพ่อบ้านตระกลูชุนก่อนจะประทับตราของทางการลงไปทั้งสองฉบับแล้วส่งให้พวกเขา “ขอบคุณเ้าค่ะ” “ขอบคุณขอรับ เมื่อไม่มีอะไรแล้วข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ” พ่อบ้านตระกูลชุนกล่าวลาพวกเขา และมองพวกนางสองแม่ลูกด้วยความลำบากใจ เขาสงสารอดิตฮูหยินใหญ่ แต่เขาจะทำอะไรได้ในเมื่อเขาเป็เพียงพ่อบ้านตัวเล็กๆ ก่อนจะจากไปพ่อบ้านโค้งคำนับให้กับอดีตฮูหยินใหญ่เป็ครั้งสุดท้าย แล้วถอยออกไปอย่างเงียบๆ
หลังจากนั้นไม่นานพวกนางสองคนแม่ลูกก็เดินออกมาจากที่ว่าการอำเภอด้วยรอยยิ้มจากนี้ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกนางได้เสียที เอกสารก็จัดการเรียบร้อยแล้ว ย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่ก็ทำหมดแล้ว “ท่านแม่ต่อจากนี้พวกเราจะมีแต่ความสุข ท่านแม่เชื่อข้าหรือไม่” ฟางเซียนเออร์จับมือท่านแม่ของนางแล้วพูดอย่างประจบเอาใจ ใบหน้าน้อยๆ ของนางก็ถูไปกับแขนของท่านแม่ของนาง “ข้าเชื่อเ้า” ฟางเหมยลียิ้มให้กับบุตรสาวของนาง
“ท่านลุงเ้าคะ พาข้าไปโรงหมอหน่อยเ้าค่ะ” นางบอกกับลุงซีเหม่าหลังจากที่พาท่านแม่ของนางขึ้นมานั่งบนเกวียนเรียบร้อยแล้ว “ได้ซิ” ไม่นานนักเกวียนก็มาหยุดอยู่ด้านหน้าโรงหมอแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ “ข้าจะลงไปซื้อยาที่จำเป็ท่านแม่รอข้าอยู่ที่นี่นะเ้าคะ” “ได้แม่จะรออยู่ที่นี่”
ฟางเซียนเออร์เดินเข้าไปในร้านขายยาแล้วบอกกับท่านหมอว่านาง้ายาบำรุงครรภ์ั้แ่สามเดือนขึ้นไป “เ้า้าเยอะขนาดนั้นเลยหรือ ยาบำรุงครรภ์นั้นค่อนข้างแพงเ้าจะเอาจริงๆ หรือ” ท่านหมอถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งหนึ่ง “เ้าค่ะ ท่านช่วยจัดยาให้ข้าตามนี้เลยเ้าค่ะ แล้วก็จัดยาแก้หวัดให้สัก 2-3 ชุดด้วยนะเ้าคะ”
“ได้ๆ ข้าจะให้เด็กๆ ไปจัดยาให้รบกวนเ้าช่วยรอสักครู่นะ” ท่านหมอบอกกับนางแล้วให้เสี่ยวเอ่อไปจัดยาใส่ห่อให้นางเป็ชุด รอไม่นานยาที่นาง้าก็จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว “เ้าหนูยาบำรุงครรภ์ทั้งหมด 3 ชุดและยาบำรุงหลังคลอดอีก 2 ชุด และยารักษาโรคหวัดอีก 3 ชุด ทั้งหมดเป็เงิน 3 ตำลึงเงิน กับ 20 อีแปะ” ท่านหมอบอกกับนาง “เ้าค่ะท่านหมอ” ฟางเซียนเออร์ไม่รอช้ารีบหยิบเงินส่งให้ท่านหมอทันที แล้วรับยามา “ขอบคุณท่านหมอ รบกวนท่านแล้ว”
เมื่อนางซื้อยาเสร็จนางก็กลับไปที่เกวียน “ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะเ้าค่ะ” นางบอกพร้อมกับวางห่อยาลงบนเกวียน “เ้าซื้อยาอะไรมากมายเช่นนี้ มีใครเป็อะไรหรือ” ฟางเหมยลีมองห่อยาที่บุตรสาวของตัวเองซื้อมา “ก็ไม่มีหรอกเ้าค่ะ แต่ข้าต้องเตรียมไว้ก่อนอีกไม่กี่วันก็คงออกจากบ้านไม่ได้แล้วคาดว่าจะมีหิมะตกหนักแน่ๆ”
ฟางเหมยลีไม่เข้าใจหรอกว่าหิมะจะตกหนักหรือไม่ในปีนี้นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งไม่มีเค้าคราวว่าหิมะจะตกหนักได้เลย “ไปเรากลับบ้านกันเถอะเ้าค่ะ ป่านี้พวกนายช่างหวังมากันแล้วนะเ้าคะ” จากนั้นไม่นานพวกนางก็เดินทางออกจากอำเภอหนานกลับหมู่บ้านหนานชิน ระหว่างทางก็มีสายลมเย็นๆ พัดเข้ามาเรื่อยๆ “ปีนี้น่าจะหนาวกว่าปีที่แล้ว”ท่านลุงซีเหม่าบอกกับพวกนาง
“ข้าก็คิดเหมือนท่านลุงเ้าค่ะ” ฟางเซียนเออร์กล่าว นางต้องคิดหาวิธีหาเงินเร็วๆ แล้วนางไม่มีเวลาเขาเมืองเพื่อจะเอาหมูป่ามาขายได้ทุกวัน นางจะทำอย่างไรดี ในระหว่างที่ยังเข้าเมืองได้นางต้องหาเงินเยาะๆ “ท่านลุง ท่านลุงสนใจทำการค้าร่วมกับข้าไหมเ้าคะ” นางถามท่านลุง นางคิดว่าในเมื่อนางออกไปไม่ได้ก็ให้ท่านลุงไปขายให้นางแล้วนางก็แบ่งเงินให้อีกส่วนหนึ่ง ทีนี้นางก็จะมีรายได้โดยที่นางไม่ต้องออกไปค้าขายเอง
ซีเหม่าได้ยินดังนั้นจึงสงสัยว่าการค้าอะไรที่นางจะให้เขาทำ “การค้าอะไรหรือ” “ท่านลุงจำได้ไหมวันก่อนที่เราเอาหมู่ป่าไปขายในเมืองกันนั้นขายแค่ไม่นานหมู่ป่าก็ถูกขายออกไปหมดแล้ว” “คืออย่างนี้ ข้าจะเป็คนไปล่ามัน ส่วนท่านลุงก็เป็คนเอาไปขาย หมู่ป่า 1 ตัวหนัก 120 จิน โดยประมาณข้าจะให้ค่าจากท่านลุง 2 ตำลึงเงินเป็การตอบแทน ท่านว่าอย่างไรเ้าคะ ”
เมื่อลุงซีเหม่าได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างยินดี นี่ช่างเป็เื่น่ายินดีจริงๆ เขารู้ว่าหมูป่า 1 ตัวนั้นขายได้หลายตำลึงเงินเลยทีเดียวแล้วค่าจ้างขายก็ได้เงิน 2 ตำลึงเงินเชียวนะ ขับเกวียนทั้งเดือนยังหาไม่ได้ถึง 2 ตำลึงเงินด้วยซ้ำ ทำไมเขาจะไม่ตอบตกลงละ เขายังสามารถให้ภรรยาที่บ้านออกไปช่วยขายด้วยอีกแรง “ข้าตกลงๆ เ้าจะให้ข้าไปเอาหมูป่าที่บ้านเ้าพรุ่งนี้เช้าเลยไหม” ซีเหม่ารีบถามนางทันที
“เ้าค่ะ ท่านลุง ยามเหม่าข้าจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ท่านลุงก็มารอที่หน้าบ้านข้าได้เลยเ้าค่ะ” นางบอกด้วยรอยยิ้มแล้วจึงกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าจะขายได้กี่วัน ่นี้ท่านลุงอาจจะต้องเข้าไปในอำเภอทุกวันนะเ้าคะ”
“ไม่เลยๆ ข้ายินดี” ซีเหม่ายิ้มด้วยความยินดีเขาจะต้องรีบนำข่าวดีไปบอกกับภรรยาที่บ้านโดยเร็ว
ไม่นานนักเกวียนก็มาหยุดที่หน้าบ้านของพวกนาง พวกนาย่ยืนรออยู่นานแล้ว “นาย่หวังพวกท่านรอนานแล้ว ข้าเข้าไปในเมืองมา ปล่อยให้พวกท่านรอกันขออภัยด้วยเ้าค่ะ”ฟางเหมยลีขอโทษพวกเขา แล้วรีบเชิญให้พวกนายช่างเข้าไปด้านใน
“ไรท์นอนตอนไหน? ไรท์ยังไม่นอนไรท์นอนเช้า!”
“งานขอบตาดำทุกวัน ส่งกำลังใจมาเดี๋ยวนี้!”