ทอมกับซูซัน เข้ามาภายในโรงอาหาร ช้าไปนิดเดียว อาหารกล่องมื้อเย็นถูกแจกไปจนหมดแล้ว อาซันเห็นมีอยู่โต๊ะหนึ่ง มีอาหารกล่องวางอยู่เต็มโต๊ะ จึงเดินเข้าไปเพื่อจะไปหยิบมา แต่ถูกทอมดึงร่างไว้ไม่ให้เข้าไป
“ อย่าไปเลย พวกเราออกไปกินนอกสำนักก็ได้ อาหารแค่นี้อย่าไปเสี่ยงกันพวกมันเลยไม่คุ้มกันหรอก” ทอมรีบบอกกลัวอาซันจะโดนพวกมันรุมยำ
อาซันก็ยังไม่อยากมีเรื่องเพราะแย่งอาหารกินเท่าไร เพราะลำพังเข้าอาหารในมิติสีเงินของเขามีออกเยอะแยะ ไม่ต้องออกไปกินในนอกสำนักด้วยซ้ำ ทั้งสองคนจึงเดินออกไป แต่ว่าไม่ทันได้ออกไปก็มีคนขว้างจานเปล่าหลายใบเข้าใส่ ทอมกับอาซัน
อาซันลืมไปว่าไม่มีม่านพลังเทพ เลยหลบไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว แต่ว่าทอมหลบไม่ทันโดนเข้าไปเต็มเปา หัวแตกเลือดอาบทันที อาซันเห็นดังนั้นก็เลือดขึ้นหน้าทันที บังอาจเกินไปแล้วนี่มันเป็นบ้าอะไรกันวะ เสียงพวกมันมีอยู่เกือบสิบคนหัวเราะกันร่วน
“ พวกแกเป็นบ้าอะไร มาขว้างจานใส่พวกข้าทำไม” อาซันถามด้วยอารมณ์โมโห ที่เห็นทอมได้รับบาดเจ็บ
“ พอใจ มีอะไรหรือเปล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ เปรี้ยง ! ไม่มีเสียงฮ่า ที่สี่ อีกต่อไปเพราะใบหน้าของมันเวลานี้ถูกอาซันใช้เท้าเตะเข้าปลายคาง กรามโย้ไปตามแรงเตะ
ฟันหลุดกระเด็นไปกองกับพื้น แล้วอาซันยังกระทืบไปที่ขาจนหัก และเตะเข้าลำตัวกระเด็นไปติดฝาห้อง นอนแน่นิ่งไป เสียงหัวเราะหายไปทันที
“ ใครขว้างจานออกไปก้าวมาข้างหน้า ข้าจะหักแขนเพียงข้างเดียว” อาซันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คนฟังแล้วขนหัวลุกเลย
“ บังอาจ พวกเราลุยมันเลย” ที่เหลือเก้าคน ลุยเข้ามาเพื่อจะจับอาซันเพียงคนเดียว เปรี้ยง คนแรกเข้ามาเจอถีบเข้าหน้าอกกระเด็นไปชนเพื่อนอีก 4 คนจนล้มไป จากนั้นอาซันก็เตะกวาดทีเดียวโดนใบหน้าสามคนฟันหลุดลงมากองไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร ล้มคว่ำไปอีกสามคน ที่ยังยืนอยู่ก็โดนหมัดสวิงเข้าใสกกหูล้มคว่ำไปอีก จากนั้นอาซันก็ไล่กระทีบหักแขนทั้งสิบคนจนหักทั้งสองข้างแล้วไล่เตะพวกมันไปกองกับพื้นเรียงกันข้างๆฝาผนัง พวกมันได้แต่ส่งเสียงร้องโอดโอยลั่นห้องอาหาร
ทุกคนที่เข้ามากินอาหารไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยสักคน แค่อาซันหันไปมอง ทุกคนต่างยื่นข้าวกล่องของตัวเองให้ทันที อาซันไม่สนใจเดินไปดูแผลที่แตกของ ทอม แล้วอาซันก็หยิบชุดปฐมพยาบาลออกมาทำแผลให้กับทอม แล้วปิดแผลให้เรียบร้อย จากนั้นทั้งสองก็ออกไปกินอาหารกันนอกสำนัก
“ โอ้โห อาซันนี่เจ้าสู้เก่งไม่เบานี่ พวกมันมีพลังกายระดับ 3 กันแล้วเจ้ายังสามารถชนะพวกมันได้อย่างสบายเลย นี่ขนาดเจ้ายังไม่ได้เริ่มฝึกพลังเลยนะ แต่ว่าเจ้าต้องระวังศิษย์พี่สายในที่เป็นเจ้านายของพวกมันด้วย” ทอมพูดอย่างชื่นชมและก็เตือนด้วยความเป็นห่วง แต่ อาซันได้แต่ยิ้มแล้วลองกินบะหมี่
“ บะหมี่เนื้อร้านนี้อร่อยจริงๆ นี่มันเนื้ออะไร “ อาซันรู้สึกบะหมี่เนื้อร้านนี้อร่อยเขาไม่เคยกินมาก่อน กินแล้วรู้สึกให้พลังงานแปลกๆ ขึ้นมาอีกด้วย
“ เนื้อวัวกระทิง เขาเดียว” ทอมพูดด้วยเสียงธรรมดา
“ เนื้อวัวกระทิงเขาเดียวหรือ” อาซันอึ้งทันที ไม่ได้รังเกียจ แต่ตกใจว่าพวกเขาจับมันได้อย่างไรกัน
“ ใช่ ราคาไม่แพงหรอก ศิษย์สำนักของเราจับมาขายในสำนักออกเยอะแยะส่วนพวกเขาก็ไปซื้อมาจากสำนักเราทั้งนั้น” ทอมเล่าให้ฟังเหมือนเป็นเรื่องปกติ
จากนั้นทอมก็จ่ายเงินค่าอาหารไป ส่วนอาซันไม่มีเงินติดตัวเลย ถามไปถามมาจึงได้รู้ว่าเงินที่ใช้เป็นเหรียญที่ราชสำนักในเมืองทำขึ้นมาเพื่อเป็นอัตราแลกเปลี่ยนกัน วิธีที่จะได้เงินมาก็คือขายหินพลังงาน ขายสัตว์อสูร ขายเม็ดยารักษาโรค รับจ้างอะไรก็ตาม ที่มีคนจ้าง ทอมเล่าเรื่องที่มาของเงินให้ฟัง จนทอมเริ่ม สงสัยอาซันนี่มาจากโลกไหนนี่ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“ เข้านอนเถอะพรุ่งนี้ศิษย์ใหม่ จะได้รับหินพลังงานคนละ สิบก้อน พร้อมเสื้อผ้าชุดศิษย์นอก พร้อมกับหยกฝึกยุทธคนละอัน พรุ่งนี้ข้าจะพาไปรับของ อ้อลืมบอกเจ้าอีกเรื่อง คืนนี้เดือนมืด หากเจ้าได้ยินเสียงห้ามออกจากห้องเป็นอันขาดจำไว้” ทอมพูดเสร็จก็กลับไปนอนที่กระท่อมของเขา
คืนนั้นอาซันนั่งสมาธิแต่ว่ายังไม่หลับเหมือนมีเสียงเรียกเขาให้ไปหา เสียงอะไรกันนี่ เหมือนกับที่ ทอมบอกเอาไว้เลย ไปดูหน่อยดีกว่า อาซันออกจากห้องแล้วกระโดดขึ้นเมฆสีดำลอยไปบนยอดเขาที่มีเสียงเรียกเขาให้ขึ้นไป อาซันลอยขึ้นไปจนสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ส่งเข้ามาหา อาซันมาหยุดลงหน้าเทวรูปสตรีผู้หนึ่ง แต่งกายคล้ายผู้หญิงโบราณ ใส่ชุดเกาะอก มีผ้าบางๆ คาดเอาไว้สวมชุดกระโปรงยาวพริ้ว ใบหน้าเรียวยาว ทรงผมเกล้ารัดขึ้นไปสูง เหมือนเทพธิดา อาซันมองนิ่งไปที่รูปปั้นเทวรูป เพื่อจะลองสื่อสารดู
“ เจ้าหนุ่มน้อย นี่เจ้ามาเพียงคนเดียวหรือนี่ เฮ้อ ข้าส่งเสียงเรียกศิษย์ใหม่ๆ เข้ามา
ทุกๆปี ไม่เคยมีใครกล้าขึ้นมาสักคน ปีนี้มีเจ้าเพียงคนเดียวที่กล้าขึ้นมา” เสียงออกมาจากเทวรูปสาวงาม
“ ท่านเป็นใคร ทำไมถึงสิงสถิตอยู่ในรูปปั้นนี้ ไม่ไปผุดไปเกิดเสียที” ซันถามตามตรง
“ ข้าคือจิ้งจอกเก้าหางพันปี ข้าต้องดื่มเลือดมนุษย์ทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละครั้งไม่เช่นนั้น ข้าจะอ่อนแรงและตายลง แต่เอ นี่เจ้าไม่กลัวข้าเลยหรือยังไง แล้วทำไมข้าต้องตอบคำถามเจ้าด้วย พลังก็ไม่มี กลับกล้าขึ้นมาที่นี่ตัวคนเดียว นี่เจ้าไม่กลัวข้าเลยหรือยังไงกัน” เสียงปีศาจจิ้งจอกสาวพันปีเอ่ยอย่างสงสัย
“ ในเมื่อเจ้าทำบาปกรรมมาเยอะขนาดนี้ ข้าคงจะต้องทำลายวิญญาณของเจ้า”
อาซันส่ายหัว ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางหัวเราะเยาะอาซัน จึงปล่อยพลังออกมา เพื่อยึดร่างของอาซันไม่ให้เคลื่อนไหว อาซันก็ไม่ได้เคลื่อนไหวแค่ส่งยันต์แปดทิศเข้าไปครอบเทวรูปสาวงามแค่นี้ นางปีศาจจิ้งจอกก็ร้องครวญครางตลอด ไม่สามารถใช้พลังใดใด ตรึงร่างของอาซันได้อีก จากนั้นอาซันก็กำลังปล่อยหมัดเข้ามาทำลายวิญญาณ นางจิ้งจอกตัวนี้ให้สลายหายไป
“ หยุดก่อนข้ายอมแล้ว ข้ายอมทำทุกอย่างแล้ว” นางปีศาจจิ้งจอกรีบเอ่ยกับอาซัน ทำให้อาซันหยุดเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้
“ ทำไมข้าต้องหยุดไม่ทำลายวิญญาณของเจ้า” บอกเหตุผลมาซิ
“ ข้าช่วยท่านเพิ่มพลังยุทธได้ ข้าให้คำแนะนำเรื่องราวในสำนักนี้ได้ แม้แต่เจ้าสำนักยังต้องกลัวเกรงข้าเลย” ปีศาจสาวพันปีคุยโอ่ ทำให้อาซันเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้
“ ทำไมเจ้าสำนักถึงต้องกลัวเกรงเจ้า” อาซันเอ่ยขึ้น
“ เพราะว่าเขาเป็นลูกของหลานข้าเอง” ปีศาจจิ้งจอกพันปีเอ่ย
“ สรุปว่าเจ้าสำนักมีสายเลือดจิ้งจอกผสมอยู่ แล้วเจ้าคือบรรพบุรุษของเขา” อาซันสรุป
“ เจ้าทายถูกแล้ว แต่ว่าเขาไม่มีพลังจิ้งจอกเลย เขาถือว่าเป็นมนุษย์มากที่สุด” ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยความจริง
“ แล้วเลือดที่กิน เขาเป็นคนหามาให้เจ้ากินหรือ”
“ ไม่นั้นเป็นเลือดของเขาเอง” ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยเสียงเครียด
“ ปกติปีศาจจิ้งจอกไม่ดูดหรือกินเลือดมนุษย์ แต่ทำไมเจ้าถึงได้กิน” อาซันสงสัย
“ ข้าถูกสาปโดยผู้มีเวทย์มนต์ที่สูงส่ง ทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสภาพตายไม่ได้ไปเกิดก็ไม่ได้ บำเพ็ญตนก็ไม่ได้ “ ปีศาจจิ้งจอกสาวเอ่ยด้วยความเศร้าใจอาซันพอจะเข้าใจแล้ว ไม่นึกเลยผู้มีอาคมแก่กล้าจะทำเรื่องที่โหดร้ายเช่นนี้ได้
แสดงว่าต้องแค้นนางปีศาจจิ้งจอกนี่อย่างใหญ่หลวง
“ แล้ววิธีแก้คำสาป เจ้ารู้ไหม” อาซันคิดจะช่วยจริงๆ
“ มี 2 วิธี 1 ต้องฆ่าคนที่สาป 2 ต้องมีคนทำลายรูปปั้นนี้ แต่วิญญาณของข้าต้องแตกสลายหายไปด้วย”
“ แล้วคนที่สาปเจ้ามันเป็นใคร” อาซันเอ่ยถาม
“ มันคือ เจ้าวิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ คนปัจจุบัน จอมเวทย์ซาร์มาน” ปีศาจจิ้งจอกรีบเอ่ย
“ ทำไมมันต้องสาปเจ้า”
“ มันต้องดวงจิตพันปีของข้า เพื่อเพิ่มพลังให้กับมัน” ปีศาจจิ้งจอกตอบอย่างระมัดระวังกลัวอาซัน ต้องการดวงจิตพันปี มันจะอันตราย
“ เฮ้อ เจ้าไม่ต้องกลัวว่าข้าจะเอาดวงจิตของเจ้าหรอก ข้าคือยมทูตจากยมโลกไม่จำเป็นต้องเอาวิญญาณปีศาจอย่างเจ้ามาเพิ่มพลังแบบเจ้าซาร์มานนั่น” อาซันเอ่ยตามจริง แต่วิญญาณปีศาจพันปีกลับตกใจแทบสิ้นสติ เริ่มเสียงสั่นทันที
“ ท่านท่านคือ ยมทูตจริงๆหรือนี่”
“ เจ้าไม่ต้องห่วงข้าไม่เอาวิญญาณเจ้าไป ข้ามาทำภารกิจ ข้าไม่รู้จักที่แห่งนี้ดีพอได้เจ้ามาเป็นไกด์ ให้ข้าก็ดี ข้าจะช่วยทำลายคำสาป ให้ แล้วเจ้าก็ออกมาอยู่ในลูกแก้วของข้า พลังของเจ้าก็จะกล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาข้ากลับไป เจ้าก็เป็นอิสระ จะเอาไหม” อาซันถามทันที
“ เอา เอาข้ายอมรับทุกอย่าง ขอให้ท่านไม่ทำลายวิญญาณของข้าก็พอแล้ว”
จากนั้นอาซันก็ดึงดาบออกมาจากปากสิงห์ที่ฝ่ามือ แล้วก็กรีดเทวรูปเพื่อทำลายคำสาบ ร่างนางปีศาจจิ้งจอกก็ปรากฏตัว ใบหน้าของนางงามกว่าเทวรูปเสียอีก ชุดที่ใส่ก็ลอกแบบมาเหมือนกัน หน้าอก เอว สะโพก มองแล้วได้สัดส่วน สายตาของนางมองแล้ว ถ้าจิตไม่เข้มแข็งก็จะตกอยู่ในอำนาจเสน่หาของนางได้ทันที นางก้มลงคุกเข่าต่อหน้าอาซัน
“ ขอบคุณนายท่าน” ปีศาจสาว ยอมรับใช้อาซัน
“ เจ้าอ่อนแรงมาก ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องกินเลือดใครอีกแล้ว ในลูกแก้วนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้เจ้ากลับมาเป็นดังเดิม” จากนั้นนางปีศาจจิ้งจอกก็เข้ามาอยู่ในลูกแก้ววิญญาณ อาซันก็กลับไปที่ห้องดั่งเดิม
เช้าวันใหม่ ทอมออกมารออาซัน เพื่อพาไปรับชุดของใช้ของศิษย์ใหม่ อาซันตามไปที่อาคารกลาง พอเซ็นชื่อรับเสร็จแล้ว ทอมก็ให้อาซันเปลี่ยนชุดทันที แล้วก็อธิบายเรื่องหินพลังงานที่ได้รับมา สิบก้อน แล้วตำราหยกอีก หนึ่งอัน
“ หินพลังงานมีขายที่สำนักของเรากลับในเมืองหลวงเท่านั้น เพราะมันมีราคาแพงมากพวกเราไม่มีปัญญาซื้อ หินห้าก้อนนี้ถ้าเจ้าฝึกเคล็ดวิชาดูดพลังงานจากหยกแล้วจะทำได้ หินห้าก้อนสามารถเพิ่มพลังได้ 1 ระดับ เพราะฉะนั้นเจ้าเก็บไว้ให้ดีเพราะว่า รุ่นพี่ชอบมาแย่งเอาไปเป็นประจำ ทางสำนักแจกแค่เดือนละครั้งเท่านั้น”
ทอมอธิบาย เทียนเริ่มเข้าใจระบบ แล้วลองเอาหยกมาแตะที่หน้าผากความรู้เรื่องขั้นพลัง แล้ววิธีการดูดพลังจากหิน และนำไปใช้เพิ่มพลัง ในที่สุดอาซันก็เข้าใจ
ขณะนั้นมีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งเดินรี่เข้ามาหาทอม กับ อาซัน นับสิบคน โดยมีคนที่โดนอัดไปเมื่อวานมาร่วมสมทบด้วยเฉพาะบางคนที่ขาไม่ได้หัก แต่ได้แต่พันแผลกันไว้ทั้งสองข้าง
“ เจ้าเด็กใหม่เจ้ากล้าทำร้ายลูกน้องข้าเชียวหรือ” พวกศิษย์พี่มายืนขวางหน้าอาซันกับทอม
“ ไปไกลๆ ซะข้าไม่อยากทำร้ายพวกเจ้า” อาซันพูดเบาๆ แต่ได้ยินกันทั่วบริเวณนั้น พวกศิษย์พี่กลุ่มนี้หัวเราะเป็นการใหญ่ เพิ่งเข้าสำนักยังไม่มีพลังฝึกตนกลับกล้าพูดเช่นนี้กับพวกเขาซึ่งบางคนที่พลังปราณวิญญาณระดับ 1 กันแล้วด้วย
อาซันสั่งให้ภูมะกลายเป็นไม้พลองทันที ทุกคนเห็นไม้พลองสีขาวของอาซันก็สนใจขึ้นมาเกิดความอยากได้ แต่ เปรี้ยง อาซันฟาดไปทีเดียวร่างของศิษย์พี่สองคนกระเด็นลอยไปหายไปเลย ที่เหลือยังไม่หายตกใจอาซันก็ฟาดไปอีกสองครั้ง เปรี้ยง เปรี้ยง ร่างกระเด็นไปอีก 5 คน จากนั้นก็ระดมฟาดไปอีกหลายไม้ แต่ละคนกระเด็น หายไปจากบริเวณนี้ทั้งหมด ยกเว้นพวกทีบาดเจ็บเมื่อวาน อาซันฟาดอีกทีเดียว ทั้งห้าคน ล้วนกระเด็นไปอีกครั้ง คาดว่าคงจะเดินออกมาเพ่นพ่านไม่ได้ไปอีกหลายวัน อาซันเก็บไม้พลอง ทุกคนต่างตะลึงกับสิ่งที่เห็น ทันใดนั้นเอง
มีคนแต่งชุดผู้คุ้มกฏเข้ามาหาอาซัน เกือบ สิบคน ให้อาซันไปที่ตึกกลางโดยด่วน มีเรื่องต้องสอบสวน