“เอ่อฉันไม่ได้ยั่วคุณนะ ผ้ามันหลุดเอง ขอโทษนะ” โซฟี เรนเนอร์รีบหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาห่อตัว มู่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“คุณขำอะไร หรือว่าหุ่นของฉันไม่ดี?”
ถ้าหากเป็เื่หุ่นคงแย่แน่ คนอเมริกันส่วนใหญ่มีรูปร่างที่แน่นกว่าคนเอเชียซึ่งตัวเล็ก เนื่องจากอาหารการกินที่ต่างกันรวมถึงภูมิอากาศ สภาพร่างกายจึงเป็อย่างที่เห็น
“ผมตลกที่คุณทำตัวเงอะงะไม่ได้เกี่ยวกับหุ่น” มู่เฉินตอบ
“จริงนะ รูปร่างของฉันไม่เป็ไรใช่ไหม” โซฟี เรนเนอร์ถามย้ำ
“รูปร่างของคุณสวยมาก มันสมบูรณ์แบบและผมก็ชอบ รูู้ไหมว่าตอนนี้ผมอยากจะขย้ำคุณมาก” มู่เฉินไม่ได้โกหก ผู้หญิงคนนี้นอกจากใบหน้าที่สวยแล้วหุ่นของเธอยังไม่สามารถดูถูกได้ ส่วนเว้าก็เว้า ส่วนนูนโค้งก็เจริญสายตา มองยังไงก็ไม่เบื่อ
“คุณจะกินฉันตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ ไม่เห็นหรือไงว่าเด็กน้อยคนนี้กำลังมองอยู่ ทำเื่อย่างว่าต่อหน้าเด็กไม่ดี อีกอย่างคุณจะตั้งชื่อัน้อยว่าอะไร” โซฟี เรนเนอร์หน้าแดงเมื่อเห็นว่าเขาอยากกินเธอจริงๆ ซึ่งหากไม่มีัตัวน้อยอยู่ด้วยล่ะก็ ไม่แน่คืนนี้อาจมีเซ็กส์โดยไม่คาดฝัน
“บาฮามุท นี่คือชื่อของเ้าตัวเล็ก” มู่เฉินตั้งชื่อของมันตามระบบตกปลา ัตัวนี้เป็สีเทา เกล็ดของมันดูแข็งเหมือนเหล็ก หางแหลมคมเหมือนใบมีด ปีกขนาดใหญ่ราวกับค้างคาว นี่คือัรูปแบบฝั่งตะวันตกไม่เหมือนกับัจีนในนิทานพื้นบ้านที่ตัวยาวเป็กิโลเมตร
“บาฮามุท...ชื่อเพราะดีนะ เ้าตัวเล็กนี่ดูเหมือนัในเกมเพลย์ที่เคยเล่น น่ารักน่าชังจริงเชียว” โซฟี เรนเนอร์ยื่นมือไปจับลูกั บาฮามุทปล่อยให้เธอเล่นกับร่างกายของมัน มันดูเหมือนกับลูกสุนัขที่้าเพื่อนเล่น
มองภาพดังกล่าวมู่เฉินก็ไม่กังวลเกี่ยวกับโซฟี ลูกัน่าจะปกป้องเธอได้ เพราะพรุ่งนี้เขาตั้งใจว่าจะกลับไปที่หลุมหลบภัย ปล่อยให้สกาเล็ต คอนเนลลี่อยู่คนเดียวนานๆ มันไม่ดี ถึงแม้อาหารที่นั่นจะทำให้เธออยู่ถึง 10 วัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่ในห้องแคบๆ แบบนั้นคนเดียวมันเหงาเหมือนติดคุก
มู่เฉินเข้านอนแล้วและโซฟีเองก็เช่นกัน
พวกเขานอนเตียงเดียวกัน โดยข้างๆ หญิงสาวมีบาฮามุทหลับตาลงพักผ่อน
มู่เฉินไม่รู้สึกเขินอายสักนิดที่มีสาวๆ นอนบนเตียงด้วย เพราะชีวิตของเขาส่วนใหญ่ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงจำนวนมากหลังจากพ่อแม่ตาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงพวกนั้นต่างกับโซฟีและสกาเล็ต
......
เป็เช้าอีกวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้แสงแดด
บนถนนยังมีซอมบี้อยู่ทุกหนทุกแห่ง คนตายไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนโซฟี เรนเนอร์ตอนนี้กำลังกินข้าวเช้าอยู่
“อย่าบอกนะว่าคุณจะออกไปวันนี้อีก” เธอสังเกตเห็นการเตรียมตัวของมู่เฉินจึงถามขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
“ใช่และคุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“แล้วฉันจะอยู่ยังไง คุณเองก็น่าจะเห็นแล้วว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากคุณมาไม่ทันฉันคง...” โซฟีตัวสั่น มู่เฉินจับมือของเธอแล้วเริ่มปลอบโยน
“ผมไม่ได้ไปนานขนาดนั้น และอีกอย่างครั้งนี้ผมจะให้อาวุธคุณ” มู่เฉินนำปืนพกออกมาวางบนโต๊ะ “คุณน่าจะเคยใช้ปืนในกองถ่ายใช่ไหม”
“ไม่...บทบาทที่ฉันได้รับส่วนใหญ่ไม่เหมือนกับสกาเล็ตดังนั้นลืมเื่ปืนไปได้เลย ที่ฉันต้องแสดงคือการใช้พลังจิตในการควบคุมวัตถุ และภาพยนตร์เื่อื่นก็เป็แนวโรแมนติก หรือซีรี่ย์ที่มีัก็ไม่มีปืนอย่างยุคปัจจุบัน ดังนั้นฉันจึงไม่เคยจับปืนมาก่อน”
“งั้นเหรอ...งั้นเอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมจะช่วยฝึกสอนคุณครึ่งวันแล้วผมจะออกไปข้างนอก โอเคไหม” มู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเขาไม่สามารถปล่อยให้เธออยู่ลำพังกับบาฮามุทได้โดยที่ใช้ปืนไม่เป็ แบบนั้นไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหากเขาออกไปข้างนอก
“งั้นก็ได้ แต่คุณจะฝึกฉันที่ไหน หรือว่าจะในห้อง?”
“ไม่ เสียงปืนจะเรียกซอมบี้เข้ามา พวกมันไวต่อเสียงและกลิ่นดังนั้นจำไว้ เจอซอมบี้พยายามใช้ความเงียบ คุณจะมีโอกาสรอดมากกว่าคนที่วิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต”
“โอเคงั้นไปยิงปืนที่ข้างนอก มีคุณอยู่ข้างๆ ซอมบี้คงทำอะไรฉันไม่ได้”
หลังจากคุยกันได้สักพักมู่เฉินก็พาโซฟีและัน้อยขึ้นลิฟต์ลงไปชั้นล่าง
บาฮามุทในขณะที่อยู่ในห้องเขาได้ให้อาหารด้วยเนื้อหมูดิบ 1 กิโลกรัม เ้าตัวเล็กกินจุมาก กินแค่สองคำก็หมดแล้วแต่ตัวยังเท่าเดิม นั่นทำให้มู่เฉินคิดว่าหากอยากให้ัโตเต็มที่จะต้องมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งในวันสิ้นโลกแหล่งอาหารนี่แหละหายากที่สุด
โซฟี เรนเนอร์จับกระบอกปืนแน่น นี่คือครั้งแรกที่เธอลงมาชั้นล่างหลังจากเกิดเหตุการณ์ซอมบี้ระบาด
เคาน์เตอร์โรงแรมที่ปรากฏแก่สายตาดูยุ่งเหยิง มีกลิ่นศพเน่าอยู่ในโถงใหญ่ สภาพที่เห็นทำให้เธอรู้สึกว่าในห้องนั้นปลอดภัยกว่า แต่จะให้ถอยกลับก็ไม่ได้เพราะหากทำแบบนั้นจะดูเป็ภาระเกินไป
มู่เฉินสังเกตเห็นว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ตนเอามาเมื่อวานหายไปแล้ว บางทีอาจมีคนลงมาชั้นล่างแล้วเห็นรถจึงขับออกไป แต่อีกฝ่ายต้องมีฝีมือในการงัดแงะพอสมควร เพราะจากที่จำได้กุญแจรถมอเตอร์ไซค์ยังอยู่กับเขา
“โอ้พระเ้าที่นี่เละเทะมาก” เมื่อออกจากโรงแรมโซฟี เรนเนอร์จึงเห็นทุกอย่างชัดขึ้น สภาพถนน เมืองที่เคยคึกคักราวกับเมืองร้าง และนอกจากนั้นยังมีซอมบี้กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“มันได้ยินเสียงเรา เอาล่ะหยิบปืนขึ้นมาปลดเซฟตี้ยกปืนขึ้นในระดับไหล่ ผ่อนคลายเข้าไว้อย่าเกร็ง จะได้ไม่าเ็จากแรงถีบของปืน” มู่เฉินแนะนำ โซฟี เรนเนอร์เริ่มปฏิบัติตามคำสั่ง ะุถูกยิงรัวๆ แต่ไม่เข้าเป้าสักนัด ซอมบี้วิ่งเข้ามาใกล้แล้วระยะห่างคือ 5 เมตร ทำเอาเธอตัวสั่นยิงรัวๆ จนหมดแม็ก
ซอมบี้ล้มลงไปบนพื้นหนึ่งตัว ส่วนตัวอื่นๆ ถูกมู่เฉินจัดการ
“ขอโทษ...” โซฟีมือยังสั่นอยู่ การฆ่าไม่เหมือนกับการรับบทบาทในภาพยนตร์ นี่คือของจริง ดังนั้นเธอจึงไม่ต่างจากมือใหม่
“ไม่เป็ไร ครั้งแรกใครๆ ก็เป็กันแบบนี้แหละ ลองอีกครั้ง”
“โอเค แต่ะุฉันหมดแล้ว”
มู่เฉินยื่นะุให้เธอแล้วเริ่มสอนยิงปืนอีกครั้ง โซฟีเป็ดาราสาวที่มีความสามารถ นอกจากนั้นยังเรียนรู้ได้เร็ว หลังจากใช้เวลาครึ่งค่อนวันเธอได้พัฒนาขึ้นมาก ฝีมือการยิงปืนแม่นขึ้น แขนไม่สั่นแล้ว จังหวะการหายใจและการยิงแต่ละนัดเข้าเป้า ทำให้มู่เฉินพยักหน้าชื่นชม
“เอาล่ะพอก่อน กลับไปที่โรงแรมกันเถอะ” มู่เฉินมองดูเวลาแล้วหันไปบอก
โซฟีเห็นด้วย ยิงปืนั้แ่เช้าทำเอามือปวดไปหมด แต่มันก็ทำให้เธอเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่าง มู่เฉินแข็งแกร่งมาก นอกจากความสามารถแสงแล้วทักษะยิงปืนยังเข้าขั้นปรมาจารย์ ไม่มีซอมบี้ตัวไหนเข้ามาใกล้เธอได้ในระยะเกิน 5 เมตร นอกจากนั้นเพราะมีบาฮามุทคอยก่อกวน ทุกอย่างจึงง่ายขึ้น
“เอาล่ะผมต้องไปก่อน วันนี้อาจไม่กลับมานอนด้วย คุณต้องล็อกห้องและดูให้แน่ใจว่ามันปลอดภัย ปืนพกและะุร้อยนัดเป็ของคุณ รวมถึงเ้าตัวเล็ก ผมทิ้งอาหารไว้ส่วนหนึ่งนะ อย่าเปิดประตูให้ใครเข้ามานอกจากผมโอเคไหม” เมื่อเข้ามาในห้องมู่เฉินย้ำเตือนถึงความปลอดภัยที่เธอต้องระวัง
โซฟีพยักหน้า เข้าไปกอดเขาแล้วมอบจูบแสนหวานให้ ลิ้นของทั้งสองพัวพัน โพรงปากร้อนผะผ่าวแทบไม่ต่างจากเตาหลอม หลังจากแยกจากกันใบหน้าของเธอก็เป็สีแดง
“ไม่ต้องห่วง ฉันเข้าใจแล้วว่าต้องทำยังไงหากเจอคนไม่ดี คุณออกไปหาอาหารเถอะ ฉันจะรออยู่ที่นี่กับบาฮามุทเอง”
“โอเค” มู่เฉินจูบเธอที่หน้าผากแล้วหันไปมองเ้าตัวเล็ก “ฝากแม่ด้วยละบาฮามุท เดี๋ยวพ่อคนนี้จะกลับมา”
ดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจจึงคำรามเสียงเหมียวๆ ก็นะัยังตัวเล็กเหมือนลูกสุนัข เสียงคำรามจึงน่ารักแบบนั้นแหละ
......
มู่เฉินยังไม่กลับไปที่หลุมหลบภัยเพราะตั้งใจจะปล้นธนาคารอีกสองสามแห่ง
หลังจากเห็นว่าตะวันกำลังลับขอบฟ้าเขาจึงกลับมาที่บ้าน สถานที่แห่งนี้ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำเอาเขารู้สึกเบาใจลง
เดินไปสวนหลังบ้านแล้วเริ่มสแกนใบหน้า ลงลิฟต์ไปชั้นล่าง ทันทีที่ประตูเปิดก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ คล้ายกับเธอจ้องมาที่ประตูนานแล้ว พอเห็นว่าเป็เขาจึงะโเข้ากอด มู่เฉินรวบเอวสกาเล็ต คอนเนลลี่ไว้ อุ้มเธอในขณะที่เดินออกจากลิฟต์
“ฉันนึกว่าคุณจะไม่กลับมาแล้ว” สกาเล็ต คอนเนลลี่น้ำตาซึม มองหน้าเขาแล้วเริ่มคลอเคลีย
มู่เฉินรับรู้ถึงอารมณ์ของหญิงสาว เธอกำลังอ่อนไหวและง่ายต่อการถูกล่อลวง ยิ่งในยุควันโลกาวินาศเชื่อว่าคงมีใครหลายคนฉวยโอกาสนี้ในการเข้าหาผู้หญิง
“ผมจะไม่กลับมาได้ยังไงในเมื่อมีคุณรออยู่ที่นี่ รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณตลอด เพียงแต่ซอมบี้ข้างนอกเยอะมากเคลื่อนไหวไม่สะดวก เลยไม่ได้มาหาคุณ ขอโทษนะ” มู่เฉินยกเหตุผลซอมบี้มาอ้าง เพราะถ้าหากเขาบอกความจริงคงโดนเกลียด
“งั้นคุณต้องรับผิดชอบที่ทำให้ฉันกังวลมาตลอดหลายวัน”
“ให้ผมทำยังไง” คำถามยังไม่ทันพูดออกจากปากก็ถูกลิ้นหวานสอดแทรกเข้ามา มู่เฉินตาเบิกโพลง อุ้มหญิงสาวไปที่เตียง มองหน้าสกาเล็ต คอนเนลลี่ที่ตอนนี้แดงปลั่ง เธอมันเซ็กซี่ตัวแม่ ยั่วยวนซะจนน้องชายตั้งโด่