ก้านธูปในกระถางทองเหลืองมอดไหม้ลงไปจนเกือบหมดดอก แสงเทียนในห้องหอวูบไหวตามแรงลมราตรีที่พัดกรรโชกอยู่ภายนอก
ไป๋ลั่วเดินวนไปวนมาอยู่กลางห้องด้วยความกระวนกระวายใจ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่น สายตาชะเง้อมองไปที่ประตูทุกครั้งที่มีเสียงลมพัด นางพยายามบอกตัวเองว่านางไม่ได้ห่วงเขา นางแค่กลัวว่าเขาจะผิดสัญญา ...แต่ลึกๆ ในใจกลับร้อนรุ่มกลัวว่าบิดาของนางจะทำอะไรลงไป
ปัง!
เสียงประตูเรือนถูกผลักเปิดออก ไป๋ลั่วสะดุ้งสุดตัว นางรีบหันขวับไปมอง และภาพที่เห็นก็ทำให้นางลืมทิฐิที่มีไปจนสิ้น
ร่างสูงใหญ่ของหลี่หยางยืนโงนเงนอยู่ที่หน้าประตู สภาพของแม่ทัพผู้เกรียงไกรบัดนี้ดูอิดโรยและมอมแมมจนน่าใ เสื้อผ้าเนื้อดีเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและน้ำค้าง ชายเสื้อขาดวิ่นเล็กน้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิง และเขากำลังยืนขาสั่นระริกราวกับคนไม่มีแรง
"ทะ... ท่านอ๋อง!"
ไป๋ลั่วร้องเรียกเสียงหลง นางถลันเข้าไปประคองร่างหนาที่ทำท่าจะทรุดลงกับพื้นทันที
"ท่านไปโดนอะไรมา! ทำไมสภาพถึงเป็เช่นนี้!" นางถามด้วยความตื่นตระหนก กลิ่นกายของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและไอดิน
"ลั่วเอ๋อร์..." หลี่หยางเงยหน้าขึ้นมองนาง ริมฝีปากที่แห้งผากคลี่ยิ้มบางๆ อย่างอ่อนแรง "พี่กลับมาแล้ว... พี่ทำตามสัญญาแล้ว..."
เขาโถมน้ำหนักตัวลงมาพิงนาง ไป๋ลั่วต้องรีบพยุงเขาไปนั่งที่ตั่งเตียงอย่างทุลักทุเล ทันทีที่เขานั่งลงเขาก็นิ่วหน้าด้วยความเ็ป มือหนากุมที่หัวเข่าทั้งสองข้าง
ไป๋ลั่วเห็นดังนั้น สัญชาตญาณหมอก็ทำงานทันที นางรีบถลกขากางเกงของเขาขึ้น และต้องยกมือทาบอกด้วยความใ
หัวเข่าแกร่งทั้งสองข้างบวมเป่งและแดงช้ำอย่างน่ากลัว ิัถลอกจนมีเืซึมออกมาเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาต้องคุกเข่าอยู่บนพื้นแข็งๆ เป็เวลานานหลายชั่วยาม
"นี่ท่าน..." นางเงยหน้ามองเขา น้ำตาคลอเบ้า "ท่านพ่อสั่งลงโทษท่านหรือ?"
"เปล่า..."
หลี่หยางส่ายหน้า เอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้นาง
"พี่ทำเอง... พี่คุกเข่าขอขมาท่านพ่อตา พี่อยากพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าพี่จริงใจกับเ้าแค่ไหน"
คำตอบนั้นทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของไป๋ลั่วพังทลายลง นางมองรอยแผลที่เข่าด้วยความรู้สึกที่จุกแน่นในอก ผู้ชายหยิ่งยโสอย่างเขา ยอมลดตัวลงไปคุกเข่าตากน้ำค้างเพื่อผู้หญิงอย่างนาง...
"ท่านมันคนโง่..." นางดุเสียงเครือ แต่รีบหันไปะโสั่งบ่าวไพร่หน้าห้อง "เสี่ยวชุ่ย! ไปยกสำรับข้าวต้มกับยามาให้ท่านอ๋องเดี๋ยวนี้! แล้วเอาน้ำอุ่นมาเช็ดตัวด้วย!"
ไม่นานนักสำรับอาหารร้อนๆ ก็ถูกยกเข้ามาวางบนโต๊ะ ไป๋ลั่วตักข้าวต้มใส่ถ้วย เป่าจนหายร้อนแล้วยื่นส่งให้เขา
"กินเสียสิเ้าคะจะได้มีแรง ท่านคงไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน"
หลี่หยางมองถ้วยข้าวต้ม แล้วมองหน้าภรรยา เขาแสร้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ยกแขนขึ้นมาช้าๆ แล้วปล่อยตกลงข้างตัวราวกับไร้เรี่ยวแรง
"โธ่... ลั่วเอ๋อร์..."
เขาทำเสียงอ่อย แววตาเว้าวอนเหมือนลูกสุนัขาเ็
"มือพี่สั่นไปหมดแล้ว... ยกช้อนไม่ไหวเลย แขนพี่ล้าไปหมด"
"ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แค่ถือช้อนยังไม่มีแรงเชียวหรือ?" ไป๋ลั่วหรี่ตามองอย่างรู้ทัน
"ก็พี่คุกเข่าตากลมตากแดดมาทั้งวัน..."
เขาตัดพ้อเสียงเศร้า แต่แอบชำเลืองมองปฏิกิริยานาง
"เรี่ยวแรงมันหายไปหมดแล้ว... หากเ้าไม่เมตตา พี่คงต้องนอนหิวตายคาเตียงแน่ๆ"
ไป๋ลั่วถอนหายใจยาว พยายามกลั้นยิ้มกับท่าทางมารยาของเขา นางขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ ใช้ช้อนตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าอีกครั้ง แล้วจ่อไปที่ปากของเขา
"อ้าปากสิเ้าคะ... เด็กโข่ง"
หลี่หยางยิ้มกว้างจนตาหยี รีบอ้าปากรับข้าวต้มจากมือนางราวกับเป็อาหารทิพย์
"อร่อย..." เขาเคี้ยวตุ้ยๆ สายตาจ้องมองใบหน้างามไม่วางตา "อร่อยที่สุดในชีวิตพี่เลย"
"ก็แค่ข้าวต้มธรรมดา" นางบ่นอุบอิบ แต่ก็ตักคำต่อไปป้อนเขาเรื่อยๆ
"ไม่ใช่เพราะข้าวต้มหรอก..." หลี่หยางกลืนลงคอ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน "แต่อร่อยเพราะเ้าป้อนต่างหาก"
ไป๋ลั่วหน้าแดงซ่าน รีบยัดช้อนเข้าปากเขาเพื่อหยุดคำพูดเลี่ยนๆ "กินเข้าไปเงียบๆ เลยเ้าค่ะ! พูดมากเดี๋ยวข้าก็เทราดหัวเสียหรอก"
หลี่หยางหัวเราะร่าอย่างมีความสุข เขายอมกินข้าวต้มจนหมดถ้วยโดยมีภรรยาคอยปรนนิบัติเอาใจ เมื่ออิ่มหนำ เขาก็คว้ามือบางมากุมไว้แน่น แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ความลึกซึ้งและจริงจัง
"หายเหนื่อยแล้ว..."
เขากระซิบเสียงพร่า พลางดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิด
"ขอบคุณนะลั่วเอ๋อร์... ขอบคุณที่ดูแลพี่"
ไป๋ลั่วชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำขอบคุณที่แสนจริงใจ นางเม้มริมฝีปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเพื่อปกปิดความหวั่นไหวในอก ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือของตนเองออกจากการกอบกุมของเขาอย่างสุภาพ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามปั้นให้ดูห่างเหิน
"ไม่ต้องขอบใจข้าหรอกเ้าค่ะ อย่างน้อยข้าก็เป็ฮูหยินในนาม ต้องทำหน้าที่มิให้สกุลไป๋เสียชื่อ หากปล่อยให้สามีนอนตายคาเรือน ผู้คนจะครหาเอาได้ว่าลูกสาวสกุลไป๋ดูแลคนของตนบกพร่อง"
คำพูดตัดพ้อที่อ้างเื่เกียรติยศนั้น ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่หยางจางหายไป กลับกันเขากลับรั้งร่างนุ่มนิ่มให้เกยขึ้นมาอยู่บนหน้าตักแกร่งอย่างถือวิสาสะ
"ฮูหยินในนามงั้นรึ?" หลี่หยางกระซิบชิดใบหู ั์ตาคมกริบพราวระยับ
"หลังจากคืนนี้ไป... พี่จะทำให้เ้าลืมคำว่าฮูหยินในนามไปเสียหมด พี่จะทำให้พันธะของเราไม่ใช่เพียงแค่ตามราชโองการที่ผูกมัด แต่จะลงลึกถึงความผูกพันทั้งกายและใจจนสมบูรณ์!"