“ว่าแต่ท่านไม่มีพรให้บ้างเหรอคะ เพราะฉันไปที่นั้นโดยไม่รู้อะไรเลยและไม่มีอะไรเป็ต้นทุนชีวิตเลยนะคะ สัก 3 ข้อก็ยังดี” หญิงสาวพูดไปก็จ้องเขม็งไปที่เฒ่าจันทรา ถ้าสายตาสามารถพูดได้คงจะพูดว่า
‘จงให้พรซะดี ๆ อย่าได้ปฏิเสธเชียวเพราะท่าน ฉันจึงต้องตาย’
“1 ข้อ ข้าให้เ้าได้แค่ 1 ข้อเท่านั้น มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะข้าต้องแลกตบะเซียนของข้าเพื่อให้พรกับเ้า” เฒ่าจันทราคิดไปก็เสียดายตบะของตนเอง แต่จะทำไงได้ มันคือความผิดพลาดของเขาเอง ดังนั้นก็ต้องรับผิดชอบกันไป
“ได้ค่ะ” เอาว่ะ 1 ข้อก็ 1 ข้อ ดีกว่าไม่ได้เลย
“เ้าจะขออะไรล่ะว่ามาได้เลย ข้าจะพิจารณาว่าให้ได้หรือไม่” หวังว่าสิ่งที่เ้าขอจะไม่ยากเกินไปนะ ไม่งั้นยุ่งยากแน่
ว่าแต่จะเราขออะไรดีนะ อืม... ระหว่างคิดน้ำหวานก็กอดอกหลับตาและลูบคางตัวเอง อ๊ะ!! งั้นเอาอันนี้ละกัน ทันใดนั้นน้ำหวานก็ลืมตาขึ้นพร้อมดีดนิ้ว ก่อนจะพูดว่า
“ขอความรู้และความทรงจำโลกเดิมทั้งหมด เอาแบบที่จัดเป็หมวดหมู่ในสมอง เมื่อคิดหรืออยากรู้เื่ไหนก็ค่อยโผล่ขึ้นมาแบบนั้นอะค่ะ อ้อ.. และก็ขอให้เรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้อื่น 10 เท่าด้วยนะคะ”
พูดจบ ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจให้กับตนเอง เพราะว่าในความคิดของน้ำหวานนั้นไม่มีอะไรที่ทรงพลังไปมากกว่าความรู้อีกแล้ว ดังคำกล่าวที่ว่า รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา นั้นเอง
“ตกลง คำขอนี้ข้าสามารถให้เ้าได้ แต่ระหว่างที่ข้ามอบความรู้ให้เ้า มันจะเ็ปหน่อยนะ เพราะมันเยอะมาก เ้าต้องอดทน ห้ามหยุดกลางคัน ไม่เช่นนั้นจะต้องเริ่มใหม่ั้แ่แรกจนกว่าจะครบ เ้ายินดีรึไม่”
เฒ่าจันทราตอบตกลงคำขอ แล้วบอกถึงคำเตือนและข้อควรระวังด้วยความเป็ห่วง ซึ่งความรู้ทั้งหมดที่จะให้มันเยอะมากจริง ๆ
“ฉันยินดีค่ะ” หญิงสาวตกลงยอมรับ
“เ้าพร้อมที่จะเริ่มเลยรึไม่ ถ้าพร้อมเ้าก็นั่งลงทำสมาธิและปล่อยจิตใจให้ว่างเสีย”
“ฉันพร้อมแล้วค่ะ เริ่มได้เลย” เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ และนั่งลงเพื่อตั้งสมาธิ พร้อมทั้งให้กำลังใจตัวเองว่า ฮึบ ๆ สู้ ๆ เราทำได้
เมื่อได้ฟังหญิงสาวตอบเช่นนั้น เฒ่าจันทราจึงเดินมาด้านหลังของนาง จากนั้นวางมือทาบบนศรีษะชั่วครู่และผละออกไปนั่งสมาธิข้าง ๆ เพื่อรักษาพลังตบะที่เสียไปให้กลับมาเสถียรอีกครั้ง และคิดกับตนเองว่า
‘ข้าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ร้อยกี่พันปีกันกว่าพลังจะกลับมาเท่าเดิม เมื่อครู่ก็เสียไปเกินครึ่ง ไม่น่าเลย ข้าไม่น่าเลยจริง ๆ’
ซึ่งระหว่างนั้นหากคนนอกมองมาจะเห็นได้ว่า มีเส้นสายหลากหลายสีสันกำลังค่อย ๆ ซอนไซเข้าสู่สมองของหญิงสาวมากมายเลยทีเดียว
ย้อนกลับไปขณะที่เฒ่าจัันทรากำลังวางมือบนศรีษะนั้น น้ำหวานก็เริ่มรู้สึกปวดหัวและเจ็บแปลบ ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องกัดฟันอดทนไว้และท่องว่า เราทำได้ เราทำได้ เราต้องทำได้ มีตัวหนังสือและภาพต่าง ๆ ไหลผ่านความคิดไปมากมาย วนเวียนอยู่อย่างนั่น ไม่จบไม่สิ้น
ไม่รู้ว่าเวลาไหลผ่านไปนานเท่าใด แต่สำหรับหญิงสาวแล้วมันโคตรนานเลย นานมาก เมื่อไหร่จะสิ้นสุดสักทีนะ จะไม่ไหวแล้ว
จนกระทั้งสุดท้ายน้ำหวานทนไม่ไหวจริง ๆ จึงกรีดร้องออกมาและสลบลงไปทันที แต่เดชะบุญก่อนที่เธอจะสลบไปนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็สิ้นสุดพอดี (รอดตัวไป ไม่งั้นเริ่มใหม่อีกรอบ เธอตายแน่/ไรท์)
ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วยามหลังจากหญิงสาวสลบไป
น้ำหวานก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติจากนั้นรีบลุกขึ้นนั่งในทันที สิ่งแรกที่น้ำหวานทำเลยก็คือ ลูบคลำไปที่หัวของตัวเองก่อนเพื่อสำรวจว่ามันยังอยู่ดีไหม ไม่ใช่ว่าะเิเป็โกโก้ครั้นซ์ไปแล้วนะ (อ๊ะ ล้อเล่น) และเมื่อรู้ว่าหัวของตัวเองยังอยู่ดีอยู่ครบน้ำหวานก็ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกและพูดออกมาว่า
“โอ้ว ฉันรอดตายมาได้หรือนี่ สุด ๆ จริง ๆ เลยนะ แต่จะบ้าเหรอเราตายแล้วจะมาตายอีกรอบได้ไง ไม่ได้ ๆ ว่าแต่ท่านผู้เฒ่าหายไปไหนนะ ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย แค่สลบไปแค่นี้ถึงกับหนีหายไปเลยเหรอ ใจร้ายจริง ๆ”
น้ำหวานหันซ้ายหันขวา เพื่อมองหาว่าผู้เฒ่าจันทราหายไปไหน แต่แล้วก็ถึงกับต้องสะดุ้งเพราะคนที่ตนเองกำลังมองหานั้นได้นั่งอยู่ข้าง ๆ และจ้องมองมาด้วยสายตาคมกริบและเจือแววตำหนิอยู่นั่นเอง สงสัยจะได้ยินที่เธอพูดเมื่อกี้ แต่ไม่เป็ไรเราเป็เด็กดี ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ (เธอจะทำอะไรอี๊กกก/ไรท์)
“หนูขอโทษคร้าาา ที่เมื่อครู่บอกว่าท่านหนีหายไป ไม่มีความรับผิดชอบ” พูดพร้อมพนมมือไหว้พร้อมกับกระพริบตาปริบ ๆ ร้องขอความเมตตา นัยตาสื่อความว่า ให้อภัยหนูเถอะ นะ นะ นะ หนูผิดไปแล้ว
เฒ่าจันทรามองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจและบอกตัวเองว่า อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา (เอ๊ะยังไง)
“ถ้าเ้าไม่พูดซ้ำว่า ข้าหนีหายและไม่มีความรับผิดชอบ มันก็จะดีกว่านี้นะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ว่าแต่เ้าอาการดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ ถ้าดีขึ้นข้าจะได้ส่งเ้าไปเกิดใหม่สักที นี่ก็เสียเวลามานานมากแล้ว” ข้าจะรีบไปร่ำสุรา คิดแล้วก็เปรี้ยวปากจริง ๆ เฒ่าจันทราได้แต่คิดในใจ
“ฉันอาการดีขึ้นแล้ว และก็พร้อมจะไปเกิดใหม่ มาก ๆ เลยค่ะ” คึกคักขั้นสุด
“ดี งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”
เฒ่าจันทราพาน้ำหวานออกมาจากมิติว่างเปล่าของตนเพื่อไปยังสถานที่ส่งเกิด
ซึ่งเมื่อทั้งสองคนมาถึงก็จะพบว่าด้านหน้ามีสระน้ำอยู่สองฝั่ง ซึ่งเมื่อน้ำหวานได้สอบถามด้วยความสงสัยว่ามันคืออะไร เฒ่าจันทราก็บอกว่า ฝั่งซ้ายสำหรับไปโลกอดีตส่วนฝั่งขวาไปโลกอนาคต และสำหรับน้ำหวานคนนี้ก็ต้องฝั่งขวาอยู่แล้วเพราะเธอเลือกที่จะไปโลกอนาคตนั่นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า
เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ผู้เฒ่าจันทราจึงบอกให้น้ำหวานเดินไปที่สระฝั่งขวาได้เลย และท่านก็ได้อวยพรให้เธอโชคดีด้วยนะ ช่างใจดีจริง ๆ เลย อิอิ
“ลั้ลลา ลั้ลล้า ใครจะไปอนาคตนะ ฉันน่ะซิ ฉันน่ะซิ”
หญิงสาวเดินไปก็ะโโย้งเย้ง อย่างกับม้าดีดกระโหลก และฮึมฮัมเพลงไปตามเื่ตามราวของคนบ้า (เหรอ) พร้อมกันนั้นก็คิดวาดฝันถึงโลกอนาคตอันสดใส สตรีมเมอร์เอย AI เอย น้องจ๋าพี่มาแล้วจ้าาา
แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็เหมือนอย่างที่เธอคิดวาดฝันเสียแล้ว
เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะความซุ่มซ่ามของเธอน่ะซิ เดินดี ๆ ไม่ได้ สะดุดขาตัวเองตกสระด้านซ้ายเรียบร้อยโรงเรียนอะไรดีล่ะ
“เหวอ…. เหวอ…. ม่ายยยยยย ไม่เอาฝั่งซ้าย ไม่เอา จะเอาฝั่งขวา ไม่นะ ม่ายยยยยย โลกอนาคตของฉานนนนนนน” น้ำหวานถลาไปข้างหน้าและตกสระไปทันที
“ตู้ม!!!!”
เฒ่าจันทราเองก็ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามาก เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน
หลังจากตั้งสติได้เขาจึงรีบไปตรวจสอบดูว่าที่ ๆ หญิงสาวได้ไปผุดไปเกิด… เอ้ย… ไปเกิดใหม่นั้นคือที่ไหน เมื่อรู้แล้วด้วยความสงสารจึงให้พรไปอีกหนึ่งข้อเพื่อให้นางสามารถอยู่รอดในโลกนั้นได้อย่างปลอดภัย ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยพลังของเขาเกือบทั้งหมด
จากนี้เขาคงจะต้องกักตนบำเพ็ญเพียรไปอีกนานกว่าพลังจะกลับมาเท่าเดิม
หลังจากนั้นผู้เฒ่าจันทราก็ค่อย ๆ หายตัวกลับ์ไป เหลือเพียงความว่างเปล่าของสถานที่เท่านั้นเอง