ตอนนี้เป็เวลาเกือบสองทุ่มครึ่ง ละครหลังข่าวที่เพิ่งเล่นไม่นาน กำลังดำเนินเื่เข้มข้นอยู่ในจอสี่เหลี่ยมสีดำโดยมีแม่ที่กำลังอินในบทละคร อีกทั้งบ่นนางเอกที่ไม่ยอมรับรักพระเอกสักที
“นางเอกนี่ก็จะงอนไปถึงตอนไหนไม่รู้” แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ ทำให้พ่อที่นั่งเล่นมือถือข้างๆถึงกับหัวเราะลั่น
“แม่นี่ก็อินกับละครเกินไปแล้วนะ”พ่อพูดแล้วยังขำไม่หยุด ทำให้ไนร่าและตะวันถึงกับอดขำไม่ไหว
“นานๆนั่งดูทีวีด้วยกันก็สนุกดีนะคะ” ไนร่าหันไปพูดกับแม่
“ใช่จ้ะลูก”
“ว่าแต่ตะวันเริ่มเตรียมของหรือยังจ้ะเดี๋ยวก็ได้กลับแล้วนะ”
“ยังเลยครับแม่ไม่มีอะไรเยอะหรอกครับ”
“ไม่อยากให้กลับเลยอ่ะ”เด็กสาวตัวเล็กหันไปเกาะแขนพี่ชาย
“ไม่ต้องงอแงเลย” ตะวันยกมือขึ้นไปลูบหัวน้องสาว
“พรุ่งนี้พี่มีแข่งฟุตบอลไปด้วยมั้ย?”
“ไปดีมั้ยน้า”
“ถ้าแข่งเสร็จแล้วเดี๋ยวพาไปเลี้ยงขนม”
“ไปค่ะงั้นหนูไปนอนก่อนนะเดี๋ยวตื่นสาย” ไนร่าเด้งตัวออกจากโซฟาก่อนจะรีบเดินขึ้นห้อง ทำให้พ่อแม่และพี่ชายหัวเราะขึ้นมา
“ไม่ค่อยเห็นกินเลย” ตะวันยิ้มและส่ายหัวเบาๆ
เช้าวันเสาร์ สนามฟุตบอล
“โห คนเยอะจัง” ไนร่าที่เดินตามหลังพี่ชาย
“ตามมาห้ามหลงละ พี่ไม่ตามหานะ”
เด็กสาวยืนทำหน้าบึ้งให้พี่ชายแต่ก็เดินตามมาแต่โดยดี
“ไนร่าพี่นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” คิมที่อยู่ในชุดฟุตบอลสีขาว
“ไม่ได้มานานแล้วค่ะอยากมาดูพี่ตะวันแข่งด้วย”
“อยากกินขนมก็บอก” ตะวันหัวเราะ
“นั่งรอตรงนี้นะ” ตะวันหันไปบอกน้อง ให้นั่งรอที่อัฒจันทร์ข้างสนาม
ไนร่านั่งมองดูพี่ชายที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนๆเธอกวาดสายตาไปบริเวณรอบๆ สนาม ก็มีนักฟุตบอลจำนวนมากไม่ต่ำกว่าสิบทีมไม่นานพี่ชายของเธอก็ลงสนาม ระหว่างที่นักฟุตบอลทำการแข่งกันเธอจ้องมองไปที่คิมที่กำลังเลี้ยงลูกฟุตบอลอย่างทะมัดทะแมง ตอนที่พี่เขาจริงจังก็ดูเท่ไม่เบาเลยนะไนร่าที่คิดในใจ
ปี๊ด ปี๊ดเสียงสัญญาณนกหวีดซึ่งบ่งบอกว่าได้จบการแข่งขันแล้ว
“สนุกมั้ยไนร่า?”คิมที่เพิ่งแข่งจบวิ่งมาหาไนร่าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว
“ไนร่าน่าจะเป็ฝ่ายถามพี่มากกว่า” เธอแอบขำ
“วันนี้ชนะเพราะน้องสาวคนสวยมาดูนี่เอง” ตะวันเดินเข้ามานั่งข้างๆน้องสาว
“เหงื่อเต็มเลยเหนื่อยมั้ยคะ?” เธอหันไปถามพี่ชาย แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“เหนื่อยแต่สนุกมากกว่าใช่มั้ยครับพี่คิม?” ตะวันหันไปถามคิมที่กำลังยืนดื่มน้ำ
“พี่ไม่เหนื่อยเลยวันนี้ไนร่ามาดู มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย”เขาหันไปหาไนร่าและยิ้มให้เธอ
“จีบเบาๆนะครับ เกรงใจพี่ชายเค้าบ้าง”ตะวันพูดแกล้งคิมที่กำลังจีบน้องสาวตัวเอง ทำให้ไนร่าและคิมหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“แล้วจะไปไหนกันต่อมั้ย?”
“ว่าจะพาน้องสาวตัวแสบไปกินขนมต่อครับ”
“เวลาที่รอคอยมาแล้ว” ไนร่าแสดงท่าทีที่ดีใจ
“พี่คิมไปด้วยกันมั้ยครับ?”
“ไปสิพี่ก็อยากกินอยู่พอดี”
พูดจบทั้งสามก็ไปที่ร้านคาเฟ่ร้านโปรดของไนร่าที่อยู่ไม่ไกลจากสนามฟุตบอลก่อนจะกินเสร็จและแยกย้ายกันกลับบ้าน
บ้านไนร่า
หลังจากที่กลับจากร้านคาเฟ่ไนร่าก็เข้าครัวมาช่วยแม่ทำอาหารอย่างว่าง่าย
“ไนร่าล้างผักเสร็จแล้วไปตามพี่กับพ่อ มากินข้าวด้วยนะลูก” แม่ที่กำลังลงมือปรุงแกงจืดหันมาบอกลูกสาว
“ค่ะแม่”
เมื่อทุกคนมาพร้อมก็รับประทานอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาหลังจากที่ทานข้าวเสร็จเรียบร้อยไนร่าจึงขอตัวขึ้นมาบนห้อง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ เสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล”
“คิดถึงจัง” ปลายสายเป็เสียงของสกาย
“คะ?”
“พี่คิดถึงก็เลยโทรหา”
“ทานข้าวหรือยังครับ?”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“พี่ก็ทานแล้วนะ”
“ยังไม่ถามเลยค่ะ”
“พี่บอกก่อนยังไงไนร่าคงไม่ถามพี่กลับ”เขาแอบหัวเราะ
“แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ?”
“กำลังจะไปอาบน้ำค่ะมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“วันนี้พระจันทร์สวยนะออกมาดูสิ” เขาพูดจบไนร่าก็เดินไปเปิดหน้าต่าง
“สวยจริงๆด้วย” เธอเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นพระจันทร์ดวงโต
“แต่พี่ว่าไม่สวยเท่ารอยยิ้มของไนร่าตอนนี้หรอก”
“พี่รู้ได้ยังไงคะว่าไนร่ายิ้มอยู่”
“มองลงมาที่หน้าบ้านสิ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ไนร่าถึงกับใผู้ชายร่างสูงกำลังยืนมองเธอ และโบกมือให้
“มาได้ไงเนี่ย”
“ก็บอกแล้วว่าคิดถึงอยากมาเห็นหน้าก่อนนอน จะได้ฝันดี”
“กลับได้แล้วค่ะมันดึกแล้ว”
“บอกฝันดีพี่ก่อนแล้วพี่ถึงจะกลับ”เขายังคงมีข้อต่อรอง
ไนร่าถึงกับถอนหายใจ
“ฝันดีนะคะ”
“ฝันดีนะครับพี่รักไนร่านะ”
เมื่อสิ้นประโยค เขาก็ขับรถออกไปไนร่าเอื้อมมือไปปิดหน้าต่าง
ตึก ตึกเสียงหัวใจของเธอเต้นเร็วและแรงอีกรอบ เธอหยุดนิ่งและคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่รอยยิ้มค่อยๆเผยออกมาที่มุมแก้ม อย่าเพิ่งเผลอใจไปให้เขาอีกรอบนะไนร่า