ร้านชำคนเป็ คนตาย
ตอนที่ 18: หนี้คนละกลิ่น
น้ำคาวซึมออกจากถาดหลักฐานเอง
มันไม่ได้ไหลมากพอให้เรียกว่านองพื้น แค่เป็เส้นบาง ๆ สีเทาหม่น เลื้อยจากขอบถาดพลาสติกบนเคาน์เตอร์ ผ่านใต้ใบเสร็จที่รินวางเรียงไว้ แล้วหยุดตรงเงาป้ายห้ามสวมรอยหน้าประตู
ไม่มีใครแตะถาด
ไม่มีใครกล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ
แต่กลิ่นคาวปลาเก่ากลับชัดขึ้น เหมือนแผงสดร้างทั้งแผงถูกยกมาไว้ใต้จมูก ทุกคนในร้านถอยหลังพร้อมกันครึ่งก้าว ยกเว้นรินที่ยืนหลังเคาน์เตอร์ มือหนึ่งจับปากกาเมจิก มือหนึ่งกดใบเสร็จไม่ให้ปลิว
ใบเสร็จแผ่นสุดท้ายจากตอนก่อนยังวางอยู่ตรงกลาง
```text
ดีลตรวจสอบตัวตน: เปิด
สิ่งที่ต้องชำระต่อไป: หลักฐาน
```
คำว่า `หลักฐาน` เปียกก่อนคำอื่น
หมึกดำบวมขึ้นราวกับกระดาษกำลังหายใจใต้ผิวน้ำ
รินมองเส้นน้ำคาวที่หยุดใต้ป้าย ไม่ใช่ใต้เท้าบาส
ดี
อย่างน้อยคืนนี้หลักฐานยังรู้จักเดินไปผิดทางน้อยกว่าคน
"ทุกคนอยู่ที่เดิม" รินพูด "ห้ามแตะ ห้ามอ่านออกเสียง ห้ามเรียกชื่อจริงของใครทั้งนั้น"
คิวสิบสองที่กำลังอุ้มเด็กครางเบา ๆ ชะงัก "แค่อ่านออกเสียงก็ไม่ได้เหรอ"
"ถ้าอ่านแล้วมีอะไรขานรับแทนคนอ่าน คุณรับผิดชอบไหวไหมคะ"
เด็กเงียบก่อนผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่เลยต้องเงียบตามเพื่อรักษาหน้าตัวเองไว้บ้าง
บาสยืนอยู่ด้านซ้ายของเคาน์เตอร์ ห่างประตูตามข้อจำกัดที่รินเพิ่งประกาศ เขาไม่ได้มองถาดหลักฐานนานเกินไป มือสองข้างว่าง เงายังช้ากว่าตัวครึ่งจังหวะเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่มีใครเสนอให้เขาออกไปนอกเส้นทันที
ข่าวลือแพงขึ้นแล้ว
คนเลยใช้ประหยัดลง
หมอกยืนอยู่ข้างชั้นเกลือที่ยังล็อกครึ่งหนึ่ง เขามองเส้นน้ำคาวด้วยสีหน้าที่บอกชัดว่าอยากเข้าใกล้ และควรถูกห้ามเข้าใกล้
รินเห็นสีหน้านั้นแล้วถอนหายใจ
"อย่าเพิ่งทำหน้าคนจะเอาจมูกไปเสียบหลักฐานค่ะ"
หมอกกะพริบตา "ผมยังไม่ได้ขยับ"
"หน้าคุณขยับไปก่อนตัวแล้ว"
บางคนในร้านเกือบหลุดหัวเราะ แต่เสียงจากนอกประตูเหล็กม้วนดังแทรกขึ้นก่อน
"จะตรวจอีกนานแค่ไหน คนเจ็บรออยู่นะ!"
หัวหน้ากลุ่มลานจอดรถ
เสียงเขาแข็งเหมือนเดิม แต่รินได้ยินอย่างอื่นซ้อนท้าย คราวนี้ไม่ใช่คำพูดชัด ๆ เป็เสียงหายใจเปียก ๆ ตามหลังพยางค์สุดท้าย เหมือนมีใครพูดช้ากว่าเขาครึ่งจังหวะ
ป้ายห้ามสวมรอยเหนือประตูสั่นเบา ๆ
รินไม่ตอบเขาทันที เธอหยิบกระดาษแข็งแผ่นใหม่ขึ้นมา เขียนตัวใหญ่พอให้ทั้งฐานเห็น
`ดีลทวนหลักฐานร่วม`
ปลายปากกาขูดกระดาษดังแกรก ๆ เสียงนี้ทำให้รินใจนิ่งขึ้นเสมอ ตั้งราคาสินค้ายังง่ายกว่าตั้งราคาความจริง แต่มันก็ยังต้องมีราคาอยู่ดี
เธอเขียนต่อ
```text
สินค้า: สิทธิ์อ่านหลักฐานหนึ่งรอบ
ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: เ้าของร้าน / ผู้ช่วยอ่านกลิ่น
เงื่อนไข: ห้ามเรียกชื่อจริง / ห้ามแตะหลักฐานด้วยมือเปล่า / ข่าวลือแทรกต้องจ่ายเป็ข้อกล่าวหา
```
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จรับงานทันที
แกรก
```text
ดีล: ทวนหลักฐานร่วม
ระดับเสี่ยง: กลาง-สูง
ต้นทุนเริ่มต้น: ความเงียบของฐาน / สิทธิ์อ่านกลิ่น 1 รอบ / การยอมให้ผลไม่ใช่คำตัดสิน
คำเตือน: หลักฐานไม่รับเสียงเชียร์
```
รินอ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วเงยหน้ามองคนในร้าน
"ร้านพูดสุภาพกว่าฉันมากค่ะ"
แม่ค้าลูกชิ้นกอดเด็กไว้แน่นขึ้น "แปลว่าเราต้องเงียบ?"
"แปลว่าใครอยากให้หลักฐานออกมาตามใจตัวเอง ต้องออกใบเสร็จต่างหาก"
ชายคนหนึ่งที่เมื่อครู่ทำท่าจะพูดหุบปากลงทันที
ดี
ความเงียบบางแบบไม่ต้องใช้เกลือกันิญญา แค่ให้คนจ่ายเองก็พอ
รินวางหลักฐานทีละชิ้นลงบนผ้าขาวที่ปูบนเคาน์เตอร์
ใบเสร็จของบาสในชื่อ `คิวเฝ้าแถวหนึ่ง`
เศษใบเสร็จจากแผงปลา
กระดาษข่าวลือที่ปลิวเข้ามา
ใบเตือนจากป้ายห้ามสวมรอย
และเหรียญดำที่ยายเภาทิ้งไว้เป็มัดจำคำเตือนครั้งถัดไป
เหรียญนั้นเย็นจนผ้าขาวรอบ ๆ มีไอน้ำจับเป็วง มันดูเหมือนเหรียญธรรมดาที่ตายแล้วและยังไม่ยอมไปไหน
"หมอก" รินเรียก
เขาก้าวเข้ามาใกล้ "ครับ"
"คุณอ่านได้ทีละชิ้น ไม่แตะชื่อเต็ม ไม่แตะเงาบาสตรง ๆ ไม่สูดจนตัวเองล้ม เพราะฉันไม่มีงบรับสมัครผู้ช่วยใหม่คืนนี้"
"รับทราบ"
"สิ่งแลกเปลี่ยนของคุณ?"
หมอกนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบ "ข้อมูลที่อ่านได้จริง แยกว่ากลิ่นไหนโยงกับหลักฐานไหน และแรงงานเฝ้าหลักฐานจนดีลจบ"
รินพยักหน้า "พอใช้ได้"
"พอใช้ได้นี่คือชม?"
"เป็ใบเสนอราคาที่ยังไม่ถูกปฏิเสธค่ะ อย่าเพิ่งดีใจ"
คราวนี้แม่ค้าลูกชิ้นหลุดเสียงลมหายใจคล้ายหัวเราะจริง ๆ ก่อนรีบก้มหน้าดูเด็กในอ้อมแขน
หมอกก้มลงเหนือใบเสร็จของบาสก่อน เขาไม่แตะกระดาษ แค่ยื่นมือเหนือมันห่างประมาณสองนิ้ว ปลายนิ้วเขาสั่นน้อยมาก แต่รินเห็น
เธอเห็นของพวกนี้เสมอ
คนที่บอกว่าตัวเองไหว มักเริ่มโกหกจากนิ้วมือก่อนปาก
หมอกหลับตา
"กระดาษเปียก" เขาพูดช้า ๆ "คาวปลา หมึกเก่า แล้วก็กลิ่นฝนที่ติดเหมือนถูกเอาไปแขวนไว้ขอบเงา ไม่ได้ซึมจากข้างในตัว"
บาสเงยหน้าขึ้นนิดเดียว แล้วหยุด เหมือนกลัวว่าการโล่งใจเร็วเกินไปจะกลายเป็หลักฐานอีกอย่าง
"อ่านต่อ" รินสั่ง
หมอกขยับไปที่เศษใบเสร็จแผงปลา
ทันทีที่เงามือเขาผ่านเหนือเศษกระดาษ รอยนิ้วหมึกต่ำที่ติดอยู่ตรงขอบก็เข้มขึ้น มันไม่ใช่รอยนิ้วคนปกติ นิ้วเหมือนลากจากพื้นขึ้นมาหากระดาษ ไม่ใช่กดจาก้าลงไป
คนในฐานขยับถอย
รินยกมือห้าม "ถอยได้ แต่อย่าเหยียบเส้นเกลือ"
เส้นเกลือหน้าร้านยังบางลงจากหลายดีลก่อนหน้า เธอไม่อยากเสียทรัพยากรเพิ่มเพราะผู้ใหญ่ใแล้วเดินมั่ว เื่แบบนี้ไม่มีใบเสร็จลดราคา
หมอกสูดลมหายใจสั้น ๆ
"ชิ้นนี้หนักกว่า" เขาพูด "กลิ่นคาวเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ที่แขวน มันเหมือนที่เก็บบัญชี กลิ่นชื่อคนหลายชื่อทับกัน มีเสียงเคี้ยวอยู่ข้างใต้"
คำว่าเสียงเคี้ยวทำให้เด็กในอ้อมแขนแม่ค้าลูกชิ้นเริ่มร้องไห้เบา ๆ
รินหยิบดินสอขึ้นมาจดบนกระดาษแยก
`บาส: หนี้แขวน`
`แผงปลา: ที่เก็บบัญชี / หลายชื่อ`
เธอชอบจด
การจดทำให้ความกลัวถูกบังคับให้เรียงแถวเหมือนสินค้า
"แล้วข่าวลือ?" รินถาม
หมอกเลื่อนมือไปเหนือเศษกระดาษที่เขียนว่า `ขับออกก่อนค่อยตรวจ`
กระดาษพลิกกลับเอง
ด้านหลังมีรอยนิ้วหมึกต่ำติดตรงมุมล่างเหมือนกัน แต่บางกว่า เหมือนของที่เลียนแบบมาจากต้นฉบับแล้วหมึกไม่พอ
หมอกลืมตาทันที "อันนี้ไม่ใช่กลิ่นบาส"
คนในฐานขยับอีกครั้ง ความหวังและความผิดหวังปนกันจนร้านเหม็นเหมือนกล่องของคืนจากลูกค้าที่แกะแล้วไม่ยอมรับว่าแกะ
"แปลว่าเขาไม่ผิดใช่ไหม" คิวสิบสองถามเร็ว
บาสเองก็หันมามองริน
รินวางปากกาลงช้า ๆ
"ไม่เหมือนกัน แปลว่ายังเอามาปนบัญชีเดียวกันไม่ได้ค่ะ" เธอตอบ "ไม่ได้แปลว่าแจกใบรับรองความดี"
คิวสิบสองเม้มปาก
"แล้วจะให้เขาอยู่ต่อจนเมื่อไร" อีกคนถาม "เราเสี่ยงกันหมด"
"จนกว่าดีลตรวจสอบจะมีผลมากพอให้ตัดสิน" รินตอบ "หรือจนกว่าใครมีหลักฐานจริงและยอมจ่ายตามกฎ"
"พูดเหมือนบาสเป็ลูกค้าพิเศษ"
"พูดเหมือนคนในร้านนี้ยังไม่ควรถูกขายออกไปเพราะคนอื่นกลัวค่ะ"
คำตอบนั้นทำให้ห้องเงียบ
รินรู้ว่ามันแทงใจ บางทีเธอก็พูดตรงเหมือนเอาป้ายราคาติดบนแผลสด แต่คืนนี้แผลสดมีหลายแผล และเธอไม่มีผ้าพันแผลพอสำหรับความรู้สึกของทุกคน
เสียงจากหน้าประตูดังขึ้นอีก
"ถ่วงเวลาไปก็เท่านั้น!"
หัวหน้าลานจอดรถ
แต่คำว่า `เท่านั้น` มีเสียงอีกเสียงตามหลัง
เท่า...นั้น...
เปียก ยืด และเย็น
ป้ายห้ามสวมรอยเหนือประตูสั่นแรงกว่าเดิม หมึกบนคำว่า `สวมรอย` ไหลลงหนึ่งหยด หยดนั้นไม่ตกพื้น แต่ยืดค้างเหมือนน้ำลายสีดำ
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังแกรก
```text
เสียงผู้กล่าวหา: มีเ้าของ / มีผู้ยืม
ตำแหน่งกลิ่น: หน้าร้าน-ลานจอดรถ
ความเกี่ยวข้องกับผู้ถูกตรวจ: ไม่ตรงหนี้หลัก
```
คนในร้านมองประตูพร้อมกัน
ด้านนอกมีเสียงโลหะขูดพื้นเบา ๆ ชะแลงของชายคนนั้นยังอยู่ใกล้มือ หรือมือยังอยู่ใกล้ชะแลง รินไม่แน่ใจว่าแบบไหนแย่กว่า
"คุณหน้าประตู" รินพูดเสียงเรียบ "ถ้าจะกล่าวหาเพิ่ม รับใบเสร็จผู้กล่าวหาได้เลยค่ะ"
ไม่มีคำตอบ
มีแต่เสียงหายใจซ้อนดังขึ้นหนึ่งครั้ง แล้วขาดหายไป
เศษข่าวลือบนพื้นพลิกกลับเองอีกสองแผ่น ด้านหลังมีรอยนิ้วหมึกต่ำเหมือนกันทุกแผ่น รอยนั้นชี้ไปทางประตู ไม่ใช่ไปทางบาส
หมอกก้มมองรอยนิ้ว "มันใช้ปากคนเป็ส่งของเข้ามา"
"ข่าวลือเป็ของ?" รินถาม
"ในคืนนี้ เหมือนใช่"
"ยอดเยี่ยม" รินพูด "โลกแตกแล้ว ของปลอมยังมีบริการส่งถึงหน้าร้าน"
ไม่มีใครหัวเราะอีกครั้ง
แต่ความตึงในร้านเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ได้เบาลง แค่เริ่มมีทิศทาง เหมือนคนที่หลงตลาดตอนกลางคืนเห็นป้ายทางออก แต่ป้ายนั้นเขียนด้วยหมึกเืและคิดค่าผ่านทาง
หมอกเลื่อนมือไปเหนือเหรียญดำของยายเภา
รินเกือบห้าม แต่เครื่องพิมพ์เงียบ
แปลว่าร้านยอมให้ทำ
ชั่วคราว
หมอกแตะอากาศเหนือเหรียญ ไม่แตะเหรียญจริง กลิ่นหมากแห้งกับธูปเย็นลอยขึ้นทันที เขาหน้าซีดลงหนึ่งระดับ
"มีคำเตือนค้างอยู่" เขาพูด "ไม่ใช่คำตอบ เป็ทางเดิน"
"ทางไหน"
"ศาลเ้าตลาด"
คำนี้ทำให้แม่ค้าลูกชิ้นเงยหน้าทันที "ศาลเ้าตรงหัวมุมซอยหลังตลาดน่ะเหรอ"
รินมองเธอ "รู้จัก?"
"ใครขายของในตลาดก็รู้จักทั้งนั้นค่ะ ก่อนฝนตกยังมีคนไปจุดธูปขอให้ขายดีอยู่เลย"
"แล้วหลังฝนตก?"
แม่ค้าลูกชิ้นกลืนน้ำลาย "ไม่มีใครอยากรู้ว่าธูปยังติดอยู่ไหม"
ดีมาก
สถานที่ที่คนไม่อยากรู้ มักเป็ที่ที่เื่จริงไปซ่อน เพราะค่าเช่าถูกและไม่มีใครแย่ง
หมอกยังไม่ถอยจากโต๊ะหลักฐาน ปลายนิ้วเขาเริ่มมีละอองฝนสีเงินเกาะ รินเห็นแล้วขยับเข้าไปใกล้ทันที
"พอ"
"ผมอ่านต่อได้" หมอกพูด แต่เสียงต่ำลงกว่าปกติ
"ได้ค่ะ" รินตอบ "แต่ร้านยังไม่ได้ตั้งงบงานศพผู้ช่วย"
หมอกลืมตา มองเธอ
เสี้ยวหนึ่ง รินเห็นเขาอยากเถียง เหมือนคนที่เชื่อว่าถ้ายอมเจ็บอีกนิดจะช่วยทุกคนได้เร็วขึ้น
น่ารำคาญ
และน่ากลัว
คนแบบนี้ถ้าอยู่ในร้านค้าทั่วไปคงเป็พนักงานที่ทำงานเกินเวลาแล้วไม่ลงโอที จากนั้นล้มป่วยให้เ้าของร้านต้องรับผิดชอบทีหลัง
รินจับข้อมือเขาไว้ ไม่แรง แต่พอให้มือเขาหยุดเหนือหลักฐาน
ความเย็นจากปลายนิ้วหมอกไต่เข้ามาถึงฝ่ามือเธอ
"คุณเป็ผู้ช่วยอ่านกลิ่น ไม่ใช่สินค้าใช้แล้วทิ้ง" เธอพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคนกับผีที่ชอบแอบฟัง "อย่าทำตัวเหมือนลดราคาล้างสต็อก"
หมอกนิ่งไป
"คุณเกือบตัดสินบาสจากความกลัว" เขาพูดเบาเท่ากัน
รินหายใจเข้าช้า ๆ
คำพูดนั้นตรง
และถูก
แย่มากที่ถูก
"รู้" เธอตอบ "เพราะงั้นตอนนี้ฉันถึงต้องให้หลักฐานจ่ายใบเสร็จก่อนความกลัว"
หมอกมองเธออยู่อีกครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า
"งั้นผมจะอ่านเท่าที่จ่ายไหว"
"ดีค่ะ ประโยคนั้นควรสอนทุกคนในฐาน รวมถึงผีด้วย"
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานทันที เหมือนร้านชอบคำนี้มากกว่าที่ควร
```text
ผู้ช่วยอ่านกลิ่น: หยุดก่อนเกินต้นทุน
สถานะ: รับรองขอบเขต
```
รินปล่อยข้อมือหมอก
ปลายนิ้วเขายังเย็น แต่ละอองฝนสีเงินหยุดเพิ่มแล้ว
บาสมองภาพนั้นจากจุดคุมคิว สีหน้าอ่านยาก เขาเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายเลือกเงียบ ซึ่งเป็การตัดสินใจที่ดีมากในคืนที่ทุกคำพูดมีโอกาสกลายเป็สินค้า
รินกลับไปยืนหลังเคาน์เตอร์ จัดใบเสร็จทั้งหมดให้เรียงเป็แถว
หนึ่ง บาส
สอง แผงปลา
สาม ข่าวลือ
สี่ เสียงหน้าร้าน
ห้า เหรียญดำ
ห้าอย่างนี้ยังไม่ใช่คำตอบ แต่พอทำให้คำถามมีรูปร่าง
"สรุปชั่วคราว" รินพูด "บาสยังไม่เคลียร์ แต่หนี้บนตัวเขาไม่ใช่หนี้ชนิดเดียวกับเสียงกล่าวหา ข่าวลือที่เข้าร้านมีรอยนิ้วแบบเดียวกับแผงปลา แต่เบากว่า เหมือนถูกส่งผ่านปากหรือเงาคนเป็บาง่"
คนในฐานเงียบ
รินกวาดตามองทีละคน "ใครไม่พอใจผลนี้ รับใบเสร็จผู้โต้แย้งได้ค่ะ"
ไม่มีใครขยับ
ดี
ความไม่พอใจที่ไม่ยอมจ่าย ยังไม่ควรได้อำนาจบริหารฐาน
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังยาวกว่าทุกครั้ง กระดาษค่อย ๆ เลื่อนออกมาทีละบรรทัด หมึกดำขึ้นก่อนตัวอักษรเหมือนกระดาษลังเลว่าจะบอกแค่ไหน
```text
ดีลทวนหลักฐานร่วม: สำเร็จบางส่วน
หนี้บนผู้ถูกตรวจ: หนี้แขวน / ยังไม่ใช่เ้าของเครดิตเต็ม
เสียงกล่าวหา: ปากถูกยืม
ร่องต่อไป: ผู้ใช้ชื่อบาสจริง / ใกล้ศาลเ้าตลาด
```
รินยังไม่ทันแตะ กระดาษก็พิมพ์ต่อเอง
```text
คำเตือน: การตามชื่อ ต้องจ่ายด้วยชื่อ
```
ทั้งร้านเย็นลง
ไม่ใช่เย็นแบบลมฝน
เป็ความเย็นแบบมีใครเอาป้ายราคามาติดบนลมหายใจ
บาสเสียงแหบ "ผู้ใช้ชื่อผมจริง หมายความว่าอะไร"
รินมองใบเสร็จ แล้วมองเขา
"หมายความว่ายังมีคนหรืออะไรบางอย่างใช้ชื่อของคุณอยู่" เธอตอบ "และร้านยังไม่บอกว่าเป็ใคร เพราะร้านนี้มีนิสัยเสียเื่ขายคำตอบทีละนิด"
"แล้วผมต้องทำยังไง"
"ทำตามข้อจำกัดเดิม คุมคิว จ่ายแรงงาน ห้ามแตะหลักฐาน ห้ามรับของแทนใคร และห้ามทำหน้าคนอยากพิสูจน์ตัวเองจนเดินออกไปตาย"
บาสเม้มปาก "รับครับ"
ครั้งนี้เสียงเขาเบากว่าเดิม
รินเก็บใบเสร็จสรุปใส่ถาดอีกใบ แยกจากถาดแผงปลา เธอไม่ชอบให้ของคนละหมวดปนกัน โดยเฉพาะหมวดที่อาจฆ่าคนได้
ด้านนอกประตูเหล็กม้วน ลานจอดรถเงียบผิดปกติ
เงียบแบบไม่มีใครอยากเป็คนแรกที่ยอมรับว่าตัวเองเคยพูดตามเสียงที่ไม่ใช่ของตัวเอง
แล้วจากทิศซอยหลังตลาด เสียงผู้หญิงแก่ก็ดังขึ้นเบา ๆ
ไม่ใช่เสียงยายเภา
เสียงนี้แห้งกว่า เปียกกว่า และเหมือนดังมาจากปากที่กำลังอมกระดาษไว้
"ถ้าจะหาเ้าของชื่อ..."
ป้ายห้ามสวมรอยสั่น
เส้นน้ำคาวใต้เคาน์เตอร์ไหลต่ออีกนิด ไปทางเงาของประตูหลังร้าน
เสียงนั้นหัวเราะแ่ ๆ
"ก็ต้องเอาชื่อมาแลก..."
ไม่มีใครขานรับ
รินนับในใจว่าเป็ความสำเร็จเล็ก ๆ
เล็กมาก
แต่ในคืนที่ความกลัวขายง่ายกว่าน้ำดื่ม ความสำเร็จเล็ก ๆ ก็ยังควรลงบัญชี
เธอหยิบปากกา เขียนบนกระดาษแข็งแผ่นใหม่
`งานถัดไป: ตามร่องชื่อ / ศาลเ้าตลาด`
แล้วหยุดก่อนเขียนต่อ
เพราะคำว่า `ชื่อ` บนป้ายของเธอเริ่มมีหมึกซึมออกมาเอง
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จพิมพ์บรรทัดสุดท้ายของคืนนี้ด้วยเสียงแกรกที่เบากว่าลมหายใจ
```text
กรุณาเตรียมสิ่งแลกเปลี่ยนที่ไม่ใช่ชื่อจริงของเ้าของร้าน
```
รินมองกระดาษ
ดี
ร้านยังมีมารยาทพอจะเตือน
แย่
มันเตือนเหมือนรู้อยู่แล้วว่าใครจะถูกขอราคาแพงที่สุด