จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 2 — เด็กหนุ่มแห่งเมืองเทียนฉี

    แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลงมาต้องหลังคาไม้เรียบง่ายริมแนวป่า

    กลิ่นหอมของหมอกปนกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อคืนทำให้บรรยากาศดูสงบงาม

    เด็กหนุ่มร่างผอมแต่แข็งแรงแบกตะกร้าสมุนไพรไว้บนหลังเดินทางลัดเลาะออกจากป่าด้วยท่าทางคุ้นเคย
    ใบหน้าเขามีรอยยิ้มบางๆ ดวงตาเป็๲ประกายสดใส

    “เฮ้ เซียฉิน! วันนี้ได้อะไรดีๆ มาบ้างล่ะ?”

    เสียงทักดังขึ้นจากหน้าร้านขายขนมแป้งทอดเ๽้าเดิมเ๽้าอ้วนผู้ขายยิ้มแป้นส่งเสียงทักทาย

    เซียฉินหันไปยิ้ม “ได้รากโสมเ๧ื๪๨กับหยกเขียวสองต้นเลยล่ะท่านอาจู!”

    “โอ้โห สมุนไพรดีๆ ทั้งนั้น เดี๋ยวนี้เ๽้าชำนาญแล้วนี่นา!”

    เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือลาแล้วมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองเทียนฉี
    ที่แห่งนั้น มีโรงเตี้ยมเก่าแก่หลังหนึ่ง —ซึ่งมิใช่เพียงแค่สถานที่ดื่มกิน
    แต่ยังเป็๞ ‘จุดรวมภารกิจ’ และศูนย์กลางข่าวสารของทั้งเมือง

    “กลับมาแล้วหรือ เซียฉิน?”
    ชายสูงวัยผู้เฝ้าเคาน์เตอร์โรงเตี้ยมหันมาเมื่อเห็นร่างของเด็กหนุ่มเดินเข้ามา
    น้ำเสียงเขาทั้งอบอุ่นและคุ้นเคย

    “ครับ ลุงโฮ่ว วันนี้มีสมุนไพรหลายอย่างเลยข้าจะนำมาขายเหมือนเดิม”

    เซียฉินวางตะกร้าลงบนโต๊ะไม้ หยิบสมุนไพรออกมาทีละชิ้น
    ใบไม้ที่มีน้ำค้างเกาะแวววาว ช่อดอกที่ยังสดใหม่ —แสดงถึงความรู้และความตั้งใจที่เขามี

    “ข้าขอแลกเฉพาะส่วนนี้นะครับ ที่เหลือ คุณตาขอไว้ใช้รักษา”

    ลุงโฮ่วยิ้ม“ตาเ๽้ารู้วิชาหลอมยาเก่งกว่าหมอหลายคนในเมืองเสียอีก”

    ชายเฒ่าล้วงถุงเงินขนาดเล็กยื่นให้ “นี่เป็๞เงินห้าเหรียญเงินกับอีกยี่สิบเหรียญทองแดง— สำหรับวันนี้”

    เซียฉินยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
    ก่อนจะรับเงินใส่ถุงผ้าข้างเอว แล้วออกจากโรงเตี้ยมด้วยท่าทางสบายใจ

    บนทางเดินลูกรังที่ทอดผ่านทุ่งดอกหญ้า
    เด็กหนุ่มเดินกลับบ้าน — ซึ่งตั้งอยู่ตรงเชิงเขาทางตะวันออกของเมือง
    บ้านไม้หลังเล็กที่เรียบง่าย แต่มีต้นยาหอมปลูกอยู่เต็มลาน

    ประตูบ้านเปิดออกช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า
    ชายชราในชุดผ้าฝ้ายสีซีดยืนอยู่ตรงบันได

    “เ๯้ากลับมาแล้วหรือ?”

    “ครับตา วันนี้ข้าได้รากโสมเ๣ื๵๪กับหยกเขียวมาอย่างละสอง…แล้วก็พอมีสมุนไพรอื่นๆ ไว้ต้มยารักษาอาการปวดหลังของท่านด้วย”

    ชายชราหัวเราะเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความอบอุ่น
    “เด็กคนนี้... เ๯้าโตเร็วกว่าที่ข้าคิดอีกนะ”

    เซียฉินเดินเข้าไปช่วยตาหยิบของจัดเก็บสมุนไพรเข้าตู้ไม้ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
    จากนั้นจึงหันไปตักน้ำต้มร้อนๆ เทใส่ถ้วยใบเก่า แล้วเดินมายื่นให้ตา

    พวกเขานั่งใต้ต้นยาหอม ใต้เงาไม้เย็นสบาย
    เวลาผ่านไปช้าๆ — แต่เต็มไปด้วยความสงบที่อบอวลเหมือนหมอกบางยามเช้า

    …

    เซียฉินนั่งพักใต้ต้นยาหอมหน้าบ้านร่างเล็กเอนหลังอย่างเหนื่อยอ่อนหลังกลับจากส่งสมุนไพรที่โรงเตี้ยม
    แสงแดดอุ่นของสายวันเริ่มส่องลอดใบไม้ลงมากระทบใบหน้าเด็กหนุ่ม

    “เซียฉิน~ เ๽้าอยู่ไหม?”

    เสียงใสกังวานของเด็กสาวดังมาจากหน้ารั้วไม้เก่า
    เซียฉินเงยหน้าขึ้น เห็นเด็กสาวในชุดผ้าสีน้ำเงินเข้มวิ่งตรงเข้ามาใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม รอยเปียผมที่ถักอย่างเรียบร้อยสองข้างสะบัดไปตามจังหวะ

    “ไป๋หลิน?” เขาเอ่ยด้วยสีหน้ายินดี“มาหาข้าแบบนี้ มีอะไรงั้นเหรอ?”

    ไป๋หลินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ามือทั้งสองเท้าเอวอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
    “ก็เ๯้าหนีเที่ยวหายหน้าไปตั้งสามวัน! จะไม่ชวนข้าไปด้วยบ้างเลยหรือ?”

    “ข้าไม่ได้หายไปไหน… ข้าต้องช่วยตาเก็บสมุนไพรต่างหาก”
    เซียฉินหัวเราะเบา ๆ

    “อ้างอีกแล้ว” นางแกล้งบ่นก่อนทรุดตัวนั่งข้าง ๆ
    “ข้าก็คิดว่า เ๯้าจะชอบอยู่คนเดียว ไม่ออกไปวิ่งเล่นกับข้าแล้ว”

    เซียฉินนิ่งไปชั่วครู่ แล้วหันมายิ้ม
    “เปล่าสักหน่อย ข้าแค่ไม่อยากให้เ๽้าต้องลำบากเดินทางไกล ๆ น่ะ”

    ไป๋หลินชะงัก นิ่งมองใบหน้าของเขาครู่หนึ่ง
    “เซียน้อยพูดแบบนี้… จะเป็๞ห่วงกันเกินไปละ ข้านะเก่งนะ”

    “…”

    “ต่อไป ถ้าจะไปไหนต้องพาข้าไปด้วยนะ!”
    นางยืดอกพูดเต็มเสียง ทำเอาเซียฉินสะดุ้งเล็กน้อย

    “ก็ได้ แล้วเ๽้าอย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน”

    “ก็ถ้าข้าไม่ไหว เ๯้าก็ดูแลข้าไง” นางยิ้มตาหยี

    เซียฉินเบือนหน้าอย่างขวยเขิน
    “พูดอะไรน่ะ ไป๋หลิน…”

    “ฮา ฮ่า ข้าดูแลตัวเองได้นะ!” ไป๋หลินหัวเราะ ก่อนลุกขึ้นยืน
    “อีกสามวัน ดอกหงส์หิมะจะบาน เ๯้าสัญญาได้ไหม… ว่าจะพาข้าไปด้วย?”

    เซียฉินเงยหน้ามองแสงแดดที่ลอดผ่านเรือนผมของนาง
    เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบเรียบง่าย

    “ข้าสัญญา…”