เข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย

    ตอนที่ 30 นางลักลอบหาผลประโยชน์ลับหลังชาวบ้าน?

            ในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมานี้ ด้วยอาศัยรายได้จากส่วนแบ่งการขายผักป่า ทำให้ครอบครัวของจางเจ๋อพอจะมีเงินทองจับจ่ายใช้สอย ชีวิตความเป็นอยู่จึงสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้จ่ายฟุ่มเฟือยถึงขั้นซื้อเนื้อสดกลับไปกินทุกสองสามวันเช่นบ้านสกุลเสิ่น แต่ป้าจางก็ได้ซื้อผ้าผืนใหม่เตรียมไว้สำหรับตัดเย็บให้ทุกคนในครอบครัวแล้ว โดยตั้งใจว่าหลังจากตัดเย็บเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ ทั้งสี่คนของบ้านหลินซีเสร็จเรียบร้อย นางก็จะลงมือตัดชุดใหม่ให้สามีและลูก ๆ ของตนเองบ้าง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลยในอดีตที่ผ่านมา

            ดังนั้น การที่จู่ ๆ รายได้กำลังจะลดน้อยลงไปมาก จึงทำให้จางเจ๋อรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างยิ่ง เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดอยากจะหวนกลับไปสู่ความยากลำบากขัดสนเช่นในอดีตอีก

            เถ้าแก่จ้าวเต๋อเฉวียนเหลือบมองจางเจ๋อแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

            ส่วนหลินซี หลังจากตั้งสติได้แล้ว นางก็รีบแตะแขนเด็กหนุ่มเบา ๆ พลางส่งสัญญาณทางสายตาให้เขาใจเย็นลงก่อน

            อันที่จริง เรื่องที่ยอดสั่งซื้อผักป่าต้องลดปริมาณลงนั้น หลินซีคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ต่อให้วันนี้เถ้าแก่จ้าวไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปาก อีกเพียงไม่กี่วันนางก็ตั้งใจว่าจะต้องหาโอกาสพูดคุยกับเขาเรื่องนี้อยู่ดี เพราะหลังจากผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไป อากาศก็จะหนาวเย็นลง ผักป่าในเขาพยัคฆ์คำรามก็จะหยุดการเติบโต กล่าวได้ว่าปริมาณผักป่าที่พวกเขาสามารถหาได้ในยามนี้มีอยู่จำกัด ยิ่งเก็บเกี่ยว ก็ยิ่งร่อยหรอลงไป ไม่สามารถจัดส่งในปริมาณเช่นนี้ได้เป็นเวลานานอย่างแน่นอน

            หลินซีพยักหน้ารับ แล้วเอ่ยตอบอย่างใจเย็น “ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามที่เถ้าแก่ว่าเถิดเจ้าค่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ปริมาณผักป่าที่พวกเรานำมาส่งจะลดลงเหลือห้าสิบชั่ง”

            จ้าวเต๋อเฉวียนสำรวจท่าทีของหลินซีอย่างละเอียด เมื่อพบว่านางไม่ได้แสดงอาการร้อนรนออกมาเช่นเดียวกับจางเจ๋อ ทั้งยังรักษากิริยาสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิมได้อย่างดี ผู้ดูแลกิจการใหญ่ก็อดรู้สึกชื่นชมไม่ได้ 

            หลังจากได้ติดต่อร่วมงานกันมาระยะหนึ่ง เขาค่อนข้างมั่นใจว่า แม่นางหลินผู้นี้หาใช่สตรีธรรมดาทั่วไปไม่ อย่างน้อยนางก็มีความสามารถ ฉลาดเฉลียว การผูกสัมพันธ์อันดีกับนางเอาไว้มาก ๆ ย่อมมีแต่ประโยชน์ ไม่มีผลเสีย

            จ้าวเต๋อเฉวียนจึงยิ้มกล่าว “แม่นางหลินช่างตรงไปตรงมา ตกลงเจรจากันได้ง่ายดายเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องดี วันหน้าเราย่อมต้องมีโอกาสได้ร่วมทำธุรกิจอื่น ๆ กันอีกเป็นแน่”

            หลินซีเพียงยิ้มตอบรับตามมารยาท “ข้าขอไม่ปิดบังเถ้าแก่จ้าว กิจการผักป่านี้พวกเราคงทำต่อไปได้อีกไม่นาน ฤดูหนาวใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ผักป่าที่พอจะเสาะหาได้ก็เริ่มลดน้อยลงทุกวัน แต่เถ้าแก่วางใจได้เจ้าค่ะ ตราบใดที่ภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวยังคงต้องการ ผักป่าที่พวกเราพอจะหามาได้ ก็จะนำมาส่งให้ท่านเป็นอันดับแรกแน่นอน”

            กล่าวจบ หญิงสาวก็ค้อมศีรษะ แล้วพาจางเจ๋อเดินออกจากภัตตาคารไป

            หลังออกมาพ้นประตู เด็กหนุ่มที่อัดอั้นมานานก็รีบเปิดปาก “พี่หลิน คราวนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ? รายได้ของพวกเราต่อไปคงลดลงไปมากแน่!”

            หลินซีที่กำลังก้มหน้าค้นหาสมุนไพรบางอย่างที่บังเอิญเก็บติดมือมาได้เมื่อช่วงบ่ายจากในตะกร้าสาน กล่าวตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง “การทำมาค้าขายต้องอาศัยความพอใจของทั้งสองฝ่าย หากอีกฝ่ายไม่ต้องการแล้ว พวกเราจะไปข่มขู่บังคับให้เขาซื้อได้อย่างไรเล่า?”

            “ข้า...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นขอรับ…” จางเจ๋อถูกนางย้อนถามจนพูดไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตนอย่างไรดี ใบหูและดวงตาพลันแดงก่ำ

            หลินซีเงยหน้าขึ้นมอง เอ่ยเตือนสติเด็กหนุ่มผู้ใฝ่ฝันอยากทำการค้า “เมื่อครู่เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าคุยกับเถ้าแก่จ้าวหรอกหรือ? แท้จริงแล้วกิจการผักป่านี้น่ะ เป็นเพียงการสร้างรายได้ในระยะสั้นเท่านั้น ผักป่าตามธรรมชาติไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องหมดไป ธุรกิจนี้ไม่มีทางยั่งยืนหรอก การที่เราสามารถทำรายได้ก้อนใหญ่จากมันในเวลาสั้น ๆ แบบนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีมากแล้ว”

            จางเจ๋อฟังแล้วก็กล่าวออกมาอย่างท้อแท้ “พี่หลิน ข้าเข้าใจความหมายของท่านนะ แต่ข้าก็ยัง... อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ ข้าอยากจะหาเงินให้ได้มาก ๆ อีก”

            หลินซีตบไหล่เขาเบา ๆ เป็นเชิงปลอบใจ “ลองปรับแนวคิด เปลี่ยนวิธีมองดูบ้างสิ การหาเงินน่ะ ไม่ควรยึดติดอยู่กับผลประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้า เรายังมีวิธีหาเงินอีกมากมายนับไม่ถ้วน อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นและคว้ามันไว้ได้หรือไม่เท่านั้น กลับบ้านกันก่อนเถิด เรื่องในอนาคตค่อย ๆ คิดหาหนทางจัดการ”

            เด็กหนุ่มฟังแล้วครุ่นคิด แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายในคำพูดของหลินซีมากนัก แต่จางเจ๋อกลับรู้สึกคล้ายมีแสงสว่างจาง ๆ สายหนึ่งสาดส่องเข้ามาในใจ จึงพยักหน้าตอบรับคำอีกฝ่ายอย่างหนักแน่น 

            “ขอรับ! พี่หลิน ข้าจะเชื่อฟังท่าน!"

    ++++++++++

            หลังเกวียนวัวของหลินซีลับสายตาไป ร่างใหญ่กำยำของหลี่สุ่ยเซิงก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากมุมกำแพงในตรอกฝั่งตรงข้ามภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

            …เมื่อครู่นี้เขาเห็นทุกอย่างชัดเจนเต็มสองตา! 

            หลังจากแม่นางบ้านเสิ่นกับจางเจ๋อหยุดเกวียนวัวไว้ที่หน้าภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลว ก็มีเสี่ยวเอ้อร์ออกมาช่วยขนกระสอบผักป่าที่พวกนางนำมาเข้าไปด้านใน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเห็นพวกนางยืนคุยกับชายแต่งกายภูมิฐานผู้หนึ่งดูท่าทางจะเป็นเถ้าแก่ของภัตตาคาร 

            และที่สำคัญที่สุด… ชายผู้นั้นยังได้ยื่นถุงผ้าตุง ๆ ที่ดูผ่านตาก็รู้ว่าหนักอึ้งส่งให้พวกนาง—-ถุงผ้าที่คนทั่วไปมักใช้ใส่เงิน…ถุงใหญ่และตุงขนาดนั้น ภายในจะต้องบรรจุเงินจำนวนมากไว้เป็นแน่!

            หลี่สุ่ยเซิงคาดเดาความเป็นไปได้ไว้ต่าง ๆ นานา แต่ไม่คาดคิดว่าที่แท้หลินซีกับพวกจะใช้วิธีการง่ายแสนง่าย อย่างการเก็บผักป่ามาขายเพื่อหาเงินเช่นนี้! แถมยังดูเหมือนจะขายได้ราคาดี ได้เงินกลับไปไม่น้อยเสียด้วย!

            มิน่าเล่า! เหตุใดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามที่เขาแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ อยู่แถวหน้าบ้านสกุลเสิ่น ถึงมักจะได้กลิ่นเนื้อตุ๋นหอมยั่วน้ำลายอยู่เสมอ ที่แท้คนบ้านนั้นก็มีช่องทางที่หาเงินได้มาก จนเอามาซื้อหาของดี ๆ กินได้นี่เอง!

            เมื่อเชื่อมโยงเรื่องราวได้ หลี่สุ่ยเซิงก็รู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างมาก เขาไม่รอช้าอีกต่อไป รีบหันหลังวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

            หลังทั้งวิ่งทั้งเดินจนกลับมาถึงบ้าน หลี่สุ่ยเซิงก็พบว่าเกวียนวัวของครอบครัวกลับมาจอดอยู่ในลานบ้านเรียบร้อยแล้ว

            พ่อเฒ่าหลี่ผู้เป็นบิดากำลังก้มหน้าก้มตาให้อาหารเจ้าวัวตัวเก่งอยู่ เขาค่อย ๆ ตักหญ้าอ่อนสดใหม่ใส่ลงในรางไม้ พลางใช้มือลูบหัววัวตัวนั้นเบา ๆ ประคบประหงมราวกับของล้ำค่า

            หลี่สุ่ยเซิงพักหายใจให้หายหอบ ก่อนรีบวิ่งพรวดเข้าไปหาบิดา แล้วพูดข้างหู “ท่านพ่อ! ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านสักเรื่องหนึ่ง!”

            การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของบุตรชายทำให้พ่อเฒ่าหลี่ตกใจสะดุ้งโหยง “โว้ย! ไอ้เด็กเวร! กลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่? เหตุใดถึงไม่ส่งเสียงบอกกันสักคำ? คิดจะทำให้ข้าตกใจตายเรอะ?”

            ทว่าในหัวของหลี่สุ่ยเซิงเวลานี้มีแต่ภาพของหลินซีกับจางเจ๋อที่กำลังได้รับการดูแลจากภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวอย่างนอบน้อม เขาหาได้สนใจฟังคำถามกึ่งบ่นปนด่าของบิดาไม่ เอ่ยถามออกไปอย่างเร่งร้อน “ท่านพ่อ ช่วงนี้... ภรรยาของเสิ่นเฉินได้มาขอยืมเกวียนที่บ้านเราบ้างหรือไม่?”

            พ่อเฒ่าหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “บ้านเสิ่นเฉินหรือ? ก็เห็นมีมาบ้างนาน ๆ ครั้ง แต่ถ้าเป็นบ้านผู้นำหมู่บ้านละก็ เห็นมาเช่าอยู่ทุกสองสามวันเลยละ”

            ‘แสดงว่าพวกนั้นแอบทำเรื่องนี้กันมานานแล้วสิ!... ป่านนี้หาเงินกันได้มากมายเท่าใดแล้วก็ไม่รู้?!’ หัวใจของหลี่สุ่ยเซิงเต้นรัวเร็ว เขาไม่รอช้ารีบหันหลังวิ่งออกจากบ้านไปอีกครั้ง

            “อ้าวเฮ้ย! ไอ้เด็กนี่ จะวิ่งไปไหนอีกแล้ว! นี่มันใกล้เวลาอาหารเย็นแล้วนะ!” พ่อเฒ่าหลี่ตะโกนไล่หลังบุตรชายไป แต่ก็ไร้ผล

            หลี่สุ่ยเซิงไม่สนใจเสียงเรียกของบิดา สับขาไม่หยุดไปจนถึงหน้าบ้านของฟางซิ่งเอ๋อร์ แล้วลงมือทุบประตูรั้วเสียงดังปัง ๆ

            “น้องซิ่งเอ๋อร์! รีบออกมาเร็วเข้า! ข้ามีเรื่องใหญ่มาบอกเจ้า!” 

            “น้องซิ่งเอ๋อร์!” 

            “น้องซิ่งเอ๋อร์!”

            *ปัง*

            เสียงโครมครามดังขึ้นครั้งหนึ่ง เมื่อประตูรั้วบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างแรงจากด้านใน ฟางซิ่งเอ๋อร์คนงามยืนหน้าตึงอยู่ตรงนั้น นางกล่าวด้วยน้ำเสียงทั้งหงุดหงิดทั้งเกรี้ยวกราด “หุบปากของท่านเดี๋ยวนี้! นี่มันกลางหมู่บ้านนะ หากมีใครมาเห็นว่าท่านมายืนทุบประตูเรียกข้าอยู่หน้าบ้าน ชื่อเสียงของข้าจะไม่ป่นปี้หมดหรือ!”

            โชคยังดีที่บิดามารดาของนางออกไปทำธุระข้างนอก

            หลี่สุ่ยเซิงหน้าแดงก่ำ รีบถอยหลังไปสองสามก้าว “ขะ...ขอโทษด้วย น้องซิ่งเอ๋อร์ ข้ารีบร้อนเกินไปหน่อย จึงเผลอทำอะไรไม่ทันคิด!”

            เดิมทีฟางซิ่งเอ๋อร์ตั้งใจจะตวาดไล่อีกสองสามประโยค แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะมาแจ้งข่าวเรื่องที่นางเคยใช้…เอ๊ย!...เคยวานให้สั่งสอนหญิงสารเลวหลินซี สตรีโฉมงามแห่งหมู่บ้านเฉินหยางก็จำต้องสะกดความไม่พอใจไว้ รีบปรับสีหน้าให้อ่อนลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล 

            “พี่สุ่ยเซิง ข้ารู้ดีว่าท่านไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแต่ชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญยิ่งนัก หากเสียไปไม่อาจกู้กลับคืนได้โดยง่าย เช่นนั้นข้าจึงพลั้งเผลอแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อท่านไป ท่านอย่าได้ถือสาเก็บไปใส่ใจเลยนะเจ้าคะ”

            “ไม่เลย ๆ” หลี่สุ่ยเซิงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

            ฟางซิ่งเอ๋อร์เอ่ยถามเข้าประเด็น “แล้ว... พี่สุ่ยเซิง ท่านรีบร้อนมาหาข้าถึงที่นี่ มีธุระอะไรหรือ?”

            “เรื่องเป็นเช่นนี้!...” พอเอ่ยถึงเรื่องสำคัญ หลี่สุ่ยเซิงก็กลับมามีท่าทีตื่นเต้นอีกครา เขารีบเล่าเรื่องราวการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของตนให้สาวน้อยคนงามฟังจนหมดสิ้น

            ฟางซิ่งเอ๋อร์ฟังจนจบก็ทำหน้าเหลอหลา อดถามย้ำด้วยความไม่อยากเชื่อไม่ได้ “นี่ท่านว่า... นางแพศ... เอ่อ ไม่ใช่สิ หมายถึงหลินซีนั่นน่ะ นางหาเงินได้จริง ๆ รึ?”

            “ใช่แล้ว! ข้าเห็นมากับตา ไม่มีทางผิดพลาดแน่!” หลี่สุ่ยเซิงยืนยันอย่างมั่นอกมั่นใจ

            เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย ฟางซิ่งเอ๋อร์ก็เริ่มเชื่อ มือเล็ก ๆ เริ่มกำหมัด กัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น ‘มิน่าเล่า! ครั้งก่อนที่พบนังนั่น หน้าตาผิวพรรณถึงได้ดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาขึ้น แถมยังกล้าทำเมิน ไม่เห็นหัวข้าอีก! ไม่ได้การ! นางจิ้งจอกนั่นไม่สมควรจะมีปัญญาหาเงินได้!’

            ความคิดชั่วร้ายพลันปรากฏขึ้นในใจ ฟางซิ่งเอ๋อร์รีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน แสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก พร้อมทำท่าตกใจสุดขีด 

            “ตายจริง! นั่น... นั่นนางเป็นสตรีที่ออกเรือนมีสามีแล้ว เหตุใดจึงยังออกมาเพ่นพ่านเปิดหน้าค้าขายเช่นนี้ได้? ยิ่งไปกว่านั้น... นี่ยังหมายความว่า นางแอบร่วมมือกับคนบ้านท่านผู้นำหมู่บ้าน ลักลอบหาผลประโยชน์เข้าตัวเองลับหลังชาวบ้านคนอื่น ๆ อย่างนั้นหรือ?!”

            .

            .

            .

    คล้ายกับเรื่องเข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668