สิบสามปีก่อน
ปีครองราชย์ ที่ 36 เดือน 3 รัชสมัยจ้งหลิน
"โฮฮฮฮฮฮฮฮ ฮึก อึก"
เสียงร้องไห้ดังสะอึกสะอื้นดังมาจากเด็กน้อยหน้าหวานดูน่ารักน่าชังซึ่งแอบมาร้องไห้ในป่าที่อยู่ด้านล่างูเาหลินไห่
"ฮึก...ข้าแค่อยากได้น้องสาวเองทำไมต้องตีหัวข้าด้วย ฮึก"เสียงอี้เหิงน้อยในวัยแปดขวบพูดอย่างน้อยใจ
"ข้าจะไม่กลับไปที่บ้านคนใจร้ายเช่นนั้นแล้ว"เด็กน้อยพูดด้วยความโมโหพลางสูดขี้มูกไปด้วย
"อาเหิง ไม่ใช่เรอะ มาทำอะไรตรงนี้"เสียงของชายแก่ด้านหลังดังขึ้นเป็ลุงเผิงที่กำลังเดินออกจากป่าหลังจากไปเก็บไม้ไว้ทำฟืนใน่ฤดูหนาว
"ท่านลุงเผิงข้าขอตามไปอยู่บ้านของท่านได้หรือไม่" เสียงเด็กน้อยเอ่ยขอร้องอย่างเอาแต่ใจ
"ไอ้เด็กนิสัยเสียนี่ พูดอะไรออกไปรู้ตัวไหม" เสียงห้าวะโขึ้นมาอย่างเหลืออด อี้ชิง ส่งเสียงขึ้นมา หลังจากตีหัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปก็รู้สึกผิดอยู่เล็กน้อยแถมยังโดนภรรยาที่บ้านดุมาอีกก็แอบตามลูกชายขี้น้อยใจมาตลอดทาง จึงได้ยินคำพูดของลูกชายหมดทุกคำ
เวรกรรมของข้าแท้ ๆ
หลังจากขอโทษขอโพยท่านลุงเผิงแล้วก็หิ้วเ้าลูกชายตัวดีที่ดีดดิ้นไม่ยอมให้อุ้มกลับบ้าน
"ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า" เสียงอี้เหิงน้อยดังขึ้นตลอดทางจนถึงหน้าบ้าน
อี้ชิงปล่อยร่างลูกชายลงทำให้ร่างเล็กตกลงบนพื้นเขานั่งยองพลางสำรวจตามตัวเด็กน้อยเห็นรอยนูนที่หัวปูดขึ้นก็สำนึกได้ก็เ้าลูกบ้านี่อยู่ ๆ ก็อยากได้น้องสาวขึ้นมาเขาทั้งเขินทั้งใก็เลยลงมือหนักไปหน่อย เฮ้อ
"เอาล่ะ ฟังนะ ข้าขอโทษเ้าเจ็บมากใช่หรือไม่"
อี้เหิงน้อยเมื่อได้ยินบิดาเอ่ยขออภัยอารมณ์โมโหที่มีมาทั้งวันก็ค่อยๆ หายไป แต่ก็ยังแอบเคืองที่บิดาลงมือหนักอยู่เล็กน้อย
"ข้าเจ็บ" เสียงอี้เหิงน้อยเอ่ยอย่างน่าสงสาร
ขี้สำออยเหมือนใครวะ อี้ชิงนึกในใจอย่างระอาเขาต้องเอ่ยปลอบอยู่นานถึงทำให้บุตรชายอารมณ์ดีขึ้นมาได้
"มากินข้าวได้แล้ว ทั้งสองคน"เสียงสตรีดังขึ้นในบ้าน
"กินข้าว" เสียงเด็กน้อยดังขึ้นอย่างดีใจเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียกกินข้าวรีบวิ่งกลับเข้าบ้านด้วยความไว
อี้ชิงส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของบุตรชายตัวดีที่โกรธง่ายหายเร็วนี่มันได้นิสัยนี้มาจากใคร เขานึกสงสัยอยู่ในใจแต่เมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็พบภาพชวนให้อบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่กลับมาจากหาของในป่า ฟู่เยว่ ภรรยาผู้แสนงดงามและอ่อนหวานของเขากำลังเตรียมอาหารที่ทำเสร็จแล้ววางลงบนโต๊ะอี้เหิงน้อยกำลังยกอาหารจากในครัวช่วยมารดาจากนั้นนั่งรอบิดามาร่วมวงกินข้าวอย่างสงบเสงี่ยมเป็ภาพที่เขายอมแลกกับทุกอย่างเพื่อให้คนในครอบครัวมีความสุขตลอดไป
เวลาหลังจากทานข้าวและอาบน้ำเสร็จแล้วจะเป็่ฝึกการเรียนรู้ของอี้เหิงน้อยร่างเล็กกำลังหยิบหมากขาววางลงกระดานทำหน้าตายับยู่ยี่เมื่อเห็นการเดินหมากกระดานนี้ของตนเอง
"ข้าแพ้แล้ว"เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างละเหี่ยใจกับการเดินหมากครั้งนี้
"อะไรกัน ยอมแพ้แล้วงั้นเหรอ"เสียงใสหัวเราะเอ่ยขึ้น อี้เหิงน้อยยกมือขึ้นกอดอกมองมารดาที่นั่งอยู่อีกฝั่งมารดาของเขาช่างมีใบหน้างดงามนักอีกทั้งยังมีความรู้และเชี่ยวชาญในเื่ศาสตร์ทั้งสี่ของแคว้นชิง แต่ทำไมถึงได้นึกตกลงปลงใจกับบิดาที่เป็พรานป่าและมีแต่หนวดเครารกรุงรังด้วยอี้เหิงน้อยคิดอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักถ้าบิดามาได้ยินสิ่งที่เด็กน้อยนึกในใจคงได้โดนตีอีกเป็แน่แท้
"ดึกแล้ว กลับห้องของเ้าได้แล้ว"เสียงห้าวของบิดาดังขึ้นข้างนอกห้อง มองอี้เหิงน้อยที่ยังนั่งอยู่บนเตียงสองพ่อลูกจ้องตากันอยู่อย่างนั้นสักพัก ร่างเล็กก็พุ่งเข้ากอดเอวมารดาของตนทันที
"วันนี้ข้าจะนอนกับท่านแม่"พูดแล้วซุกหน้าลงบนอกมารดาแน่น
"เดี๋ยวเถอะ แกโตขนาดหมาเลียตูดไม่ถึงยังจะขอนอนกับมารดาอยู่อีก" อี้ชิงพูดอย่างไม่ยอมให้ลูกชายนอนด้วย ถ้ายอมตัวเขาก็อดจู๋จี๋กับเมียน่ะสิแต่อี้ชิงก็ต้องหลบตาเมื่อเห็นฟู่เยว่ส่งสายตาดุที่พูดคำหยาบคายกับลูก
"เด็กดีวันนี้เ้ากลับไปนอนห้องของตนเองเถอะนะ แล้ววันพรุ่งนี้แม่จะทำขนมให้เ้าทาน"เสียงอ่อนหวานดังขึ้นเอ่ยล่อหลอกบุตรชาย
อี้เหิงน้อยเมื่อได้ยินมารดาเอ่ยอย่างนั้นก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายะโลงจากเตียงแล้วเดินหน้าเชิดผ่านบิดาไป
ไม่ใช่เพราะเขาเห็นแก่ขนมหรอกนะแต่เป็เพราะเขาอยากให้มารดาอ้อนต่างหาก หึ
ไอ้เด็กนี่ อี้ชิงเห็นท่าทางบุตรชายตัวดีก็นึกหมั่นไส้แต่ก็ได้แต่ถอนหายใจ ช่างเถอะ ยังไงก็เป็บุตรชายเขาอยู่ดี คิดแล้วสายตาก็มองภรรยาที่อยู่บนเตียงหยาดเยิ้มแล้วรีบก้าวเข้าไปหา
ปึง
อี้เหิงน้อยปิดประตูห้องนอนของตนเองแล้วะโขึ้นบนเตียงเด็กน้อยนอนห่มผ้าเพื่อป้องกันอากาศที่เริ่มหนาว หัวถึงหมอนสักพักลมหายใจดังขึ้นแ่เบา ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าเ้าตัวคงนอนฝันดีแตกต่างจากห้องของผู้ใหญ่ซึ่งไม่น่าจะได้นอนหลับดีนัก
เสียงหอบหายใจดังสะท้านขึ้นอย่างแ่เบาในห้องนอนของพรานป่าเสียงกระทบกันของเนื้อดังขึ้นเป็จังหวะ บางครั้งเร่ง บางครั้งผ่อนแรงลงแต่เสียงหอบไม่เคยหยุดมาครึ่งชั่วยามแล้ว
"เ้ายังรัด…ข้า...แน่น เหมือนเคย..."เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พลางโยกสะโพกใส่เป็จังหวะตามองร่างภรรยาบิดเร่าตรงหน้า ร่างเล็กบอบบางที่ตัวโยกรับเป็จังหวะเดียวกับตนหน้าอกที่อวบใหญ่ก็ขยับไหว เม็ดสีแดงที่อยู่กลางอกแข็งเป็ไต เขาก้มหน้าลงไปดูดดึงมือเอื้อมไปกอบกำอกอีกข้างเหมือนกลัวเสียเปรียบกัน
"อ๊ะ อาทำไมวันนี้ท่านถึงดุยิ่งนัก" เสียงอ่อนระโหยดังขึ้นดุที่พูดถึงไม่ได้หมายถึงเื่ตีบุตรชายแต่มีความหมายที่สองสามีภรรยาแซ่อี้เข้าใจตรงกัน ฟู่เยว่มองร่างใหญ่กำยำผิวสีเข้มร่างกายมีแต่กล้ามเนื้อ สีผิวตัดกับร่างเล็กเนียนขาว สามีนางเป็คนชอบพูดคำหยาบโลนเวลาร่วมรักกันเมื่อครั้งแรกที่ได้ยินนางไม่ค่อยชินนักแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันกับทำให้นางมีอารมณ์มากขึ้น
ปึก
"อ๊ะ"เสียงครางดังขึ้นอีกครั้งเมื่อสามีนางกระแทกร่างเข้ามา ครั้งนี้เข้ามาลึกมากนางต้องยกมือขึ้นมาปิดปากเพราะกลัวบุตรชายที่อยู่อีกห้องจะได้ยิน
"เสียวใช่หรือไม่ คนดี อ๊ะ"ร่างใหญ่หอบครางเมื่อร่องเล็กของภรรยารัดเขาแน่นพูดพลางจับร่างเล็กพลิกหันหลังโดยที่ตัวตนที่แข็งอยู่ไม่หลุดออกจากร่างเมียสาว
"อ๊ะ ลึกมาก อา" เสียงเล็กเอ่ยขึ้นตัวนางเองเสร็จสมไปถึงสี่ ครั้งแล้ว แต่สามีของนางยังคึกอยู่เหลือเกินปากบางกัดหมอนเอาไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงดังจนเกินไปมือทั้งสองข้างขยุ้มผ้าปูที่นอนที่ยับยุ่งเหยิงเอาไว้เมื่อสามีเร่งจังหวะโยกแก่นกายร้อนอีกครั้ง
"อื้อ อ๊ะ อา"
ภาพที่อี้ชิงเห็นยิ่งทำให้เขาขยับแก่นกายมากยิ่งขึ้นแผ่นหลังเปล่าเปลือยที่ขาวนวลเนียนสะโพกใหญ่สวยได้รูปโยกเป็จังหวะรับกับตัวตนของเขา สะโพกหนาแอ่นร่างกระแทกรัวเร็วมือใหญ่จับยึดร่างเล็กเอาไว้ ครั้งสุดท้ายสอดใส่แก่นกายเข้าไปลึกที่สุดปลดปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปเต็มร่องสาวที่ตอดรัดแท่งร้อนเป็จังหวะ
"อ๊ะ อา"เสียงหอบหายใจยาวเมื่อเสร็จสมทั้งสองฝ่าย
อี้ชิงถอดความเป็ชายออกจากร่างภรรยามีน้ำเชื้อขาวขุ่นไหลออกมาตามขาบอบบางมองร่างขาวเนียนที่นอนหันหลังหายใจเหมือนออกกำลังกายอย่างหนักก็อดสงสารเมียรักไม่ได้
"ข้าขอโทษ ข้าทำรุนแรงไปหรือไม่"อี้ชิงถามภรรยาด้วยความห่วงใย
ฟู่เยว่หันมามองสามีของตนทั้งที่ตอนนี้เนื้อตัวยังแดงจากการที่ทั้งสองร่วมรักกันอย่างร้อนแรงเมื่อครู่นี้ใบหน้าแดงขึ้นมาอีกอย่างอดไม่ได้ จึงทำได้แต่บางส่ายหน้าเบา ๆ
"ข้าไม่เจ็บเ้าค่ะ ข้า...."ประโยคสุดท้ายยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกับสามีของตน
อี้ชิงที่เมื่อกี้ยังแสดงสีหน้าสงสารภรรยารักก็เผยรอยยิ้มอย่างยินดีเมื่อได้ฟังคำกระซิบข้างหู
"งั้นข้าขออีกรอบนะเมียจ๋า"
"เดี๋ยว"
จากนั้นเสียงหอบหายใจในห้องของพรานป่าแห่งูเาหลินไห่ก็ดังจนถึงกลางดึกถึงได้เงียบสงบลง
"เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงแมวร้องในห้องของท่านด้วย"อี้เหิงน้อยในวัยแปดขวบเอ่ยขึ้นกลางวงทานข้าว
อี้ชิงที่กำลังกลืนข้าวแทบจะสำลักอาหารอดด่าบุตรชายอย่างร้อนตัวไม่ได้
"เหลวไหล แถวนี้มีแมวที่ไหนกัน"พูดจบ ก็รู้สึกเจ็บจิ๊ดขึ้นมาเมื่อมือของภรรยารักเอื้อมมาบิดขาเมื่อมองหน้าฟู่เยว่ที่ขึ้นสีแดงก่ำ เขาก็นึกขึ้นมาได้
"อาจจะมีแมวสักตัวหลงเข้ามาก็ได้"เมื่อหาข้อแก้ตัวได้แล้ว ก็ก้มหน้ากินข้าวต่อไป
อี้เหิงน้อยยังไม่หายพอใจที่โดนดุ พูดขึ้นมาอีก
"เมื่อคืนข้ายังฝันถึง..."
"หุบปาก"
อี้ชิงเอ่ยขึ้นมาอย่างเหลืออด