กว่าพายุตัณหาจะดับมอดเมญาวีก็แทบหมดแรง หญิงสาวนอนหลับไปในอ้อมกอดของคนรักอย่างมีความสุข รู้ตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเวหาคุยโทรศัพท์
เธอรีบลุกไปอาบน้ำแล้วสวมชุดนอนตัวเดิมก่อนจะรีบเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบที่สุด
ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาเวหา เพียงแต่เขาไม่พูดเพราะตอนนี้ยังคุยธุระสำคัญอยู่
หลังจากวางสายก็เคาะประตูห้องนอนแฟนสาวเบา ๆ
“เมยครับ เมย”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ เมยขอแต่งตัวแป๊บนะคะ”
เวหาเดินกลับไปยังห้องครัวจัดการเทข้าวต้มกุ้งใส่ชามให้ตัวเองและคนรัก ที่ผ่านเขาไม่เคยต้องเอาใจใครแบบนี้มาก่อน แต่กับเมญาวีแล้วเวหายินดีทำทุกอย่างเพื่อเธอ
เมญาวีเดินออกมาจากห้องนอนก็ต้องแปลกใจที่ตอนนี้บนโต๊ะมีอาหารรออยู่แล้ว
“น่ากินจังเลยค่ะ”
“งั้นก็ต้องกินเยอะ ๆ นะจะได้มีแรง” เวหาพูดพร้อมกับอมยิ้ม
“วันนี้วันหยุดนะคะ เมยไม่ต้องไปทำงานไม่ต้องกินเยอะก็ได้”
“วันหยุดสิต้องกินเยอะ ๆ เพราะเมยยังมีงานอื่นที่ต้องทำ”
“งานด่วนเหรอคะ” ใบหน้างามหันมามองเขาแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ไม่เชิงครับ กินก่อนเถอะเดี๋ยวพี่ค่อยบอก”
เมญาวีนั่งทานอย่างเงียบ ๆ จนเวหารู้สึกผิดสังเกต
“เมยเป็อะไร”
“เปล่าค่ะ”
“เมยก็รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่ง คิดเื่ของเราอยู่เหรอครับ”
“ค่ะ” เธอบอกเขาไปตามตรง
“ยังต้องกังวลอะไรอีก เราเป็แฟนกันเป็คนรักกันเื่แบบนี้มันก็ไม่ผิดอะไรนี่ครับ”
“เมยรู้ว่ามันไม่ผิด แต่พี่เวย์คิดว่ามันเร็วไปไหม”
“สำหรับพี่ระยะเวลาที่เราคบกันมันไม่สำคัญเลย พี่ยอมรับว่าอาจเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่พี่ก็จริงใจกับเมย เมยยินดีจะแต่งกับพี่ไหม”
“แต่งงานเหรอคะ”
“ใช่สิแต่งงาน มันไม่โรแมนติกเลยใช่ไหมที่ขอแต่งงานหน้าชามข้าวต้ม”
“เปล่าค่ะ เมยไม่ได้คิดอย่างนั้น รอเวลาอีกนิดได้ไหมคะ”
“ทำไม หรือเพราะพี่ทำให้เมยไม่มีความสุข”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ แต่เมยขอเวลาอีกนิด เมยเพิ่งเรียนจบยังไม่ถึงปีเลยนะคะ”
“พี่ไม่เร่งรัดก็ได้ ถ้าเมยพร้อมตอนไหนเราก็แต่งตอนนั้น”
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจเมย”
“ก็เมยเป็เมียพี่นี่ครับ ถ้าไม่เข้าใจเมียแล้วจะให้พี่เข้าใจใครล่ะ”
“พี่เวย์” เมญาวีหน้าแดงเธอไม่ชินกับสถานะใหม่ที่เวหามอบให้
“จะอายทำไม”
“ก็ใครให้พูดตอนนี้ล่ะคะ”
“แล้วจะให้พูดตอนไหน ตอนที่พี่อยู่บนตัวเมยเหรอครับ”
“เมยไม่อยากคุยกับพี่แล้วนะ”
“พี่ไม่แกล้งแล้ว เมยรีบกินเถอะข้าวต้มเย็นหมดแล้วนะ”
ตอนบ่ายเวหาพาเมญวีมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าใกล้คอนโด เขาเลือกซื้อของใช้ที่จำเป็หลายอย่างเนื่องจากตอนที่ออกมาจากบ้านก็ไม่ได้เตรียมอะไรมามาก
“พี่เวย์ซื้อของเก่งเหมือนกันนะคะ” เมญาวีมองของใช้ในบ้านที่ตอนนี้มันเต็มรถเข็นไปแล้ว
“จะได้ไม่ต้องออกมาซื้อบ่อย ๆ ไงครับ”
“พี่เวย์จะอยู่ที่คอนโดนานแค่ไหนคะ”
“ทำไม ไม่อยากให้พี่อยู่ด้วยเหรอ”
“เปล่าค่ะ แต่เมยคิดว่าพี่จะมาอยู่แค่ชั่วคราว ไม่คิดว่าจะมาอยู่ตลอด แล้วไม่ห่วงคุณแม่เหรอคะ”
“ห่วงสิครับ แต่พี่อยากใช้เวลากับเมย ส่วนเื่แม่ก็กลับไปทานข้าวกับท่านบ้าง”
“ท่านจะไม่ว่าเมยใช่ไหมคะ ที่แย่งลูกชายท่านมา”
“แย่งที่ไหนล่ะ พี่เก็บกระเป๋าตามเมยมาต่างห่าง”
กว่าจะซื้อของเสร็จก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี ทั้งสองเอาของไปเก็บที่รถก่อนจะขึ้นมานั่งทานอาหารที่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า
จากนั้นก็ไปทานไอศกรีมกันต่อ กว่าจะกลับถึงคอนโดก็เกือบจะสามทุ่ม
“เหนื่อยมาทั้งวันแล้วพี่ว่าเมยไปอาบน้ำเถอะ ของพวกนี้พี่เก็บเอง”
“ช่วยกันดีกว่าค่ะ จะได้เสร็จเร็ว ๆ”
“เดี๋ยวจัดตรงนี้เสร็จแล้วก็ไปจัดห้องนอนกันต่อเลยดีไหมจะได้เหนื่อยทีเดียว”
“จัดทำไมคะ”
“พี่อยากให้เรานอนห้องเดียวกัน เมยย้ายมานอนห้องพี่นะห้องกว้างกว่าด้วย จะได้ประหยัดค่าไฟด้วย”
“ค่าไฟเมยจ่ายเองนะคะ พี่เวย์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”
“ก็พี่อยากนอนห้องเดียวกับเมย นะครับ ถ้าเมยไม่ย้ายมาพี่ก็ไปนอนกับเมยที่ห้องเล็กก็ได้ เตียงเล็กไปนิด แต่ถ้านอนเบียด ๆ กันก็คงไม่เป็ไรใช่ไหมครับ”
“พี่เวย์อย่างงอแงสิคะ”
“เมยเห็นใจเด็กขาดความอบอุ่นอย่างพี่หน่อยนะครับ พี่อยากนอนกอด”
เมญาวียังไม่ได้ตอบตกลงเสียงโทรศัพท์ของเวหาก็ดังขึ้นก่อน
เขากดรับจากนั้นสีหน้าก็เครียดขึ้นมาทันที
“มีเื่ต้องไปจัดการนิดหน่อย เมยนอนไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอ”
“เื่คุณแม่เหรอคะท่านเป็อะไรมาหรือเปล่า”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เวหารีบร้อนออกไปจากห้องแล้วรีบตรงไปโรงพยาบาลทันที
เขามาถึงห้องฉุกเฉินก็เห็นอาธรผู้ช่วยของบิดารออยู่แล้ว
“พี่ธร แม่เป็ยังไงบ้างครับ”
“หมอกำลังช่วยอยู่ครับ”
“ผมไม่น่าทิ้งท่านไว้ตามลำพังเลย”
เวหารู้สึกว่าเป็ความผิดของตัวเองเพราะถ้าเขาไม่เก็บเสื้อผ้าออกมามารดาก็คงไม่เป็แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ควรทิ้งท่านไปแบบนั้นแต่เขาก็ยังทำ
“อย่าโทษตัวเองเลยครับคุณเวย์ ขนาดกระแตเฝ้าอยู่ตลอดยังไม่รู้เลยว่าคุณวราพรเธอแอบทานยาตอนไหน”
“แล้วตอนนี้กระแตไปไหนแล้วครับ”
“ผมให้กลับไปแล้ว เด็กนั่นเอาแต่ร้องไห้โทษว่าเป็ความผิดของตัวเอง”
อาธรเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้กับเวหาฟังตามที่ได้ยินมาจากกระแตและป้ายุพาซึ่งเป็คนโทรเรียกรถโรงพยาบาลก่อนที่จะโทรบอกเวหาและตัวเขา เพราะติดต่อคุณสิงหลไม่ได้
กระแตเล่าให้อาธรฟังว่าหลังทานอาหารมือเย็นคุณวราพรก็ขึ้นไปอาบน้ำเหมือนกันทุกวัน ส่วนเด็กสาวก็อาบน้ำทำธุระส่วนตัวของตัวเอง จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ตามขึ้นไปนอนเป็เพื่อน แต่รู้สึกแปลกใจที่คุณวราพรยังสวมชุดเดิมอยู่ เธอจึงเรียกให้เ้านายลุกไปอาบน้ำ แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นจึงได้โทรเรียกรถพยาบาลให้มารับ
“พี่ธรบอกพ่อหรือยังครับ”
“ผมติดต่อคุณสิงหลไม่ได้เลย”
“ผมไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ไหน พี่ธรรู้ใช่ไหมครับว่าท่านพักที่ไหน”
“ครับ แต่พี่ยังไม่ได้ไปตามที่นั่น พี่รีบมาโรงพยาบาลก่อน คุณเวย์จะไปบอกท่านด้วยตัวเองไหม”
“บอกไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าจะยื้อกันไปทำไม ไม่รักกันแล้วก็ต่างคนต่างอยู่”
“คุณหมายถึงเื่หย่าเหรอครับ”
“ครับ ผมอยากให้ท่านหย่า ผมไม่อยากเห็นแม่เป็แบบนี้”
บทสนทนาต้องหยุดลงเมื่อคุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“แม่ผมเป็ยังไงบ้างครับ”
“ปลอดภัยแล้วครับ แค่คงจะตื่นอีกทีพรุ่งนี้”
“ขอบคุณมากครับหมอ”
จากนั้นพยาบาลและพนักงานผู้ชายก็เข็นรถผู้ป่วยออกมาและพาไปยังห้องวีไอพีที่อาธรจัดการไว้แล้ว
“ขอบคุณนะครับพี่ธร”
“ไม่เป็ไรครับ คุณเวย์จะอยู่กับท่านหรือจะกลับไปก่อนก็ได้นะครับ ผมจ้างพยาบาลพิเศษไว้แล้ว”
“ผมว่าจะรอท่านตื่นครับ พี่ธรกลับไปได้เลย ถ้ามีอะไรผมจะโทรหา อ้อ ผมคงไม่เข้าบริษัทสักพักนะครับ”
“ไม่มีปัญหาครับ แต่ระหว่างนี้ผมขอตัวผู้ช่วยคุณเวย์ไปทำงานกับผมได้ไหมครับ”
“ได้ครับ ยังไงก็ฝากด้วย เธอยังใหม่กับงานอยู่ ถ้าได้ไปทำงานกับพี่ธรก็คงเรียนรู้ได้เยอะ”
“ครับ ผมจะพยายามสอนงานเธอให้มากที่สุด เพราะในอนาคตถ้าคุณขึ้นรับตำแหน่งรองประธานเธอก็คงจะต้องมาเป็เลขาและอาจต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม”
“ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่ธรทั้งเื่งานและก็เื่แม่”
“ไม่เป็ไรครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
หลังจากอาธรออกไปแล้วเวหาก็โทรไปบอกเมญาวีว่าเขาคงไม่กลับไปค้างที่นั่นและคงจะไม่ไปทำงานอีกหลายวันระหว่างนี้ให้เธอไปทำงานกับคุณอาธร หญิงสาวก็เข้าใจคนรักเป็อย่างดี