ป่ายซือ ปรณัมแห่งดวงดารา

    ตอนที่ 11 : ศาสตราวุธแห่งทวิภพ

    ในโลกนี้ หรือแม้กระทั่งบน สวรรค์ ก็ไม่มีผู้ใด จักรู้ว่า มีผู้ที่มีความสามารถที่แปลกประหลาด ขนาดที่ว่า เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเทพและมาร หรือมนุษย์ แต่คนผู้นี้ เมื่อเขาเข้าสู่ภวังค์แห่งความคิด ในภวังค์ของเขา 1 นาที ในโลกจริง จะมีค่าเท่ากับ  1 ปีในภวังค์ จึงทำให้คนผู้นี้พบสิ่งต่างๆมาก และที่สำคัญ ในภวังค์ ของคนผู้นี้ นั้นมีประตูอยู่ 6 ประตูเขาสามารถเข้าไปยังประตูต่างๆนั้นได้ในภวังค์ เพียงแค่ 3 ประตู ประตูแรกนั้น คือนรก  ประตูที่สองนั้น คือสวรรค์และประตูที่สามคือ ประตูแห่งโลกพิสดาร ซึ่งป่ายซือในโลกนี้ เขาเป็นเพียงความคิดที่ล่องลอยไปทั่ว เขาเห็นสิ่งที่แปลกประหลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่ผู้คนเรียกว่า คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือสิ่งที่เรียกว่า สิ่งของอิเล็กทรอนิค ซึ่ง คนผู้นี้ได้ทำซึมซับ ความรู้มากมายๆในโลกนี้จนทำให้รู้ได้ด้วยว่าโลกนี้มีเพียงแค่มนุษย์ ไม่มีสัตว์อสูร ไม่มีปีศาจเผ่าอื่น ไม่มีแม้กระทั่ง ลมปราณ แถมโลกใบนี้ก็ช่างสงบสุข ยกเว้นสงครามของมนุษย์กันเองที่ มีน้อยมาก แต่ก็ใช่หาว่าไม่มี !!


    ---------------------

    ข้านั้นมีนามว่า ป๋ายซือ ความลับของข้าในคราที่ข้าเกิดใหม่สิ่งที่เกิดกับข้ามากมายล้วนแต่หาคำตอบได้ยากมาก แต่ข้าก็พลันที่จะมิหาคำตอบเหล่านั้น ข้าคิดว่าจะแข็งแกร่งขึ้นก็พอ
    ในคราที่ข้าฟื้นคืนชีพและถูกสูงตัวมายังอนาคตเช่นนี้นั้น มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ห้วงความคิดหรือภวังค์ของข้า  
    เมื่อคลั้นที่ข้ายังมิได้ตาย ข้านั้นบรรลุอักขระสวรรค์เพียงแค่ 120 ภาษาแต่เมื่อข้า ฟื้นขึ้นมาและ เมื่อจ้าเข้าสู่ภวังค์ของข้า นั้นอยู่ในภวังค์ราว 1ชั่วยาม แต่เมื่อข้าลืมตา  ข้ารู้สึกเหมือนกลับผ่านไปเพียงพลิบตาเดียว
    ข้าจึงลงอยู่ในภวังค์ 1 ปี และออกจากภวังค์ ข้าจึงรู้ได้ว่า 1 นาที ในความเป็น จะเท่ากับ 1 ปี ในห้วงความคิดและภวังค์ ดังนั้นเมื่อข้าคิดแผนการต่างๆยามต่อสู้ ข้าใช้เวลาเพียง แค่ 1 นาที แต่ทว่า ในห้วงความคิดข้ากลับใช้มันไป 1 ปีเต็ม ข้าจึงใช้เวลา หลายพันปีเพื่อศึกษาภาษาของอักขระสวรรค์ต่างๆจน ข้าบรรลุ 999 ภาษา ได้
    จนทำให้ข้าเข้าใจถึงสิ่งที่แรกว่าพรสวรรค์ที่พระเจ้าให้ข้ามารวมถึงความลับอีกอย่างที่อยู่ในสายเลือดข้า นั่นก็คือ ข้าอาจจะเป็นอะไรกับราชันย์จันทรานิรันดร์ เนื่องจาก ข้าเคยอ่าน ตำราโบราณมากๆของตระกูลเกี่ยวกับความสามารถของ มังกรจันทรานิรันดร์ ซึ่งมังกรจันทรานิรันดร์นั้นมีกร้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเทียบเท่าพระเจ้า มีความคิดที่รวดเร็บฉับไวมีทั้งความสามารถมายา พิษ  และที่สำคัญยังมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองและ ข้ามอนาคต 
    ซึ่งมังกรจันทรานิรันดร์นั้นสามารถหยุดเวลาได้ และข้ามไปยังอนาคตได้ ซึ่งมันคล้ายคลึงกับกรณีของข้า 
    ข้าคิดว่าข้าได้รับความสามารถ หลังจากได้รับระดับชนชั้นลมปราณใหม่เสมอ เช่นเมื่อข้า อยู่ในชนชั้นลมปราณแห่งดาราหงสา น้าสามารถอยู่ในห้วงความคิดได้โดยใช้เวลา 1 ปี ในห้วง เท่ากับ 1 นาที ในความเป็นจริงและเมื่อข้าอยู่ในชนชั้นลมปราณแห่งดาราเมฆา   ข้าก็มีกร้ามเนื้อที่แข็งแกร่งกว่า เก่าถึง พันเท่า !!!
    ความสามารถแรกข้าเรียกว่า ห้วงภวังค์นิรันดร์ ส่วน ความสามารถที่สอง คือ กล้ามเนื้อนิรันดร์
    สำหรับในชนชั้นต่อไปข้าก็มิอาจรู้ได้เนื่องจาก ข้านังไปไม่ถึง ดังนั้นจึงมีวิธีเดียว ก็คือ !! รีบเร่งบ่มเพาะพลัง
    ข้านั้นเส้นลมปราณมีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ ถึง 10 เท่า เมื่อบ่มเพาะพลังอาจจะช้ากว่าคนอื่น แต่ด้วยตระกูลข้ามีทรัพยากรมากมายและข้าก็มีความสามารถด้านการแพทย์
    ข้าจึงต้องออกไปเก็บสมุนไพรยังป่าแห่งสรวงนภา แต่เมื่อเก็บมาแล้วข้าก็ไม่ได้มีเวลาปรุงเลยเนื่องจากเรื่องต่างๆมากมาย
    แม้กระทั่งตอนนี้ ข้าคิดจะสร้างอาวุธซักหนึ่งชิ้น ดังข้าจึงกลับไปยังคฤหาสน์และ   บอกฮู๋อี้ว่าอย่าให้ใครเข้ามายังห้องที่ข้าอยู่
    ข้านั่งลงและปิดตา ในขณะนี้ข้าอยู่ในห้วงความคิดแล้ว เอาหล่ะถ้างั้นข้าคงต้องนำอักขระ ชนชั้นสูง ทั้ง 99 ภาษามารวมกัน
    ข้าใช้เวลาใน2ชั่วยาม ในโลกความเป็นจริง แต่ในห้วงความคิด ถึง 240 ปี ในการผสานอักขระสวรรค์
    หลังจากนั้นข้าจึงกลับมายังความเป็นจริงและนำโลหะสวรรค์ออกมาจากมิติของข้า หลังจากนั้น ข้าจึงหยิบดวงจิตอสูรชนชั้มปราณแห่งดารานภาฟ้าคำราม ขั้นปลาย ออกมาด้วย
    โลหะสวรรค์ 1ตัน ที่ข้านำออกมา ข้าบีบอัดจนมันเล็กเพียง เท่ากับแหวนมิติ แต่น้ำหนักของมันยังคง 1 ตัน ข้าเริ่มแกะสลักอักขระสวรรค์ ชนชั้นสูง 99 ภาษาลงแหวนที่ข้าสร้าง ข้าใช้เวลาอยู่ 3 ชั่วยาม 
    มันจึงเกิดแสง วูบนึงเป็นสีทองขาวอร่ามม แสบตา แล้วหายไปแหวนของข้าจึงสร้างเสร็จเรียบร้อย รวดลายแปลกตาสำหรับชาวยุทธในทุกทวีปอย่างแน่นอน และความสามารถ ก็ยังแปลกตาอีกด้วย
    เพราะแหวนของข้านั้นมีความสามารถ คือ "เปลี่ยนแปลง"แหวนข้าสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ตามใจข้านึกแม้กระทั่งโล่อีกอย่างแหวนวงนี้ สำหรับข้าแล้ว มันไม่รู้สึกหนักอย่างแน่นอนเพราะข้าคือเจ้าของ แต่เมื่อ
    คนอื่นใส่มันหรือแม้แต่จะยกมันขึ้นมา มันก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมันหนักถึง 1000 ตัน แม้ข้าจะใช้แค่ 1 ตัน แต่เมื่อ99 ภาษา มีคุณสมบัติแต่งต่างกันมากมาย ทำให้แหวนของข้ามีความสามารถอีกตั้ง 99 อย่างอย่างแรกคือ แรงโน้มถ่วง เหมือนที่ข้าใช้กับสัตว์อสูรเมื่อคราที่ข้าสู้กันในป่าแห่งสรวงนภา
    แหวนวงนี้เมื่อคนอื่นใส่เลยหนักถึง 1000 ตัน
    ความสามารถมันมีเยอะจนพูดไม่หมด และข้าก็ขี้เกียจพูดด้วยค่อยตามดูและกันว่ามันจะมีความสามารถอะไรบ้างในอนาคต
    และอีกหนึ่งอย่างที่แหวนวงนี้พิเศษคือ ความสามารถมัน เท่ากับระดับชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพ !! ขั้น 100 !!
    ดังนั้นข้าจึงให้มันอยู่ในหมวด 7 อาวุธ "ศาสตราวุธแห่งทวิภพ" ซึ่งชื่อแหวนก็คือ "แหวนสรรค์ทวิภพ"
    เมื่อข้าสร้างอาวุธประจำตัวข้าเสร็จแล้วข้าจึงออกจากห้องและไปยังลานกว้างเพื่ออำลากับทุกๆคน ข้าบอกกับพวกเขาว่าข้าอาจจะไปนานถึง 1-2 ปี
    ดังนั้นหากข้ากลับมาแล้วฝีมือการทำอาหาร การต่อสู้ การแพทย์ ไม่พัฒนาขึ้นข้าจะไล่ออกให้หมดเลย
    ข้ากล่าวจบข้าก็เดินไปยังฮู๋อี้ และกอดนางพลันจะลูบผมของนางที่สละสะสวย "ข้าไปแล้วหนา แม่นางฮู๋อี้ เจ้ารักษาตัวดีด้วยหล่ะ"
    "อื้มม" นางตอบพลันมีสีหน้าแดงระรื่อ  ข้าจึงออกจากกอดและมุ่งทะยานไปยังจวนเจ้าเมือง ด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง
    เมื่อข้ามาถึงข้าก็เห็นท่านเจ้าเมืองยืนรออยู่แล้วหน้าจวนเจ้าเมือง
    ข้าบอกกับท่านเจ้าเมืองไปว่า "ท่านเจ้าเมืองขอรับ ผู้น้อยจะไปยังทวีปทวิภพเดี๋ยวนี้เลย ดังนั้น ท่านช่วยเรียกทหารทั้งหลายที่ไปกับท่านหรือทุกท่านที่เป็นกับท่านมาล้อมตัวข้าด้วยเถิด "
    "เจ้าจะทำสิ่งใดหรือ  จะเป็นไปได้ไงกันที่เราจะไปถึงยังทวีปทวิภพในทันที เจ้าเอาอะไรมาพูด!!" 
    ท่านเจ้ากล่าวโดยมิมีความเชื่อในตัวข้าเลยแม้แต่นิดดังนั้นข้าจึงกล่าวไผอีกว่า "หากข้าไปด้วยรถม้า ข้าก็ต้องใช้เวลาถึงทวีปดังกล่าวอีกตั้ง 6 กว่าจวนจะถึง  ดังนั้นวิธีของข้าจะเร็วกว่าอย่างแน่นอน"
    "เอาเถอะเจ้าจะทำอะไรก็ทำ !!" หลังจากนั้นท่านเจ้าเมืองให้ผู้คนที่จะไผยังทวีปทวิภพ มาล้อมตัวข้าดั่งที่ข้าต้องการ 
    เมื่อเตรียมการเสร็จแล้วข้าจึง วูบบบบ !!!  ตึ้ง ณ อาณาจักรมังกรบรรพชน ดั่งที่ต้องการมาเยือน หลังจากนั้นข้าจึงติดว่าจะเดินเล่น รอบเมืองก่อนจะถึงวันแข่งก็อีกตั้ง 6 เดือน 
    เหล่าทหารและท่านเจ้าเมือง แสดงใบหน้าอัปลักษณ์ออกมาอย่างชัดเจนอย่างกับเจอผีกลางวันแสกๆ 
    เขาจึงหันมาทางข้าแล้วกล่าวว่า "จะเจ้า ทำได้ไง..!!" 
    ข้าจึงตอบไปว่า "จุ้ จุ้ มันเป็นความลับ เอาหล่ะถ้างั้นจะไปเดินเล่นก่อน นี่คือหยกโบราณสำหรับการติดต่อกันหากมีปัญหาอะไร"
    ข้าหยิบหยกโบราณที่หาซื้อในท้องตลาด ของเมืองหมอกทมิฬยื่นให้กับท่านเจ้าเมือง และข้าจึงเดินตามทางไปทั่วไปยังที่ๆข้าเคยอยู่




    เริ่มจะได้เข้าเราม่าแล้วมั้งครับ 5555+ ฝากติดตามกดรักหน่อยนะครับสามารถช่วยโดเนทกันได้นะครับ ทาง Wallet : 0645303024ปล.อย่าโทรมาเล่นนะครับ 5555+