ตอนที่ 11 เหมือนโดนขำแบบสมเพช
“ไม่ต้องกลัวไปหรอกผมไม่ใช่ฆาตกรสักหน่อย” ซินกล่าวอย่างยิ้ม ๆ ตัวเขาตอนนี้ชำระร่างที่เปื้อนเืเสร็จเรียบร้อยแล้ว
รอยยิ้มของซินตอนไม่เปื้อนเืนั้นทำให้เบลรู้สึกดีมากขึ้น แต่ตอนนี้เธอก็แน่ใจแล้วเด็กน้อยร่างบางคนนี้ไม่ง่ายเหมือนที่เห็นตอนแรกจริง ๆ เธอประเมินเขาต่ำไปมาก
“เสร็จแล้วเราไปกันเถอะครับ” ซินกล่าวพร้อมกับจูงมือเบลออกจากดันเจี้ยน
ภาพข้างหลังที่เบลไม่เห็นนั้นมันสภาพเลวร้ายกว่าที่เธอคิดเอาไว้มากเพราะซิน้าที่จะทดสอบดาบใหม่ที่ได้มาจากเด็กน้อยพีบี ดาบนั้นตัดได้เฉียบขาดมาก เมื่อครู่เขาตัดผิดดันเจี้ยนได้สบาย ๆ เลย ส่วนบอสนั้นโดนลูกหลงเฉย ๆ เลยตกตายพอเห็นแบบนั้นเขาเลยรีบเก็บของดรอปแล้วออกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่เธอจะมาเห็น
แถมสติของเขาตอนใช้ดาบนั้นถูกดึงออกมานิดหน่อยด้วย เขาคิดว่านี่น่าจะเป็ร่างบ้าคลั่งของพระเอกนิยายหรือเปล่านะ
ทั้งสองคนเดินออกจากดันเจี้ยนโดยที่ไม่แม้แต่คุยกันเลยเพราะต่างคนต่างคิดเื่ที่เจออยู่ โดยเฉพาะเบลเื่ที่เธอเจอดูเหมือนโหดร้ายไปนิดแม้ว่าเธอจะเคยเจอเื่แบบนี้มาบ่อย ๆ แล้ว แต่บางครั้งอะไรที่มาโดยไม่ตั้งใจมักจะรุนแรงเสมอ
แต่ตอนนี้ทั้งสองก็ยังจับมือกันอยู่ไม่รู้ตัวจนกระทั่งยามที่หน้าเมืองทัก ทั้งสองจึงรีบปล่อยออกด้วยท่าทางเขินอาย
“ผมกลับก่อนนะครับพี่สาว” ซินกล่าวพร้อมกับโบกมือลา เขายังไม่คิดจะไปกิลด์นักผจญภัยตอนนี้เพราะเขาได้แบบแปลนที่้ามาแล้ว้าจะตรวจสอบรายละเอียดก่อนเพราะตอนได้มาเขายังไม่ทันได้ดูละเอียดมากนัก
[แบบแปลนที่อยู่ ระดับ D]
รายละเอียด : เป็แบบแปลนที่ถูกสร้างขึ้นโดยช่างไร้ชื่อคนหนึ่งที่้าสร้างบ้านที่ตัวเขาสามารถอยู่กับภรรยาได้อย่างอบอุ่นได้
โอกาสมีบุตรเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์
“อะโอ้” ซินมองความสามารถพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาของมันอย่างบอกไม่ถูกถ้าเกิดมีลูกแล้วมีคนงานก็ดีไปอยู่ แต่คงคิดสภาพไม่ออกถ้าคนงานหายไปมีลูกกันหมดเขาคงเจอปัญหาแน่ ๆ แถมดินแดนของเขายังไม่อนามัยพอที่จะทำให้เด็กเกิดมาแข็งแรง
แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาตอนนี้เพราะเขาสร้างเพื่อให้มันดูเป็เมืองเฉย ๆ แถมค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นมา น่าจะได้ผลกับภูตต้นไม้ด้วยถ้าภูตต้นไม้มีลูกก็ไม่ต้องเป็กังวลเลยเพราะพวกมันแข็งแกร่งพอที่จะดูแลตัวเองได้ั้แ่ยังเด็ก ทว่าเขาคิดว่าบ้านนี้ยังไม่เหมาะกับประชากรในเมืองเท่าไหร่เลย อยากได้อะไรที่เข้ากับพวกภูตต้นไม้มากกว่านี้เพราะนี่มันบ้านของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกัน
ซินทำการติดต่อปู่ต้นไม้ผ่านดอกไม้ที่ปู่ให้มา มันเป็ดอกซากุระสีแดงสดที่จริงปู่บอกให้ทัดหูเอาไว้แต่เขาคิดว่ามันจะหล่อเท่เกินไปเลยเก็บในช่องเก็บของแทน
“ปู่ต้นไม้”
“ว่าไงท่านซิน” เสียงเก่าแก่ตอบกลับมาด้วยความเคารพ
“ผมอยากสร้างบ้านให้กับภูตต้นไม้นะ แต่ไม่มีความคิดดี ๆ เลย”
“โอ้เื่นั้นแทบไม่จำเป็เลย เพราะพวกเราจะกลายเป็ภูตไม้เมื่อยามพักผ่อนเราจะเข้าไปอยู่ในต้นไม้เพื่อสิ่งสถิต”
“หมายความว่าไม่จำเป็ต้องสร้างที่อยู่สินะครับ”
“ใช่แล้วท่านซิน แต่ข้ามีเื่ขอร้องหน่อยนะ” ปู่ต้นไม้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงลังเล
“อะไรเหรอปู่”
“ตำนานว่ากันว่า- “
“หยุดผมไม่ฟังเื่เก่าแก่แบบนั้น”
“อะโอเค มันเป็เื่ของภูตต้นไม้ที่ส่งต่อกันมาว่ากันว่าจะมีต้นไม้ต้นหนึ่ง มอบชีวิตให้แก่พวกเราและยังมอบพลังชีวิตที่ยืนยาวให้แก่เราอีกด้วย เมื่อพวกเราสถิตอยู่ในต้นไม้ต้นนั้น”
เมื่อได้ฟังเื่ราวถึงตรงนี้ซินอุทานฉิบหายแน่นอนขึ้นมาในใจทันที
“ชื่อของมันคือต้นไม้โลกหรืออิกกราซิล!!” ปู่ต้นไม้พยายามทำเสียงให้ยิ่งใหญ่และทรงพลังเมื่อกล่าวถึงชื่อนี้
“เื่หลอกเด็กแหละปู่ ปู่ชอบต้นไม้เล็ก ๆ นั้นอยู่แบบนั้นไปก็พอแล้ว”
“ท่านซินท่านก็รู้ข้าไม่ได้หลอกท่านนะ แม้ต้นไม้นั่นจะถูกทำลายไปแล้วเมื่อาเทพครั้งก่อนแต่ข้าเชื่อว่าเมล็ดของมันยังหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน” ปู่ต้นไม้เริ่มอ้อนวอนขอร้อง
“โอเคผมจะหามาให้ถ้าเจออะนะ แต่มันคงไม่ตกมาจากฟ้าหรอก” ซินกล่าวลอย ๆ และมองขึ้นไปบนฟ้าทันทีเผื่อโชคดีตกมาจริง ๆ แต่มองไปสักพักแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาก็วางใจได้
“โอเคปู่ถ้า้าสิ่งใดบอกผมมาเลยนะ ผมจะหาให้”
“แค่นี้ก็เป็พระคุณมากแล้วท่านซินแต่ว่าท่านซินข้าไม่สามารถััได้ถึงดอกไม้ที่ข้าให้ท่านไปเลยจนเมื่อสักครู่ท่านติดต่อมาถึงััได้ท่านทราบหรือเปล่า”
“หืม อย่างนี้เองเหรอ ก็พอรู้แหละ งั้นไปก่อนนะปู่”
“ขอรับท่านซิน”
หลังจากที่ปู่วางสายไปแล้วซินก็หยิบเนื้อมอนสเตอร์จากดันเจี้ยนขึ้นมาดู ก็พบว่าเนื้อยังสดใหม่อยู่
“เป็ไปตามที่คิดรู้สึกช่องเก็บของก็เหมือนมิติแยกที่ถูกหยุดเวลาเอาไว้ ถ้าเอาไปใช้ดี ๆ คงสามารถลบเครื่องติดตามแบบปู่ออกได้เลย ถึงเอาสิ่งมีชีวิตใส่ไปไม่ได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหามาก”
แต่พอเขาคิดไปคิดก็คิดได้ว่าเครื่องติดตามที่เป็สิ่งมีชีวิตก็มีนี่หว่า ถ้าแบบนั้นเื่ที่คิดมาก็ใช้ไม่ได้ทั้งหมด
ซินส่ายหัวแบบเซ็ง ๆ อีกครั้งก่อนที่จะเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาเพราะตอนที่เขาทำการพิชิตดันเจี้ยนได้นั้นตัวของเขาได้รับแต้มพิชิตที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เพราะอย่างที่เขาเคยบอกไปเมื่อจบเกม หลังจากเคลียร์โลกเสร็จระบบจะคำนวณค่าพิชิตให้แต่ว่าตอนนี้เขาได้ค่าพิชิตก่อนที่เขาจะจบเกมนั้นทำให้เขาสับสนแล้วไม่รู้ว่าได้มายังไง
[ท่านได้รับค่าพิชิต 10000 แต้ม จากการเคลียร์ดันเจี้ยน]
[ปลดล็อก ระบบร้านค้าแต้ม]
ซินมองที่ระบบโชว์ด้วยความสงสัย ค่าพิชิตจากเคลียร์ดันเจี้ยน? ระบบร้านค้าแต้ม? อิหยังวะ?
ตอนนี้เขารู้สึกว่าเออที่ผ่านมาตลอดหลายปีที่เขาเล่นเกมนี้มาเขาเล่นถูกจริง ๆ หรือเปล่าหว่า แต่ก็ได้คำตอบแล้วละ นอกจากตอนที่จะขว้างป้ายผู้พิชิตออกไป หรือไม่สามารถปราสาทฮอลล์เขาน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวเองนั้นไม่ได้เล่นตามเกมเลยนิหว่า
แค่ได้ของอะไรที่โกงสุด ๆ เขาก็อยากจะขว้างทิ้งแล้ว าร้อยปีจากโลกก่อนยังติดตาตรึงใจเขาอยู่เลย ที่ทุกเผ่าพันธุ์แม่งมารุมดาหน้าเข้ามาอย่างกับเจอดาราในดวงใจ
เขาพยายามสะบัดเื่โลกเก่าออกจากหัวก่อนที่จะเปิดหน้าต่างร้านค้าขึ้นมาก็ปรากฏว่าแม่งไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ
“แล้วคุณเองจะทำระบบออกมาทำไมฟระ”
เมื่อไม่รู้อะไรเลยเขาก็ต้องหาคำตอบเองจากในคำอธิบายตรงช่องแต้มคะแนน
รายละเอียด : แต้มพิชิตถือว่าเป็สกุลเงินของวอร์ แต้มพิชิตได้รับจากการพิชิตสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ ดันเจี้ยน หมู่บ้าน อาณาจักร ประเทศ ทวีป โลก หรือกระทั่งจักรวาล แต้มนั้นเอาไว้ซื้อของในร้านค้าเมื่อมีคน้าขายของ
รายละเอียด : การขายของแค่นำของที่ท่าน้าขายไปใส่หน้าต่างขายของระบบจะประมวลมูลค่าก่อนที่จะตั้งราคาให้เอง
“ค่าพิชิตคือสกุลเงิน ใช้ซื้อของกับคนที่้าจะขาย” ในหัวของซินคิดเื่เลวร้ายขึ้นมาได้อีกเื่แล้วแน่นอนเขาไม่อยากให้เป็จริงเลย
ถ้ามีคนขายก็ตอนมีคนซื้อ ถ้าตอบนั้นตัวเขาก็อาจไม่ใช่คนเดียวที่อยู่บนโลกใบนี้ แค่คิดก็ขนลุก
“โอ้พระเ้า เองโปรดมีจริงแล้วให้พรแกตรูด้วยเถอะ อย่าเอามันมาใกล้ตรูนะปัญหาของเองนะ”
ซินไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกไปเองหรือเปล่าเขาได้ยินเสียงหัวเราะแบบสมเพชด้วย
“ช่างเถอะถึงพระเ้าจะไม่ช่วยเรา แต่เรายังมี มี มี เราไม่มีอะไรเลยนิหว่า แย่แล้ว!!! เราไม่มีอะไรเลย เขาจะตายแล้ว” ซินกำลังสติแตกอย่างเต็มที่เพราะเขาคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเจอกับไอ้คนที่เป็แบบเดียวกับเขาจะสู้กับมันยังไง เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรให้ใช้ต่อสู้ได้เลย
“ถึงเ้านั้นจะรู้ว่ามีคนอยู่โลกเดียวกันหรือไม่นั้นก็น่าจะไม่รู้ข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามอยู่ดีเราจะทำอะไรต้องระวังตัวมากขึ้นอีกแล้ว นี่มันไม่ใช่ปัญหาแค่ระดับจิบ ๆ แล้วนะเนี่ย”
ซินส่ายหน้าอย่างเซ็งจิตเขาไม่อยากจะใช้สมองเท่าไหร่เลย ยิ่งใช้ยิ่งเครียด ทั้งวันซินไม่ได้ยินเสียงของใครและไม่พูดกับใครเลยจนทำให้ทุกคนเป็ห่วงกันอย่างมาก แต่ซินก็ยังไม่สนใจอยู่กับแค่ตัวเองจนในที่สุดเวลาก็ผ่านไปสามวัน
“จริงด้วย ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ช่างมันแล้วกัน” ซินหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนที่จะเดินไปหาอะไรทานเพราะเริ่มหิวแล้ว