บทที่ 24: หอประมูลหมื่นสมบัติ
คณะเดินทางของตระกูลหลินในตอนนี้นับว่าเล็กกะทัดรัดแต่กลับเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ประกอบด้วยหลินเวยเวยผู้เป็นายหญิง, เย่เฉินในฐานะผู้าุโเกียรติคุณ, และมีสือเฟิงกับต้าหู่เดินตามหลังในฐานะผู้คุ้มกัน พวกเขาทั้งสี่คนเดินไปตามถนนที่กว้างขวางของสถานีการค้าเจียหลิง มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองอันเป็ที่ตั้งของสถานที่ที่โดดเด่นที่สุด
"หอประมูลหมื่นสมบัติ"
มันคืออาคารขนาดมหึมาที่สร้างจากหินหยกดำทั้งหลัง สูงตระหง่านเสียดฟ้าถึงเก้าชั้น รูปทรงของมันคล้ายกับเจดีย์โบราณ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความหรูหราและพลังอำนาจ ที่หน้าประตูทางเข้ามีทหารยามในชุดเกราะหนักยืนเรียงรายอยู่ถึงแปดคน ทุกคนล้วนมีพลังอยู่ในขอบเขตหลอมกายาเป็อย่างต่ำ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผู้อยู่เื้ัหอประมูลแห่งนี้
เมื่อหลินเวยเวยแสดงป้ายหยกประจำตระกูลหลินออกมา พนักงานต้อนรับในชุดผ้าไหมก็รีบออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อมและนำทางพวกเขาทันที
"เชิญแม่นางน้อยหลินและท่านผู้าุโทุกท่านที่ห้องส่วนตัวชั้นสามขอรับ"
ตระกูลหลินในฐานะตระกูลพ่อค้า ย่อมมีสิทธิ์ในห้องรับรองพิเศษ ไม่จำเป็ต้องไปนั่งเบียดเสียดกับผู้คนทั่วไปในห้องโถงใหญ่ชั้นล่าง
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินตามพนักงานขึ้นไปยังบันไดวนที่ทำจากไม้จันทน์หอมนั้นเอง... กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งก็เดินสวนลงมาพอดี
เมื่อสายตาของทั้งสองกลุ่มประสานกัน บรรยากาศก็พลันเย็นเยียบลงในทันที!
กลุ่มที่เดินลงมานั้นคือกลุ่มคนจากตระกูลเซียว! และผู้นำที่เดินอยู่หน้าสุด...คือชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีทองอร่าม ใบหน้าหล่อเหลาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและดูแคลน...
"เซียวอี้เฟิง!"
เย่เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินเวยเวยอย่างเงียบๆ เมื่อได้เห็นใบหน้าของศัตรูคู่อาฆาตอีกครั้ง หัวใจของเขาก็ราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็กร้อนแดง! คลื่นแห่งความแค้นและจิตสังหารอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจจนแทบจะะเิออกมา!
'ใจเย็นไว้ ไอ้หนู...' เสียงของหุนตุ้นดังขึ้นเตือนสติ 'การแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดคือการบดขยี้ทุกสิ่งที่มันภาคภูมิใจต่อหน้าต่อตามัน...ไม่ใช่การสังหารโง่ๆ ที่นี่'
คำเตือนนั้นทำให้เย่เฉินสามารถสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ของตนเองไว้ได้ในที่สุด เขาควบคุมลมหายใจและเปลี่ยนจิตสังหารที่เดือดพล่านให้กลายเป็ความเยือกเย็นที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม
เซียวอี้เฟิงมองมายังหลินเวยเวยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "โอ้...นี่มันแม่นางน้อยหลินนี่เอง ไม่คิดเลยว่าตระกูลหลินที่ใกล้จะล่มสลายจะยังมีเงินเหลือพอมาเข้าร่วมการประมูลเช่นนี้ได้อีก"
"นั่นไม่ใช่เื่ที่นายน้อยเซียวต้องกังวล" หลินเวยเวยตอบกลับอย่างเ็าไม่แพ้กัน
สายตาของเซียวอี้เฟิงกวาดมองไปยังผู้ติดตามของนาง เขาจำสือเฟิงและต้าหู่ได้ว่าเป็ทหารรับจ้าง ก่อนที่สายตาจะปัดผ่านร่างของเย่เฉินที่คลุมหน้าไว้ไปอย่างไม่ใส่ใจ
แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย... ไม่รู้เหตุใด เขากลับรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาดกับชายในชุดคลุมผู้นี้... ััได้ถึงกลิ่นอายที่สงบนิ่งจนน่าขนลุก
"หึ! ไม่ว่าพวกเ้าจะมาที่นี่เพื่ออะไรก็ตาม" เซียวอี้เฟิงกล่าวอย่างยโส "ข้าขอเตือนไว้ก่อน... โดยเฉพาะ 'แก่นโลหะเย็น' ชิ้นนั้น...ตระกูลเซียวของข้า้ามัน! ใครที่กล้ามาขวางทาง...ก็ลองดู!"
เขากล่าวทิ้งท้ายอย่างท้าทาย ก่อนจะเดินนำลูกน้องจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ
บรรยากาศกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง หลินเวยเวยหันมามองเย่เฉินด้วยสีหน้าที่เป็กังวล นางกลัวว่าคำพูดดูถูกของเซียวอี้เฟิงจะทำให้เขาโกรธเคือง
แต่นางกลับต้องประหลาดใจ...
แววตาของเย่เฉินที่มองตามแผ่นหลังของเซียวอี้เฟิงไปนั้น ปราศจากความโกรธแค้นใดๆ... มันมีเพียงความสงบนิ่งที่เ็า... นิ่งราวกับผืนน้ำในคืนเดือนดับที่ซ่อนเร้นกระแสคลื่นอันบ้าคลั่งเอาไว้เบื้องล่าง
เย่เฉินหันกลับมามองหลินเวยเวยและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด
"ไม่ต้องห่วง..."
"วันนี้... ของทุกชิ้นที่เขา้า...จะต้องตกเป็ของเรา"