สุดท้ายแล้วซูลี่ต้องขอพักอาศัยในบ้านของหยางหลง เพราะเพิ่งเดินทางมาถึงโลกโบราณแห่งนี้และยังไม่รู้จะไปไหนต่อดี มันแปลกประหลาดมาก จนต้องขอพักทำใจก่อน ตอนนี้ซูลี่คิดอะไรไม่ออกและเป็เวลาบ่ายคล้อยแล้ว จึงต้องขออาศัยคนที่บอกว่าเป็สามีคนที่ชื่อเหมือนกันกับตนเองไปก่อน อย่างน้อยเขาก็เต็มใจต้อนรับซูลี่อย่างเต็มใจ
แต่บ้านหลังนี้ทั้งเก่าและทรุดโทรมเพราะขาดการดูแลมานาน ซูลี่จึงต้องเก็บกวาดบ้าน ทำความสะอาดห้องนอนที่ว่างอยู่อีกห้องพร้อมทั้งนำที่นอนผ้าห่มมาผึ่งแดดสักหน่อยก่อนจะค่ำ หญิงชาวบ้านที่พาซูลี่มาที่บ้านของหยางหลงเป็เพื่อนบ้านของหยางหลงชื่อป้าหลี่กวง นางเป็คนใจดีช่วยเหลือหยางหลงมาตลอด 1 ปี ที่เขาอยู่ลำพัง อาหารการกินก็นำมาให้ ทั้งยังคอยซื้อยามาต้มให้กินทุกวัน ช่างเป็คนใจดีนัก ซูลี่มียาในกล่องปฐมพยาบาลในมิติชิปมหัศจรรย์ของตนมากมาย จึงคิดจะลองตรวจอาการเขาดูคร่าวๆ ก่อนให้ยาเขา หากเขาแค่ตรอมใจร่างกายทรุดโทรมเพียงกินยาบำรุงร่างกายเสริมวิตามินชนิดพิเศษที่พัฒนาขึ้นในโลกศตวรรษที่ 23 เพียงเม็ดเดียวก็หายป่วยภายในพริบตาแล้ว
กว่าจะทำความสะอาดสิ่งใดเสร็จ เนื้อตัวของซูลี่ก็ยิ่งเต็มไปด้วยฝุ่นมากกว่าเดิม ทั้งชุดแนบเนื้อที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าชุดโบราณนี้อีกที่โดนดินเปื้อนไปหมดั้แ่ตกลงมายังหมู่บ้านแห่งนี้ ซูลี่จึงอยากอาบน้ำนัก แต่ไม่มีชุดเปลี่ยนจึงต้องไปขอยืมชุดเก่าๆ ของภรรยาหยางหลงมาใส่ ในใจก็กลัวว่าจะทำให้เขาคิดถึงภรรยาของตนเองขึ้นมา แต่มันสุดวิสัยจริงๆ ซูลี่ไม่มีเสื้อผ้าอื่นให้เปลี่ยนอีกแล้ว จึงจำต้องไปเอ่ยปากขอจากเขา
“ท่านพอมีเสื้อผ้าเก่าๆ ของภรรยาท่านให้ข้าสวมใส่หรือไม่เ้าคะ พอดีชุดข้าเปื้อนไปหมดแล้ว ข้าอยากอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่สักหน่อย”
“เ้าไปเลือกดูในหีบใบนั้นนะ ข้าเก็บเอาไว้อย่างดี ซักสะอาดหมดทุกตัว ข้ายกให้เ้าหมดเลย อย่างไรภรรยาข้าคงไม่กลับมาอีกแล้ว”
เขาชี้นิ้วไปยังมุมห้องนอนของเขาที่มีโต๊ะกระจกสำหรับแต่งตัวของภรรยาและมีหีบวางอยู่ข้างๆ กัน หยางหลงพูดถึงภรรยาทีไรเหมือนน้ำตาจะไหลทุกที แม้เขาจะคิดถึงนางแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงว่านางจากไปแล้ว สตรีตรงหน้าเขาเป็เพียงคนที่หน้าตาเหมือนนางเท่านั้น แม้เขาจะดีใจแค่ไหนที่ได้เจอคนที่เหมือนกับนาง แต่อย่างไรก็เป็คนละคนกัน
“ท่านไม่สบายใจที่ข้าเอาชุดภรรยาท่านมาใส่หรือไม่เ้าคะ ทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้”
“ข้าเพียงคิดถึงนางเท่านั้น เ้าเอาไปใส่ได้เลย ข้าไม่เป็ไร”
หยางหลงพูดจบก็มองหน้าซูลี่อย่างเหม่อลอย คิดถึงวันเก่าๆ ของเขาและภรรยา
“หากท่านไม่ว่าอะไร ให้ข้าตรวจชีพจรท่านดูได้หรือไม่เ้าคะ ข้าพอรู้วิชาแพทย์และมียาวิเศษมากมายเลยเ้าค่ะ”
หยางหลงเพียงพยักหน้าและยื่นข้อมือของตนออกไปให้นางจับชีพจรดู ภรรยาเขาไม่เคยรู้วิชาแพทย์ นางคงไม่ใช่ภรรยาเขาจริงๆ
หยางหลงได้แต่ทอดถอนใจ พยายามทำใจให้ได้ว่าสตรีตรงหน้าเขาเป็ผู้อื่น เขาจะเห็นแก่ตัวอยากนางเพราะนางหน้าตางดงามเหมือนภรรยาเก่าของตนเองไม่ได้ เขาควรหักห้ามใจ
“เ้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็ใคร แล้วเ้าจำได้หรือไม่ว่าเ้ามาจากไหน พ่อแม่เป็ใคร?”
ซูลี่ไม่รู้ว่าจะบอกกล่าวอย่างไรว่านางมาจากโลกศตวรรษที่ 23 แม้จะจำพ่อแม่ของตนได้ แล้วหากชื่อไปเหมือนกับพ่อแม่ซูลี่ในโลกนี้อีกหรือเปล่านะ หรือจะแกล้งความจำเสื่อมต่อไปดี
“ข้าจำพื้นเพของตนเองไม่ได้เลย ข้าฟื้นขึ้นมากลางป่าลึกแห่งหนึ่งแล้วไม่รู้ว่าตนเองเป็ใคร แล้วก็ออกเดินทางร่อนเร่พเนจรตามหาสมบัติล้ำค่าไปขายแลกเงินหาเลี้ยงตนเองเพียงลำพังมาั้แ่นั้นเ้าค่ะ”
หยางหลงฟังเื่ราวของซูลี่อย่างตั้งใจพลางคิดตาม เขาเองไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรที่จะรั้งนางไว้ข้างกายได้ แม้นางจะมองเขาเป็คนแปลกหน้าสำหรับนางแต่เขารู้สึกคุ้นเคยกับนางอย่างประหลาดไม่ใช่เพียงเพราะหน้าตาเหมือนกัน แต่มันเป็ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
“แล้วเ้าเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่กลัวหรือ?”
“ข้าไม่กลัวเ้าค่ะ ข้าป้องกันตัวเองได้ และคิดว่าเอาตัวรอดได้เ้าค่ะ”
“หากข้าขอให้เ้าอยู่ที่นี่กับข้าต่อ เ้าจะรังเกียจหรือไม่?”
ซูลี่เองก็ไม่รู้จะไปไหน แต่ในใจก็อยากออกไปสำรวจโลกในยุคโบราณนี้อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้คงต้องลองศึกษาชีวิตความเป็อยู่ของคนในหมู่บ้านนี้ดูก่อนอย่างน้อยจะได้มีคนรู้จักกว้างขวางมากขึ้นค่อยขยับขยายไปเมืองอื่นได้สะดวกหน่อย การเดินทางที่นี่คงล้าหลังอยู่มาก หากทำตัวแปลกแยกก็จะโดดเด่นจนเกินไป
“ข้าจะอยู่กับท่านไปก่อนก็ได้เ้าค่ะ ในฐานะผู้อาศัยนะเ้าคะ ไม่ใช่ภรรยา”
“แล้วหากข้าอยากให้เ้าเป็ภรรยาข้า ข้าต้องทำเช่นไร? เ้าจึงจะยินยอม หากเ้าอยู่กับบุรุษในบ้านเดียวกันแต่ไม่ใช่สามีภรรยากันย่อมถูกผู้คนภายนอกครหาได้นะ เ้าพอจดจำเื่เหล่านี้ได้หรือไม่?”
“เป็เช่นนั้นหรือเ้าคะ ข้าไม่รู้เลย ข้ายังไม่รู้จะเดินทางไปที่ใด เลยคิดว่าจะขอพักพิงที่นี่ชั่วคราวเท่านั้น แต่หากการที่ข้ามาพักกับท่านแล้วถูกผู้คนครหา งั้นข้าคงต้องรีบจากไปใช่หรือไม่? ข้าไม่อยากให้ท่านเสื่อมเสีย”
“ข้าไม่ได้กลัวตนเองจะเสื่อมเสีย และข้าไม่อยากให้เ้ารีบจากไป ข้าแค่อยากให้เ้ารับข้อเสนอของข้า ยินยอมเป็ภรรยาข้าในนามไปก่อนก็ได้ อย่างไรเสียก็ลดความยุ่งยากไปได้เยอะ หรือหากเ้ากลัวตนเองจะเสียหายที่เป็ภรรยาข้าเพียงในนาม ข้ายินดีจัดงานแต่งงานอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมและรอคอยเ้าเพียงผู้เดียว จนกว่าเ้าจะยอมรับข้าเป็สามีอย่างสมัครใจ ได้หรือไม่? ข้าไม่คิดมีใครอื่นอีกเลยนอกจากเ้า แค่เจอหน้าเ้าข้าััได้ว่าเ้าคือคนเดียวที่ข้ารอคอย แม้เ้าจะไม่ใช่ภรรยาข้าคนเดิม แต่ข้ารู้สึกได้ว่าเ้าคือคนที่ข้ารอคอยเพียงผู้เดียว ได้โปรด! ข้าขอร้อง”
ซูลี่เห็นท่าทางอ้อนวอนขอร้องของเขาก็รู้สึกสงสาร แต่ก็ยังไม่อยากรีบร้อนตัดสินใจอะไรลงไป ทั้งไม่รู้เื่ความรักชายหญิงอะไรพวกนี้มาก่อนซูลี่อายุเพียง 18 ปี เท่านั้น
“ท่านรักษาอาการป่วยของท่านให้หายดีก่อนได้หรือไม่ หากท่านหายดี เราค่อยคุยกันเื่พวกนี้ดีหรือไม่เ้าคะ ข้าขอพักอาศัยชั่วคราวไปก่อน และขอใช้เวลาใคร่ครวญเื่ที่ท่านบอกมาอีกสักหน่อยนะเ้าคะ”
หยางหลงเองรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยนางยังไม่ตัดรอนเขา เขายังมีโอกาสที่จะได้นางมาเป็ภรรยา เขาต้องรีบหายป่วยไวๆ เพื่อจะได้ทำให้นางใจอ่อนให้เขาโดยง่าย เขาตั้งมั่นว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อนาง ไม่ท้อแท้สิ้นหวังเช่นก่อนเก่าอีกแล้ว
“หากเ้าเก็บไปไตร่ตรองก่อนข้าก็ไม่ขัด ขอเพียงเ้ายังอยู่กับข้าไม่ไปไหนข้าก็พอใจแล้ว”