ชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง

    บทที่ 137 เหล่าแขก

            บทที่137

            เหล่าแขก

            “หื้ม? อยากรู้หรือ?” ซูเหม่ยหรูเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทางแปลกใจดวงตาคมหวานกะพริบเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน

            นางจ้องไปที่ใบหน้าสงบนิ่งของไป๋ซือเหนียงครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความขำเล็กน้อย “ข้านึกว่าเจ้าคงไม่สนเรื่องพวกนี้เสียอีกดูไม่ใช่คนที่จะมาสนใจเรื่องตระกูลใดเป็นตระกูลใดเช่นข้า”

            ไป๋ซือเหนียงไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมนางเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วขานรับในลำคอ
     “อืม”

            เพียงคำนั้นคำเดียวก็ทำให้ซูเหม่ยหรูต้องถอนหายใจยกพัดในมือตบมือตนเองเบา ๆ พลางยอมแพ้
     “ก็ดีงั้นเริ่มจากนั่นก่อนก็แล้วกัน”

            ปลายนิ้วเรียวของซูเหม่ยหรูชี้ไปทางด้านขวาเล็กน้อย “นางคือคุณหนูตระกูลฟู่... ฟู่หลิงเยวี่ย บุตรสาวของใต้เท้าฟู่ขุนนางขั้นสามในกรมอาญา เป็นสายตรงของฝ่ายตุลาการ”

            ไป๋ซือเหนียงหันตามสายตาไปทันทีดวงตาเรียวลึกล้ำของนางกวาดประเมินเงียบ ๆ

            หญิงสาวที่ซูเหม่ยหรูกล่าวถึงนั่งอย่างสง่างามในชุดกระโปรงชั้นในสีม่วงหมอก ปักลวดลายเมฆทองด้วยฝีมือประณีตพัดพับสีงาช้างอยู่ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างวางอยู่บนตักอย่างเรียบร้อย

            ฟู่หลิงเยวี่ยเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างสูงโปร่งกว่าหญิงทั่วไป ผิวขาวอมชมพูราวหิมะต้นฤดูใบหน้าเรียวยาว ดวงตาเรียวคมแฝงความเฉียบเฉือนริมฝีปากบางเฉียบที่แต่งแต้มสีแดงระเรื่อก่อให้เกิดบรรยากาศเคร่งขรึมแม้ไม่ต้องกล่าวคำใด

            แม้นั่งนิ่งอยู่กลางกลุ่มสตรีมากมายแต่บรรยากาศโดยรอบของนางกลับแผ่กลิ่นอายที่ไม่อาจมองข้าม—เสมือนหญิงผู้เกิดมาเพื่อจ้องลงจากเบื้องบน

            “นิสัยเข้มงวดเป็นคนหัวแข็งอยู่ไม่น้อย พูดจาไม่อ้อมค้อม แต่ก็ถือเป็นหญิงมีเกียรติ...” ซูเหม่ยหรูกล่าวต่อในน้ำเสียงราวกับเล่าเรื่องนินทาเพื่อนเล่น ๆแต่แฝงด้วยข้อมูลครบถ้วน “ได้ยินว่ากำลังถูกจับตามองจากราชครูให้เข้าเรือนใหญ่ในปีนี้ด้วยนะ”

            ไป๋ซือเหนียงพยักหน้ารับโดยไม่กล่าวสิ่งใดนางเพียงแค่จ้องมองฟู่หลิงเยวี่ยด้วยแววตาสงบราวกับจดจำใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นไว้ในความทรงจำอย่างถ่องแท้แล้วหันกลับมาทางซูเหม่ยหรูเล็กน้อย พลางเอ่ยเสียงเรียบ

            “ต่อไปล่ะ”

            “แล้วก็นั่น...ฮูหยินตระกูลกู้ ภรรยาของขุนนางฝ่ายตรวจราชการ” ซูเหม่ยหรูพูดขึ้นเบาๆ พลางเอียงศีรษะเล็กน้อยไปทางอีกมุมหนึ่งของศาลาดวงตาคมหวานมองผ่านกลุ่มแขกไปยังสตรีผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในตำแหน่งไม่ห่างมากนัก

            ไป๋ซือเหนียงหันตามสายตาของนาง ริมฝีปากยังคงสงบนิ่งนางมองหญิงสาวที่ถูกกล่าวถึงด้วยสายตานิ่งลึก พลางประเมินเงียบ ๆ เช่นเคย

            ฮูหยินกู้ ยังดูอ่อนเยาว์ราวกับอยู่ในวัยยี่สิบปลาย ๆ ถึงต้นสามสิบเท่านั้นผิวพรรณขาวสะอาดนวลละเอียดคล้ายหยกเนื้อดี รูปร่างระหงแบบหญิงผู้สูงศักดิ์อาภรณ์ที่นางสวมเป็นผ้าไหมเนื้อบางสีอ่อนตัดขลิบทองพาดด้วยผ้าคลุมไหล่ปักลายเมฆทะยานงดงามอย่างสงบเสงี่ยม

            ใบหน้าของนางมีเค้าเรียบสงบแบบคนมีวาสนาคิ้วโก่งเรียวรับกับดวงตาเรียวยาวที่ดูเยือกเย็นหากแต่นัยน์ตานั้นกลับซ่อนความช่างสังเกตเอาไว้ภายในริมฝีปากแดงจางยามไม่พูดจายิ่งทำให้ดูน่าเกรงใจไม่น้อย

            นางนั่งอยู่เงียบ ๆ อย่างสงบ 

            “เห็นอย่างสงบเยี่ยงนี้แต่นางไม่ใช่คนอ่อนแอหรอกนะ” ซูเหม่ยหรูพูดพลางยกพัดขึ้นกระซิบเบาๆ “ว่ากันว่าในเรือนตระกูลกู้ไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำนางแม้แต่คำเดียว แม้จะเป็นคนพูดน้อยแต่มักพูดแต่เรื่องที่คนอื่นอยากหลีกเลี่ยงเสียด้วยสิ”

            ไป๋ซือเหนียงไม่ตอบนางเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ในเชิงรับรู้ สายตายังคงจับจ้องไปที่ฮูหยินกู้ครู่หนึ่งก่อนจะดึงกลับมาอย่างเรียบเฉย พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบในลำคอ

            “รายต่อไป”

            ซูเหม่ยหรูกวาดสายตาไปรอบศาลาสายตาสะดุดเข้ากับสตรีผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในมุมสงบไม่ไกลนางพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้ไป๋ซือเหนียงหันมองตาม

            ในบรรดาหญิงสาวภายในงานเลี้ยงครั้งนี้คนผู้นั้นดูไม่ได้โดดเด่นจากการแต่งกายอันหรูหราหรือท่าทางที่โอ่อ่าเช่นบุตรีขุนนางใหญ่ ทว่าความสงบนิ่งอันแปลกประหลาดที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัวกลับเป็นสิ่งที่สะดุดตาอย่างยิ่ง

            สตรีผู้นั้นมีผิวพรรณขาวซีดราวกับหยกที่แช่อยู่ในแสงจันทร์ขับให้ใบหน้ารูปไข่ดูละมุนละไม ดวงตาของนางเรียวยาวแฝงแววครุ่นคิดอยู่เสมอเส้นผมดำขลับถูกรวบครึ่งไว้ด้วยปิ่นไม้แกะสลักเป็นรูปกลีบบัว อาภรณ์ของนางเรียบง่ายเป็นผ้าแพรเนื้อดีสีเขียวจันทน์อ่อนแต่งแต้มลวดลายสมุนไพรอย่างพู่ระหงล้อมด้วยเมฆหมอก ดูงามแบบไม่โอ้อวด

            แม้ไม่กล่าวจา แม้ไม่ขยับเคลื่อนไหวทว่าบุคลิกของนางกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจของผู้รู้ราวกับเพียงแค่มองก็สามารถรู้ได้ว่าสตรีผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดา

            “คุณหนูตระกูลฮวา...ฮวาเยว่หนิง” ซูเหม่ยหรูเอ่ยแผ่วเบาก่อนจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย

            “แม้จะไม่ใช่บุตรสาวขุนนางแต่ตระกูลฮวาแห่งนครหลวงนั้น...คือหนึ่งในตระกูลแพทย์ที่มีชื่อเสียงยิ่งแม้แต่พวกขุนนางขั้นสี่ขั้นห้าหลายคนยังต้องพึ่งพายาของพวกนางอยู่เสมอ”

            ไป๋ซือเหนียงหันกลับมามองอีกครั้งดวงตาของนางพลันมีแววครุ่นคิดและจดจำ

            “...ฮวาเยว่หนิงหรือ”

            แม้ไม่แสดงสีหน้าผิดแผกหากในใจของไป๋ซือเหนียงกลับมีเสียงหนึ่งดังกังวานขึ้นมา

            ตระกูลฮวาแห่งนครหลวง...แม้แต่ฉือเยียนในอดีตยังเคยได้ยินชื่อเสียงของพวกเขา

            แต่ในขณะนั้นเองบริเวณทางเข้าศาลากลางน้ำกลับปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างามท่ามกลางเสียงสนทนาและบรรยากาศอันอบอุ่นในงานเลี้ยงเสียงฝีเท้าแผ่วเบากลับดึงสายตาของผู้คนไปทีละคู่... จนกระทั่งซูเหม่ยหรูที่นั่งอยู่ข้างไป๋ซือเหนียงก็พลันชะงักหันสายตาไปมองด้วยดวงตาแน่วแน่

            “ส่วนนั้น…หลี่ซิ่วอิง คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่หมิง” ซูเหม่ยหรูกล่าวเสียงเรียบแต่น้ำเสียงกลับแฝงไว้ด้วยความระวัง

            ไป๋ซือเหนียงที่กำลังจดจ่ออยู่กับคุณหนูตระกูลฮวาเมื่อได้ยินคำว่า ตระกูลหลี่หมิง พลันนางหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามทิศที่อีกฝ่ายมอง

            ปรากฏตรงหน้าคือร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดอาภรณ์ผ้าไหมทอมือสีเงินอมเทาลวดลายบนเสื้อคล้ายระลอกคลื่นกระเพื่อมแฝงไว้ด้วยความลึกลับผมยาวสีดำเข้มถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบด้วยปิ่นทองประดับหยก ดวงหน้าเรียวงามราวกับภาพวาดใบหน้าเรียบสงบไม่มีรอยยิ้ม แต่นัยน์ตาสีดำสนิทนั้นกลับเปล่งประกายเฉียบคมบ่งบอกถึงสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดอยู่ภายใน

            ท่วงท่าเดินของนางสงบเยือกเย็นไม่รีบร้อน ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของผู้ใดราวกับผู้ที่ก้าวย่างมาโดยไร้ความเกรงกลัว และไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจใด ๆเพราะอำนาจนั้นติดตามมาเองในทุกย่างก้าว

            “ตระกูลหลี่หมิง…”ไป๋ซือเหนียงพึมพำออกมาเบา ๆ ดวงตาฉายแววครุ่นคิด

            ซูเหม่ยหรูก็ยืนยันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อืม อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละหอพาณิชย์ห้าธาตุที่ควบคุมเส้นทางการค้าใหญ่ในนครหลวงอีกฝ่ายคือพี่สาวของหลี่หยางเซิน...ที่พวกเราเคยเจอกันตอนนั้น”

            เงียบไปครู่หนึ่งนางยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนจะกล่าวต่อเสียงเบา “หลี่ซิ่วอิงผู้นี้...ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”

            ไป๋ซือเหนียงหันใบหน้าเล็กน้อยไปทางซูเหม่ยหรูก่อนจะเอ่ยถามออกมาเบา ๆ ว่า “ไม่ธรรมดาอย่างไร?”

            ซูเหม่ยหรูนิ่งคิดไปชั่วครู่ราวกับกำลังเลือกถ้อยคำที่เหมาะสมที่สุด แล้วจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงต่ำ “นางเป็นสตรีที่มีความสามารถด้านการค้า สนับสนุนตระกูลได้อย่างมั่นคง...ที่สำคัญ ฉลาดเกินหญิงทั่วไป และเป็นพวกที่ไม่น่าเข้าใกล้ที่สุดคนหนึ่ง”

            นางเอียงศีรษะมองรอบงานแล้วค่อยกล่าวเสริม “ดูเอาเถอะ...แขกส่วนใหญ่ในงานล้วนเป็นฮูหยินหรือคุณหนูจากตระกูลขุนนางกันทั้งสิ้นแต่หลี่ซิ่วอิงกลับสามารถยืนอยู่ในระดับเดียวกัน ทั้งที่ตระกูลหลี่หมิงเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดา”

            ดวงตาของไป๋ซือเหนียงจับจ้องไปที่ร่างของหลี่ซิ่วอิงที่ยืนอยู่ห่างออกไปดวงตาทอประกายวาววับอย่างคนกำลังประเมิน “อืม...พ่อค้าในยุคนี้แม้จะร่ำรวยเพียงใด ก็ยังต่ำต้อยในสายตาขุนนางการที่นางสามารถเหยียบยืนอยู่ที่นี่ได้นับว่า...ไม่ธรรมดาจริง”

            นางพึมพำชื่อของอีกฝ่ายเบา ๆราวกับต้องการจดจำไว้ให้แน่นชัด “หลี่ซิ่วอิง...”

            ซูเหม่ยหรูได้ยินก็ถอนหายใจแล้วกล่าวเตือนอย่างไม่ปิดบัง “เจ้าต้องระวังตัวให้มาก ตระกูลหลี่หมิง แม้จะไม่มีศัตรูเปิดเผยแต่ก็ดูไม่ค่อยหวังดีกับเจ้าสักเท่าไหร่”

            ไป๋ซือเหนียงไม่ได้ตอบเพียงแต่คลี่ยิ้มบางเบา ดวงตายังคงเยือกเย็นอย่างที่เป็น ไม่ได้แสดงความกังวลใด ๆออกมา

            “ไปกันเถอะ” ซูเหม่ยหรูลุกขึ้นช้า ๆ พลางสะบัดชายกระโปรงอย่างนุ่มนวล “ข้าจะพาเจ้าเดินชมรอบ ๆ นั่งอยู่เฉย ๆ ไปก็ไม่มีอันใดให้ทำนัก”

            ไป๋ซือเหนียงพยักหน้ารับอย่างสงบแล้วจึงลุกตามไปอย่างเงียบ ๆ

    คล้ายกับเรื่องชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801