ตอนที่4
“พ่อครับแม่ครับ ตอนที่น้องอยู่ในครอบครัวนั้น ลำบากไม่น้อย ผู้หญิงคนนั้นไม่สนใจเธอเลยมักดุด่าทุบตีเธอตลอด ต่างกับลูกสาวของเธออีกคนที่ถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงม พอได้แต่งงานเข้าตระกูลใหญ่เธอก็ทิ้งน้องสาวของผมไว้ที่ชนบท ไม่สนใจใยดีอีกต่อไป”อี้คุณเม้มริมฝีปากแน่น เขารู้สึกสงสารน้องสาวสายเืเดียวกันคนนี้จริงๆ หากเธอเติบโตขึ้นในตระกูลจะต้องถูกดูแลประดุจเ้าหญิงเหมือนที่พวกเขาดูแลอี้หงอย่างแน่นอน
“พี่สาวน่าสงสารจังเลยครับ”หยางอี้ฟ่านรู้สึกเศร้า เมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมด หากเป็เขาที่ถูกสลับตัวไป ก็คงรู้สึกเศร้าเช่นกัน
“แล้วนายไม่สงสารพี่สาวอี้หงอย่างนั้นหรือ”หยางอี้เฟิงแค่นเสียงใส่น้องชายคนเล็กคนที่ไม่เคยแม้แต่จะพบหน้า แม้จะเป็พี่น้องกันจริงๆจะสำคัญไม่กว่าคนที่เติบโตมาด้วยกันได้อย่างไร
“ไม่ใช่อย่างนั้นผมก็เห็นใจพี่อี้หงเหมือนกัน แต่ว่า...”อี้ฟ่านร้อนใจ เขาไม่รู้จะอธิบายความวุ่นวายภายในใจออกมาได้อย่างไรเพราะอีกฝ่ายคือคนที่เขาเรียกว่าพี่สาว มาั้แ่จำความได้แต่อีกคนคือพี่สาวร่วมสายเืตัวจริงสุดท้ายเขาก็ได้แต่นั่งเงียบด้วยท่าทางอัดอั้น
“ยังไงเสียเราก็ต้องรับเธอกลับมา”ในความหมายของหยางิฟ่ง เขาหมายถึงลูกสาวที่แท้จริง
“แล้วอี้หงล่ะคะ”หลี่อิงเงยหน้ามองผู้เป็สามีด้วยท่าทางอึดอัด
“ถ้าครอบครัวเธอยินยอมเธอก็จะยังเป็ลูกสาวของเราต่อไป”หยางิฟ่งคิดอย่างละเอียดแล้วสุดท้ายอีกฝ่ายก็ไม่ใช่สายเืเดียวกันย่อมต้องขอความเห็นจากครอบครัวที่แท้จริงของเธอก่อน
“แล้วถ้าหากพวกเขาไม่ยอมละคะ”จ้าวหลี่อิงยังคงร้อนใจเธอกลัวว่าลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูมาั้แ่เล็ก กำลังจะถูกพรากไป
“คุณใจเย็นๆก่อนได้ไหมยังไม่รู้ท่าทีของอีกฝ่าย คุณก็ตีตนไปก่อนแล้ว”หยางิฟ่งตำหนิผผู้เป็ภรรยา จ้าวหลี่อิงจึงทำให้เพียงบีบมือตัวเองอยู่เงียบๆ
“ติดต่อคนตระกูลเหอเถอะให้พวกเขามาที่นี่”หยางิฟ่งบอกบุตรชาย เื่นี้ถึงถกกันต่อไปก็คงไม่ได้เื่สิ่งที่ต้องทำคือต้องเรียกคนที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน
“ได้ครับ”อี้คุณลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์และก้าวออกไป
“อะไรนะคะไปโรงพยาบาลอู่เฉิงอย่างนั้นหรือ”หลินจงเหม่ยลุกพรวดขึ้นจากโซฟาด้วยความใเมื่อผู้เป็สามีคุยโทรศัพท์จากคนสำคัญจบ แล้วเดินกลับมาบอกให้พวกเธอเตรียมตัวไปที่โรงพยาบาลอู่เฉิง
“ใอะไรของคุณ”เหอตงหยางขมวดคิ้วตำหนิผู้เป็ภรรยา
“ขอโทษค่ะฉันใมากไปหน่อย”จงเหม่ยรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพยายามสงบจิตสงบใจให้มากที่สุด
“คุณแม่ค่ะไม่ใช่ว่าพี่สาวรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นหรือคะ”ซูซินเอ่ยถามมารดาเมื่อเธอจำชื่อโรงพยาบาลนั้นได้ ว่าพี่สาวเองก็รักษาตัวอยู่ที่นั้นดังนั้นเธอก็จะถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมอีกฝ่ายสักหน่อย
“หมายความว่ายังไง”เหอตงหยางขมวดคิ้วมองสองแม่ลูก
“คือว่าเจียวเจียวประสบอุบัติเหตุนะค่ะ ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอู่เฉิงค่ะ”จงเหม่ยแอบถลึงตาใส่ลูกสาวเื่นี้เดิมที เธอไม่อยากให้สามีรู้ แต่ลูกสาวตัวดีดันพูดมันขึ้นมาเสียได้
“อ๋อคุณไปเยี่ยมเธอบ้างหรือยัง อาการเป็ยังไงบ้าง”ตงหยางแม้จะไม่เคยเห็นลูกสาวคนโตของผู้เป็ภรรยาใหม่และไม่เคยรับรู้เื่ราวในครอบครัวภรรยา แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อยก็แสดงน้ำใจเล็กน้อยถามถึงสักหน่อย
“เอ่อฉันก็ไม่ทราบรายละเอียดเท่าไหร่ค่ะ พ่อเด็กเป็คนดูแล”จงเหม่ยตอบไปตามจริงน้ำเสียงไร้น้ำใจ ทำเอาตงหยางถึงกับคาดไม่ถึงว่า ผู้เป็ภรรยาจะไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้
“คุณไม่ได้ไปเยี่ยมเลยอย่างนั้นหรือ”หยางตงมองผู้เป็ภรรยาพลางขมวดคิ้ว
“ฉันยุ่งนะค่ะไม่ใช่ว่าเรากำลังจะไปโรงพยาบาลหรอกหรือเดี๋ยวฉันถือโอกาสแวะไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน”คนเป็แม่พูดเช่นนี้แล้วเขาที่เป็เพียงพ่อเลี้ยงจะพูดอะไรได้
“เตรียมของเยี่ยมให้ดีตระกูลหยาง เป็ตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพลหนึ่งในสิบของเมืองหลวงดังนั้นจะผิดพลาดไม่ได้ ปีนี้ผมมีโปรเจคที่อยากร่วมมือกับพวกเขา จะมีเื่ผิดพลาดไม่ได้เป็อันคาด”ตงหยางกำชับสองแม่ลูกก่อนจะโทรเรียกบุตรชายเพียงคนเดียวให้ไปเจอกันที่โรงพยาบาล.
หลินจงเหม่ย ขยับตัวไปมาอย่างอึดอัดเมื่อต้องมานั่งเผชิญหน้ากับครอบครัวหยางในห้องรับรองของโรงพยาบาลที่สำคัญยังมีอดีตสามีอยู่ในห้องอีกด้วย
“ประธานหยาง คุณนายหยางได้ข่าวว่าลูกสาวของคุณเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังนั้นผมและภรรยาจึงเอาของมาเยี่ยมครับ”เหอตงหยางเอ่ยกับหยางิฟ่งพร้อมกับพยักหน้าให้ผู้เป็ภรรยานำกระเช้าเยี่ยมไข้เข้ามา
“นี่กระเช้าเยี่ยมไข้ค่ะ”จงเหม่ยฝืนยิ้ม ยกกระเช้าส่งให้จ้าวหลี่อิง
“เกรงใจไปแล้วค่ะ”จ้าวหลี่อิงมองสตรีที่อาจเป็ตัวการทำให้ครอบครัวเธอต้องประสบกับเื่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้เธอพยายามข่มกลั้นความรังเกียจเอาไว้เต็มอกมองกระเช้าหนักอึ้งในมือของสตรีคนนั้นนิ่ง ไม่คิดยื่นมือออกไปรับสักนิดทำให้จงเหม่ยออกแรงยกกระเช้าจนมือสั่น
“ขอบคุณครับ”หยางอี้คุณ ยื่นมือออกมารับกระเช้าใบนั้นพร้อมกับกล่าวขอบคุณ เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มตรึงเครียด
“ไม่เป็ไรจ๊ะ”จงเหม่ยยิ้มอย่างฝืดเคืองก่อนจะถอยหลังกลับไปนั่งข้างสามี
“ประธานหยางที่เชิญพวกเรามามีเื่อะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าจะคุยเื่โครงการที่ผมเสนอไปเื่นี้ผมว่า ให้ผมไป..”เหอตงหยางยิ้มอย่างประจบประแจงให้กับประธานหยางพร้อมกับเอ่ยถึงโครงการใหญ่ที่เขาได้เสนอไปยังกลุ่มบริษัทของตระกูลหยาง
“คุณเหอผมไม่คุยเื่งานนอกบริษัท”หยางิฟ่งพูดดักคอของเหอตงหยาง ทำเอาอีกฝ่ายชะงักคำพูดที่เตรียมไว้มากมาย จำต้องกลืนกลับลงไป
“คุณเหอ คุณนายเหอพวกคุณดูสิ่งนี้ก่อน”หยางอี้คุณเลื่อนผลตรวจสองแผ่นไปตรงหน้าสามีภรรยาเหอและหลินซูเฟิงผู้เป็อดีตสามีของคุณนายเหอ
“นี่คืออะไรหรือครับ”เหอตงหยางหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัยในขณะที่หลินจงเหม่ยถึงกับตัวสั่น หน้าซีดมือที่ยื่นออกมาหยิบกระดาษสั่นเล็กน้อยอย่างระงับไม่อยู่และทุกการกระทำของเธอถูกจับตามองโดยครอบครัวหยางอยู่ตลอดเวลา
“นี่ชื่อลูกสาวคนโตของคุณนิ”เหอตงหยางยื่นกระดาษในมือให้ผู้เป็ภรรยาดูเมื่อเห็นชื่อ หลินซูเจียวปรากฏในชื่อเอกสารเพียงแต่คนที่ตรวจดีเอ็นเอร่วมกับลูกเลี้ยงกับเป็ชื่อของหยางิฟ่งพอเขาเปิดเอกสารจนมาถึงหน้าสุดท้าย ก็ถึงกับตะลึง
“นี่นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน”เหอตงหยางตะลึง เมื่อผลตรวจบอกว่าหลินซูเจียวกับหยางิ ฟ่ง ผลตรวจดีเอ็นเอ ออกมาเป็ 99.99%แสดงว่าคนทั้งสองมีความสัมพันธ์ทางสายเืเป็พ่อลูกกันอย่างแน่นอน เหอตงหยางมองไปยังภรรยา และประธานหยางด้วยความสับสนเช่นเดียวกับหลินซูเฟิง ที่เต็มไปด้วยความใเช่นกัน
“นี่คงไม่ใช่ว่า ซูเจียวเจียวเป็ลูกสาวของประธานหยางกับ..”เหอซีห่าวขมวดคิ้วยุ่งมองประธาน หยางกับแม่เลี้ยงคนใหม่ของเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“อย่าเข้าใจผิดฉันไม่รู้จักเธอ”ประธานหยางคิ้วกระตุก เมื่อถูกมองอย่างสงสัยว่าอาจมีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนกับภรรยาผู้อื่น
“เื่มันเป็ยังไงคงต้องถามคุณนายเหอแล้วกระมัง”จ้าวหลี่อิง หน้าตึงเธอมองไปยังหลินจงเหม่ยด้วยความเกลียดชังดังนั้นสายตาของทุกคนจึงย้ายไปยังหลินจงเหม่ยแทน
“ไม่จริง เป็ไปไม่ได้เจียวเจียวจะเป็ลูกของคนอื่นได้ยังไง”คนที่ใไม่แพ้คนอื่นก็คือหลินซูเฟิงผู้เป็บิดานั้นเอง เขามองไปยังอดีตภรรยา สายตาเต็มไปได้คำถาม
“ฉัน..”หลินจงเหม่ยถึงกับตัวสั่นมือที่จับกระดาษสั่น จนควบคุมไม่อยู่กระดาษในมือล่วงหล่นทันที
“คุณนายเหอฉันรอฟังคำอธิบายของคุณอยู่ เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาลในเขตซานไห่เกิดอะไรขึ้นกันแน่”คำถามนี้ทำเอาจงเหม่ยรู้สึกหวาดกลัว เื่ราวผ่านมาถึงสิบห้าปีคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายก็ถูกถามด้วยคำถามนี้จนได้