ตอนที่สาม กลายเป็ดอกไม้หอมที่มีพิษร้าย
เช้าตรู่ในวันที่นกไร้เสียงร้องผิดไปจากทุกวันแต่สิ่งที่เซี่ยนฮวาให้ความสนใจคือในวันนี้ท่านอ๋องไปว่าราชการที่เมืองหลวงและจะใช้เวลาอยู่ที่แห่งนั้นเป็เดือน ๆ เด็กสาวลิงโลดอย่างถึงที่สุดขนาดที่ะโดีใจอย่างเสียกิริยาและไม่กลัวว่าจะเป็การซ้ำเติมขาที่ยังไม่หายดีของตนเอง
หลิงที่ยกสำรับเช้าเข้ามาแทบจะทำถ้วยจานเเตกรีบวางแล้วคว้าตัวคุณหนูของตนด้วยกลัวว่าจะเกิดอันตรายและเซี่ยนฮวานั้นว่องไวกว่าพลิกหลบการพุ่งเข้าไปกอดของคนใช้ได้แต่แล้วอันตรายก็เกิดขึ้นเพราะขาเ้ากรรมที่ไม่หายดีเกิดอ่อนแรงขึ้นเสียดื้อ ๆ ทำให้ร่างสะโอดสะองข้อเท้าพลิกล้มม้วนต้วนไปกับพื้น
" ตายแล้วคุณหนู ! ! ! "หลิงรีบวิ่งไปพยุงหลังจากที่นางไล่จับเ้านายไม่สำเร็จดูสิคุณหนูเจ็บตัวอีกจนได้
" โอ้ย..เจ็บ..เจ็บจังหลิง..ข้า..ขาข้า..? " เซี่ยนฮวาพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นอาศัยแขนของสาวใช้จับยึดเอาไว้แต่ขาของนางตอนนี้เจ็บและไม่อาจควบคุมให้มันลุกขึ้นยืนได้
" หลิงข้ายืนขึ้นไม่ได้ฮือ ๆ ..ไม่นะ "หยาดน้ำใสไหลคลอกลั่นความเจ็บร้าวภายในใจที่เ้าของพยายามปั้นแต่งให้เข้มแข็งขาของนางทำท่าว่าจะหายแต่ตอนนี้กลับอ่อนเปลี้ยและเ็ป
มือบีบทุบขาของตนหวังแรงกระแทกจะทำให้นางพอยืนเดินได้อีกครั้ง หลิงมองคุณหนูด้วยปวดใจไม่แพ้กันนางรีบวิ่งออกจากเรือนอรุณเพื่อไปตามหมอความปั่นป่วนใน่เช้าขณะที่ประมุขของจวนไม่อยู่จึงเกิดขึ้น
สามชั่วยามกับความโกลาหลหมอประจำตระกูลกลับไปแล้วในห้องเหลือเพียงเซี่ยนฮวาและห้าวซวนไม่มีใครรู้ว่าท่านอ๋องรู้ข่าวได้อย่างไรแต่ที่ทุกคนรู้คือท่านอ๋องควบม้าโจนข้ามกำแพงจวนเข้ามา !
เมื่อมาถึงจึงสั่งการให้พาหมอของตระกูลมาดูอาการพอทราบสาเหตุและอาการที่เด็กสาวเป็ คนร่างสูงใหญ่ก็เงียบไปกระทั่งทุกคนในห้องออกไปจนหมดข้าทาสก็ไม่อาจทนอยู่ใกล้รัศมีเรือนอรุณยามนี้ท่านอ๋องดูคล้ายคลื่นลมก่อนพายุใหญ่ เด็กสาวนั่งอยู่บนเตียงหน้าเจื่อนลงยิ่งถูกดวงตาคมกล้านั้นปราดมองใบหน้าอ่อนใสยิ่งซีดเผือดพออีกฝ่ายขยับกายเข้ามาใกล้เซี่ยนฮวาก็ราวกับตัวห่อเล็กลงเรื่อย ๆ
" ท่านอ๋องจะทำอันใดเ้าคะ ! ? "เซี่ยนฮวาผวาเมื่อจู่ ๆ มือหนาก็ดึงผ้าห่มออกแล้วยังเลิกกระโปรงของนางขึ้นจนเห็นเรียวขางามเด็กสาวรีบจับกุมผ้ากระโปรงเอาไว้อย่างขลาดกลัวว่าจะถูกทำมิดีมิร้ายในเวลาเจ็บป่วยเช่นนี้
อ๋องห้าวซวนไม่พูดอะไรดวงตายังคงจดจ้องกับรอยช้ำสีดำที่ขึ้นเป็วงอยู่หลายจุดบริเวณข้อเท้าและน่อง นิ้วหัวแม่มือกดลงตรงรอยช้ำนั้นร่างเด็กสาวถึงกับสะดุ้งร้องอย่างเ็ป
" ตอนแรกมันมีเยอะขนาดนี้หรือไม่ ? " หนุ่มใหญ่หันมองเด็กสาวที่เริ่มร่ำไห้เพราะการที่เขากดรอยช้ำนี้มันทำให้ร่างของเด็กสาวเ็ปจากภายในมากกว่าเจ็บบริเวณที่กดเสียอีก
" ข้าถามใยเ้าไม่ตอบ " ห้าวซวนพ่นลมหายใจข่มความโกรธ
" ตอน..ฮึก..ตอนที่ข้าปวดเจ็บคราแรก ..มัน..มันขึ้นเป็จุดเล็กกลมเท่านั้นเ้าค่ะ " เซี่ยนฮวาสะอึกคำตอบด้วยกลัวว่าถ้าชายผู้นี้โมโหแล้วจะกดรอยช้ำประหลาดนั่นอีก
" หึ..ข้าเสียทองไปมากกลับไม่ได้เชยชมเ้างั้นหรือชุนหยางกว่างช่างเป็คนบัดซบกว่าข้านัก " ห้าวซวนเค่นหัวเราะด้วยชัดเจนแล้วว่ารอยบนร่างกายนางคืออะไร
" หมะ..หมายความว่าอย่างไรท่านอ๋อง? " เมื่ออีกฝ่ายปล่อยมือเซี่ยนฮวาก็รีบดึงผ้าปิดลงตามเดิมและให้มิดชิดกว่าเดิม
" พิษพันราตรี " อ๋องห้าวซวนทิ้งคำนั้นไว้ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วเดินออกจากเรือนไป
ฝ่ายเซี่ยนฮวาที่ได้ยินชื่อพิษนั้นนิ่งอึ้งอยู่สักพักน้ำตาใสก็เอ่อล้นออกมาอีกรอบนางฝึกปรือตนเองเหตุใดจะไม่รู้ว่าพิษพันราตรีคืออะไร
หมดความสงสัยที่อาการของนางไม่ดีขึ้นและการดื่มยาจากท่านอ๋องกลับยิ่งส่งผลให้พิษทวีรุนแรงเพียงแต่นางไม่รู้เลยว่ารอยช้ำที่เริ่มกำจายรุกลามนี้คือพิษพันราตรี พิษนี้จะติดต่อสู่คนอื่นได้และมันก็จะค่อยๆ กัดกินร่างกายที่เป็อาหารของมันให้อ่อนแอลงเรื่อย ๆ
จนครบหนึ่งพันวันและหนึ่งพันคืนร่างนั้นก็จะตายถึงแม้ใช้เวลาหลายปีแต่เป็หลายปีที่ทุกข์ทรมานต้องทนเห็นสภาพร่างกายตนเองค่อย ๆ เน่าเปื่อยทว่าความเ็ปทางร่างกายก็จะค่อยๆ หายไปในแต่ละวันที่นางจะต้องเก็บจำความรู้สึกเจ็บนี้ไว้ให้ตราตรึง เวลานี้ความสงสัยยิ่งกว่าความเสียใจนางได้รับพิษมาั้แ่ตอนไหนหรือเป็เฒ่าชุนหยางกว่างที่บ่มเพาะดักแด้ในตัวนางั้แ่หนึ่งเดือนก่อน ?
" ไอ้เฒ่าบัดซบ " ร่างบางสั่นกระเพื่อมด้วยความกรุ่นโกรธั์ตาที่อาบด้วยน้ำตาเริ่มแดงก่ำความกลัวและเศร้าเสียใจแปรเปลี่ยนเป็เชื้อไฟแห่งความแค้น
แม้ข้าจะต้องตะกายพื้นดินด้วยสองแขนที่มีข้าก็จะฆ่าเ้าให้ได้!
เปลวไฟในใจโหมกระพือเผาไหม้ดอกไม้ที่เคยขาวพิสุทธิ์งามพร้อมให้กลายเป็เถ้าแห่งความชิงชังเซี่ยนฮวากัดฟันกรอด ๆ อย่างไม่รู้สึกเ็ปอีกต่อไป
อีกไม่นานพิษนี้คงกัดกินเส้นประสาททั้งหมดจนทำให้นางไร้อารมณ์ความรู้สึกและความเ็ปแต่ก่อนจะถึงตอนนั้นท่านอ๋องจะไม่โยนนางออกนอกกำแพงจวนหรอกหรือ? ในเมื่อบุรุษก็พูดอยู่เต็มปากว่าไม่อาจเชยชมอย่างที่้าให้นางเป็ได้อีกแล้ว
ไม่ ! เพื่อความแค้นข้าจะไม่ยอมตาย! เมื่อมีวิธีผูกก็ต้องมีวิธีแก้และอ๋องห้าวซวนคือทางเลือกเดียวของข้า!
มือน้อยฟาดหน้าตนเองอย่างแรงเพื่อตบตีเซี่ยนฮวาคนเดิมทิ้งไป ในเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้วชะตาหล่อหลอมให้นางเป็คนใหม่น้ำอบที่ตายอย่างน่าสมเพชไม่มีทางสู้ ได้โอกาสใหม่ให้ต่อสู้กับความตาย
แม้ต้องกลายเป็นางแพศยาข้าก็จะทำ !
ห้าวซวนมองเห็นการกระทำของคุณหนูชุนผ่านช่องว่างของประตูเขาเดินออกไปเพื่อนำรากสลายเชื้อรามาให้เด็กสาวได้เคี้ยวกินเขาคิดเื่สนุกที่จะทำกับนางไว้มากมายขืนปล่อยให้เน่าตายก็เสียดายกลิ่นหอม ๆ แย่
แต่เมื่อมาเห็นแววตาใสที่ถูกฉาบด้วยความแค้นระคนอำมหิตอ๋องหนุ่มก็แสยะยิ้มอีกครั้ง ดูท่าแล้วคงมีอะไรที่สนุกยิ่งกว่าที่ตนคิดไว้ เท้ามั่นคงหันกลับออกไปทำหน้าที่ของตนตามปกติตอนนี้เขาอยากอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่านางจะทำอะไรได้มากน้อยเท่าใด
' ทายาทเ้าสำนักหมื่นบุปผาเือำมหิตช่างแรงจริง ๆ หึหึ..' ชายหนุ่มเค่นรอยยิ้มทะมึนสร้างความตระหนกให้แก่สาวใช้ที่กำลังเตรียมอ่างน้ำให้นางบำเรอของตนแต่ห้าวซวนหาได้สนใจอันใดไม่ด้วยหน้าที่การงานจะมาสนใจชีวิตของหญิงคนหนึ่งเกินความจำเป็ไปเพื่ออะไรกันหมดสนุกก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างที่เคยทำเท่านั้น ร่างใหญ่จับม้าได้ก็ะโขึ้นควบออกไปจากจวนเบิกฟ้ามุ่งสู่วังหลวง
เมื่อประมุขจวนไม่อยู่ชีวิตของเซี่ยนฮวาก็ดูสุขสบายประหนึ่งอยู่ในบ้านของตนเหล่าข้าไพร่บริวารคนงานยิ่งคนในเรือนครัวนั้นให้ความเอื้อเอ็นดูเด็กสาวมากกว่าพวกใดเพราะแม้ว่าจะเดินไม่ได้นางก็ยังเพียรเข้าครัวมาบอกเคล็ดทำอาหารอยู่ทุกวันเซี่ยนฮวาอยากจะเอาใจท่านอ๋องเพราะนางไม่สามารถติดตามไปอยู่ในวังและร่วมรับอาหารเย็นได้ดังที่ท่านอ๋องเคยสั่งไว้
ด้วยเสน่ห์ปลายจวักนี้ทำให้อ๋องห้าวซวนยังคงเลี้ยงดูนางอยู่ในจวน เซี่ยนฮวาจะเขียนสูตรอาหารในเวลาเดียวและเมื่อถึงคราวต้องปรุงก็จะเดินทางไปกำกับด้วยตัวเองที่โรงครัวพร้อม ๆ กันนั้นนางก็ฝึกฝนวิธีปรุงยาเพื่อทำให้ตนกลับมาเดินได้อีกครั้งแต่ตัวยาที่หาได้ทั่วไปไม่ช่วยอะไรมากซ้ำยังทำให้นางเริ่มกลายเป็คนไร้ความรู้สึก
ตอนเป็น้ำอบความรู้ก็ไม่ได้มากมายมีแค่วิชาหาเลี้ยงตัวไม่ให้อดตายเท่านั้นแต่ที่โลกนี้พืชใดกินได้พืชใดเป็พิษนางไม่รู้เลย จำเป็จะต้องหาตำรามาศึกษาอย่างจริงจังเมื่อไม่อาจทนต่อความไม่รู้ได้อีกต่อไปเซี่ยนฮวาตั้งใจออกจากจวนพรุ่งนี้ในเวลาสายเพื่อไปยังหอตำราประจำหัวเมืองเหนือ แม้ว่าจะไม่ใช่หอตำราใหญ่โตเช่นเมืองหลวงหาก์ไม่ทอดทิ้งนางก็คงจะพบตำราสักเล่มสองเล่มที่สามารถช่วยนางได้
' ์ต้องช่วยข้าสิในเมื่อเป็ท่านเองที่ส่งข้ามาให้มีโอกาสต่อสู้กับความตาย! ' ปากจิ้มลิ้มคบเม้มขณะจดจ้องก้อนเมฆใหญ่นอกหน้าต่างเสียงในใจของนางดังก้องเเละหวังให้ะเืถึง์
ไม่มีกรรมใดหนักหน่วงเท่ากรรมที่ทำไปด้วยเจตจำนงที่แรงกล้า เซี่ยนฮวามั่นใจในคำนั้น เด็กสาวก้มอ่านจดหมายที่หลิงเพิ่งนำมาให้ั้แ่เช้ายามนี้บ่ายแก่นางเพิ่งจะมีเวลาอ่านดวงตาสีดำระยับดุจสมันกวาดอ่านข้อความนั้นก่อนที่จะเผามันทิ้งเสีย
หลังสองสัปดาห์ที่ห้าวซวนออกจากจวนไปที่สุดก็มีความเคลื่อนไหวไอ้คนใจดำอยากชมงามศิลปะด้วยมือของเด็กสาว
งานศิลปะที่เหมาะกับคนอย่างเ้าน่ะหรือ? เด็กสาวเค่นยิ้มคงเห็นว่านางรำไม่ได้ก็เลยสั่งการมาเช่นนี้มิรู้ว่ากำลังนึกวางแผนสิ่งใดอยู่ แต่คำสั่งก็คือคำสั่ง
" หลิงเ้านำชุดเขียนมาข้าจะเขียนจดหมาย " เด็กรับใช้รีบนำมาให้อย่างขยันและอยู่เพื่อนำจดหมายของเ้านายไปส่งอย่างรู้หน้าที่ เซี่ยนฮวาบรรจงเขียนข้อความตอบกลับท่านอ๋องด้วยถ้อยคำเรียบร้อยอ่อนหวานบอกว่าจะสร้างศิลปะให้สุดความสามารถและไม่ลืมที่จะออดอ้อนอยากไปปรนนิบัติรับใช้ชายหนุ่มในวัง นิ้วเรียวอ่อนกรีดพับกระดาษอย่างบรรจงก่อนส่งให้เด็กรับใช้
" หลิง..พรุ่งนี้เตรียมชุดให้ข้า..ข้าเปลี่ยนใจอยากจะไปล่าสัตว์เสียหน่อย..ให้พ่อบ้านจ้างวานพรานฝีมือฉกาจให้ข้าด้วยล่ะ " รอยยิ้มสวยแฝงไปด้วยเล่ห์ร้ายเผยออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ
เด็กสาวเช่นหลิงเข้าใจถึงรอยยิ้มเช่นนั้นและนางก็ไม่ควรขัดใจอย่างยิ่งแม้คุณหนูจะไม่สบายหนักขนาดนี้ก็ตาม
ข้อความในจดหมายที่คุณหนูเผาทิ้งไปนั้นเขียนสิ่งใดไว้บ้างหนอเหตุใดจึงเป็เหตุให้คุณหนูของนางหิวกระหายการล่าสัตว์เช่นนี้
การล่าสัตว์ของเซี่ยนฮวานั้นเป็ปกติทั่วไปไม่ต่างจากนายพรานเท่าไรนักหากแต่นางนิยมนำสัตว์ที่ล่าได้นั้นไปย่างไฟก่อนนำกลับมาต้มส่วนเืของพวกมันคุณหนูจะกินมันสด ๆ ด้วยเหตุผลว่าช่วยให้กำลังวังชาและแข็งแรง
นี่เป็สิ่งเดียวที่ทำให้หลิงจดจำใส่สมองและไม่เคยทำสิ่งใดขัดใจคุณหนูเพราะนางกลัวว่าสักวันอาจจะมีชะตาเช่นสัตว์เ่าั้ก็ได้แต่คุณหนูคงไม่กินเืมนุษย์หรอกกระมัง
ข้าไม่ควรวิตกไปเอง
เด็กรับใช้บีบกุมหัวใจที่เต้นตุบ ๆ รีบนำจดหมายไปส่งมอบให้พ่อบ้านเพื่อนำมันไปส่งต่อและสั่งความตามที่คุณหนูได้สั่งนางมา
' หากเืของสัตว์จะทำให้คุณหนูแข็งแรงขึ้นและกลับมาเดินได้ก็ดีสิ ' หลิงคิดขณะจัดเตรียมสำรับให้เ้านายตามปกติเซี่ยนฮวาโปรดปรานผลไม้สีแดงนักหนาและวันนี้ก็ดูจะมีในครัวอยู่หลายชนิดเด็กสาวจึงไม่รอช้าที่จะขอแบ่งไปให้เ้านายตน
สิ่งต่าง ๆ ที่นึกกลัวในคราแรกั้แ่เข้ามาอยู่บัดนี้หายไปหมดสิ้นการวางตัวที่คุณหนูทำนั้นเด็กสาวเองก็เริ่มเก็บจำและทำตามจึงได้รับความเอ็นดูจากเหล่าสาวใช้คนอื่น ๆ เช่นกัน
" หากไม่เกิดอันตรายกับคุณหนูก็ดีสิ " เด็กสาวงึมงัมระหว่างเดินถือสำรับเพื่อไปยังเรือนอรุณเวลานี้เ้านายของตนคงกำลังอ่านหนังสือศึกษาวิชาแพทย์และสมุนไพรแต่เมื่อมาถึงขานเรียกนอกประตูก็หาได้มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นาย
" คุณหนูคะ..สำรับเย็นมาแล้วค่ะคุณหนู.. "หลิงเปิดประตูเข้าไปภายในก็ต้องตกตะลึงขนทั้งร่างลุกชันหน้าซับสีเืพลันซีดเผือด
"..กะ..กรี้ดดดดด"