ข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God )

    ตอนที่ 29 ประมาท

            เมื่อซูเหมยลี่นั้นเห็นลุงของเธอเกิดอาการตกตะลึงขึ้นมาเธอจึงได้ ใช้สายตามองไปตามกระดาษคำตอบ สิ่งที่เธอเห็นคือ ตอนนี้ทั้งหน้าของกระดาษคำตอบนั้นเขียนด้วยตัวอักษรมั่วไปหมด เขียนเต็มทั้งหน้ากระดาษ เธอได้แต่สงสัยว่าลุงของเธอนั้นตกตะลึงในส่วนไหนกันแน่


            ปฎิกิริยาต่อมาของซูโยวคือการที่เค้านั้นได้เอาหนังสือเล่มหนึ่งออกมาก่อนเปิดอ่าน


            เมื่อเอาหน้ากระดาษคำตอบนั้นมาเทียบกับคำที่เขียนไว้ในหนังสือนั้น มันคล้ายกันในบางส่วน แค่ที่แปลกคือในกระดาษคำตอบนี้นั้นมีบางอย่างที่มันอธิบายชัดเจนกว่าในหนังสือเสียอีก หนังสือที่ ซูโยวนั้นเอาออกมานั้นคือ ชีวประวัติ จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงผู้สามารถสร้างเม็ดยาในตำนานได้คนสุดท้าย ในหนังสือเล่มนั้นได้เขียนทฤษฎีหลายๆอย่างเกี่ยวกับการหลอมโอสถไว้ด้วย แม้จะไม่ใช่ว่าเป็นส่วนหลักแต่ก็ถือว่ามีทฤษฎีหลายอย่างที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเมื่อการก่อนได้คิดค้นขึ้น และได้เขียนเอาไว้ภายในหนังสือ


            เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้เห็นหนังสือเล่มนี้นั้นสีหน้าของเค้าได้แสดงความเหยเกออกมา เค้าจำมันได้ดีไอหนังสือเล่มนี้นั้น เป็นลูกศิษย์ของเค้าที่สร้างมันขึ้นมาเมื่อ 1 แสนปีก่อน สร้างมาเพื่ออวยเค้าล้วนๆ ด้วยความที่เป็นลูกศิษย์สร้างฉะนั้นทฤษฎีที่ปรากฎในหนังสือจะละเอียดเท่าความรู้ของเค้าจริงๆได้เยี้ยงไร 


            “ แล้วเจ้าคิดว่าอย่างนี้ควรผ่านมาสอบบททดสอบที่ 3 เลยหรือไม่ล่ะไม่เพียงแค่น้องฉีหมิงผู้นี้นั้นสามารถเขียนคำอธิบายวัตถุดิบในการหลอมสร้างโอสถได้เต็มหมดไม่ผิดเลยในบททดสอบที่ 1 เท่านั้น ตัวของเค้ายังจะเขียนทฤษฎีที่ละเอียดในการหลอมโอสถหลายๆอย่างไปพร้อมกันได้ด้วย และเหตุใดข้าจะไม่สามารถให้น้องชายฉีหมิงผู้นี้นั้นผ่านไปได้ ”


            ซูโยวที่ได้ยินเช่นนั้นสีได้กลายเป็ดมืดคล่ำขึ้นตัวของเค้าไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมาเพียงแต่นำเตาหลอมออกมาจากแหวนมิติของเค้าก่อนส่งมองให้ชายชราเคราขาว เค้าไม่สามารถทำอะไรได้ ตัวของเค้ารู้ตัวดีว่าคำตอบพวกนั้นมันคือของจริงตัวเค้าที่เป็นแฟนตัวยงของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงยิ่งไม่ต้องสงสัยในคำตอบพวกนั้น เค้าได้แต่สงสัยว่าเหตุได้เด็กชายผู้นี้ถึงมีความรู้ที่มากมายขนาดนี้ได้ เค้าพาหลานสาวของเค้าที่ยืนมึนงงอยู่นั้นเดินไปชิดริมห้องสอบเพื่อดูการทดสอบรอบที่ 3 ต่อไป


            “ เดี๋ยวนะ !!! ทั้งหนังสือชีวประวัติของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิง รวมทั้งเตาหลอมนั้นดูยังไงก็เตาหลอมที่ข้าสร้างขึ้นและใช้เองอย่างหยาบๆ สมัยพึ่งเริ่มต้นในการก้าวเดินสู่หนทางนักหลอมโอสถและนักหลอมอาวุธ อย่าบอกนะว่าเจ้าซูโยวผู้นี้มันเป็นแฟนตัวยงของข้า ถ้าหากมันรู้ว่าข้านั้นคือจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงไม่รู้มันจะทำสีหน้าเช่นไร ” เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงคิดมาได้อย่างนี้สีหน้าที่เหยเกของเค้านั้นเป็นหนักกว่าเดิมเสียอีกนี้มันก็ผ่านมาตั้ง 1 แสนปีแล้วตัวของเค้ายังมีคนที่คอยติดตามถึงขั้นเก็บสิ่งของเค้าไว้ แต่ไอคนคนนี้นั้นมันดันมีนิสัยที่เสียไปหน่อยซะได้ ไม่รู้ข้านั้นควรจะดีใจหรือเสียใจดี


            “  ในเมื่อพวกเจ้า 2 คนนั้นสามารถผ่านบททดสอบมาได้ถึง 2 บททดสอบนั้น มันได้หมายความว่าทฤษฎีที่พวกเจ้าทั้ง 2 นั้นศึกษามามันได้ถูกทางแล้วแต่เรื่องทฤษฎีก็ส่วนทฤษฎีสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือภาคปฎิบัติ ”


            “ ในบททดสอบที่ 3 ข้าคาดหวังว่าพวกเจ้าทั้ง 2 คนนั้นจะสามารถสร้างความบริสุทธิ์ให้ออกมามากกว่า 5 ส่วนได้

    โอสถที่ข้าให้พวกเจ้า 2 คนนั้นสร้างในวันนี้ คือโอสถหอมหวน พวกเจ้ามีเวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมง ” ชายชราเคราขาวกล่าวออกมาบอกจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงและฝูฉาง


            โอสถหอมหวนงั้นหรือจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงย้อนไปในความทรงจำ โอสถหอมหวนนั้นจัดเป็นโอสถ 1 ดาวขั้นพื้นฐาน ที่ผู้หญิงมักใช้กันเนื่องจากมันเป็นโอสถที่ทำให้กลิ่นกายนั้นหอมหวนขึ้นตามชื่อของมันเลย 


            เมื่อฝูฉางได้ยินตัวของเค้านั้นได้เดินไปในจุดที่มีเตาหลอมได้เตรียมไว้ให้ผู้ทอดสอบ ตัวของเค้าได้เริ่มทำการเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ตามขั้นตอนการสร้างโอสถหอมหวน ผ่านไป 30 นาทีเมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จสิ้นก็ได้เริ่มโยนวัตถุดิบเข้าไปภายในเตาหลอม


            ตัดกลับมาที่ทางของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงตอนนี้นั้นตั้งแต่ที่ได้เริ่มทำการทดสอบบทที่3ขึ้น ตัวของเค้าทำแค่เพียงเดินไปทิศทางของเตาหลอมเท่านั้นยังไม่ได้เหลือบมองวัตถุดิบเลยสักนิดเค้าไปนั้งขัดสมาธิอยู่ข้างหน้าเตาหลอมแม้ตอนนี้ทางฝูฉางจะเริ่มนำวัตถุดิบเข้าเตาหลอมแล้วก็ตามแต่ตัวเค้าก็ดูท่าจะไม่สนใจอะไรเลยทำอย่างกับว่าวันนี้นั้นเค้ามาแค่เพียงนั่งสมาธิ


            ชายชราเคราขาวเห็นอย่างนั้นตัวของเค้าก็มีความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาบ้างเค้าดูจากบททดสอบที่ 1 เค้ารู้ดีเลยล่ะว่าเด็กชายคนนี้นั้นศึกษาทฤษฎีมาแน่นมากเผลอๆอาจจะแน่นกว่าตัวของเค้าซะอีกแต่การที่ชายคนนี้นั้นประมาทต่อการสอบภาคปฎิบัตินั้นเป็นหนทางสู่ความตายโดยแท้ แม้ตัวเค้าจะอยู่ในห้องสอบแต่ตัวของเค้าก็ได้ยินบทสนทนาการเดิมพันทั้งหมดภายนอกห้องสอบก่อนหน้านี้


            ซูโยวที่ได้เห็นเช่นนี้นั้นภายในใจของเค้าเริ่มมีความรู้สึกคาดหวังอีกคราเมื่อได้เห็นกระดาษคำตอบเมื่อครู่เข้าตัวของเค้ารู้สึกหมดหวังแล้วเพราะในด้านทฤษฎีเด็กเวรนี้นั้นมันของจริง ถ้าหากภาคปฎิบัติมันมีความเชี่ยวชาญไม่ต่างกับทฤษฎีสุดท้ายแล้ววันนี้เกียรติของหลานสาวเค้านั้นต้องเสียไปแน่ๆ 


            “ แต่เด็กก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ” ทั้งชายชราเคราขาวและซูโยวกับมีความคิดนี้ขึ้นมาในหัวพร้อมกัน


            ตอนนี้เมื่อฝูฉางได้โยนวัตถุดิบเข้าไปเค้าใช้ทักษะการควบคุมไฟฝ่ามือสิบทิศ นี้เป็นหนึ่งในทักษะที่เค้าได้รับการสืบทอดมาจากครอบครัวของเค้า ฝูฉางนั้นอายุได้ 25 ปีแล้ว และนี้เป็นการทดสอบเพื่อเป็นนักหลอมโอสถขั้นพื้นฐานครั้งที่ 3 ของเค้า เมื่อผู้คนในห้องสอบเห็นทักษะของฝูฉางก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา มีแต่เพียงจักพรรเิสรรค์ฉีหมิงเท่านั้นที่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ไม่ได้สนใจอะไร 


            1 ชั่วโมงต่อมา


            ตอนนี้ก็เหลือเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ตอนนี้ข้างในเตาหลอมของฝูฉางวัตถุดิบได้หลอมรวมกันหมดแล้วเหลือแต่กรรมวิธีสุดท้ายนั้นคือควบแน่นโอสถ เค้ามองดูแล้วเพื่อความไม่ประมาทเค้าจึงจะค่อยๆทำดูจากเวลาเมื่อผ่านไปครึ่งชัวโมงจบการสอบพอดีตัวของเค้านั้นก็จะสามารถสร้างเม็ดยาหอมหวนที่ความบริสุทธิ์ถึง 5 ส่วนได้ และการเป็นนักหลอมโอสถ 1 ดาวขั้นพื้นฐาน


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเมื่อเหลือเวลาเพียงครึ่งชัวโมงบัดนี้เค้าได้ลืมตาตื่นขึ้นจากการทำสมาธิแล้ว