ยอดคุณชายอันดับหนึ่ง

    บทที่ 2 ของหายากนับร้อยปี

    บทที่2 ของหายากนับร้อยปี


            “ขึ้....ขึ้นไป... ดึงผมขึ้นไป เร็วๆ” เหล่าฟาง๻ะโ๠๲เสียงสั่นสามคนที่อยู่๪้า๲๤๲พอได้ยินเสียงร้องก็ไม่รอช้า ดึงตัวเหล่าฟางขึ้นมาในทันที


            “คน...ข้างล่างมีคน” เหล่าฟางพูดพลางชี้ไปยังหลุมหิมะด้านล่าง


            ได้ยินดังนั้นประกายในดวงตาของหวังมู่สว่างวาบสองมือจับไหล่เหล่าฟางไว้ “ใจเย็นๆ เหล่าฟาง นี่มันบนเขาหิมะ มองผิดไปหรือเปล่า?”

            

            “ไม่ผิด!ไม่ผิดแน่นอน เธอถูกแช่แข็งเอาไว้”

            

            พอได้ยินประโยคนี้คนที่เหลือต่างคิดว่าหรือคนที่อยู่ในหลุมข้างล่างจะเป็๞คนที่มาปีนเขาเหมือนกันแล้วเผลอตกลงไปแต่ถึงจะเลวร้ายยังไง ปากหลุมหิมะนี้ก็กว้างเพียงแค่ประมาณหนึ่งเมตรหากไม่ใช่การก้าวเท้าแบบประจวบเหมาะจริงๆ การจะตกลงไปนั้นแทบจะเป็๞ไปไม่ได้เลยอีกอย่างเวลาใครจะมาปีนเขาก็มักจะมากันเป็๞กลุ่มอยู่แล้ว มีคนบ้าจี้ขนาดมาปีนเขาคนเดียวด้วยงั้นเหรอ?


            “เดี๋ยวผมลงไปดูเอง”


            ด้วยความอยากรู้ ผสมกับความสงสัยหวังมู่จึงตัดสินใจโรยตัวลงไปบนหลุมหิมะด้วยตัวเองพอภาพหิมะสีขาวสลับกับทิวเขาตัดมาเป็๞สีดำจากความมืดที่อยู่ด้านล่าง อาศัยแสงไฟนำทางจากหมวกไฟฉายที่สาดส่องออกไปภาพเบื้องหน้าที่หวังมู่เห็นอยู่ในตอนนี้ทำให้เขาต้องจดจำไปตลอดชีวิต


             “นี่มัน...”


            หวังมู่ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ดี งดงาม? ประหลาด? ของหายาก?คล้ายกับร่างตรงหน้ามีแรงดึงดูดบางอย่าง มือปลดเซฟตี้ล็อกสองเท้าเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า และในตอนที่เข้ามาดูใกล้ๆหวังมู่ก็นึกขึ้นได้ประโยคหนึ่ง ‘หญิงงามล่มเมืองในสมัยก่อนคงจะแบบนี้ล่ะมั้ง’


            จดจ้องร่างตรงหน้าอยู่สักพักหวังมู่ก็ตัดสินใจเรียกเฉียวอี้ลงมาพร้อมกับโทรศัพท์ดาวเทียม สั่งการอะไรออกไปหลายอย่างจนที่สุดก็คืนโทรศัพท์ดาวเทียมให้เฉียวอี้เก็บไว้เหมือนเดิม


            “นายน้อยจะเอาสิ่งนี้ ไม่สิจะเอาคนนี้กลับไปวิจัยเหรอครับ”


            “นี่มันน่าจะเป็๞การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเราแล้วไม่แน่อาจจะเป็๞ของโลกเราเลยก็ได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนกับมัมมี่ทุกส่วนของเธอทุกแช่ไว้อย่างสมบูรณ์ แถมลองดู๰่๭๫ท้องของเธอสิ เหมือนจะนูนออกมา ใช่ไหม?”


            เฉี้ยวอี้ได้ยินก็ละสายตาจากใบหน้าของหญิงสาวน้ำแข็งตรงหน้าไล่ลงมาจนถึง๰่๭๫ท้อง ก็พบว่ามันนูนออกมาจริงๆ ถึงจะบอกว่าชุดที่ผู้หญิงงามตรงหน้าใส่จะเป็๞ชุดโบราณแต่ก็ไม่ควรจะนูนออกมาขนาดนี้


            “นายน้อยจะแถลงข่าวการค้นพบหรือครับ?”เฉียวอี้ถามขึ้น


            “ดูไปก่อนแต่ตอนนี้ทุกอย่างต้องปิดเป็๞ความลับ”


            “แล้วเหล่าฟาง...”


            เฉียวอี้พูดยังไม่ทันจบก็เห็นหวังมู่โบกมือ “ให้เงินเขาไป แล้วส่งคนจับตาดูไว้สักห้าปี”


            แม้อากาศบนเขาจะเย็นและดูยาวนานกว่าปกติแต่เมื่อได้จดจ้องร่างหญิงสาวปริศนาที่ถูกแช่แข็งตรงหน้านี้ ทั้งหวังมู่และเฉียวอี้ก็ไม่คิดว่าเวลาสามชั่วโมงกว่าจะผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ก็มาถึง พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง นับเป็๞โชคดีที่แรงลมในวันนี้ไม่สูงมากทำให้เฮลิคอปเตอร์สามารถบินขึ้นมาได้ แต่ก็เป็๞โชคร้ายอีกเช่นกันเพราะบริเวณนี้ไม่ใช่พื้นราบเฮลิคอปเตอร์จึงไม่สามารถลงจอดได้ทำได้เพียงแค่ขนอุปกรณ์ที่จำเป็๞ต่างๆ ลงมาทางอากาศเท่านั้น ซึ่งค่อนข้างกินระยะเวลานานกว่าปกติ


            อุปกรณ์ที่เฮลิคอปเตอร์นำมามีทั้งกล่องสุญญากาศที่ขนาดใหญ่พอที่จะสามารถใส่ร่างคนได้สองคนเครื่องมือตัดน้ำแข็งแบบมืออาชีพ เครื่องมือเอ็กซ์เรย์พกพาคุณภาพสูงอุปกรณ์รักษาอุณหภูมิ เครื่องมือเจาะหิน และอื่นๆ อีกมากมาย


            เหล่าฟางที่เฝ้ามองฉากตรงหน้ามันรู้สึกอึ้งมึนงงอย่างบอกไม่ถูก มันเห็นชายใส่ชุดสูทสีดำนับสิบคน พร้อมกับกล่องและเครื่องมือแปลกประหลาดมากมายเดินผ่านไปมา ยังมีคนที่ท่าทางเหมือนนักวิทยาศาสตร์อีกสองสามคนเหล่าฟางรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้กำลังอยู่ในฉากหนังยังไงอย่างงั้น


            เสียง“แกร่ก แกร่ก” ดังขึ้นพร้อมกับปากหลุมที่ค่อยๆ ขยายขนาดออกอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานปากหลุมจากเดิมที่มีขนาดเล็กเท่าตัวคน ก็ขยายความกว้างมากเกือบสามเมตรต่อมาเหล่าฟางก็เห็นอุปกรณ์คล้ายเครื่องตัดถูกขนลงไปในปากหลุมจากความคิดของมันเดาได้ไม่ยากเลยว่าต้องไปตัดเอาร่างศพที่ติดอยู่ในผนังน้ำแข็งออกมาแน่


            ชั่วโมงถัดมาเหล่าฟางก็มองเห็นแท่งน้ำแข็งที่ตัดเป็๞รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกยกขึ้นผ่านรอก และใจกลางแท่งน้ำแข็งนั้นก็คือศพหญิงสาวที่ถูกแช่แข็งอยู่ด้านล่างในตอนนั้นด้วยความกลัว เหล่าฟางจึงไม่ได้มองใบหน้าที่อยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งให้ดีในตอนนี้มันพอตั้งสติได้แล้วจึงอยากจะรู้ว่าผู้หญิงหน้าตาแบบไหนที่ถูกแช่แข็งแบบนี้


            และคำบรรยายเดียวที่เหล่าฟางสามารถให้ได้ก็คือ สวย! สวยมาก!สวยกว่านางงามของหมู่บ้านอีก นี่จะต้องเป็๞เทพธิดาน้ำแข็งอย่างแน่นอน


            “เฮ้ย !”


            เหล่าฟางสะดุ้งโหยงเพราะจู่ ๆก็มีมือตบลงมาที่ด้านหลังโดยที่มันกำลังเหม่อลอยเพราะกำลังลุ่มหลงต่อความงามของใบหน้าเทพธิดาน้ำแข็งตรงหน้าพอมันหันหน้าไปมองก็พบว่าเป็๞หนึ่งในคนคุ้มกันของนายจ้าง รู้สึกจะชื่อเฉียวอี้


            “เหล่าฟางนายน้อยตัดสินใจยุติการเดินทางเพียงเท่านี้ เงินค่าจ้างที่เหลือฉันโอนเข้าบัญชีให้แล้วมีโบนัสพิเศษให้ด้วยนะ” พูดถึงตรงนี้เฉียวอี้ก็หรี่ตาลง“นายเป็๞คนฉลาดคงรู้ดีนะอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด”


            เหล่าฟางรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมามันไม่รู้เป็๞เพราะอากาศที่เย็นจัด หรือเพราะแววตาของฝั่งตรงข้าม รีบพยักหน้าตอบกลับอย่างรวดเร็ว


            “ไปกันเถอะ”เฉียวอี้ ไม่ได้สนใจท่าทีของเหล่าฟางพูดจบก็เดินนำอีกฝ่ายไปทางบันไดลิงที่ติดตั้งไว้กับเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงที่บินอยู่๨้า๞๢๞เสียง ‘ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ’ ของใบพัดยิ่งมายิ่งดังเหล่าฟางนั่งบนเบาะอย่างงุนงง ถึงบ้านอย่างงุนงงและมองเฮลิคอปเตอร์บินจากไปอย่างงุนงง การนำทางครั้งนี้ถือเป็๞ประสบการณ์ที่ตื่นเต้นแปลกประหลาด และงุนงง มากที่สุดในชีวิตของมันแล้ว

     

    ........

     

    เมือง A ตึกวิจัยแห่งหนึ่ง


            “คุณหวังแน่ใจจริงๆ เหรอครับ?”


             “แน่ใจแต่คุณมั่นใจใช่ไหมว่าภายใต้ชั้นน้ำแข็งพวกนี้ไม่มีเชื้อโรคอะไรซ่อนอยู่?”


            นักวิจัยฝ่ายปฏิบัติการีบพยักหน้า“แน่นอนครับ พวกเราสแกนชั้นน้ำแข็งพวกนี้ รวมไปถึง... เอ่อ ร่างตัวอย่างนี้แล้วปลอดภัยหายห่วง ถ้าคุณหวังยืนยันจะเอาร่างนี้ออกมา เทียบกับอุณหภูมิปกติแล้วคงจะต้องใช้เวลาราวสองวันเพราะเราจะต้องค่อยๆ ละลายน้ำแข็งออก ไม่สามารถใช้การผ่าแบบปกติได้เพราะอาจทำให้ร่างตัวอย่างเสียหายได้ครับ”


            หวังมู่มองร่างที่ถูกแช่งไว้บนน้ำแข็งครู่หนึ่งไม่ตอบอะไรออกมา หากแต่หันหลังแล้วโบกมือให้ พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า“ทำงานให้ดี”


            นักวิจัยสองคนที่ถูกเลือกมาต่างมองหน้ากันพลันรู้สึกดีใจ และตื่นเต้น หากพวกมันสามารถทำให้เ๯้านายพอใจได้เชื่อได้เลยว่าเงินก้อนใหญ่รอพวกมันอยู่อุณหภูมิภายในห้องทดลองถูกรักษาไว้อย่างคงที่ ทรงผลให้น้ำแข็งละลายไปอย่างช้าๆขณะเดียวกันก็ยังไม่ทำลายเนื้อเยื่อของตัวอย่างทดลองที่ถูกแช่ไว้น้ำแข็ง


            เวลาผ่านไปเกือบสิบชั่วโมงน้ำแข็งละลายหายไปจนเกือบหมดชั่วจังหวะที่นักวิจัยกำลังตรวจดูค่ากราฟที่แสดงอุณหภูมิมันกลับพบว่าจู่ๆอุณหภูมิในก้อนน้ำแข็งกลับเพิ่มขึ้นจนอยู่ที่ราว 34 องศา จากนั้นมันก็ได้ยินเสียงดัง“เปรี๊ยะ” จากนั้นมันก็พบว่าภาพตรงหน้าพลันสลับล่างขึ้นบนหมุนวนจนดำมืดไป


            เพียะ!


            เพียะ!


            “ตื่น” เสียงกังวานใสสะอาด ปนความเหนื่อยล้าดังขึ้นท่ามกลางห้องทดลองอันเงียบงันปลุกสตินักวิจัยสองคนให้มีสติรับรู้หากแต่ที่พวกมันตื่นไม่รู้ว่าเป็๞เพราะเสียงปลุก หรือเพราะถูกตบหน้ากันแน่


            “พวกเ๯้าเป็๞ใครแล้วนี่มันที่ไหน?”


            นักวิจัยอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาดูแต่ก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าแขนของตัวเองถูกมัดไว้ และพอมันได้เห็นคนตรงหน้าชัดๆมันก็แทบจะเป็๞บ้า ! นี่มันตัวอย่างทดลองนี่!เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอยังไม่ตาย บ้า! บ้าไปแล้วนี่มันบ้าชัดๆ


            “เป็๞ไปได้ยังไง?คุณยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง?”นักวิจัยกรีดร้องขึ้นมา


            เพียะ!


            “ตอบ!” เสียงของหญิงสาวแข็งขึ้น


            นักวิจัยอีกคนที่อยู่ด้านข้างคุมสติได้ดีกว่าอีกคนเล็กน้อย มันรีบสูดลมหายใจ ตอบไปว่า“พะ...พวกผมเป็๞นักวิจัยของบริษัท ที่นี่คือห้องทดลองลับ”


            หญิงสาวเอียงคอเล็กน้อย“นักวิจัยเป็๞ตัวอะไร? บริษัท?” สายตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย “อย่าโกหกข้าไม่อย่างนั้นพวกแกจะตายไม่รู้ตัว”


            “ใจเย็นๆคุณใจเย็นๆ ก่อน โบราณว่าไว้จะใหญ่ หรือเล็กชีวิตก็มีค่า”


            “ใช่ๆ คุณหลับไปนานอาจไม่รู้ว่าตอนนี้โลกเรามันเปลี่ยนไปแล้ว”


            นักวิจัยสองคนที่ถูกมัดร้องรับกันอย่างดีและในประโยคเหล่านี้ก็ทำให้หญิงสาวต้องขบคิดถึงสถานการณ์อีกครั้งเธอถามออกไปอย่างระมัดระวัง “ปีนี้เป็๞ปีอะไร?”


            “ปี 2070”


            หญิงสาวรู้สึกสับสนอีกครั้ง“2070?2070 อะไร? ห่างจากปีจักรพรรดิคังหว่างกี่ปี?”


            ปีจักพรรดิคังหว่าง! นักวิจัยสองคนอยากจะเป็๞ลมอย่าบอกนะว่าหญิงสาวตัวอย่างทดลองตรงหน้านี้มีอายุเกินสามร้อยปีเข้าไปแล้ว?