เสี่ยวเทียนใช้เวลาดูดซับ เม็ดยาิญญาก้อนเท่าหัวเด็กไปกว่า 1 ชั่วยาม เม็ดยาก็ซึมเข้าไปในสมองจนหมด ห้วงจิติญญา ในสมองของเสี่ยวเทียนทีมีบ่อน้อยๆกลายเป็บึงขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้ว ใน่ที่รอ อาจารย์ลู่เอินเลยนำ กระบี่ไม้โบราณมาทำการอัปเกรด แล้ว ปลุกเสกใหม่ เขียนอักขระยันต์ปราบปีศาจ และ อักขระยันต์พลังอัสนีเข้าไปด้วย กลายเป็กระบี่อัสนีปราบมารที่เป็ไม้ ขนาดเล็กเหมาะกับ เสี่ยวเทียนที่จะใช้ในอนาคต
เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมา ประสาทััรับรู้ของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เขาได้ยินเสียงสัตว์ต่างๆ ส่งเสียงร้องหากันอย่างชัดเจน หากเขาส่งจิตเข้าไปรับรู้ ก็เริ่มจะที่เข้าใจว่า สิ่งที่มันพูดกันนั้นคืออะไร นี่..มันอะไรกันนี่ ข้าฟังภาษาสัตว์พวกนี้รู้เื่ด้วยหรือนี่
“ อาจารย์ ข้าฟังพวกสัตว์มันพูดกันรู้เื่ด้วย”
“ ก็สมควรแล้วนี่ สิ่งที่เ้าดูดซับเข้าไปนั่นไม่ใช่แค่เม็ดยาิญญาธรรมดาทั่วไป มันเป็ แต่มันเป็จิติญญาของข้าด้วย เอานี่เ้าเก็บเอาไว้ต่อไปนี่คือ อาวุธที่ใช้ประจำตัวชั่วคราว” อาจารย์โยนกระบี่ไม้ให้กับเสี่ยวเทียน
“ โอ้โฮ ยังกับกระบี่เด็กเล่นเลยอาจารย์” เสี่ยวเทียนลองส่งจิตเข้าไปในกระบี่ไม้ แล้วลองฟาดไปในกลางสระ เปรี้ยง ! มีสายฟ้าพุ่งออกไปจากกระบี่ ยาวไปในบึงเสียงดังเหมือนกับฟ้าผ่าเลย
“ อา.. จารย์ นี่มันกระบี่อะไรกันเนี่ย?”
“ กระบี่อัสนีปราบมาร มันสามารถเป็อาวุธใช้ต่อสู้กับ กระบี่โลหะก็ได้ หรือใช้เป็กระบี่พลังเทพ ถึงแม้ดินแดนแห่งนี้ ไม่มีพลังเทพ เ้าก็สามารถใช้กระบี่นี้ปล่อยพลังเทพออกมาได้ แม้แต่ภูตผี ปีศาจ ก็ไม่อาจต้านทานกระบี่นี้ได้ ถึงเวลาไปปราบเทวรูปปีศาจได้แล้ว หากมันได้พลังจากดวงจันทร์ คืนนี้ มันคงจะก่อเื่ฆ่าคนอีกเป็แน่” เสี่ยวเทียนฟังเช่นนั้นก็ออกจากถ้ำนี้ไปทันที แต่ว่าพอออกไปก็ไม่เห็นเทวรูปปีศาจเสียแล้ว ท้องฟ้าตอนนี้มืดมิด มีเพียงแสงแห่งดวงจันทร์เท่านั้นที่สาดส่องมา
“ แย่แล้ว มันไปที่สำนักเหมยซานแล้ว” อาจารย์ลู่เอิน สั่งให้เสี่ยวเทียนรีบกลับสำนักเหมยซานทันที พอไปถึง ก็เห็นเ้าเทวรูปโลหะ กำลังไล่ล่าสังหารคน ดูดเืศิษย์สำนัก เหมยซาน ทุกคนแตกตื่นวิ่งหนีกันไปทั่วสำนัก เ้าเทวรูปปีศาจก็ไล่ทุบอาคารบ้านเรือน จนพังไปหลายหลัง ในขณะที่มันกำลังจับจับศิษย์สำนักคนหนึ่งเข้าปาก กระบี่อัสนีปราบมาร ก็พุ่งเข้ามาตัดแขนข้างนั้นของมันไปอย่างง่ายดาย ฉัวะ !! ร่างของหญิงสาวหล่อลงมา เสี่ยวเทียนเข้าไปรับ แล้วบอกให้หนีไป ส่วนเทวรูปปีศาจ เห็นแขนตนขาดไป ก็โกรธยิ่งนัก ใช้มือที่เหลืออีก 7 ข้าง ยื่นเข้ามาหมายหักคอของเสี่ยวเทียนทันที เสี่ยวเทียนขว้างเหรียญเงินออกไปอีก 1 ถุง แล้วเหรียญเงินก็พุ่งออกไปเป็ดาบวงพระจันทร์อีกครั้ง พุ่งเข้าตัดกลางลำตัวของเทวรูปปีศาจ จนร่างของมันขาดสะบั้น เหลือเพียงครึ่งตัว เสี่ยวเทียนะโเข้าไปใกล้ แล้วใช้กระบี่ตัดเข้าที่หัว เทวรูปเอาแขนสี่แขนมาคอยกั้นไว้ แต่ไม่สามารถกั้นได้ แขนทั้งสี่ถูกตัดขาดไปพร้อมกับศรีษะ ร่วงลงสู่พื้นดิน ิญญาที่เข้ามาสิงสู่ในร่างของเทวรูป ส่งเสียงกรีดร้องออกมา พร้อมกับร่างิญญาก็ค่อยๆ สลายกลายเป็ขี้เถ้าไปจนหมด
เ้าสำนักเหมยซาน แม่เฒ่าลั่ว ต้าเกิน ยืนมองอยู่ตรงที่พักเ้าสำนัก ได้แต่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าเทวรูปเ้าแม่กวนอิม จะกลายร่างเป็ปีศาจเข้ากลืนกิน มนุษย์ที่บูชาพระแม่เช่นนี้ แล้วก็ไม่คิดว่า เด็กน้อยวัย หกขวบ จะจัดการกับเทวรูปปีศาจ ได้ง่ายดาย ทั้งสามรีบลงมาดูสภาพของเทวรูปสีดำที่ถูกตัดเป็ส่วนๆ เกลื่อนไปหมด
“ นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมเ้าแม่ถึงได้พิโรธ ทำร้ายผู้คนเช่นนี้” เ้าสำนักเหมยซานเอ่ยถามกับ เสี่ยวเทียน
“ นี่คือเทวรูปปีศาจ เป็ของลัทธิโบราณชื่อว่า ลัทธิมารบัวทมิฬ พวกมันสร้างเทวรูปจำลองแบบ ของเ้าแม่กวนอิม แล้วใช้เืคนมาบูชายัณ เทวรูปปีศาจ แต่หลังจากลัทธิมารบัวทมิฬ ล่มสลาย ไม่มีใครนำเครื่องเซ่นมาบูชา มันก็เลยไม่มีพลังใดใดอีก ต่อมาเกิดดินถล่มออกมา ทำให้มันซึมซับพลังแสงจันทร์ได้ ทำให้มันมีพลังขึ้นมาได้ จึงดูดิญญาพวกคนงานก่อสร้างออกมาเพิ่มพลังให้มัน ยิ่งวันนี้พระจันทร์เต็มดวง ทำให้มันสามารถใช้อิทธิฤทธิ์ ได้อย่างเต็มที่ มันเลยออกมาฆ่าคนเพื่อ ดูดเื กลืนิญญามนุษย์ เช่นนี้ ขอรับ” นี่คือสิ่งที่อาจารย์ลู่เอินบอกให้เทียนอธิบายออกมาให้ เ้าสำนักเหมยซานฟัง
“ เฮ้อ พวกเราก็หลงนึกว่า เป็พระแม่กวนอิมซะอีก เกือบไปแล้ว ดีที่เ้ามาช่วยไว้พอดี ขอบใจเ้ามากนะ เสี่ยวเทียน” เ้าสำนักเหมยซานเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่สบายใจ
“ แล้ววันนี้เ้าหายไปไหนมาทั้งวัน พวกเราเป็ห่วงเ้าแทบตาย” แม่เฒ่าลั่วเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ ด้านหลังของเขา ของเทวรูป มีถ้ำที่เคยเป็ที่ซ่องสุมของ ลัทธิมารบัวทมิฬ ข้าบังเอิญเข้าไป จึงได้รู้เื่ราวทั้งหมด ในนั้นมีบึงจระเข้ แล้ว ซากศพของ ลัทธิมารบัวทมิฬ ยังไงพวกท่านบอกทางการไปตรวจสอบ ในถ้ำด้วย แต่ต้องระวังจระเข้ด้วยละกัน ข้าต้องขอลา ครั้งนี้กลับมืดอีกแล้ว คงต้องโดนท่านแม่ดุ อีกแล้ว”
เสี่ยวเทียนเอ่ยเสร็จ ก็พาต้าเกินรีบวิ่งขึ้นรถม้า แล้วรีบกลับบ้านทันที
“ เสี่ยวเทียนนี่ช่างเป็เด็กดีจริงๆนะ ท่านว่าไหม”
“ ใช่ หากข้ามีหลานสาวเมื่อไร ข้าต้องให้ทั้งคู่แต่งงานกันให้ได้เลย” แม่เฒ่าลั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
กลับมาถึงบ้านคราวนี้ ไม่เห็นแม่ มาคอยที่หน้าประตู ทั้งคู่กำลังแยกย้ายกันกลับห้องไป แต่พอเข้าไปพบว่า ทุกคนอยู่ในห้องโถงกลางกันหมด เกิดเื่อันใดขึ้นนะ ! เสี่ยวเทียนกับต้าเกินก็รีบเข้าไปที่ห้องโถงกลาง ทันที
ภายในห้องโถงกลาง มีชายคนหนึ่งนอนอยู่บนแปล หลับตาแต่ขาทั้งสองข้างถูกตัดออกมาถึงหัวเข่า หมอหลายคนช่วยทำแผลจนเสร็จแล้ว กำลังพันผ้าเอาไว้ ทุกคนในตระกูลมีสีหน้าเคร่งเครียด มีแต่เสียงร้องไห้ของท่านป้าห้า ร้องสะอื้นอยู่ข้างๆ
“ อาการของคุณชายห้าปลอดภัยแล้ว พวกเราขอตัวกลับไปก่อน” หมอสามคนเอ่ยลา
ต้าเกินเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปกอดร่างขอพ่อเขาแล้วร้องไห้โฮ จนหลายคนเข้าไปปลอบไม่ให้รบกวนอาการคนเจ็บ แล้วคนรับใช้ก็ช่วยพา ลุงห้ากลับห้องพักไป
“ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นกับลุงห้า” เทียนเข้าไปข้างๆ แม่ที่อุ้ม เสี่ยวหลิงยืนมองดูด้านข้างด้วยความเศร้าใจ
“ ในท่าเรือฉางอัน แบ่งเป็สองส่วน ส่วนแรกเป็ของตระกูลจางเรา อีกส่วนเป็ของตระกูลอู๋ สองตระกูลเราแข่งขันกันมาตลอด ระยะหลัง อู๋เลี่ยงเป็แม่ทัพรักษาเมือง ทำให้อำนาจมากล้น สร้างความกดดันให้กับตระกูลของเรามาก
วันนี้เรือที่เคยขึ้นลงที่ท่าของเรามากกว่าครึ่ง ถูกกองเรือภายใต้บังคับบัญชาของ แม่ทัพอู๋เลี่ยง บังคับให้ไปขึ้นลงที่ ท่าของตระกูลอู๋ ทั้งที่สัญญาสัมปทาน ระบุแน่ชัดว่า ทางเรือสินค้าทางใต้มาต้องมาขึ้นท่าตระกูลจางของเรา แล้ว ทางสินค้าตอนเหนือมาต้องไปขึ้นที่ท่าตระกูลอู๋ พอพี่ห้า เข้าไปสอบถามเื่นี้ กับอู๋ตันซึ่งเป็คนคุมที่ท่าเรือ ทำให้มันไม่พอใจ และยังขับไล่ลุงห้าของเ้าออกมา
และหลังจากนั้น ก็มีชายชุดดำนับสิบคน บุกเข้าลอบทำร้ายลุงห้าของเ้าจนมีสภาพเช่นนี้” แม่ถอนหายใจ แต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร
พอลุงห้าออกไปแล้ว จางซื่อเป่าก็ให้ลูกๆ ที่เหลือประชุมกันโดยเฉพาะ เสี่ยวเทียนเลยอุ้มเสี่ยวหลิงที่หลับแล้วกลับห้องไปก่อน
“ เื่นี้ พวกเ้ามีความเห็นว่าอย่างไร” หัวหน้าตระกูลจางเอ่ยเสียงเครียด
“ เื่นี้ ตระกูลอู๋ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยอย่างแน่นอน น้องห้าไม่เคยมีเื่กับใครมาก่อน ท่านพ่อเราจะยอมให้พวกมันทำร้ายน้องห้าเช่นนี้ไม่ได้นะ” คุณชายใหญ่เสนอความคิดเห็นตนเองขึ้นมาก่อน
“ ถึงแม้เราจะรู้ว่าเป็คนของตระกูลอู๋ แต่เราก็ไม่มีหลักฐาน เื่นี้ คงต้องให้มือปราบต้าหลี่ซื่อทำหน้าที่หาคนร้ายมาลงโทษต่อไป” คุณชายรองเอ่ยออกมา
“พวกเราขอให้ท่านเสนาบดีซุน ช่วยดีไหม ” คุณชายสามเสนอขอความช่วยเหลือ
“ ใจคนนั่นหยั่งยาก พวกเราคงต้องระวังตัวเองมากกว่านี้ หรือไม่ก็คงต้องขอให้พี่สี่ส่งคนมาช่วย” แม่ของเสี่ยวเทียนเสนอให้พี่สี่ คือแม่ทัพรักษาชายแดนใต้ ให้ช่วยเหลือ
“ แจ้งข่าวนี้ไป ให้เ้าสี่ส่งคนมาคุ้มกันคนในตระกูล เวลานี้งานที่ท่าเรือฉางอัน ไม่มีใครคุม เ้าหกช่วยไปดูแลงานแทนเ้าห้าให้หน่อยนะ” ห้วหน้าตระกูลจางเอ่ย
“ เ้าค่ะ” แม่เสี่ยวเทียนรับปากช่วยงานที่ท่าเรือ เพราะเมื่อก่อนแต่งงาน แม่ของเสี่ยวเทียนก็ทำงานในท่าเรือฉางอันมาก่อน จึงรู้เื่ดีกว่าใคร
ห้องนอนของเสี่ยวเทียน มีเสียงคนมาเคาะประตูเรียกเสียงดัง
“ เสี่ยวเทียน ขอร้องท่านเซียน ช่วยแก้แค้นให้ พ่อข้าด้วย” ต้าเกินเข้ามาก็ร้องห่มร้องไห้ ขอให้ท่านเซียนช่วย
“ ใจเย็น พี่ต้าเกิน ท่านรู้ไหมว่าพวกมันเป็ใคร”
“ ท่านพ่อบอกว่า ทะเลาะกับอู๋ตัน แล้วมีคนใส่ชุดดำออกมาลอบทำร้าย ตัดขาของพ่อข้า มันต้องเป็อู๋ตันแน่เลย” ต้าเกินเองก็ยังไม่แน่ใจ
“ เอาล่ะ เ้ากลับไปพักก่อน ข้าจะขอร้องอาจารย์ ให้ช่วยเ้า ไม่ต้องห่วง”
“อาจารย์ ว่าแต่เราจะรู้ตัวคนร้ายได้ยังไง”
“ ก็ทำเหมือนเดิม ไปที่เกิดเหตุ แล้วเราก็ใช้ให้ใบไม้ ตามล่าหาตัวคนร้าย ก็แค่นั้น”
อาจารย์ลู่เอิน เอ่ยเหมือนเป็เื่ง่ายๆ
“ อาจารย์ท่านช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
“ อย่าว่าแต่ช่วยหาคนร้ายเลย จะช่วยต่อขาให้เขาก็ยังได้เลย”
“ หา อาจารย์พูดจริงๆ รึ?”
“ ข้าเคยโกหกเ้า หรือไง”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ พรุ่งนี้ไปซื้อสมุนไพรมาอีกสามชนิด แล้วข้าจะทำการหลอมยาเม็ดเซียน์ให้” อาจารย์ลู่เอิน เหมือนเป็เื่ธรรมดามากสำหรับเขา
ตอนเช้า เสี่ยวเทียนกำลังจะออกไปหาซื้อสมุนไพร แต่แม่มาหาแต่เช้า บอกให้ไปท่าเรือฉางอัน ด้วยกัน เพราะแม่ไม่อยากปล่อยเสี่ยวหลิงไว้ที่บ้าน ให้เสี่ยวเทียนไปคอยดูแลน้องด้วย เสี่ยวเทียนเลยต้องไปกับแม่ที่ท่าเรือฉางอัน เื่ยาสมุนไพรก็คงต้องพักเอาไว้ก่อน
วันนี้แม่ เดินทางมากับองครักษ์ ทั้งหมด 50 คน เพื่อมาตรวจงานที่ท่าเรือฉางอันไม่รู้ว่า หลังจากเกิดเื่แล้ว ที่ท่าเรือจะเป็เช่นไรกันบ้าง พอไปถึงก็เกิดเื่ทันที เพราะว่า มีคนงานของตระกูลอู๋ มาขวางกั้นไม่ให้คนงานของตระกูลจางเข้าไปทำงานในท่าเรือ โดยมีคนมาขวางเกือบสามร้อยคน
“ นายหญิงหกขอรับ พวกตระกูลอู๋ มาปิดทางเข้า ห้ามคนของเราเข้าไปในท่าเรือ
พวกเขาอ้างว่า กลัวพวกเราจะเข้าไปทำร้ายคนของเขา” หัวหน้าคนงานตระกูลจางรีบมารายงาน
“ เสี่ยวเทียนห้ามลงจากรถม้านะ ดูแลน้องให้ดี แม่ลงไปทำธุระหน่อย”
แม่ของเสี่ยวเทียนหยิบกระบี่แล้วเดินลงไป เจรจากับคนที่ขวางทางทันที
เสี่ยวเทียนนั่งดูแลน้อง โดยมีพี่เลี้ยงอยู่ด้วยอีกสองคน
“พี่ใหญ่ หลิงน้อยหิวแล้ว” เสี่ยวเทียนมองน้องสาวตัวเองก็สงสัย ตัวเล็กนิดเดียวทำไมหิวบ่อยจัง เลยหยิบซาลาเปาให้หลิงน้อยไปกิน สี่ลูก
“หลิงน้อย กินซาลาเปาไปก่อน ” เทียนบอกหลิงน้อย แล้วตนเองก็ออกมายืนด้านนอกรถม้า เพื่อมองไปข้างหน้าด้วยความเป็ห่วงท่านแม่เช่นกัน
หลังจากได้ยินเสียงทุ่มเถียงกันดังลั่น เสี่ยวเทียนก็เห็นท่านแม่ชักกระบี่ใส่ กลุ่มคนของตระกูลอู๋ เสี่ยวเทียนเห็นแล้วก็ใ หันมามองหลิงน้อย ที่มีคนรับใช้อยู่ด้วยสองคน แล้วมองไปรอบๆ เห็นคนของตระกูลจางยืนเฝ้ารถม้าอีก 4 คน เสี่ยวเทียนคิดว่าน้องน่าจะปลอดภัย จึงะโตัวลอยข้ามหัวแต่ละคน แล้วโยนถุงเหรียญเงินขึ้นฟ้าออกไปสามร้อยเหรียญเงินทั้งหมดพุ่งเข้าหาคนงานของตระกูลอู๋ เหรียญเงินพุ่งเข้าสู่หัวเข่าซ้าย และขวาของคนงานทุกคน ไม่นานนัก ร่างของคนงานตระกูลอู๋ ทุกคนก็ล้มฟุบไปกับพื้น นอนร้องครวญครางกันเกลื่อนท่าเรือ แม่หันมามองเสี่ยวเทียน แล้วส่ายหัว
“ กลับไปอยู่กับน้องที่นี่แม่จัดการเอง” เสี่ยวเทียนเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว ก็กลับมาอยู่กับเสี่ยวหลิง แต่ไม่ทันจะไปถึง ก็มีชายชุดดำปิดหน้า มีอาวุธดาบครบมือเกือบห้าสิบคน บุกเข้ามาทางด้านหลัง แล้วก็เข่นฆ่า คนที่เฝ้ารถม้าหลิงน้อยอยู่ 4 คน ถูกดาบฟันตายไปในทันที พวกมันกำลังขึ้นไปรถม้า เสี่ยวเทียนขว้าง เหรียญเงินเข้าใส่คนสี่ห้าคนที่เข้าใกล้ เหรียญเงินเจาะเข้ากลางหน้าผาก ทะลุกระโหลกตายทันที สี่ คน คนชุดดำที่เหลือเห็น เสี่ยวเทียนตัวเล็กแค่นี้ กลับมีอาวุธลับร้ายกาจ จึงกระจายวงล้อมออกไป แล้วนำหน้าไม้สั้นออกมา ยิงใส่เสี่ยวเทียนโดยไม่สนใจว่า เสี่ยวเทียนยังเป็แค่เด็กชายเท่านั้น ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกธนูหลายสิบดอกต่างพุ่งเข้าใส่ เสี่ยวเทียนเป็จุดเดียว ไม่ว่าจะะโหนีไปมุมไหน ก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้
แต่ว่า เสี่ยวเทียนไม่ได้ขยับไปไหน ลูกธนูหลายสิบดอกกลับหยุดนิ่งต่อหน้า เสี่ยวเทียน ทันใดนั้นเองลูกธนูที่ยิงเข้ามา ก็หันหัวกลับออกไปพุ่งเข้าใส่คนที่ยิงหน้าไม้เข้ามา ลูกธนูพุ่งเข้าใส่ บริเวณหน้าผากของทุกคน ตายคาที่ เหลือเพียงหัวหน้า กับ คนติดตามอีก สี่คน ที่ไม่ได้ใช้ หน้าไม้ยิงเข้ามาเลยรอด
เสี่ยวเทียนพุ่งร่างเข้าไปหา ทั้งห้าคน ที่ถือดาบใหญ่คมกริบทั้งห้าคน แล้วใช้กระบี่ไม้ฟาดใส่คนทั้งห้าพร้อมกัน สายฟ้าออกจากกระบี่เข้าโจมตีใส่คนทั้ง ห้าคน ที่ได้แต่ใไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะใช้พลังเทพได้ ทำให้พวกมันทั้งห้าคน ถูกสายฟ้า ช็อต ใส่ ร่างกายดำเป็ถ่าน นอนหงิกงอ อยู่บนพื้นตายอย่างน่าอนาถ
แล้วอาจารย์ลู่เอิน ก็จับิญญาของหัวหน้าของมันมาตรวจดูว่าพวกมันเป็ใคร ในที่สุดก็รู้เื่ทั้งหมด ส่วนแม่ของเสี่ยวเทียน กำลังจัดการอยู่ด้านหน้าเห็นเหตุการณ์ก็ใยิ่งนัก รีบพุ่งร่างเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แต่มาถึงก็เห็นพวกมันตายเกลี้ยงทั้ง ห้าสิบคนไปแล้ว ก็โล่งใจ รีบเข้าไปดู เสี่ยวหลิง ที่อยู่ในรถม้า กำลังกินซาลาเปาอยู่กับพี่เลี้ยงสองคน ไม่รู้เื่อะไรเลย
“ ส่งคนกลับไปแจ้งเื่นี้ให้ท่านพ่อทราบ แล้วส่งคนไปแจ้งให้สำนักต้าหลี่ซื่อมาตรวจสอบบุคคลเหล่านี้ พวกเราเข้าไปรอที่สำนักงานในท่าเรือกันก่อน” แม่สั่งการออกไปแล้วก็พาเสี่ยวหลิงกับเสี่ยวเทียนไปรอที่สำนักงานในท่าเรือ เพื่อรอให้สำนักมือปราบมาจัดการ
รออยู่ไม่นาน สำนักงานมือปราบต้าหลี่ซื่อ ก็ขี่ม้าวิ่งกันเข้ามากันกว่าห้าสิบนาย เข้ามาตรวจสอบศพผู้ตายทั้งห้าสิบคนทันที แต่ทันใดนั้น ก็มีกองทหารม้าเกราะดำควบม้าเข้ามาฝุ่นตลบ มากันห้าร้อยคน เป็คนของแม่ทัพรักษาเมืองอู๋เลี่ยง
พอมาถึง ก็มีรองแม่ทัพรักษาเมืองะโออกคำสั่งทันที
“จับคนของตระกูลจางที่ก่อเื่ กลับที่ว่าการทหารรักษาเมืองไปให้หมด หากใครขัดขืน ฆ่าได้ทันที”....