เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 113 กระบี่เซียนมายา

    “ นี่เจ้าคิดจะทำอะไร”  เจ้าเมืองโต้วเจี้ยนรีบเข้ามาขวาง

    “ รัชทายาททัวปาอี้ ตอนนี้เจ้าถูกข้าจับเป็นตัวประกันแล้ว  ส่งคนไปแจ้งต่อองค์จักรพรรดิของเจ้า ให้นำเงินมาไถ่ตัวเจ้ากลับไป เท่าไรดีน้า?  คิดถูกๆ  ก็แล้วกัน ห้าหมื่นล้านเหรียญทอง ให้เวลา  3 วัน มิเช่นนั้น ข้าจะตัดหัวเจ้า แล้วนำไปแขวนหน้าประตูเมืองซะเลย”

    “ เจ้า...บ้าไปแล้ว นี่  เจ้า...จะเรียกค่าไถ่ องค์รัชทายาทต้าตู เชียวรึ?”

    เจ้าเมืองโต้วเจี้ยน เอ่ยด้วยความตกใจ

    เสี่ยวเทียนไม่ตอบ แต่ใช้พลังเซียนบรรพกาลจอมเวทย์ ปล่อยวงแหวนเวทย์สีม่วงไปรัดตัว รัชทายาทเอาไว้ แล้วมีภาพอักขระเวทย์ ปรากฏขึ้นบนพื้น กักขัง รัชทายาทเอาไว้อีกชั้น

    “ หากภายในสามวัน ไม่ยอมนำเงินมาไถ่ตัว อย่าหาว่าข้าไร้ปราณีก็แล้วกัน

    ส่วนท่านเจ้าเมืองโต้ว ข้าคิดว่า จะพักที่นี่อีกสามวัน หวังว่าท่านคงไม่ว่าอะไรนะ?”

    เสี่ยวเทียนไม่สนว่าหน้าของ เจ้าเมืองจะเป็นอย่างไร พาสองพี่น้องกลับที่พักไปทันที

    “ บัดซบ นี่มันกล้าบังอาจทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร ท่านเจ้าเมือง พวกท่านร่วมมือกับมันใช่ไหม” องค์รัชทายาทโมโหมาก พยายามจะเดินออกจาก ยันต์เวทย์ที่อยู่บนพื้น แต่ไม่สามารถก้าวออกจากยันต์กังขังได้ ถูกกระแทกต้องล้มไปนั่งกับพื้น ยิ่งแค้นหนักขึ้นไปอีก   ขณะเจ้าเมืองโต้วเจี้ยน ก็ใช้ทุกวิธี  ก็หมดปัญญาเอาออกปลดวงแหวนสีม่วงเช่นกัน

    “ ท่านพ่อทำอย่างไรล่ะทีนี้ นึกไม่ถึงมันจะจะมีพลังลึกล้ำขนาดนี้”

    “ ส่งข่าวแจ้ง องค์ชายรอง จ้าวเหยียนให้เขามาจัดการ” เจ้าเมืองโต้วรีบบอกกับบุตรชายคนโต จึงรีบส่ง พิราบส่งข้อความผ่านหยกสื่อสารแจ้งข่าวไปที่ องค์ชายจ้าวเหยียนทันที

    เมืองหลวง ตำหนักจ้าวเหยียน

    “ สวะทั้งนั้น แค่จัดการเด็กน้อยสองคน ก็จัดการไม่ได้”

    องค์ชายจ้าวเหยียนอ่านจดหมายที่ส่งมา ก็โมโหยิ่ง

    “ องค์ชาย คนของสำนักหมื่นมังกร ทำงานไม่สำเร็จ  ให้พวกมันไปจัดการต่อเลยดีไหม?”

    “ อืมก็ดี  ไปบอกพวกมันอย่าให้พลาดอีก”

    องครักษ์คนสนิท ออกไปจัดการทันที

    “ ศิษย์พี่โกโจ เรื่องยึดเหมืองทองเรียบร้อยหมดแล้วหรือยัง?” องค์ชายจ้าวเหยียนเอ่ยถามชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดดำ ถือดาบซามูไร นั่งอยู่อย่างเงียบสงบ

    “ เพิ่งยึดได้ ไปแค่เหมืองทอง สามเหมือง   ส่วนเหมืองเพชรอยู่ฝั่งต้าตู  นั้นมีกองกำลังผู้พิทักษ์ของ แดนต้าตูคุมอยู่ มีผู้มีพลังชั้นเซียนสวรรค์คุ้มครอง อยู่ ทำให้พวกเรา เข้าไปยึดครองไมได้”  ศิษย์พี่ใหญ่รายงาน

    “ เฮอะ รอให้อาจารย์ออกจากฝึกตนก่อน จะให้อาจารย์ถล่มพวกมันให้ราบ แล้วหลังจากนั้น ข้าจะควบคุมเศรษฐกิจของ อาณาจักรจ้าวนี้ให้หมด แล้วคอยดูกัน ใครจะได้เป็นจักรพรรดิคนใหม่ ของดินแดนพิภพชั้นที่ หกแห่งนี้”

    คืนนี้หลังจากเสี่ยวเทียนสอนให้ กงเส้าอิง  ฝึกฝ่ามือยูไลแล้ว เสี่ยวเทียนก็เหาะขึ้นไปท้องฟ้าอีกครั้ง เพื่อฝึกวิชาต่อ วันนี้เสี่ยวเทียนดูดซับไข่ทองคำไป สองใบ

    แล้วเสี่ยวเทียนก็ดึงพลังเทียนจุนที่ดูดเข้ามาในร่างออกมา แล้ว ดูดพลังแห่งจักรวาล ทั้งสามพลังไหลเวียนเข้ามาในร่าง ของเสี่ยวเทียน แล้วหลอมรวมเป็นพลังเซียนที่ไม่เหมือนใครในเก้าพิภพ เพราะเสี่ยวเทียนใช้พลังจักรวาลนอกโลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพลัง  จนจุดพลังขั้นเซียนระดับ ที่ 65 ถูกผลักดันขึ้นไปอีก 10 ระดับ เป็นพลังเซียนระดับที่ 75 ขั้นเซียนฟ้าใกล้ระดับสูงแล้ว จากนั้น อาจารย์ลู่เอิน ก็ส่งวิชาที่ได้นึกขึ้นมาได้ ส่งมาเข้าหัวเสี่ยวเทียน  เป็นวิชาเกี่ยวปราณกระบี่

    เรียกว่า กระบี่เซียนมายา มีอยู่เพียงสามท่ากระบี่เท่านั้น มีแต่ท่ารุกไม่มีท่ารับ

    ท่าแรกเรียกว่า กระบี่เซียนมายาสังหาร เป็นปราณกระบี่นับร้อย จู่โจมออกไปทั่วทิศ360องศา 

    ท่าที่สอง เรียกว่า กระบี่เซียนมายาเงาพิฆาต  เป็นร่างเงานับร้อยๆคนพร้อมกับปราณกระบี่  พุ่งเข้าโจมตี

    ท่าที่สาม เรียกว่า กระบี่เซียนมายามหาวินาศ พลังกระบี่นี้ไร้ผู้ต่อต้าน กระบี่จะกลายเป็น กระบี่ยักษ์ทำลายภูเขา ทำลายเมืองพินาศสิ้น

    หลังจากที่เสี่ยวเทียนได้รู้เคล็ดลับวิชา กระบี่นี้ใช้แค่เพียงพลังชีพจรที่

    เปิดโดยชีพจรวิญญาณ ซึ่งเสี่ยวเทียนได้บรรลุถึง ขั้นเซียนบรรพกาลแล้ว

    จึงใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถเข้าใจพลังวิชานี้ ออกมาได้

    “ พลังกระบี่เซียนมายาสังหาร”  ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  !!

    “ พลังกระบี่เซียนมายาเงาพิฆาต”  ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!

    “ กลังกระบี่เซียนมายามหาวินาศ”   โครม !!

    หินอุกาบาตนอกโลก ที่ลอยไปลอยมา ถูกเสี่ยวเทียนทำลายสิ้นกลายเป็นฝุ่นไปจนไม่มีให้เห็นรอบๆ ตัวอีกเลย

    ในที่สุดเสี่ยวเทียนก็สามารถฝึกเคล็ดลับ การกำหนดพลัง ทั้งการรับ และกายปลดปล่อยจนชำนาญ จึงเดินทางกลับจวนเจ้าเมืองลั่วอัน

    พอมาถึงก็สัมผัสถึงกลิ่นไอนักฆ่า สองคน ที่ยืนอยู่บนหอดูดาวแห่งหนึ่ง กำลังเพ่งมองมาทาง จวนเจ้าเมือง

    เสี่ยวเทียนลงมาก็เห็นมันพุ่งตัว เข้ามาอย่างรวดเร็ว นักฆ่าทั้งสองพุ่งตัวเข้ามปานดาวตก โดยในมือของทั้งคู่มี ทวนสีแดง กับ ทวนสีน้ำเงิน พอทวนทั้งสองเข้าใกล้ไม่ถึงร้อยเมตร หัวทวนก็เกิดระเบิดออกมากลายเป็น ฝนเข็มจำนวนมากพุ่งเข้าใส่

    เสี่ยวเทียน ที่ยืนมองอย่างสงบ 

    เพล้ง ๆ ๆ ๆ ๆ  เข็มนันพันถูกม่านกระจกที่ถูกเวทย์ป้องกันของเสี่ยวเทียนได้สร้างขึ้น ทั้งสอง เลยยิงหัวทวนอีกครั้ง คราวนี้กลายเป็น ระเบิดเพลิง  ตูม !  ทำให้กระจกแตกสลายหายไป   แล้วก็มีเสียงของเสี่ยวเทียนดังออกมาว่า

    “ กระบี่เซียนเงามายาสังหาร” 

    ปราณกระบี่ทั่วสารทิศพุ่งเข้าใส่นักฆ่าทั้งสองคน ที่กำลังตกใจ ไม่คิดว่า กระบี่มากมาย จะพุ่งเป้ามาหาตน จากทั่วทิศ ไม่ว่าหลบอย่างไรก็ไม่พ้น ไม่นาน ร่างของทั้งสองก็กลายเป็นแม่น กลางอากาศ ร่วงหล่น ลงพื้น จวนเจ้าเมืองโตว้เจี้ยน  มีเงามังกรพุ่งขึ้นไปสูท้องฟ้า อีกสองตัว

    “ ร้ายกาจจริง พลังกระบี่เซียนมายาชุดนี้”   นักฆ่าสำนักหมื่นมังกรสองคน มาตายภายใต้คมกระบี่ที่เสี่ยวเทียน เพิ่งฝึกเสร็จพอดี

    คนในบ้านออกมาดูกันเต็มไปหมด

    “ นี่มันคนของนักฆ่า สำนักหมื่นมังกร ทำไมตายง่ายเช่นนี้?” โต้วเต๋อคุนเอ่ยออกมาเบาๆ

    “ ไม่ใช่มันตายง่าย  เพียงแต่ เฉินเสี่ยวเทียนฝีมือมันสูงล้ำเกินไป”

    เจ้าเมืองโต้วเจี้ยนเดินออกมาดูศพแล้วส่ายหัว บอกให้เด็กๆ เอาศพไปจัดการให้เรียบร้อย

    “ บางที เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องดีกับตระกูลของเราก็ได้” โต้วซานเอ่ยจบก็หันหน้าเดินจากไป

    “ ท่านพ่อ เรื่องนี้ควรทำอย่างไรดี?”

    “ เราทำอะไรไม่ได้แล้ว  เรื่องนี้ถ้า ท่านคุรุเทพสือฟงเต้าไม่ออกมาจัดการ องค์ชายจ้าวเหยียน วุ่นวายแน่ !”

    “ แล้ว ถ้าเขารู้ว่าเราร่วมมือกับ องค์ชายจ้าวเหยียน ท่านไม่กลัวว่า หลานทั้งสองคนจะขอให้เฉินเสี่ยวเทียนจัดการกับเรารึ?”  โต้วอี้บุตรคนโตเอ่ยเสียงเครียด

    “ เฮ้อ...”  เจ้าเมืองโต้วเจี้ยนถอนหายใจ  ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน

    เย็นวันนั้น คณะทูตของ อาณาจักรต้าตูมากัน สิบกว่าคน มีกองทัพนักรบของอาณาจักรต้าตูมาร่วมร้อยคนรอตรึงกำลังด้านนอก มีชายกลางคนสวมเสื้อเกราะ

    มาสองคนคล้ายเป็นแม่ทัพ  ล้วนมีพลังเซียนสวรรค์ระดับต้น 

    พอทุกคนเข้ามาก็พบว่า องค์ชายรัชทายาท ยังถูกรัดด้วยวงแหวนสีม่วง ทั้งหมดก็หามีใครแก้วงแหวนนี้ออกได้   เจ้าเมืองต้องขอโทษขออภัย อยู่หลายรอบ

    แต่ก็ไม่ทำให้ท่านทูตจากต้าตู  กับ  แม่ทัพทั้งสองคน  คลายความโมโหไปได้ จนกระทั่ง เสี่ยวเทียนเดินนำหน้ามากับ กงเหมื่ยนเอ๋อ กับเส้าอิง

    “  พวกท่านนำเงินมาไถ่ตัว องค์ชายรัชทายายาทแล้วใช่ไหม?”

    “ บังอาจ !  กล้าจับตัวรัชทายาทของเราเช่นนี้ ไม่กลัวตายเลยใช่ไหม รีบปล่อยตัวองค์รัชทายาทเดี๋ยวนี้ !”

    แม่ทัพคนแรกมีหนวดเคราเฟิ้ม เดินเข้ามาใกล้เสี่ยวเทียน คล้ายจะมาหาเรื่อง

    “ จ่ายเงินมา แล้วก็ไสหัวออกไป ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ” เสี่ยวเทียนเปลี่ยนโทนเสียงออกมา คราวนี้ แม่ทัพที่ยืนเผชิญหน้า ถึงกับหน้าซีด ต้องถอยหลังไปหลายก้าว นี่ขนาดเขา มีพลังเหนือกว่า ถึง หนึ่งขั้น ทำไมแค่เสียงของเด็กหนุ่มคนนี้ ก็ทำให้เขาถึงกับหวาดกลัว เช่นนี้ไปได้

    ไม่ทันได้พูดอะไร วงแหวนที่รัดองค์ชายอยู่ก็รัดองค์ชายรัชทายาทแน่นขึ้นไปอีก

    องค์ชายรัชทายาท ถึงกับกระอักเลือด ลงไปกลิ้งกับพื้น ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

    “ หยุดก่อนคุณชาย พวกเราเตรียมเงินมาแล้ว เชิญท่านตรวจสอบ” ท่านทูตมอบแหวนมิติ ที่มีเงินจำนวนห้าหมื่นล้านเหรียญทองครบ มาให้เสี่ยวเทียนทันที

    “ ขอบคุณที่ได้ทำการค้าร่วมกัน” เสี่ยวเทียนยกมือชี้ไปที่วงแหวนสีม่วงที่รัดอยู่ก็หายไป พร้อมกับ เวทย์กักขัง  องค์ชายรัชทายาททัวปาอี้ มองเสี่ยวเทียนเหมือนกับว่า  แค้นฝังหุ่นกันมาเป็นสิบๆ ปี แต่ไม่กล้าสั่งคนให้โจมตี เพราะขนาดเฒ่าโลกันต์ ถือว่าเห็นยอดฝีมืออันดับต้น ๆ ของอาณาจักรต้าตู ยังถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย 

    ทั้งหมดจึงรีบเดินทางกลับไปที่อาณาจักรต้าตู ทันที

    “ พวกเรากลับไปที่เมืองกงก่อน  ยังมีคนที่ต้องเด็ดหัวพวกมันออกมาอีกหลายคน ลาก่อน ท่านเจ้าเมือง”  เสี่ยวเทียนพูดจบ ก็พาสองคนพี่น้อง กับ ชาวเมืองกงที่เหลือไปจาก จวนเจ้าเมืองทันที

    “ ท่านพ่อเราควรทำอย่างไรต่อดี” โต้วอี้รีบเอ่ยทันที

    “ แจ้งข่าวไปบอกองค์ชายจ้าวเหยียน” เจ้าเมืองโต้วเจี้ยนเอ่ยเสียงเครียด

    เสี่ยวเทียนพาทุกคนเข้าประตูมิติ  แล้วก็มาถึงจุดที่เจอกับทุกคนเป็นครั้งแรก

    สร้างความตื่นตกใจ ให้กับทุกคนเป็นยิ่งนัก

    “ อาจารย์ประตูมิตินี่สุดยอดเลย  มีอีกไหมเนี่ย?”  เส้าอิงเอ่ยกับ เสี่ยวเทียน

    “ ของวิเศษแบบนี้ หาที่ไหนได้อีกเล่า  พวกเราไปกันเถอะ”

    ทั้งหมดเดินผ่านทางลับที่หนีออกไป พอเข้ามาได้ ก็ยืนอยู่หน้าจวนเจ้าเมืองแล้ว

    ด้านหน้ามีทหารยามเฝ้าอยู่นับสิบคน เห็น คุณหนูใหญ่ กับ คุณชายน้อย ก็วิ่งกรูกันเข้ามาคิดจะจับกุม เสี่ยวเทียน ที่ยืนอยู่ด้านหน้า จึงปล่อยพลังกดดันออกไป ทหารสิบกว่าคน ถึงกับคุกเข่าทรุดลงไปกับพื้น แล้วโขกศรีษะ จนหัวแตกก็ยังไม่หยุดโขกศรีษะจนกระทั่งสิ้นใจตายไปพร้อมกันทั้งสิบคน  ทหารที่เหลือ ที่คิดจะเข้ามาจับกุมก็เริ่มถอยห่างออกไป  มีคนจากในจวนไม่รู้เรื่องออกมากันอีกห้าสิบคน

    เห็นเป็น คุณหนูใหญ่กับคุณชายน้อย ก็ถืออาวุธครบมือ ก็วิ่งเข้ามาที่จะจับตัว

    ทั้งห้าสิบคน ก็เป็นแบบเดียวกันกับ สิบคนแรก คุกเข่าไปที่พื้นอย่างสุดแรงจนกระดูหกเข่าแตกไปในทันที แล้วยังโขกศรีษะอย่างสุดแรงเกิด หัวแตกเลือดอาบก็ไม่หยุดโขก ในที่สุดก็ตายไปอีกห้าสิบคน  ทหารที่เหลือที่คุมเชิงอยู่ ไม่รู้จำทำอย่างไรได้แต่นิ่ง ไม่กล้าขยับตัว

    “ เวลานี้ใครอยู่ในจวน” เสี่ยวเทียนถามพวกมัน

    “ มีท่านรองแม่ทัพม่งฉี  ลูกชายแม่ทัพม่งโฉว กับขันที เกาซื่อ นั่งดื่มกันอยู่”

    “ ขันทีเกาซื่อ มันเป็นคนเชิญราชโองการมาจากเมืองหลวง มันรออยู่ที่นี่ทำไม”

    พ่อบ้านซาเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ไม่ต้องสนใจ พวกท่านตามข้ามาเถอะ”

    เสี่ยวเทียนเดินนำหน้าเข้าจวนเจ้าเมืองไป พบว่าในห้องโถง มีชายสองคนกำลังนั่งดื่มกันอยู่ ด้านข้าง มีขุนศึก เกือบสิบคน คอยอารักขา ดูเหมือนมียอดยุทธ์ระดับเซียนฟ้าคอยปกป้องอยู่สองคน

    “ ให้เด็กๆ ไปจับตัว คุณหนูใหญ่กลับมา กลับหายไปหมด ช่างเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เรื่องนี้ ช่างขายหน้า กงกงแล้ว”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องนี้องค์ชายมีรับสั่งฆ่าล้างตระกูล อย่าเหลือหน่อเอาไว้ เชิญท่านสั่งการเถอะ” ทั้งสองคนคุยกัน ไม่ได้สนใจเลยว่า เสี่ยวเทียนที่ยืนอยู่ จะคิดอย่างไร

    ทันใดนั้นเอง เสี่ยวเทียนก็ใช้ฝ่ามือกระชากร่าง ของรองแม่ทัพม่งฉีเข้ามาอยู่ในมือ

    แล้วยกขึ้นตัวลอย  ม่งฉีพยายามดิ้นให้หลุดอย่างไรก็ไม่หลุด  เสี่ยวเทียน

    บิดคอจนหักไปต่อหน้าต่อตาทุกคน ที่ยืนมองอย่างตกตะลึง

    แล้วโยนไปกองที่พื้นตาเหลือก คอบิดมาทางด้านหลัง

    “ ใครไม่อยากตายก็คุกเข่าซะ” เสี่ยวเทียนพูดช้าๆ อย่างแผ่วเบาๆ ทุกคนเงียบสนิท

    คนทียืนอยู่ หัวระเบิดไปทีละคนๆ องค์รักษ์สิบคน ไม่ยอมคุกเข่าตายไปทั้งหมด ยอดยุทธ์ระดับเซียนฟ้า ที่คุ้มครอง ขันทีเกาซื่อ กระโดดลอยตัว แล้วใช้กระบี่ทิ่มแทงใส่เสี่ยวเทียนพร้อมกันทั้งสองคน  เป็นองศา ที่คนปกติไม่มีทางหลบพ้น ท่ากระบี่นี้ได้อย่างแน่นอน  แต่ว่าสิ่งที่คิดไม่เป็นดังที่ตั้งใจ เสี่ยวเทียนเคลื่อนไหวราวภูตพราย ใช้ปราณกระบี่เซียนมายา  เฉือนคอของทั้งสองคน อย่างรวดเร็ว 

    แม้แต่เจ้าตัวเองยังไม่เห็น ภาพการเคลื่อนไหว ของเสี่ยวเทียนเลย แม้แต่น้อย เห็นอีกที ร่างของตนก็ไร้หัวไปเสียแล้ว

    ตึบ !  เสียงคุกเข่าไปกับพื้นเสียงดัง ขันทีวัยจะ 60 ปีคุกเข่าไปกับพื้นเริ่มร้องขอชีวิตทันที หมดสภาพขันทีวังหลวง  ที่นั่งวางมาดเป็นขุนนางชั้นสูงเมื่อ สักครู่นี้ไปในทันที

    “ ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด ข้าน้อยไม่รู้เรื่องอะไรเลย ข้าน้อยแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น”....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน