ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 28 กลับตระกูล
ขณะที่ทั้งหกคนพูดคุยและตกลงว่าจะเดินทางกลับไปยังเมืองขนาดกลาง C-48อยู่นั้น ก็มีชายร่างผอมสองคนเดินเข้ามาหาแคนซัส
“พี่ใหญ่!” ทั้งสองยกมือขึ้นคารวะพร้อมกัน คนหนึ่งผมสีน้ำตาล ส่วนอีกคนผมสีดำ ทั้งคู่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง สภาพดูย่ำแย่ยิ่งกว่าคนงานเหมืองส่วนใหญ่
“ขอบคุณผู้มีพระคุณ”
“ขอบคุณท่านทั้งห้าที่ช่วยเหลือ”
คนงานเหมืองร่างผอมทั้งสองคนโค้งคำนับให้กับสมาชิกตระกูลพีไรซ์ทั้งห้าคน
สายตาของสมาชิกตระกูลพีไรซ์ทั้งห้าคนเต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็ผงกหัวตอบรับให้กับชายทั้งสองคน
“หืม พวกเ้ายังไม่หนีออกจากที่นี่อีกหรือ?” แคนซัสหันหน้าไปมองชายทั้งสองคนก่อนจะเอ่ยถาม
“พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ว่าข้าไม่มีที่ไป หมู่บ้านของข้าถูกพวกมันเผาทำลายไปั้แ่วันที่มันมาจับตัวข้าและคนอื่นๆ มาเป็ทาสแล้ว” ชายผมสีน้ำตาลพูดขึ้น เขากัดฟันแน่นด้วยความแค้น
ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็อัจฉริยะของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง มาถึงอเวกระดับสองได้ั้แ่อายุยี่สิบปี นับเป็หนึ่งในความหวังที่จะนำพาหมู่บ้านไปสู่ความเจริญในอนาคต
แต่ความหวังก็ถูกพังทลายเมื่อวันที่หมู่บ้านของเขาถูกกลุ่มคนเข้ามาเกณฑ์ไพร่พลไปเป็ทาส ใครต่อต้านเท่ากับตาย
เขาสั่งสมความแค้นไว้เรื่อยมา ที่เขาไม่ยอมตาย ยอมใช้ชีวิตรันทดมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะความ้าที่จะเห็นตระกูลหวงหลงล่มสลายกับตา และที่เขารอดตายมาได้หลายต่อหลายครั้งก็เป็เพราะได้แคนซัสช่วยเหลือมาโดยตลอด
ถ้าไม่ได้แคนซัสคอยช่วยเหลือหรือห้ามปราม ต่อให้ชายคนนี้มีหลายชีวิตก็คงต้องกลายเป็ศพไร้ค่าอยู่ในเหมืองแห่งนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ตัวเขาจึงเทิดทูนแคนซัสให้เป็พี่ใหญ่
“ข้าเองก็เช่นกัน ความจริงข้าก็พอจะมีลู่ทางให้เดินต่อไป แต่ข้านั้นเป็หนี้ชีวิตพี่ใหญ่ หากไม่มีพี่ใหญ่ช่วยเหลือ ข้าคงไม่มีวันที่ได้รับอิสรภาพเช่นวันนี้” ชายผมดำที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ประสานมือคารวะมาทางแคนซัส
“ให้พวกเราทั้งสองคนติดตามท่านไปด้วยเถิด!!” คนงานเหมืองทั้งสองคนโค้งคำนับให้กับแคนซัสโดยพร้อมเพรียงกัน พวกเขาคาดหวังจะได้รับการยอมรับจากคนที่ตนเองนับถือ
แคนซัสมองชายทั้งสองด้วยแววตาลุ่มลึก
"การติดตามข้าไป หาได้มีอิสระไม่ ข้าเป็ส่วนหนึ่งของตระกูล อยู่เพื่อตระกูล ทำตามกฎของตระกูล"
"หากพวกเ้าอยากติดตามข้าไป พวกเ้าก็ต้องอยู่ในกฎของตระกูลข้า ทำงานเพื่อตระกูลข้า ปกป้องศักดิ์ศรีของตระกูลข้า พวกเ้าแน่ใจแล้วหรือ?"
ร่างทั้งสองยังคงอยู่ในท่าโค้งคำนับ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้ที่ถามคำถาม
"ต่อให้ต้องลำบาก บุกป่าฝ่าดง ข้าก็พร้อมลุยไปกับพี่ใหญ่!" คนงานเหมืองที่มีผมสีดำกล่าวออกโดยไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย แววตามุ่งมั่น สื่อให้เห็นถึงความพร้อมที่จะทำตามคำพูดของตนเอง
"จะงานหนักงานเบาข้าก็พร้อมทำโดยไม่ปริปากบ่น ข้าจะดูแลตระกูลของพี่ใหญ่ให้เหมือนกับดูแลตระกูลของตนเอง! แม้ตระกูลของข้าจะไม่เหลืออยู่แล้วก็ตาม..." ชายผมน้ำตาลพูดด้วยเสียงดังฟังชัด ก่อนน้ำเสียงจะค่อยๆ แ่ลงในตอนท้าย
แคนซัสมองภาพตรงหน้าอย่างช่างใจ เขาหลับตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ลืมตาแล้วหันหน้าไปมองทางหัวหน้าตระกูล มาคัส
มาคัสมองหน้าแคนซัส แล้วจึงพูดเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกชายของตน "จงทำตามใจของเ้าเถิด หากเ้าพาพวกเขามาที่ตระกูล นับจากนี้พวกเขาจะกลายเป็ผู้ติดตามประจำตัวของเ้า!"
คำกล่าวของมาคัสราวกับเป็การอนุมัติให้แคนซัสรับคนทั้งสองเข้ามาอยู่ในปีกของตระกูลพีไรซ์
เมื่อได้ยินดังนั้น แคนซัสจึงรีบหันไปพูดกับคนทั้งสองว่า
"นี่คือพ่อของข้า และเป็หัวหน้าตระกูลพีไรซ์คนปัจจุบัน ท่านอนุญาตให้พวกเ้าเข้าร่วมกับตระกูลของเราแล้ว พวกเ้าทั้งสองจงขอบคุณท่านแทนขอบคุณข้าเถิด!"
"ขอบคุณท่านหัวหน้าตระกูล!!" อดีตคนงานเหมืองทั้งคู่ต่างรีบหมุนตัว โค้งขอบคุณไปทางมาคัสทันที
"ท่านพ่อ นี่อีริก ส่วนคนผมดำนั่นชื่อจ้อย พวกเขาและข้าต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอยามที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่" แคนซัสแนะนำคนทั้งสองให้มาคัสและสมาชิกตระกูลพีไรซ์ที่เหลือได้รู้จัก
“อืม ขอบใจพวกเ้ามากเช่นกันที่คอยดูแลลูกชายของข้า” มาคัสมองไปที่คนทั้งสองด้วยอาการสงบนิ่ง กล่าวคำแสดงความขอบคุณออกมาจากใจ
“ส่วนใหญ่แล้วจะเป็พี่ใหญ่แคนซัสเสียมากกว่าที่คอยช่วยเหลือ คอยเตือนพวกเรา” อีริกตอบกลับ
“ใช่ พวกเราทำได้แค่ช่วยแบ่งเบาภาระเล็กๆ น้อยๆ ให้พี่ใหญ่ก็เท่านั้นเอง ไม่ควรค่าแก่การพูดถึงเลย” จ้อยรีบพูดออกไปเช่นเดียวกัน
“จะเล็กจะใหญ่สำคัญที่ตรงไหน บัดนี้พวกเ้าเป็ผู้ติดตามของแคนซัสแล้ว หากมีเื่อะไรก็ขอให้ช่วยกันดูแลแบ่งเบา และตระกูลของเราก็จะปกป้องพวกเ้าอย่างเต็มที่เท่าที่พวกเราจะทำได้ด้วยเช่นกัน” มาคัสให้คำมั่นสัญญา
ชายทั้งสองรีบก้มหัวคำนับมาคัสอีกครั้งหนึ่งในทันที
“เอาล่ะ พวกเราอย่าช้าอยู่เลย หินพลังงานกับศิลาธาตุต่างก็โดนเหล่าคนงานหยิบฉวยออกไปเยอะแล้ว พวกเ้าเองก็หยิบติดตัวไปบ้างสักสามสี่ก้อนเถอะ แล้วเราจะออกจากที่นี่กัน”
มาคัสบอกทุกคน จากนั้นจึงพากันเดินทางออกจากอุโมงค์ มุ่งตรงกลับเมือง C-48 เพื่อเข้าพบและแจ้งข่าวเื่เหมืองให้กับเ้าเมืองได้ทราบ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับตระกูล
-----------
ณ ตระกูลพีไรซ์ เมืองปากัส เวลาค่ำ
เวลาผ่านเลยไปกว่าสองวันนับั้แ่กลุ่มของมาคัสพบตัวสมาชิกตระกูลที่หายสาบสูญไปนานกว่าสองปี
ใน่เวลาสองวันนี้ จินยังคงวนเวียนอยู่ในตระกูล คอยดูแลความเป็ไปภายในตระกูลซึ่งดูเหมือนว่าจะเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับสถานการณ์ภายนอก เมื่อไม่มีการแจ้งเตือนจากระบบ นั่นย่อมหมายความว่าไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นกับมาคัสและคณะ
เมื่อมีเวลาว่างจินมักจะไปเดินชมสวนดอกไม้ภายในตระกูล
บางครั้งเขาก็ฝึกฝนพลังตามคัมภีร์บ่มเพาะภูตอัสนีอยู่ภายในศาลบรรพชน
แม้จะมีวิธีการที่รวดเร็วกว่า อย่างยันต์ค่าประสบการณ์ แต่ก็ใช่ว่าจินจะมีแต้มระบบเพียงพอให้ใช้อย่างไม่จำกัดเสียเมื่อไหร่ บางเวลาเขาจำเป็ต้องฝึกฝนด้วยตนเองบ้าง นอกจากจะช่วยเพิ่มระดับพลังได้เล็กน้อยแล้ว ยังช่วยให้ทำความเข้าใจพลังภายในร่างได้อย่างละเอียดอีกด้วย
[ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ทำภารกิจสำเร็จได้ตามเวลาที่กำหนด ระบบกำลังประมวลผล]
จินที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในศาลบรรพชนค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ
ดูเหมือนว่ากลุ่มที่เดินทางไปทำภารกิจตามหาตัวสมาชิกตระกูลที่หายไปจะกลับมากันแล้ว ทั้งยังประสบความสำเร็จเป็อย่างดีอีกด้วย
จินยิ้มกริ่ม เห็นทีคืนนี้เขาควรจะต้องไปเข้าฝันหัวหน้าตระกูลดูสักหน่อย จะได้เข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่ที่ผ่านมา
อีกทั้งยังมีของหลายสิ่งที่ต้องส่งต่อให้กับมาคัสเพื่อประโยชน์ของตระกูลต่อไป รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจให้กับสมาชิกตระกูลที่ทำภารกิจค้นหาครั้งนี้ได้จนสำเร็จลุล่วง แม้จะต้องเจอขวากหนามมากสักแค่ไหนก็ตาม
ร่างิญญาโปร่งใสค่อยๆ ลอยออกจากศาลบรรพชนมุ่งหน้าไปต้อนรับเหล่าสมาชิกตระกูลที่เดินทางกลับมา
ขณะที่จินมาถึงหน้าประตูรั้วขนาดใหญ่ของตระกูล เขาก็เห็นภาพของเหล่าสมาชิกตระกูลโผเข้ากอดกัน บางคนน้ำตาไหลพรากด้วยความคิดถึง
โดยเฉพาะแอนนาที่โผเข้ากอดลูกชายคนเล็กแน่น ร้องไห้ออกมาอย่างเปี่ยมสุขปนทุกข์ขม ซึ่งมาธ่าเองก็ยืนอยู่เคียงข้างแม่สามีและสามีผู้พลัดพรากไม่ห่างไปไหน
ลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองปี ลูกชายที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจนเริ่มไม่เห็นความหวังที่จะตามหา ในวันหนึ่ง...ลูกชายคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับสภาพซูบผอมราวกับที่ผ่านมาไม่ได้รับสารอาหารดีๆ เลย
คนเป็แม่เมื่อเห็นสภาพลูกชายเป็เช่นนี้ใครเล่าจะอดกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ นี่ลูกของนางต้องพบเจอเื่อะไรมาบ้างหนอใน่ที่ผ่านมา...
แต่อย่างน้อยที่สุดก็มีเื่น่ายินดี เพราะบัดนี้เขาได้กลับมาแล้ว
ในฐานะิญญาบรรพบุรุษ จินจ้องมองภาพตรงหน้าดูความยินดี แม้จะไม่ได้มีความผูกพันเทียบเท่ามารดาผู้ให้กำเนิด แต่การที่ได้เห็นลูกหลานผู้พลัดพราก กลับสู่อ้อมอกของตระกูลอีกครั้ง ได้เห็นคนในตระกูลรักใคร่กลมเกลียวกัน แม้แต่มาดิออสที่ยังไม่ทันหายดีก็ยังลากสังขารออกมา เหล่าข้ารับใช้เองก็ผละมือจากงานที่ทำมาชะเง้อคอมอง คอยต้อนรับขับสู้ ภาพตรงหน้าช่างเป็ภาพที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง
[ประมวลผลเสร็จสิ้น]
[ผู้ใช้ได้รับรางวัล : ยันต์ค่าประสบการณ์x5, ยันต์เร่งการฝึกฝนทั้งตระกูล 50 เท่า x1, ยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่าx1, พร์ในการฝึกฝนระดับสูงx1]
ในระหว่างนั้นระบบก็ประมวลผลเสร็จสิ้นและมอบของรางวัลให้แก่จินหลายอย่าง
จินเหลือบมองหน้าต่างระบบเล็กน้อย แล้วตัดสินใจว่าจะกลับไปตรวจสอบของรางวัลภายหลัง
เขาเฝ้ามองคนในตระกูลอยู่พักใหญ่
ไม่นานนักคนทั้งตระกูลก็พากันเข้าไปด้านในคฤหาสน์ และจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ฉลองการกลับมาของสมาชิกตระกูลทุกคน