“ง่ายขนาดนี้เลย?” ลินถามขึ้นหลังจากเธอและออฟเซ็นเอกสารเสร็จ และไปส่งชายชุดสูทที่ประตูบ้าน
“ก็คงแค่นี้แหละ ที่เหลือก็รอให้พวกเขาเอาอุปกรณ์ที่จำเป็มาให้ คงไม่เกิน 2 วันหรอก”
“อุปกรณ์?”
“ก็นะ พวกเราต้องไปสืบหาคนที่อาวุธอันตรายที่สามารถฆ่าคนได้ด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงด้วยนี่นา”
“แล้วอุปกรณ์ที่ว่าคืออะไรล่ะ”
“ก็คงบัตรเ้าหน้าที่ของจริงเอาไว้ใช้ตอนเข้าแสดงตัว บัตรเ้าหน้าที่ของปลอมที่เอาไว้เนียนเข้าสถานที่เกิดเหตุ กับบัตรยืนยันตัวของปลอม แล้วก็ปืนพกพร้อมะุคนละกระบอกล่ะมั้ง” ออฟพูดด้วยสีหน้าเฉยชา จริงอยู่ที่อาวุธก็เป็สิ่งสำคัญ และการที่อยู่ดีๆก็มีคนเอาปืนมาให้ออฟก็ดูไม่ใช่เื่น่าใอะไร แต่สำหรับลินถือเป็ครั้งแรกที่เธอจะได้จับปืนของจริง ออฟสังเกตุเห็นลินทำหน้าใเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนประเด็นเื่อาวุธออกไป
“ไม่คิดว่าพวกบัตรนั่นไร้ประโยชน์ไปหน่อยเหรอ คนแถวนี้รู้จักเธอกันหมดนั่นแหละ”
“ไม่ต้องห่วง พวกเราต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ตามกฎที่เราพึ่งเซ็นไปนั่นแหละ”
“!!?” ลินทำหน้างง “เื่นั้นฉันพึ่งรู้นี่แหละ นายไม่เคยพูดเื่ที่เราต้องย้ายที่อยู่เลยนี่”
“อ้าว…เหรอ” ออฟแอบยิ้มเล็กๆขณะตอบ
“ตั้งใจไม่บอกชัดๆ”
หลังผ่านไปไม่่ถึง 24 ชั่วโมงนับจากที่ชายชุดสูทรับเอกสารยินยอมการเข้าร่วมองค์กรและเดินออกจากบ้านไป ออฟและลินก็ได้รับของที่ทางการส่งมาให้คนละกล่อง ข้างในประกอบด้วยกล่องเล็กๆจำนวนมากและซองจดหมายอีกเล็กน้อย ข้างในกล่องมีทั้งบัตรปลอมและปืนอย่างที่ออฟเคยพูดไว้ และยังมีโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อองค์กรได้โดยตรง นาฬิกาที่ติดเครื่องติดตามไว้ พร้อมทั้งปากกาที่ติดกล้องและเครื่องดักฟังไว้
“ของพวกนี้ดูเหมือนในหนังเลยแฮะ” ออฟกล่าวขึ้นหลังเปิดกล่องดูของอย่างละเอียด “แล้วจดหมายมีอะไรน่าสนใจมั้ย” เขาถามลินต่อ หลังเห็นว่าเธอพึ่งอ่านจดหมายเสร็จ
“ไม่มีอะไรมาก มันเขียนว่าเราต้องไปรับบัตรของจริงที่สำนักงาน แล้วก็บอกที่อยู่สำนักงานและวิธีใช้งานพวกของที่ส่งมาให้”
“จดหมายอีกฉบับล่ะ”
“เอ่อ… มันเขียนว่าเราจำเป็ต้องมีโค้ดเนมเพื่อปกปิดตัวตน เวลาคุยกับคนอื่นรวมทั้งกับคนในองค์กรให้ใช้โค้ดเนมที่คิดมากับบัตรปลอม”
“อืมม ของฉันคือ ชาร์ล ของเธอล่ะ”
“มารีน”
“เราคงต้องเรียกกันด้วยชื่อใหม่นี่ไปอีกสักพักเลย งั้นก็ ฝากตัวด้วยนะ มารีน”
หลังจากนั้นประมาณ 5 วัน ในยามรุ่งเช้าวันใหม่ ในที่สุดเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อเปิดดู พวกเขาก็รู้ว่าได้รับภารกิจแรกแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ได้เดินทางไปถึงสถานที่ที่เป็เป้าหมาย บ้านเล็กๆหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สภาพด้านในของบ้านบ่งบอกถึงสถานะของครอบครัวผู้เป็เ้าของได้อย่างดี ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยของเก่าราคาถูก เสื้อผ้าบนราวที่มีเพียงไม่กี่ตัว ทุกตัวที่แขวนอยู่ล้วนเป็ของผู้หญิงที่โตแล้ว แต่กลับมีกล่องที่ด้านในบรรจุเพียงเสื้อผ้าของเด็กวางไว้ข้างๆกัน เมื่อเดินสำรวจไปจนถึงห้องนอน จึงได้พบกับสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านในด้วยท่าทางเหม่อลอย ที่บริเวณแขนและขามีแผลเป็หลายจุด ดูเหมือนจะเป็แผลที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูเก่า ร่างกายเริ่มมีกลิ่นตัวเน่าเหม็น ปากแห้งเหมือนไม่ได้ดื่มน้ำมานาน ร่างกายผอมกร่อยไร้เรี่ยวแรง ทว่า แม้มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาในห้องถึง 2 คน เธอกลับไม่ได้สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย สายตาเหม่อลอยยังคงจ้องไปยังรูปถ่ายรูปนึง รูปของเธอที่อุ้มเด็กคนนึงที่อายุประมาณ 6 ขวบขึ้นมาถ่ายรูปคู่ด้วยกัน ข้างตัวสตรีผู้นั้นมีสมุดไดอารี่บางๆเล่มหนี่งอยู่ และหน้าปกของไดอารี่เล่มนั้นมีสัญลักษณ์ประหลาดที่ทั้ง 2 คนคุ้นเคยเป็อย่างดีแสดงอยู่ตรงกลางของหน้าปกพอดี เมื่อเปิดไดอารี่ดู เห็นได้ชัดเจนว่ามันถูกเขียนทุกหน้าด้วยตัวหนังสือที่สวยงาม แม้บางหน้าจะมีรอยเปียกอยู่บ้าง แต่ก็สามารถจับใจความได้ และเมื่อเปิดกลับมายังหน้าแรก พวกเขาก็ได้พบข้อความซึ่งเป็วิธีใช้งานไดอารี่เล่มนี้เข้า
-End-