หนี่เฟิ่งจิวต้องตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ทุกยุคสมัยไทย จีน หรือชนชาติไหนก็ยังยึดเอาหลักที่ว่า ตื่นเช้าก่อนฟ้าสางเป็เื่ที่ควร
สาวใช้ต้องตื่นก่อนนาย ลงมาเตรียมน้ำอุ่นให้ท่านอ๋องอาบ มีหน้าที่ยกอาหารให้ท่านอ๋องทาน ดูแลไปยังเสื้อผ้าหน้าผมที่ท่านสวมใส่ทุกวัน
เธอเหมือนภรรยาที่ต้องดูแลสามี ทั้งที่ชีวิตั้แ่เกิดดูแลต้นไม้ก็ยังตาย !
การตื่นเช้าของหนี่เฟิ่งจิวมีเพียงเื่เดียว นั่นก็ตอนที่เธอตามไปดูเหยาตงเปิดกล้อง หรือถ่ายงานเท่านั้น พอหลงยุคหลงสมัยก็ได้มาดูแลคนหน้าเหมือนสมใจ
“มัวเหม่ออะไร รีบเอาเสื้อคลุมมาให้ข้าสิ”
สายตาไม่รักดีก็มองต่ำอยู่เรื่อย กล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันสวยงาม เรือนผมดำคลับดูดียิ่งกว่าผมของเธอที่ผ่านการทำสีสันจนชี้ฟู ผิวหน้าแทบไม่
ต้องหาครีมแพงมาทาก็ยังเนียน
สมแล้วอย่างที่คนโบราณชอบพูด เทพจุติมาเป็กษัตริย์ เพราะออร่าผุดผ่องจนแสบตาไปหมด
“เ้าอยู่นี่มากี่วันแล้ว เริ่มคุ้นชินบ้างหรือยัง?”
“เอ่อ...ก็”
“ท่านอ๋องขอรับ ทางวังหลวงส่งหนังสือมา” ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบคำถาม เจียงเหวินก็พรวดพราดเข้ามาถึงด้านในห้องแต่งตัว ยื่นสุดมือส่งกระดาษเก่าๆให้ท่านอ๋อง
“เอาไปวางไว้บนโต๊ะ”
“ขอรับ!”
เจียงเหวินเดินออกไปทุกอย่างก็เงียบสงบ ใจก็พลันนึกไปถึงเหยาตงว่าตอนนี้คงกำลังดังเปรี้ยงฉุดไม่อยู่ ม๊าก็คงด่าเธอทุกเช้าค่ำที่หายตัวมา
แองจี้คงสาปส่งเธอเื่ที่ไม่ยอมเข้าประชุม
เสี่ยวเหยารอให้หนี่เฟิ่งจิวรัดเข็มขัดให้ แต่เธอกลับยืนใจลอยลูบชายเสื้อไม่หยุด ใบหน้าสวยขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิง หรือไม่ก็ทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้เต็มประดา
“หนี่เฟิ่งจิว!”
“ห๊ะ!??? คะ อ่อ”
มือเรียวสวยก็รีบสาละวนรัดเข็มขัดให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ ท่านอ๋องนั้นรูปงาม ร่างหนา กล้ามเนื้อก็แน่นสวยไปทุกส่วน ถ้าแข่งกับเหยาตงคงกินกันไม่ลง
“ความจริงท่านอ๋องเหมาะเป็ดารานะคะ”
“คือสิ่งใด?”
“ก็อาชีพ ที่คนหน้าตาดีเขาเป็กัน”
เสี่ยวเหยาพยักหน้าน้อยตอบรับ เขาก็ไม่อยากเถียงหญิงบ้านักหรอก อย่างน้อยอันไหนเื่จริงก็ควรยอมรับ เขาคือบุรุษลำดับที่สองของแคว้น
ฮั่วที่รูปงาม รองจากองค์รัชทายาทที่รับที่หนึ่งไป
“เ้าต้องคอยปัดกวาด อย่าให้มีผุ่นมาเกาะ”
“กวาด?”
“แล้วก็ถูทุกซอกทุกมุม เ้าต้องถูเช้าเย็น เพราะข้าชอบให้บริเวณที่ของข้าสะอาด” หนี่เฟิ่งจิวรับผ้าเปียกน้ำหมาดมาจากเจียงเหวิน แล้วก็เช็ดตามที่ท่านอ๋องชี้
ในชีวิตของหญิงแกร่งแห่งเฉิงตู เธอคือพนักงานบริษัทที่สามารถดีลคู่ค้าโปรเจกต์พันล้าน ไม่เคยเลยที่จะต้องมาจับไม้กวาดเช็ดถูแบบนี้ ความเหนื่อยทำให้เธอเริ่มหน้าแดง เหงื่อซึมไหลออกมา
“ตายแล้ว ! ท่านพี่ใช้งานหญิงบ้าหรือเพคะ”
“หลี่เหมย...”
“ข้าบอกเลยว่ามันอู้ เช็ดบ้าบออะไรแบบนี้” คุณหนูหลี่เหมยพยายามสอนให้หนี่เฟิ่งจิวทำตาม แต่มันเหมือนว่าจะแกล้งกันมากกว่า สุดท้ายผ้าสกปรกผืนนั้นก็หลุดมือมาโปะบนหน้าของคุณหนูพอดี
“กรี๊ดดดดด ! ฮึ่ย !!! หน้าข...ข้า กรี๊ดดดด”
เสียงสิบแปดหลอดที่คุ้นเคยนั้นทำหนี่เฟิ่งจิวต้องส่ายหน้า ส่วนเจียงเหวินยกมือปิดหูเอาไว้ คงมีแต่สายตาคาดโทษจากท่านอ๋องที่กำลังมองเธอ
อยู่
“มันแกล้งข้า ฮืออออ ท่านพี่ !! สาวใช้ของท่านรังแกข้า”
“พาคุณหนูไปพัก”
“ข้าไม่ยอม !! กรี๊ดดดด ท่านพี่....” หลี่เหมยถูกสาวใช้พาไปล้างหน้าล้างตา เสียงแหลมยังคงแว่วมาให้ได้ยิน ส่วนท่านอ๋องถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“เมื่อครู่ เ้าตั้งใจแกล้งนางหรือเปล่า?”
“ทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้นล่ะคะ!”
“ข้าปวดหัวเสียจริง เจียงเหวินเ้าสอนนางต่อ อย่าให้พักจนกว่าจะทำเป็” นี่ไม่เรียกว่าเป็การลงโทษที่โหดร้ายไปหน่อยหรือ กว่าเธอจะทำได้ดีเท่าสาวใช้มีหวังมือคงแตกเืซิบ
“...น...นะ นี่! ท่านอ๋อง เกินไปไหมคะ?????”
แต่คนโดนถามไม่ได้สนใจเธอสักนิด เดินหายเข้าห้องทำงานของตนเอง ทิ้งเจียงเหวินที่กำลังยกถังน้ำเตรียมจะสอนหนี่เฟิ่งจิวให้ถูพื้นต่อ
“คุณก็...เอากับเขาด้วยหรอ??”
“ขอรับ”
“โถ่ว้อย! ขอให้หน้ายัยนั่นดำเป็ขี้เถ้าไปเลย” หนี่เฟิ่งจิวะโเสียงดังหวังให้คุณหนูหลี่เหมยได้ยิน อยู่ดีไม่ว่าดีก็หาเื่ให้เธอเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด
เสี่ยวเหยาเข้ามาในห้องก็แอบยกยิ้ม หนี่เฟิ่งจิวเป็เด็กดื้อตาใสที่ชอบเอาคืนคนแกล้ง ใช่ว่าเขาจะไม่เห็นถึงสิ่งที่หลี่เหมยกระทำ จึงไม่คิดลงโทษหญิงสาวจริงจังสักครั้งเลย
หนังสือในมือถูกแกะออกอย่างระวัง ก่อนจะพบข้อความที่เขียนโดยเสด็จพ่อของเขา ไม่พ้นเื่ประลองอาวุธชิงบ้านชิงเมือง รวมถึงการแต่งงานที่ทรงมีพระประสงค์อยากให้เกิด
บ้าบอ! ชีวิตเขาไม่เห็นได้มีโอกาสเลือกสักอย่าง
“ท่านอ๋อง พอก่อนเถอะนะคะ หลังฉันยอกหมดแล้ว” เสียงโหยหวนหน้าประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างของหนี่เฟิ่งจิวที่นอนกลิ้งอยู่
“เ้าทำให้มันดี ลุกขึ้นมา”
“ขอพักนะคะ”
“รีบไปล้างเนื้อล้างตัว แล้วก็เข้ามาช่วยข้าจัดชั้นหนังสือ”
หนี่เฟิ่งจิวหมดเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นเดินต่อ มีใครเคยบอกป่ะว่าชุดนี่แม่งโคตรหนัก โคตรร้อน สภาพเหมือนหมูในตู้อบ ผ้าหนาจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“ขอแต่งตัวเองได้ไหมคะ ชุดนี้มันร้อนเกินไป หนักด้วย…”
“เ้าจะแต่งอย่างไร?”
“ไม่มีชุดที่มันบางกว่านี้หรอคะ? ฉันจะตายเพราะชุดหนาเตอะนี่”
“ข้าไม่เคยคิดว่าชุดที่ใส่ก็สามารถเป็ปัญหาได้ หนี่เฟิ่งจิว...นี่เ้าคิดว่าอยู่ในโรงเตี้ยมหรือว่าอย่างไร?”
“โอเค ฉันมันผิดเองที่หลงยุค”
คล้อยหลังของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะไม่พอใจในโชคชะตา เสี่ยวเหยาจึงต้องให้เจียงเหวินไปหาชุดที่ใส่สบายมาให้เธอ เขาเองก็ไม่อยากเห็น
หน้าหงอยๆนั่นเหมือนกัน
เจียงเหวินเกิดมาในแคว้นฮั่วจนวัยนี้ เขายังไม่เห็นว่าท่านอ๋องจะใส่ใจหญิงสาวนางไหน แม้กระทั่งกับคุณหนูหลี่เหมยก็ยังไม่เคยไปวุ่นวายด้วยเลย
แต่กับหนี่เฟิ่งจิวหญิงบ้าที่เขาไม่เคยพบเจอ ทั้งคำพูด ความคิดแปลกไปหมด กลับทำให้ท่านอ๋องอ่อนลงด้วยเกือบทุกอย่าง มิหนำซ้ำองค์รัชทายาทเองก็ดูพึงใจไม่น้อย
หากท่านอ๋องไม่เล่นด้วยก็คงไม่ใช่ปัญหา ทุกครั้งก็ไม่เคยคิดเข้าขวางทางของพี่ชายเลยสักหน ทั้งที่รู้ว่าองค์รัชทายาทนั้นอยากกำจัดท่านอ๋องอยู่ทุกเวลา
หนี่เฟิ่งจิวนั่งหมดอาลัยตายอยากในชีวิต วันนี้ช่างหนักหนาเหลือเกินกับการหลงยุค เธอข้ามมิติมาเป็สาวใช้ของท่านอ๋อง ทำไมไม่ข้ามมาเป็
คุณหนูกับเขาบ้างนะ
“ข้าก็มองว่าใคร ที่แท้ก็เ้า!”
“องค์รัชทายาท...ท่าน เอ่อ มาทำอะไรที่นี่คะ?”
“พอดีเมืองหานส่งผ้ามาให้ ข้าก็ให้เขาตัดเป็ชุดใส่สบายมาเผื่อเ้า นี่ก็มีเผื่อน้องหญิงด้วย”
“ชุด? ชุดหรอคะ????”
“เ้าคงไม่ชอบชุดใหญ่โตหนานี่หรอกใช่ไหม”
“ค่ะ ฉันไม่ค่อยชอบ มันหนักแล้วก็ทำอะไรลำบาก”
“งั้นก็รับไปเลย หีบนี้ข้ายกให้เ้า ทุกชุดเ้าใส่แล้วงามกว่าใครแน่” รอยยิ้มจิ้งจอกกำลังหลอกล่อเหยื่ออย่างหนี่เฟิ่งจิวให้ตกหลุมพราง สายตา
ขององค์รัชทายาทมองหญิงสาวไม่วางตา
“คงไม่ได้หรอกค่ะ”
“ห๊ะ! หา....ทำไมเล่า???”
“ท่านอ๋องไม่อยากให้ฉันใส่ ฉันเป็คนของเขา ก็ไม่ควรขัดใจเขานะคะ” หนี่เฟิ่งจิวอยากเปลี่ยนชุดใจแทบขาด เธออยากกระโจนรับของพวกนี้ให้หมด นี่ก็ยอมเสี่ยงหัวขาดเพื่อท่านอ๋อง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังจากนี้จะโดนจับแยกร่างให้แร้งกินหรือเปล่า
“เสี่ยวเหยาไม่ว่าหรอก เขาไม่ชอบยุ่งเื่ของใคร”
“เสด็จพี่! นี่อะไรกันหรือเพคะ น...นี่มันผ้าเมืองหาน เอามาให้น้องหรือเพคะ”
“เอ่อ...”
“ยกไปห้องข้าเลย ยกไปให้หมดนะ”
แววตาเป็ประกายเปี่ยมสุขของคุณหนูหลี่เหมย ทำเอาพี่ชายคนดีไม่กล้าพูดขัดสิ่งใด แต่แอบเห็นจิ๊ปากขัดใจอยู่แวบหนึ่ง นับว่าช่วยให้หนี่เฟิ่งจิวรอดตายไปอีกหน
“แล้วเ้ามายืนบ้าอะไรตรงนี้ ! ห้องท่านพี่ทำความสะอาดแล้วหรือไร?”
“คือว่า.....”
“น้องหญิง ! เ้าไม่ควรพูดข่มผู้ใดนะ”
“เสด็จพี่เพคะ นางร้ายกาจกว่าที่คิด นางรังแกข้าไม่รู้กี่ครั้งแล้ว” ละครตอนแรกเริ่มเสนอขึ้นต่อหน้าองค์รัชทายาท ซึ่งหนี่เฟิ่งจิวไม่ได้คิดสนใจอยากดูอยู่แล้ว
“จริงหรือ?”
“ขอตัวนะคะ ฉันต้องกลับไปทำงานต่อ”
“เดี๋ยวสิเฟิ่งจิว!”
“คะ?” ข้อมือเล็กของหญิงสาวถูกองค์รัชทายาคว้าเอาไว้ แถมเขายังเรียกเธอด้วยชื่ออย่างสนิทสนม
“ข้าอยากรักษาเ้าให้หาย”
“ปล่อยสาวใช้ของข้าไปทำงาน หลี่เหมย! เ้ามาตากแดดตากลมอะไรอยู่นี่”
“ท่านพี่...”
“ข้าเอาเสื้อผ้ามาให้น้องหญิง เ้าโวยวายไปทำไมเสี่ยวเหยา” น้ำเสียงทุ้มนั้นออกแนวเยาะเย้ยท่านอ๋องที่มองเหตุการณ์มาั้แ่ต้น พี่ชายเขายิ่งกว่าจิ้งจอกพันหาง
“.....”
“ได้รับหนังสือจากเสด็จพ่อแล้วใช่ไหม? เ้าคิดเห็นอย่างไร”
“ท่านเป็ถึงองค์รัชทายาท เื่แค่นี้ไม่เห็นต้องมาถึงข้า”
“พูดเช่นนั้นได้อย่างไร”
“องค์ชายเสี่ยวตง ท่านใช่ไหมที่อยากให้ข้าแต่งงาน !” คำถามของเสี่ยวเหยา ทำเอาหลี่เหมยตาโตไม่ทันตั้งตัว ส่วนหนี่เฟิ่งจิวนั้นยืนอึ้งไปพักใหญ่
“หมายความว่าอย่างไรเพคะเสด็จพี่ น้องไม่ยอมนะเพคะ”
“ไม่ยอมอย่างไรน้องหญิง”
“น้องออกมาอยู่กับท่านพี่แล้ว หากท่านพี่แต่งงานน้องจะอยู่อย่างไร????” หนี่เฟิ่งจิวถึงกับกรอกตามองบน ยัยคุณหนูหลี่เหมยคงคิดไม่ซื่อกับพี่
ชายตัวเอง องค์รัชทายาทอาจจะล่วงรู้เลยดักทาง
“ข้าอยากให้หนี่เฟิ่งจิวเข้าวัง รักษาอาการของนาง”
“คะ?? ทำไมวนมาที่ฉัน”
“เห็นทีคงไม่ได้ หนี่เฟิ่งจิวจะไม่ห่างกายข้าไปไหนทั้งนั้น”
มันเท่มาก! เหมือนเหยาตงกำลังเป็พระเอกของเื่ โดยมีหนี่เฟิ่งจิวเป็นางเอกคู่ขวัญ ร่างหนานั้นพยายามปกป้องคนไร้ที่พึ่งอย่างเธอ
“เ้าว่าอย่างไรเฟิ่งจิว อยากไปด้วยกันหรือไม่?”
ถูกพระรองถามมาขนาดนี้ ตามบทนางเอกคงมีคล้อยตาม แต่ชีวิตจริงมันน่าอึดอัดใจมากเมื่อสายตาแกมดุจากท่านอ๋องส่งรังสีเตือนเป็ระยะ รวม
ถึงสายตาจิ้งจอกล่าเนื้อเองก็ไม่ยอมถอย
“พอเถอะนะคะ ฉันเป็คนบ้าไม่ควรไปไหน”
“ไปได้สิ อยู่กับข้าเ้าไม่ต้องกลัว”
หนี่เฟิ่งจิวอยากเอาหัวมุดบ่อน้ำตายไปเลย เกิดมาสวยจนผู้ชายแย่งกันขนาดนี้ ในโลกของเธอทำไมไม่เป็แบบนั้นบ้าง ทำไมต้องให้เธอข้ามภพข้ามชาติมาสวยในยุคดึกดำบรรพ์นี่ด้วย