“เอาหละถึงแล้ว เสี่ยวหลานเอาตะกร้ามาวางตรงนี้เลย” นางชี้นิ้วให้เด็กน้อยวางของลง
“ขอรับ” ห่าวหลานขานรับแล้ววางของลง
“เราจะทำอะไรกันก่อนเ้าคะ พี่สะใภ้”
“เราจะทำตุ๋น(ซุป)กระดูกก่อน เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะได้รสชาติที่กลมกล่อม แล้วค่อยมาทำหมูแดดเดียวกัน พวกเ้าพร้อมหรือไม่”
“พร้อมขอรับ/เ้าค่ะ” ทั้งสองคนขานตอบพร้อมกันทันที
จ้าวไป่ซิงนั้นดีใจมากที่จะได้ทำอาหารเมนูใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ที่บ้านทำอาหารอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น และก็ไม่มีใครสอนเมนูอื่นให้นางเพิิ่มด้วย
ดังนั้นเมื่อพี่สะใภ้เข้าครัวนางจึงกระตือรือร้นที่จะเข้ามาช่วย และเรียนรู้ไปด้วยนั่นเอง
“มาเริ่มกันเลย ก่อนอื่นต้องเอากระดูกไปล้างก่อน” ชิงอีแยกกระดูกออกมาใส่ในภาชนะอีกใบเพื่อนำไปล้างด้านนอก
“เดี๋ยวข้านำไปล้างเองขอรับ” ห่าวหลานอาสานำไปล้างให้ทันที
“ได้ซิ เช่นนั้นซิงเอ๋อตักน้ำใส่ให้ได้ครึ่งหม้อ แล้วนำไปตั้งบนเตาได้เลย”
“เ้าค่ะ” รับคำแล้วเด็กน้อยก็ทำตามทันที
อืม จะว่าไปในครัวก็ไม่มีเครื่่องปรุงอะไรนอกจากเกลือ ส่วนหัวไชเท้า หรือสามเกลอก็ไม่มี
แต่ไม่เป็ไรงั้นทำซุปกระดูกหมูตามแบบฉบับของนางละกัน มีอะไรใส่แบบนั้น กินได้แน่นอน ไม่ต้องกลัว ฮ่าฮ่าฮ่า
เมื่อได้กระดูกหมูที่เด็กชายล้างเรียบร้อยแล้ว นางจึงเดินไปที่เตา เมื่อเห็นว่าน้ำเดือดดีแล้วก็นำกระดูกหมูลงไปลวกเลย ที่ต้องลวกก่อน เพราะเวลาต้มซุปน้ำจะได้ไม่ขุ่นและใสน่ากิน
นางตักกระดูกที่ลวกออก เทน้ำทิ้ง และตั้งน้ำใหม่อีกครั้ง จากนั้นใส่กระดูกหมูเมื่อครู่ลงไป ปรุงด้วยเกลือเล็กน้อย ตุ๋นด้วยไฟอ่อนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 ชั่วยามครึ่ง
ระหว่างนั่นก็ต้องคอยช้อนฟองออกด้วย ไม่งั้นน้ำซุปจะคาวและมีสีขุ่นไม่สวย ชิงอีลงครัวทั้งทีจะเสียงชื่อไม่ได้
“เอาหละในส่วนของซุปเรียบร้อยแล้ว รอตุ๋นไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เรามาทำเนื้อแดดเดียวกันต่อแล้วกัน ก่อนที่จะไม่มีแดดให้ตาก
เสี่ยวหลานเอาเนื้อหมูนี่ไปล้างเหมือนเดิมนะ เราจะทำกันแค่นี้ก่อน ส่วนที่เหลือค่อยว่ากัน ถ้าข้าได้เครื่องปรุงหรือเครื่องเทศมาเพิ่มค่อยทำใหม่ เพราะสูตรที่ข้าอยากทำอร่อยกว่านี้ แต่อันนี้ทำไปก่อนละกันนะ”
สูตรที่นางอยากทำ มันต้องใส่สามเกลอ น้ำตาล ซอส และซีอิ๋วด้วย จะหอมมากเวลาทอดหรือย่าง ยิ่งได้กินกับน้ำจิ้มแจ๋วและข้าวเหนียวร้อนๆ อื้อหือ ฟินมากกกก
เอาหละก่อนที่จะจินตนาการไปไกลกว่านี้ นางและน้องสาวสามีก็ช่วยกันหั่นหมูตามแนวกล้ามเนื้อเพื่อที่เวลานำไปตาก หมูจะยังมีการอุ้มน้ำอยู่ เมื่อนำไปทอดหรือย่างนั้น เมื่อกินเข้าไปหมูจะมีััที่นุ่มไม่แข็งมาก
เมื่อหั่นเสร็จก็นำเกลือลงไปผสม หมักไว้ชั่วครู่ แล้วนำไปตากไว้ข้างบ้าน
“เสร็จแล้วหละแดดกำลังดีเลย ตากซักหนึ่งชั่วยามน่าจะทันอยู่ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วยามค่อยมาพลิกกลับด้านละกัน เราไปดูซุปกันเถอะ และจะได้ดูด้วยว่าเย็นนี้เราจะทำอะไรกินกันดี” ว่าแล้วนางก็เดินนำเด็กทั้งคู่กลับห้องครัวไป
“พี่สะใภ้ขอรับ เมื่อครู่ข้างเห็นว่าฟืนใกล้จะหมดแล้ว ข้าออกไปหาก่อนนะขอรับ แล้วจะรีบกลับมา” ห่าวหลานเอ่ยบอกความ้ากับพี่สะใภ้ของตน
“ได้ซิ ระวังตัวด้วย รีบกลับมาก่อนค่ำหละ” ชิงอีนิ่งคิดนิดนึงแล้วก็ตอบออกไป
เด็กชายพยักหน้ารับคำ หยิบตะกร้าขึ้นสะพายและเดินออกไปทันที
“เช่นนั้นเราก็ไปกันบ้างเถอะซิงเอ๋อ กลิ่นหอมโชยมาเลย เ้าได้กลิ่นหรือไม่” นางหลับตาสูดจมูกดมกลิ่นอันเป็เอกลักษณ์ในอากาศ
“อืมมม หอมจริง ๆ ด้วยเ้าค่ะ” เด็กหญิงหลับตาสูดกลิ่นตามพี่สะใภ้ทันที จากนั้นก็ลืมตาขึ้นแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มกว้างตาเป็ประกายเลยทีเดียว
ทั้งคู่มาถึงห้องครัวก็เดินไปเปิดฝาหม้อทันที น้ำกำลังเดือดพล่านเลย เมื่อครู่ว่าหอมแล้วตอนนี้ยิ่งหอมมากกว่าเดิมไปอีก ทั้งคู่ไม่ได้สนใจเลยว่ากลิ่นหอมนี้จะโชยไปไกลขนาดไหนเพราะมัวแต่คุยกันเื่อาหารมื้อเย็นที่จะทำเพิ่ม
“ท่านแม่ ๆ กลิ่นอะไรหอมจังเลยขอรับ ข้าอยากกิน ท่านทำให้กินได้ไหมขอรับ นะขอรับ นะ นะ” เด็กน้อยเอ่ยถามมารดาของตนด้วยความอยากกิน เพราะกลิ่นนี้หอมเกินต้านทานจริง ๆ
“ไหนกลิ่นอะไร อืม กลิ่นนี้มัน… กลิ่นเนื้อนี่ บ้านไหนกินเนื้อกันตอนนี้นะ กลิ่นหอมจริง ๆ เลย”
คนเป็มารดาพึมพำออกมาเบา ๆ ด้วยความแปลกใจ ด้วยว่าปกติแล้วเนื้อหากินยากมากนั่นเอง แล้วหันไปบอกลูกของนางว่า
“แม่ทำให้เ้ากินไม่ได้หรอก เพราะกลิ่นนี้คือกลิ่นเนื้อ แต่บ้านเราไม่มีเนื้อ เ้าอดทนไปก่อนนะ”
แต่ไหนเลยลูกชายนางจะเข้าใจ ด้วยความที่เป็หลานชายคนเดียวในตระกูล จึงถูกตามใจและประคบประหงมจากทุกคนเป็อย่างดี เมื่อไม่ได้ดังใจเขาจึงอาละวาดด้วยความเอาแต่ใจทันที
“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าจะกิน ข้าจะกิน ท่านไม่รักข้า ข้าจะไปฟ้องท่านปู่ท่านย่าว่าท่านรังแกข้า ฮือ ๆ ๆ” เด็กน้อยโวยวายดังลั่นบ้านและก็วิ่งหาปู่กับย่าทันที
“อย่านะลูก… อย่าไป ตายแน่ ข้าตายแน่ ๆ เลย” คนเป็แม่ใแล้วก็รีบวิ่งตามไปเช่นกัน พร้อมทั้งคิดโมโหคนที่ทำเนื้อกินตอนนี้จนทำให้นางเดือดร้อน
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะบ้านนี้บ้านเดียว แต่ยังมีอีกหลาย ๆ บ้านเช่นเดียวกัน และมีบางบัานถึงขนาดลงไม่ลงมือตบตีกันเลยทีเดียว
แต่ไม่ว่านอกบ้านจะเกิดอะไรขึ้น สองแม่ครัวน้อยใหญ่ไม่ได้รับรู้ด้วยทั้งสิ้น เพราะตอนนั้น พวกนางกำลังทำอาหารมื้อเย็นอยู่นั่นเอง
ขณะที่พวกนางกำลังจะตั้งโต๊ะนั้น ห่าวหลานก็กลับมาจากเก็บฟืนพอดี นางจึงให้เขาเอาฟืนไปเก็บและล้างมือให้เรียบร้อยก่อนมากินข้าวพร้อมกัน
โดยกับข้าววันนี้มี ซุปกระดูกหมู เซาปิ่งไส้ผักโขม และหมูแดดเดียวย่าง ยังทอดไม่ได้เพราะยังไม่ได้เจียวน้ำมัน อาหารมื้อนี้ค่อนข้างสมบูรณ์เลยทีเดียว
เด็กทั้งสองคนหลังจากได้ลองทานซุปคำแรกเข้าไป ถึงกับอุทานออกมาเสียงดังว่า ‘อร่อย’ ทันที จากนั้นก็กินหมูแดดเดียวและเซาปิ่งตามลงไป ซึ่งพวกเขาก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้มอีกว่า ‘อร่อยมาก’
นางบอกได้แค่ว่าหน้าตาพวกเขาฟินมากกกก ซึ่งสำหรับนางที่เป็คนทำอาหารแล้ว การได้เห็นคนที่กินอาหารที่เราทำมีความสุขและอร่อยกับมัน
เราก็มีความสุข ตื้นตันใจ และอิ่มเอม ตามไปด้วย ใจมันฟู ๆ จนแทบจะกินอะไรไม่ลงเลย
แต่ถึงจะอิ่มอกอิ่มใจกับภาพตรงหน้าขนาดไหน นางก็ต้องกินมื้อเย็นลงไปเช่นกัน เดี๋ยวจะไม่ทันเหล่าเด็กน้อยที่กินเอา ๆ ไม่เงยหน้ากันเลยทีเดียว แปปเดียวหมดไปเกือบครึ่งแล้ว
อีกอย่างร่างนี้ก็ยัง้า ๆ บำรุงเช่นกัน ถึงบางอย่างจะซ่อนรูปอยู่บ้าง แต่มันก็น้อยเกินไปสำหรับหญิงสาวที่เคยอยู่ในโลกที่มีการพึ่งพาศัลยกรรม ให้ใหญ่ ๆ ตู้ม ๆ ผู้รักผู้หลงอะนะ หุหุ
บำรุงเยอะ ๆ เผื่อจะตู้ม ๆ เพิ่มขึ้นมาบ้าง ว่าแล้วก็ก้มมองของตัวเอง จากนั้นหันกลับไปกินต่อไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันที
หลังจากกินเสร็จกันแล้ว พวกนางแยกย้ายกันไปด้วยความอิ่มกายแล้วอิ่มใจกันถ้วนหน้า นางนั้นไปอาบน้ำมาเรียบร้อย เตรียมเข้านอนแล้ว
ซึ่งเื่น้ำใช้ในบ้านต้องเล่าย้อนไปตอนทำมื้อเย็น เพราะว่าน้องรองไม่อยู่จึงไม่มีใครไปแบกน้ำมาใส่ไว้
นางจึงได้เห็นซิงเอ๋อน้องเล็กของบ้าน ปล่อยพลังเติมน้ำใส่ถังในบ้าน มันเป็อะไรที่่อัศจรรย์ใจสำหรับนางมาก
แม้ว่านางจะมีธาตุไฟกับพฤกษาก็ยังไม่เคยนำออกมาใช้ทำอะไรเลย เหอะ ๆ แต่พอเด็กน้อยเติมน้ำครบทุกถัง ก็ถึงกับเหนื่อยหอบเลยทีเดียว
และบอกว่าปกติพี่ใหญ่จะเป็คนเติม ตัวเองจะช่วยบ้างนิดหน่อยเพื่อเป็การฝึกพลัง
แต่หากพี่ใหญ่ไม่อยู่พี่รองจะไม่ให้ทำเลย และจะเป็คนออกไปแบกน้ำที่ลำธารมาเอง ด้วยกลัวว่าน้องสาวจะใช้พลังเกินตัวจนไม่สบาย
และเด็กน้อยยังบอกอีกว่า เื่นี้ห้ามบอกพี่รองด้วยกลัวเขาจะเป็ห่วง แต่สุดท้ายเื่นี้ก็มาแตกกลางวงข้าว เพราะเสี่ยวหลานสังเกตุเห็นน้ำที่เต็มถังนั้นเอง
ซิงเอ๋อโดนบ่นจนหูชาเลยทีเดียว ซึ่งนางก็ได้แต่นั่งมองด้วยความเอ็นดูในความรักและห่วงใยของพี่น้องคู่นี้
ขณะที่ล้มตัวลงนอน นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าร่างกายใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ก็นะเพิ่งจะฟื้น แต่ก็ยังทำนู้นนี่ไม่หยุด ด้วยความเคยชิน
เห้อออ จะว่าไปนางก็มาอยู่โลกนี้ได้หนึ่งวันแล้วซินะ วันนี้ผ่านไปได้ พรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปนางก็ต้องผ่านไปได้เช่นกัน สู้ ๆ
ว่าแต่ เหมือนนางจะลืมอะไรบางอย่างไปนะ แต่มันนึกไปออก
ตอนนี้ก็ง่วงจนตาจะปิดแล้ว งั้นช่างมันไปก่อนละกัน พรุ่งนี้ค่อยนึกใหม่ ว่าแล้วสติการรับรู้ของหญิงสาวก็ค่อย ๆ เลือนลาง ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างมีความสุข (ตลอดกาลลลล อะ ล้อเล่น อิอิ / ไรท์)
Talk
สามเกลอ คือการนำรากผักชี กระเทียม และพริกไทย มาโขลกรวมกัน ไว้ใช้ปรุงกับเนื้อสัตว์เพื่อดับกลิ่นคาว ถือเป็ภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อน ที่คิดเอาเครื่องชูรสจากธรรมชาติมาปรุงแต่งอาหารให้อร่อยมากยิ่งขึ้น