"โชคดีนะที่กระดูกไม่หัก แค่ข้อเท้าพลิก แล้วก็มีเส้นเอ็นฉีกขาดนิดหน่อย ่นี้อย่าเพิ่งเดินไกลหรือลงน้ำหนักที่เท้านะ...ไม่ต้องห่วงแค่ 4-6 สัปดาห์ก็หายแล้ว"
คำเตือนของแพทย์หนุ่มประจำคลินิกทำเอาคนไข้ถึงกับหน้าเสีย
"สะ สี่ถึงหกสัปดาห์" เด็กหนุ่มกลืนน้ำลาย ตะ แต่ว่าผมต้อง...อุ๊บ!"
เฉินตงปิดปากลู่อันไว้ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเผลอพูดเื่งานขึ้นมาอีก
"ขอบคุณมากครับคุณหมอ" เฉินตงก้มโค้งให้ขณะที่แพทย์ประจำคลินิกเดินออกไปจัดยาและไม้เท้าค้ำยันหนึ่งชุดให้ลู่อัน
"ต้องใช้ไม้ค้ำเลยหรือครับ?" ลู่อันดูไม่ชอบไม้นั่นเท่าไร
"ถ้าอยากหายเร็วก็ใช้เถอะ ไม่อย่างนั้นอาจเผลอลงน้ำหนักที่เท้าจนมันแย่ลงกว่าเดิมได้"
ใช้ไม้เท้าแบบนี้ ลู่อันคงไปทำงานไม่ได้ ไปเรียนก็ไม่ได้ แค่ไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อยังลำบากเลย
ขอสาปแช่งเ้าเหยียนเต๋องี่เง่านั่น!!...ลู่อันคิด
"กลัวอะไรเ้าหนู" เฉินตงวางมือลงบนศีรษะลู่อัน "มีฉันอยู่นายจะไม่ต้องเดินเลยสักก้าว"
รอยยิ้มขี้เล่นของเฉินตงทำให้หัวใจลู่อันเต้นเร็วอีกครั้ง แก้มและใบหูของเขาแดงแบบที่ไม่สามารถควบคุมได้
"อะไรกัน" เฉินตงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แถมยังยกมือขึ้นแตะหน้าผากลู่อัน "ไข้ขึ้นอีกแล้วหรือ? อา...ฉันน่าจะใส่เสื้อให้นายหนากว่านี้ก่อนจะฝ่าหิมะมา ขอโทษนะ"
ลู่อันไม่ตอบ...เท่าที่รู้ เขาไม่ได้หน้าแดงเพราะไข้ขึ้นอย่างแน่นอน
"พักที่นี่จนกว่าหิมะจะสงบลงก็ได้นะครับ" แพทย์หนุ่มมีน้ำใจ เขายังอนุญาตให้เฉินตงใช้โซฟาข้างเตียงนอนพักผ่อนด้วย
กว่าหิมะจะหยุดตกก็เป็่รุ่งสาง
ลู่อันได้นอนพักผ่อนสองสามชั่วโมง ในขณะที่เฉินตงไม่ได้นอนเพราะมัวแต่นั่งเฝ้าอาการคนป่วย
เฉินตงไม่กล้าประมาท หากเกิดอะไรขึ้นกับลู่อัน เขาคงไม่อาจมองหน้าลู่ซูลี่ได้อีก
หลังจากลู่อันอาการดีขึ้น เขาบ่นอยากกลับบ้าน เฉินตงจึงเดินกลับไปเอารถที่จอดอยู่หน้าอะพาร์ตเมนต์เพื่อไม่ให้กระเทือนาแของลู่อัน โชคดีที่รถกวาดหิมะได้กรุยทางเอาไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นเฉินตงคงต้องแบกลู่อันกลับบ้านด้วยตัวเอง
ขณะที่กำลังนั่งรอรถของเฉินตง ลู่อันสังเกตว่าภายในคลินิกไม่มีแพทย์หรือผู้ช่วยที่เป็ผู้หญิงเลยสักคน เขาจึงถามแพทย์หนุ่มที่ดูแลอาการของเขา
"ที่นี่ไม่มีพนักงานผู้หญิงใช่ไหมครับ?" ถ้าใช่ลู่อันคงต้องมาใช้บริการที่นี่บ่อย ๆ เวลาเขารู้สึกไม่สบาย
แพทย์หนุ่มส่ายหน้า "ที่จริงมีนะครับ แต่ผู้ชายที่พาคุณมาบอกว่า ห้ามแพทย์หรือผู้ช่วยผู้หญิงเข้าใกล้คุณ"
"..."
"ตอนแรกทุกคนก็สงสัยครับ แต่เพราะสีหน้าของเขาจริงจังมาก ๆ ผมในฐานะแพทย์ต้องทำให้พื้นที่รักษาเป็พื้นที่ปลอดภัยของคนไข้ เลยกันพวกผู้หญิงออกไปก่อน"
ลู่อันแอบรู้สึกผิด เขาก้มโค้งศีรษะ "ขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนนะครับ ที่จริงมันเป็อาการกลัวที่ผมก็ทำอะไรกับมันไม่ได้"
"ผมเข้าใจครับ การกลัวสิ่งเหล่านี้มักเกิดจากการกระตุ้นความทรงจำที่ไม่ดีในอดีต" แพทย์หนุ่มยื่นนามบัตรให้ "ผมรู้จักเพื่อนที่เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้" เขาหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าจิตแพทย์ เพราะไม่อยากให้คนไข้รู้สึกว่าตัวเองเป็บ้า "ถ้าคุณอยากรักษาก็ติดต่อมาได้"
ลู่อันรับนามบัตรมาแล้วกล่าวขอบคุณ ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่เฉินตงมาถึงพอดี
ร่างสูงเดินเข้ามาในคลินิก ถึงแก้มและหูจะแดงเพราะอากาศหนาว แต่เขายังคงยิ้มให้ลู่อัน
"มารับแล้วนะเ้าดื้อ!"
เฉินตงไม่ได้พาลู่อันกลับอะพาร์ตเมนต์ แต่พาเขามาที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ แทน
"ไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว ขอซื้อของตุนตู้เย็นหน่อย" คือคำอธิบายของเฉินตง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็บทเรียนสอนว่าพวกเขาควรมีอาหารฉุกเฉินติดตู้เย็น เผื่อวันที่ไม่สบายหรือไม่สามารถออกไปซื้อของได้
ลู่อันเห็นด้วยกับความคิดนั้น
หลังผ่านไปสิบนาที เฉินตงก็กลับมาพร้อมกับถุงอาหารแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปมากมาย
"อันนี้ คุณกลัวว่าหิมะจะตกตลอดทั้งปีหรือครับ?"
"เอาน่า!" เฉินตงโยนอาหารเ่าั้ไว้หลังรถ แล้วเดินมานั่งฝั่งคนขับ "ถ้าเก็บห้องของนายไม่หมด ก็เอามาเก็บห้องฉัน"
"พูดเหมือนเราสองคนสนิทกันเลยนะครับ"
เฉินตงเลิกคิ้ว "แล้วนี่ยังไม่สนิทอีกเหรอ?"
"..."
"ไม่เอาน่า ฉันดูแลนายดีขนาดนี้ เรียกฉันว่าพี่ชายได้แล้วมั้ง"
"ผมไม่มีพี่ชาย"
เฉินตงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ รู้อยู่แล้วว่าลู่อันจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้
แต่แล้วไม่ทันไรลู่อันก็เปรยขึ้นมาเบา ๆ "ขอบคุณนะครับ"
ถึงเป็เพียงเสียงพึมพำ แต่เฉินตงได้ยินชัดเจน เขายกยิ้มมุมปาก แสร้งทำหน้าใสซื่อ เอนตัวไปข้าง ๆ ถามว่า
"พูดอะไรนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย~"
ทีแรกเฉินตงคิดว่าลู่อันจะโวยวายใส่เขา แต่เด็กหนุ่มคนนั้นเพียงหันมา พูดประโยคเดิมอีกครั้งด้วยใบหน้าอ่อนโยน
"ขอบคุณครับ"
เฉินตงอึ้งไปสามวิ ทั้งคำขอบคุณอย่างจริงใจ และรอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่ลู่อันไม่เคยแสดงออกมาก่อน ทำเอาเฉินตงลืมวิธีการออกเสียงไปเลย
รถหรูหักเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง เฉินตงปลดเข็มขัด โน้มตัวเข้ามา สองมือประกบใบหน้าลู่อัน
"คะ คุณทำอะไร" เด็กหนุ่มใจนเผลอกัดลิ้นตัวเอง
ขณะนี้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก ใกล้จนััได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่าย
หัวใจของลู่อันเต้นแรง แต่เฉินตงกลับทำหน้าเครียด เขาพลิกใบหน้าของลู่อันไปซ้ายทีขวาทีราวกับกำลังตรวจสอบ
"ก็ปกติดีนี่" เฉินตงทำหน้าจริงจัง "ทั้งที่ปกติ แต่ทำไมนายถึงพูดดีกับฉันล่ะ"
ลู่อันผลักอกเฉินตงออกไป เขาไม่อาจทนต่อการใกล้ชิดระดับนี้ได้
"ผม ผมก็พูดดีมาตลอด"
"ไม่" เฉินตงยกนิ้วขึ้นแตะหัวคิ้ว "ปกติเวลานายพูดกับฉันจะขมวดคิ้วไปด้วยพูดไปด้วยต่างหาก"
...นี่เราเป็ยังไงในสายตาเขากันแน่...ลู่อันคิด
"ผมไม่ได้เป็อะไร ไม่ต้องห่วง"
เฉินตงยังไม่วางใจ "ไหนดูซิ ไข้ขึ้นอีกหรือเปล่า" เขาเอื้อมมือมาจะััใบหน้าลู่อันอีกแล้ว
"ผมบอกว่าไม่เป็ไร-"
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเฉินตงดังขึ้น ทำให้ลู่อันรอดพ้นจากมือคู่นั้น
เฉินตงรับสาย "ว่าไงซูลี่"
ชื่อนั้นทำเอาร่างกายลู่อันเกร็งแข็ง ยิ่งชื่อนั้นถูกเอ่ยจากปากเฉินตง ลู่อันก็ยิ่งรู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ ในใจ
"อ๋อ สบายดีสิ น้องชายของเธอสบายดี เธอทำงานของเธอไปเถอะ ฉันจะดูแลเขาเอง" เฉินตงหันมาขยิบตาให้ลู่อัน
เขารู้ดีว่าลู่อันไม่อยากเจอพี่สาว จึงเลือกที่จะไม่บอกความจริง หารู้ไม่ ยิ่งเขาพูดคุยกับลู่ซูลี่อย่างสนิทสนมมากแค่ไหน ก็ยิ่งทำให้ลู่อันเ็ป
เด็กหนุ่มตระหนักได้ถึงความเป็จริงที่ว่า ชายที่เขารู้สึกดีด้วย มีคนที่ชอบอยู่แล้ว และคนคนนั้นก็คือพี่สาวแท้ ๆ ของเขาเอง
หลังวางสายจากลู่ซูลี่ ลู่อันถามว่า
"คุณชอบพี่สาวของผมหรือครับ"
"ใช่" เฉินตงตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
"ทั้งสองคนคบกันอยู่หรือครับ?"
เฉินตงเลิกคิ้ว "อะไรเนี่ย จู่ ๆ นายก็อยากคุยเื่ความรักงั้นเหรอ?"
"แค่ตอบมาเถอะครับ"
เฉินตงหัวเราะ ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ พ่นลมหายใจเบา ๆ
"ก็อยากให้เป็แบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่ซูลี่น่ะไม่ค่อยสนใจฉันเท่าไหร่" น้ำเสียงเฉินตงฟังดูผิดหวังเล็กน้อย "เธอมองทุกคนเป็เพื่อน คิดดูสิ สารภาพรักมาั้แ่เรียนมหาลัยปีแรก ตอนนี้ยังเป็ได้แค่ผู้ช่วยอยู่เลย"
"นานขนาดนี้ คุณไม่คิดจะเปลี่ยนใจบ้างหรือครับ"
"ไม่เคยมีความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวเลยแฮะ"
ประโยคนั้นทำเอาลู่อันสะอึก เขารับรู้ได้ว่าเฉินตงเป็คนมีความรักมั่นคงขนาดไหน และความมั่นคงนั้นเป็กำแพงสูงเสียดฟ้าที่ลู่อันไม่อาจปีนข้ามผ่านไปได้
"เมื่อก่อนฉันเป็พวกเข้าสังคมไม่เก่ง แต่ซูลี่เป็คนแรกที่เข้ามาคุยกับฉัน เธอเปลี่ยนแปลงฉัน ทำให้ฉันมีความกล้า และมีเพื่อน" ความประทับใจฉายผ่านั์ตาสีเข้มของเฉินตง "ถ้าไม่มีเธอ ฉันอาจจะนิสัยเสียกว่านี้ก็ได้"
"..."
"ซูลี่ทั้งเรียนเก่ง ทำงานเก่ง ทำอะไรก็สำเร็จ มีความมั่นใจอยู่เสมอ" เฉินตงเผยยิ้มบาง ๆ "ฉันนับถือเธอ ชื่นชมเธอ แล้ววันนึงความรู้สึกนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็อยากอยู่เคียงข้าง อยากช่วยเหลือเธอ เพราะงั้นฉันถึงพยายามทำตัวให้เป็ประโยชน์กับเธอเสมอไงล่ะ...ดูเหมือนคนโง่เลยใช่ไหม"
ลู่อันส่ายหน้า "คุณจะต้อง...เป็คนรักที่สมบูรณ์แบบแน่ ๆ "
เฉินตงชะงักไปครู่หนึ่ง "ครั้งนี้ชมงั้นหรือ? แต่ก็...ขอบใจนะ" เขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะลู่อัน หากแต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่าการกระทำนั้นเป็เพียงความเอ็นดูเท่านั้น
ลู่อันหลุบสายตาลงต่ำ "ถ้าคนที่ชอบผม เป็แบบนี้บ้างก็คงดี"
"แฟนที่เคยคบมาไม่ค่อยดีสินะ" ดูอย่างเหยียนเต๋อเป็ต้น
"ครับ...อาจเพราะที่ผ่านมาผมมีปัญหากับการััร่างกายคนอื่นอย่างใกล้ชิด ทำให้แฟนแต่ละคนที่้าััทางกายเบื่อผม แล้วก็ขอเลิกกับผมไปเอง"
"นายมีปัญหาเื่การััร่างกายคนอื่นด้วยหรือ?"
"..." ลู่อันก่นด่าตัวเองที่เผลอพลั้งปาก
"ไม่ต้องห่วง" เฉินตงยิ้มให้กำลังใจ "สักวันนึงนายต้องได้เจอคนดีที่เข้าใจนายแน่นอน"
คนคนนั้น...เป็คุณได้ไหมนะ?
ลู่อันได้แต่เก็บงำความรู้สึกที่ไม่ควรเอาไว้แล้วตอบกลับว่า
"ผมก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้น"