ท่านเทพตกสวรรค์ไปเป็นสามีภรรยาแสนขยันยุค 70 (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 55 แฝดชายหญิง (จบ)

            เจียงโม่หลานกับมู่อันอันถูกจัดให้นอนพักอยู่ในห้องเดียวกัน โดยมีคุณแม่เจียงและหลีหงเสี่ยวมาคอยดูแล ส่วนโจวอ้ายเหม่ยและหลินม่านที่ถูกจัดให้พักในห้องเดียวกันก็ได้เจียงโม่โฉวและโจวต้าเฝิง สามีของพวกเธอมาคอยดูแลนั่นเอง

            หลังจากที่โจวอ้ายเหม่ยกับหลินม่านได้นอนพักไปหนึ่งวันเต็มๆ ทำให้คืนนี้พวกเธอไม่ได้รู้สึกง่วงขึ้นมาเลย เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงต่างก็นั่งอยู่ข้างเตียงของภรรยาตนเอง ทันใดนั้นไฟในห้องก็กระพริบและดับไปในที่สุด 

            เจียงโม่โฉวกำลังจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้ลุกจากเก้าอี้ เงาโปร่งใสของคนคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น

            “ท่านผู้ตรวจการเทพ!”

            เจียงโม่โฉวกับโจวอ้ายเหม่ยรีบคุกเข่าลงทำความเคารพทันที โจวต้าเฝิงกับหลินม่านเห็นอย่างนั้นก็รีบทำตาม ทั้งสองไม่นึกสงสัยกับสถานะของร่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

            “ไม่ต้องมากพิธี พวกเจ้าทั้งสี่คนรีบลุกขึ้นเถอะ” ผู้ตรวจการเทพยิ้ม “ก่อนอื่นข้าต้องขอแสดงความยินดีกับเจ้าทั้งสองคนด้วยนะเจียงโม่โฉว โจวอ้ายเหม่ย ที่พวกเจ้ากำลังจะมีบริวารเทพตัวน้อยออกมาถึงสองคน”

            “ที่เราทั้งคู่มีโอกาสได้ครองรักกันและได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างนี้ก็เพราะความเมตตาจากท่านครับ” เจียงโม่โฉวตอบ

            “นั่นเพราะความรักอันบริสุทธิ์ของพวกเจ้าต่างหาก ข้ามีหน้าที่ส่งพวกเจ้าไปเกิดเพื่อชดใช้ความผิดที่พวกเจ้าเคยก่อไว้เท่านั้น เมื่อพวกเจ้าได้ชดใช้ความผิดจนเสร็จสิ้นแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าเองแล้ว และการที่พวกเจ้าได้ครองรักและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกันก็เพราะจิตใจที่มั่นคงของพวกเจ้า” ผู้ตรวจการเทพหันไปยิ้มให้โจวต้าเฝิงกับหลินม่าน “พวกเจ้าก็เหมือนกัน เป็นเพราะความรักอันบริสุทธิ์และความดีที่พวกเจ้าเคยทำ ข้าถึงสามารถส่งพวกเจ้าให้มาเกิดในร่างใหม่นี้ได้”

            “เราขอขอบคุณท่านเทพที่มอบโอกาสให้เราทั้งสองคนมีชีวิตและได้กลับมาเจอกันอีกครั้งครับ” โจวต้าเฝิงโค้งคำนับ

            “ที่เรามาหาพวกเจ้าในวันนี้เพราะเราจะมาบอกว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่บนสวรรค์ครบอายุขัยแล้ว หลังจากนี้เราจะถูกส่งไปอยู่บนสวรรค์ชั้นที่สูงขึ้นไปอีกขั้น เพื่อบำเพ็ญเพียรเป็นเทพขั้นสูงต่อไป ดังนั้นนับจากวันนี้เราจะหมดหน้าที่ในการดูแลพวกเจ้าแล้ว”

            เจียงโม่โฉวมองผู้ตรวจการเทพอย่างคาดเดา เขาลังเลที่จะถามคำถามที่เขาสงสัยออกไป

            ผู้ตรวจการเทพเห็นเจียงโม่โฉวเอาแต่ขมวดคิ้ว ท่านจึงยิ้ม “อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ เพราะหลังจากนี้เราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว”

            “ที่อ้ายเหม่ยกับพี่สะใภ้ของผมรอดจากอันตรายครั้งนี้มาได้...เป็นเพราะความช่วยเหลือของท่านใช่ไหมครับ” เจียงโม่โฉวถามออกไปในที่สุด เขายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ภรรยาของเขาล้มทับพี่สะใภ้ทั้งตัว ก่อนที่ภรรยากับพี่สะใภ้จะถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ทั้งสองคนหน้าตาซีดเซียวและหายใจแผ่วเบา เขากลัวเหลือเกินว่าภรรยาและพี่สะใภ้จะเป็นอะไรไป

            “สี่คนแปดชีวิต โศกนาฏกรรมครั้งนี้มันหนักหนาเกินไปสำหรับพวกเจ้า เราไม่อาจให้เรื่องเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้นกับพวกเจ้าได้จริงๆ” ผู้ตรวจการเทพยิ้ม “สิ่งที่เจ้าถามออกมานั้นคือเรื่องจริง เราเป็นคนช่วยผู้หญิงตั้งครรภ์ทั้งสี่คนนี้เอง แต่ความช่วยเหลือจะสำเร็จได้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราแค่คนเดียว”

            “ท่านหมายความว่ายังไงครับ” เจียงโม่โฉวถาม

            “ตอนที่เราส่งพวกเจ้าลงมาเกิด เราได้มอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และมิติวิเศษให้พวกเจ้าติดตัวมาด้วย แต่เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เราต้องยื้อชีวิตของคนทั้งแปดคนไว้ เราถึงตัดสินใจแทนพวกเจ้าโดยพลการ ด้วยการยึดบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และมิติวิเศษคืน ต่อจากนี้พวกเจ้าจะไม่มีของวิเศษติดตัวอีกแล้ว พวกเจ้าจะต้องใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป”

            “รวมถึงมิติวิเศษของผมด้วยใช่ไหมครับ” โจวต้าเฝิงถามขึ้น

            ผู้ตรวจการเทพพยักหน้ารับ เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงคุกเข่าและโขกศีรษะคำนับผู้ตรวจการเทพอีกครั้ง

            “เมื่อก่อนเป็นเพราะเรามีของวิเศษเหล่านั้นติดตัว จึงทำให้เรารอดพ้นจากความอดอยากและสามารถสร้างฐานะที่มั่นคงมาได้ แต่หากจะให้ผมเลือกระหว่างของวิเศษกับชีวิตของภรรยาและลูก ผมขอเลือกอย่างหลังครับ ไม่มีอะไรสำคัญและมีค่าไปกว่าชีวิตของภรรยากับลูกของผมอีกแล้ว” เจียงโม่โฉวบอกอย่างหนักแน่น

            “ผมเห็นด้วยกับโม่โฉวครับ ไม่ว่าของวิเศษจะมีค่ามากมายขนาดไหน แต่มันไม่ได้มีค่าเท่ากับชีวิตของภรรยาและลูกของผมเลยครับ” โจวต้าเฝิงสำทับ

            “ถึงเวลาที่เราต้องไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเจ้าจงใช้ชีวิตให้ดี และหมั่นทำความดีให้มาก” เงาร่างของผู้ตรวจการเทพค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับไฟในห้องที่ส่องสว่างขึ้น

            เจียงโม่โฉว โจวอ้ายเหม่ย โจวต้าเฝิง และหลินม่านต่างก็ร้องไห้ด้วยความซึ้งใจ พวกเขาโค้งคำนับให้ผู้ตรวจการเทพอีกครั้ง

     

            วันเวลาผ่านไปแล้วหลายเดือน

            เจียงโม่หลานกับมู่อันอันต่างก็คลอดลูกชายที่น่ารักออกมาทั้งคู่ หลินม่านก็ท้องโตได้ห้าเดือนแล้ว ส่วนโจวอ้ายเหม่ยเวลานี้...

            “โม่โฉวคะ ฉัน...ฉันคิดว่าฉันกำลังจะคลอดแล้วค่ะ” โจวอ้ายเหม่ยปวดท้องจนยืนไม่ไหว

            “คุณ...คุณว่ายังไงนะครับ” เจียงโม่โฉวถามอย่างตกใจ

            “ฉันบอกว่าฉันจะคลอดแล้วค่ะ! คุณรีบไปเอารถออกสิคะ” โจวอ้ายเหม่ยตะโกนเสียงดัง

            คราวนี้เจียงโม่โฉวไม่รอช้า เขารีบอุ้มภรรยาขึ้นรถแล้วขับไปที่โรงพยาบาลทันที

            เป็นเพราะโจวอ้ายเหม่ยท้องลูกแฝด และแฝดคนแรกไม่อยู่ในท่าศรีษะ คุณหมอจำเป็นต้องทำการผ่าคลอด เจียงโม่โฉวและทุกคนนั่งรอที่หน้าห้องคลอดกันอย่างกระวนกระวาย

            “มานั่งก่อนเถอะลูก คุณหมอซ่งเก่งมากเลยนะ เธอผ่าคลอดทารกมาหลายคนแล้ว แม่เชื่อว่าคราวนี้อ้ายเหม่ยและหลานทั้งสองคนจะต้องปลอดภัย” คุณแม่เจียงบอกลูกชาย 

            “แต่อ้ายเหม่ยอยู่ในนั้นนานแล้วนะครับแม่” เจียงโม่โฉวยังไม่คลายสีหน้ากังวล

            “แกกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ต้องหัดควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้สิ ถ้าหากลูกกับเมียแกมาเห็นว่าแกเอาแต่ร้องไห้ แกจะไม่อายพวกเขาเหรอ” คุณปู่เจียงแสร้งดุหลานชาย แต่ท่านเองก็กังวลและเป็นห่วงหลานสะใภ้กับเหลนๆ ของตัวเองเหมือนกัน

            ไม่นานห้องคลอดก็เปิดออก คุณหมอซ่งเดินยิ้มออกมา “ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ เด็กๆ กับคุณแม่ปลอดภัยดีทุกคนค่ะ”

            “ขอบคุณครับคุณหมอ ผมขอเข้าไปเยี่ยมภรรยาตอนนี้เลยได้ไหมครับ”

            “รอให้คุณแม่ย้ายเข้าห้องพักก่อนนะคะ” คุณหมอตอบ

            “คุณหมอครับ เหลนของผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ” คุณปู่เจียงถาม

            “คุณปู่โชคดีได้ทั้งเหลนชายและเหลนสาวเลยค่ะ คนพี่เป็นผู้ชาย ส่วนคนน้องเป็นผู้หญิง ยังไงทุกคนรออีกสักครู่นะคะ เมื่อคุณพยาบาลทำความสะอาดและพาคุณแม่ไปห้องพักแล้ว ทุกคนก็สามารถไปเยี่ยมเธอได้ หมอขอตัวก่อนนะคะ”

            “ขอบคุณครับคุณหมอ” เจียงโม่โฉวโค้งให้คุณหมอ

            ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง โจวอ้ายเหม่ยตื่นมาในห้องพัก เธอเห็นสามีนั่งยิ้มให้เธออยู่ข้างเตียง และเห็นคุณปู่เจียง คุณแม่เจียง และคุณพ่อเจียงนั่งอยู่ที่โซฟา

            “คุณตื่นแล้วเหรอที่รัก” เจียงโม่โฉวยิ้มภรรยา “ผมตัดสินใจแล้วนะที่รักว่าผมจะไปทำหมัน”

            “ยังไงประเทศเราก็มีนโยบายให้มีลูกได้คนเดียวอยู่แล้ว ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองท้องขึ้นมาอีกหรอกค่ะ ไม่ต้องลำบากคุณหรอก”

            “ไม่ได้ คุณไม่รู้หรอกว่าตอนที่ผมรอคุณอยู่หน้าห้องคลอด ผมเครียดมากขนาดไหน ผมจะไม่ยอมให้คุณต้องเจ็บตัวอีก” เจียงโม่โฉวตอบอย่างไม่ยอมให้ภรรยาปฏิเสธ

            “ให้เขาทำตามใจเขาเถอะจ้ะ คราวนี้หนูคลอดลูกออกมาทีเดียวตั้งสองคน พวกเราก็ไม่อยากเห็นหนูต้องเสี่ยงอย่างนั้นอีกแล้ว” คุณแม่เจียงบอก

            “แล้วตอนนี้เด็กๆ อยู่ที่ไหนคะคุณแม่ หนูอยากเห็นลูกของหนูแล้วค่ะ”

            “เด็กๆ ยังนอนอยู่ในห้องพัก เดี๋ยวพอแกตื่นคุณพยาบาลคงจะพาแกมาส่ง”

            สักพักประตูห้องพักก็เปิดออก พยาบาลสองคนเข็นรถเข็นคลิปเด็กทารกเข้ามาสองคัน คนหนึ่งห่อด้วยห่ออ้อมสีฟ้าอ่อน ส่วนอีกคนหนึ่งห่อด้วยผ้าอ้อมสีชมพูอ่อน

            “เด็กๆ ตื่นมาไม่ร้องเลยค่ะ เป็นเด็กดีทั้งคู่” คุณพยาบาลคนที่หนึ่งบอก

            “ตอนนี้เราจะสอนคุณแม่ให้นมเด็ก รบกวนทุกคนออกไปรอข้างนอกก่อนดีไหมคะ” คุณพยาบาลคนที่สองยิ้ม “ใช้เวลาไม่นานหรอกค่ะ”

            คุณปู่เจียง คุณแม่เจียง และคุณพ่อเจียงรีบเดินออกจากห้อง มีเพียงเจียงโม่โฉวที่ยังไม่อยากออกไป

            “คุณพ่ออยากจะอยู่ช่วยคุณแม่ให้นมลูกๆ เหรอคะ” คุณพยาบาลคนที่สองยังยิ้ม “มาค่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยสอนให้”

            เจียงโม่โฉวมองภรรยาแล้วบอกกับคุณพยาบาลอย่างเขินๆ “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปรอข้างนอกดีกว่า เอ่อ...คุณพยาบาลครับ ช่วย...ช่วยเบามือหน่อยนะครับ ผมกลัวภรรยาผมเจ็บ”

            “เจียงโม่โฉว!” โจวอ้ายเหม่ยหน้าแดงทันทีที่ได้ยินคำพูดของสามี “คุณรีบออกไปรอข้างนอกได้แล้วค่ะ”

            เจียงโม่โฉวไม่รอช้าอีก เขารีบเดินออกจากห้องไปอย่างเร็วเพราะไม่อยากเสียเวลา เขากลัวว่าลูกๆ จะหิวนมแล้วร้องไห้

     

            พิธีครบเดือนของเด็กแฝดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ตอนนี้เด็กทั้งสองมีผิวขาวและอวบอ้วนขึ้นมาก ใครเห็นต่างก็หลงรักเพราะพวกเขาน่ารักน่าชังและไม่ร้องไห้งอแง ทั้งสองจะร้องก็ต่อเมื่อพวกเขาหิวเท่านั้น

            คุณปู่เจียงรับหน้าที่ตั้งชื่อให้เด็กทั้งสอง โดยเด็กชายมีชื่อว่า ‘เจียงซินอี๋’ มีความหมายว่ามีความสุข และเด็กหญิงมีชื่อว่า ‘เจียงเป่าเป้ย’ มีความหมายว่าสุดที่รัก ซึ่งชื่อที่คุณปู่เจียงตั้งให้ก็ถูกใจเจียงโม่โฉวกับโจวอ้ายเหม่ยเป็นอย่างมาก เพราะลูกฝาแฝดของพวกเขาคือแก้วตาดวงใจที่พวกเขารักและอยากให้เด็กๆ มีแต่ความสุขจริงๆ

            ฝาแฝดทั้งสองคนได้รับความรักจากทุกคนเป็นอย่างดี เจียงโม่โฉวกับโจวอ้ายเหม่ยเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยตัวเอง พวกเขาหวังว่าเมื่อลูกทั้งสองคนเติบโตขึ้น ทั้งคู่จะเป็นคนดี คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ให้สมกับที่ผู้ตรวจการเทพคาดหวังกับพวกเขาเอาไว้ รวมถึงพวกเขายังหวังว่าลูกทั้งสองจะมีคู่ครองที่ดี และใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขตลอดไป

    จบบริบูรณ์

    คล้ายกับเรื่องท่านเทพตกสวรรค์ไปเป็นสามีภรรยาแสนขยันยุค 70 (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน