ฝ่ามือของอวิ๋นจื่อชุ่มไปด้วยเหงื่อ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่นาง้าหรอกหรือ?
ไม่เพียงแต่สามารถกลับไปที่ตำหนักเหวินฮวาได้เท่านั้นแต่ากับซินหลัวที่ยืดเยื้อมานานก็จะจบสิ้นลง นี่เป็เหมือนการฆ่านกสองตัวด้วยหินเพียงก้อนเดียว[1]ไม่ใช่หรือ?
แต่นางคือองค์หญิงเหวินฮวา
หากมีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นคงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องถูกตราหน้าว่านางจิ้งจอก
ฮ่องเต้ผู้สง่างามแห่งซินหลัวที่แอบย่องผ่านคนตระกูลมู่เข้ามาหานางกลับเอ่ยปากอย่างจริงจังว่า้าแต่งงานกับนางหากไม่ใช่เพราะเื่ของเย่เช่อในตอนนั้น บางทีนางอาจเชื่อคำพูดของเขา
อย่างไรก็ตามนางรู้ดีว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากำลังคิดว่านางเป็เพียงเด็กสาวไร้เดียงสา
ตอนนี้นางไม่ใช่องค์หญิงเหวินฮวาที่ปราศจากเื่ให้ต้องกังวลอีกต่อไป
นางไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว
“เซียวเหยียนข้าเหมาะสมที่จะยืนอยู่เคียงข้างเ้าแล้วหรือ?” อวิ๋นจื่อถามเสียงเบา
ชายหนุ่มรู้สึกโกรธเล็กน้อยจึงกระชากเสียงด้วยความไม่พอใจ “อาจื่อ ทั้งหมดที่ข้าทำไปล้วนมาจากใจ”
อวิ๋นจื่อไม่ตอบ
ชายหนุ่มจึงกล่าวอีกครั้งว่า“อาจื่อ ข้าเข้าใจความคิดของเ้า แต่โปรดเชื่อในความจริงใจของข้า”
ในใจของอวิ๋นจื่อมีบางอย่างกำลังหลอมละลายอย่างช้าๆ
ชายหนุ่มหยิบจี้หยกชิ้นเล็กๆออกมาและจับมือนางไว้
นิ้วของเขาอุ่นมากหัวใจของอวิ๋นจื่อปั่นป่วนเล็กน้อย
ชายหนุ่มกล่าวว่า “อาจื่อนี่เป็สมบัติติดตัวข้าั้แ่ยังเด็กข้าหวังว่าเ้าจะนึกถึงข้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ข้าต้องไปแล้วคราวหน้าข้าจะมาพบเ้าใหม่”
ทันใดนั้นอวิ๋นจื่อก็คว้ามือเขาไว้และถามว่า“เหตุใดเ้าถึงมาที่เมืองหยงโจว?”
ชายหนุ่มยิ้มเบาๆ “หลานชายของแม่ทัพเจิ้นหนานไม่้ากลับไปที่เมืองหลวงเขาจึงเชิญแม่ทัพของข้ามาพบที่เมืองนี้”
ประโยคนี้มีข้อมูลมากเกินไป
อวิ๋นจื่อนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
ชายหนุ่มพูดติดตลกเล็กน้อยว่า“อันที่จริงข้าเคยเกลียดเขาอย่างสุดซึ้ง แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าเขาน่ารักทีเดียวอาจื่อ บางทีเย่เช่ออาจช่วยเ้าได้”
เย่เช่อหลานชายของแม่ทัพเจิ้นหนานคุณชายใหญ่แห่งจวนเสนาบดีที่มีพร์อันน่าอัศจรรย์น่ะหรือ?
เย่เช่อเติบโตที่ชายแดนและแทบไม่ได้กลับมาที่เมืองอวิ๋นเมิ่งเลยไม่ใช่เื่แปลกที่อวิ๋นจื่อจะลืมเลือนเขาไป
มีเพียงประโยคเดียวที่ดังก้องอยู่ในใจของนางนั่นคือ “เย่เช่ออาจช่วยเ้าได้”
นางไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มกำลังจุมพิตมือของนาง
“อาจื่อข้าจะรอเ้าเสมอ”
นับั้แ่นั้นมาราตรีอันยาวไกลก็ไม่เนิ่นนานอีกต่อไป
หลายปีหลังจากนี้อวิ๋นจื่อมักนึกถึงค่ำคืนนั้นอยู่เสมอถ้าไม่มีเซียวเหยียน บางทีนางคงอยู่ในเมืองหยงโจวไม่ได้
สำหรับเซียวเหยียนนางรู้สึกขอบคุณเขาเสมอมา
ความอบอุ่นแบบนั้นคือสิ่งที่คนที่เติบโตมาในวังหลัง้ามากที่สุด
ก่อนที่เย่เช่อจะปรากฏตัวนางรู้สึกอยู่เสมอว่านางโชคดีมากที่ได้รับความช่วยเหลือจากโชคชะตา แม้จะมีคำทำนายที่เคยสร้างเงามืดปกคลุมจิตใจของนางในวัยเด็กแต่หลังจากพบกับเซียวเหยียนที่เมืองหยงโจว จู่ๆนางก็รู้สึกว่านางสามารถกลับไปที่ตำหนักเหวินฮวาได้จริงๆ
เป็ไปได้หรือไม่ว่าคนที่ควรปรากฏตัวในโชคชะตาของนางคือเซียวเหยียน?
คืนนี้ถูกกำหนดให้เป็อีกคืนที่นางต้องนอนอย่างกระสับกระส่ายอย่างยิ่ง
ณ จวนตระกูลมู่
เรือนตะวันออก
หญิงสาวชุดสีเขียวนั่งอยู่บนที่นั่งหลักดวงตาของนางบริสุทธิ์สดใสเหมือนเด็ก ใบหน้าที่สะอาดและงดงามปราศจากริ้วรอยใดๆ
ถ้วยชาสีฟ้าวางอยู่ใกล้ๆมีควันลอยอ้อยอิ่งอยู่บนถ้วย ส่งผลให้ห้องโถงใหญ่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชา
เสียงฝีเท้าดังผ่านห้องโถงที่เงียบสงัด
ในที่สุดคนที่นางรอคอยก็มาถึง
เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวดูอบอุ่นทั้งสงบและสง่างาม จี้หยกที่ผูกไว้ตรงเอวแสดงถึงสถานะอันสูงส่งรองเท้าสีดำมีลวดลายสีทองที่ถูกปักไว้อย่างงดงาม ซึ่งแตกต่างจากรองเท้าของชาวอวิ๋นเมิ่งเป็อย่างมาก
เขาเป็คนต่างแคว้นจริงหรือ?
ชิงซีมองผู้มาเยือนและผู้มาเยือนก็มองชิงซีเช่นกัน
นี่เป็ชายหนุ่มที่หล่อเหลาสง่างาม และอ่อนโยน
เขาเป็เชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์
ลวดลายัอันเป็เอกลักษณ์ที่ปักอยู่บนเสื้อของบุรุษผู้นี้สะท้อนในดวงตาของชิงซี
ใช่แล้วลวดลายแบบนั้นคือสัญลักษณ์ของราชวงศ์ซินหลัว!
มีคนจากราชวงศ์ซินหลัวเพียงคนเดียวที่เคยเดินทางมาอวิ๋นเมิ่ง
เมื่อสามปีก่อน องค์รัชทายาทหนุ่มแห่งซินหลัวมาเยือนอวิ๋นเมิ่งเนื่องจากแพ้า
ว่ากันว่าหลังจากกลับสู่บ้านเกิดของตัวเองเขาไม่เพียงกำจัดผู้มีอำนาจ แต่ยังสามารถทำให้เหล่าขันทีหันมารับใช้เขาได้เขายื่นมือเข้าควบคุมราชสำนักอย่างเด็ดขาดโดยใช้เวลาเพียงสามปีในที่สุดเขาก็ได้สวมเสื้อคลุมัทองและกลายเป็โอรส์ผู้ครองบัลลังก์แห่งซินหลัว
เป็ไปได้ไหมว่าชายผู้นี้คือบุคคลที่อยู่ในคำทำนาย?
ชิงซีนึกถึงความเป็ได้นี้อย่างรวดเร็วและกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ไม่รู้ว่าฝ่าาจะเสด็จมาถึงที่นี่ในคืนที่ดาวเต็มฟ้าเช่นนี้ หม่อมฉันจึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับท่านให้สมพระเกียรติโปรดประทานอภัยด้วยเพคะ”
ชายหนุ่มในอาภรณ์ขาวยิ้มเล็กน้อย“ไม่จำเป็ต้องมากพิธี ข้ามาที่นี่เพื่อ้าพูดคุยเื่สำคัญบางอย่าง”
ชิงซีเคยพบผู้คนมากมายหลายประเภทแต่มีเพียงไม่กี่คนที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ ชิงซีรินชาให้เขาอย่างใจเย็นก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ไม่ทราบว่าคุณชาย้าให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไร?”
ชายหนุ่มในอาภรณ์ขาวกล่าวเบาๆว่า “ถ้าท่านประมุขไม่รังเกียจ เรียกข้าว่าเซียวเหยียนก็ได้”
ชิงซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยการที่บุคคลซึ่งมีอำนาจสูงสุดยอมให้คหบดีที่เป็สามัญชนเช่นนางเรียกนามของเขาตรงๆนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย เมื่อััได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย น้ำเสียงของนางก็อ่อนลงมาก
“เซียวเหยียนช่างเป็คนตรงไปตรงมาอย่างยิ่งชิงซีประหลาดใจมาก ไม่ทราบว่าท่าน้าพูดคุยเื่ใด?”
เซียวเหยียนจิบชาก่อนจะกล่าวชื่นชม“ท้องฟ้ามักงดงามหลังฝนตก ไม่คิดเลยว่าข้าจะมีโอกาสได้ดื่มชาที่ดีเช่นนี้ในจวนของท่านข้ารู้ว่าท่านประมุขมีความสัมพันธ์อันดีกับซูฮองเฮาผู้ล่วงลับข้ามาที่นี่เพื่อพบท่านประมุขโดยมีเพียงจุดประสงค์เดียว...”
ชิงซีขัดขึ้นว่า “หากท่านมีเงื่อนไขใดขอเพียงเอ่ยปากเท่านั้น ข้ายินดีที่จะรับฟังทุกอย่าง”
เซียวเหยียนวางถ้วยชาอย่างเคร่งขรึมและกล่าวว่า“เงื่อนไขของข้าคือข้า้าแต่งงานกับองค์หญิงเหวินฮวา หากท่านยอมตกลง ซินหลัวจะเปิดตลาดให้กับตระกูลมู่”
ชิงซีไม่คาดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะ้าเช่นนี้ดวงตาของนางมีประกายของความใเล็กน้อย “ไม่มีองค์หญิงเหวินฮวาในโลกนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการแต่งงานของราชวงศ์กับสามัญชนไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้โดยง่ายเลิกพูดเื่ไร้สาระนี้เถอะ!”
เซียวเหยียนเพียงยิ้มเล็กน้อย“ท่านประมุขไม่จำเป็ต้องรีบร้อนให้คำตอบข้า ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปซินหลัวจะเปิดตลาดให้กับตระกูลมู่พวกท่านสามารถทำการค้าได้อย่างเต็มที่ แล้วข้าจะรอฟังข่าวดี”
หลังจากกล่าวจบเขาก็จากไปทันที
กลิ่นหอมของชาค่อยๆ จางลง
หัวใจของชิงซีในขณะนี้ค่อนข้างกระสับกระส่าย
เกิดเื่ใดขึ้นกันแน่?
เป็ไปได้หรือไม่ว่าชายหนุ่มผู้นี้มีความรักที่ลึกซึ้งต่ออาจื่อ?
ถ้าเป็เช่นนั้น เหตุใดใน่ที่วังหลวงเปลี่ยนขั้วอำนาจเขาจึงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เขามาเยือนอวิ๋นเมิ่งก็เป็เพราะชัยชนะอันงดงามของเย่เช่อไม่ใช่หรือ?
ท้ายที่สุดแล้วฮ่องเต้ต่างแคว้นผู้นี้เชื่อถือได้หรือไม่?
อวิ๋นจื่อเ้าจะคิดเห็นอย่างไร?
ชิงซีรู้สึกว่านางต้องพิจารณาเื่นี้อย่างรอบคอบ!
------------------------
[1] ฆ่านกสองตัวด้วยหินเพียงก้อนเดียวเปรียบเหมือนกับการกระทำสิ่งใดเพียงครั้งเดียว แต่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าถึงสองอย่างพร้อมกัน