เฟยเจินจัดการแยกผักป่าไว้ในอีกตะกร้าหนึ่ง และแอบกำหนดจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ โดยนำเห็ดทรัฟเฟิลเข้าไปเก็บในมิติ ซึ่งในหนังสือบอกว่ามันจะไปโผล่ตามสถานที่ที่จิตของผู้ใช้กำหนดขึ้น เฟยเจินจึงเลือกเก็บไว้ในกระท่อม ในหนังสือยังบรรยายถึงความดีงามในมิติอีกด้วยว่าเมื่อเก็บสิ่งใดไว้ในมิติมันจะคงสภาพหรือบางทีอาจมีคุณภาพดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ นับว่าเป็สมบัติล้ำค่าจริงๆ เธอคิด
ปลายยามอู่ (11.00-12.59น.) สามพี่น้องนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันตรงโต๊ะไม้หักๆ ภายในกระท่อมหลังเล็ก โดยมื้อนี้เฟยเจินได้ลองใช้น้ำวิเศษในการต้มซุปผักป่าครั้งแรก ผลออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เหมือนน้ำวิเศษนี้ช่วยทำให้รสชาติอาหารดีขึ้นโดยไม่ต้องปรุงอะไรมาก หากใส่เครื่องปรุงร่วมด้วยคงสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว
“อร่อยจังเลยขอรับพี่รอง ข้าชอบน้ำซุปนี้มาก” เฟยิสูดน้ำซุปอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะเลียริมฝีปากตนอย่างพึงพอใจ
“ข้าก็ชอบเช่นกัน เหตุใดรสชาติจึงได้เปลี่ยนไปจากเมื่อวานนักเล่า บ้านเราไม่มีเครื่องปรุงมิใช่หรือ” เฟยเทียนพูดจบก็ทำท่าจะลุกไปตักน้ำซุปเพิ่ม แต่โดนเฟยเจินแย่งถ้วยไปก่อน
“ข้าไปตักให้เองเ้าค่ะพี่ใหญ่” เธอเดินไปตักซุปใส่ถ้วยเพิ่มเต็มชาม และเดินไปวางบนโต๊ะตรงหน้าเฟยเทียน
“ข้าด้วยขอรับ ข้าจะกินอีก” เฟยิยื่นถ้วยให้พี่รองของตนแล้วทำท่าลูบท้องด้วยความตะกละ
“เ้ากินไหวหรือน้องเล็ก เ้ากินไปสามชามแล้วนา” เฟยเจินอดขำมิได้กับท่าทางจะกละของเ้าตัวเล็ก
“ข้ากินไหวขอรับ!”
“หากกินมากเกินไปจะทำให้เ้าไม่สบายนะน้องเล็ก” เฟยเจินพูดเตือนไว้เผื่อเ้าตัวจะกินเพลินเกินไปจนทำให้แน่นท้องและรู้สึกไม่ดี
“งั้นข้าไม่กินแล้วขอรับ ข้าอิ่มแบบพอดีแล้ว” เฟยิทำปากยู่พร้อมลูบท้องด้วยความอิ่ม
เวลาผ่านเลยไปจนกระทั่งต้นยามซวี (19.00-20.59น.) ภายในบ้านที่เริ่มมืดเพราะไม่มีตะเกียงไฟหรือแสงใดๆ ในคืนนี้เฟยเจินตัดสินใจที่จะพาพี่ใหญ่เข้าไปรักษาในมิติ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้แอบเข้าไปในมิติและจัดการสิ่งต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เธอจะพาพี่ใหญ่และน้องเล็กเข้าไปพร้อมๆ กันเลย จะได้บอกความจริงพร้อมกัน ขณะนี้ทุกคนกำลังยืนอยู่ข้างๆ เฟยเจิน เพราะเธอบอกพวกเขาว่าให้มายืนใกล้ๆ กันสักครู่และอย่าใหากเกิดสิ่งใดขึ้น
นี่จะเป็ครั้งแรกที่เฟยเจินกำหนดจิตเพื่อเคลื่อนย้ายคนเข้าไปในมิติ เธอรู้สึกตื่นเต้น ก่อนที่พยายามจะระงับอารมณ์และเริ่มกำหนดจิตเคลื่อนย้ายพี่ใหญ่กับน้องรองและตนเองเข้าไปพร้อมๆ กัน เด็กสามคนซึ่งเดิมทียืนอยู่ภายในกระท่อมหลังโทรมนั้น อยู่ๆ ก็ได้หายวับไปท่ามกลางยามราตรี
“นะ…นี่มันที่ใดกัน” คนแรกที่ใและอุทานออกมาคือเฟยิ เด็กน้อยทำตาโตจ้องมองรอบๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อสักครู่ตนยังอยู่ในบ้านอยู่เลย อยู่ๆ ก็โผล่มาที่อื่น
เฟยเจินหันไปมองทางพี่ใหญ่บ้าง ก็เห็นพี่ใหญ่ยืนนิ่งเหมือนไม่รับรู้สิ่งใดไปแล้ว ปากที่อ้าออกเล็กน้อยแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ในทางด้านเฟยเทียนนั้น ตอนนี้เขาพูดอะไรไม่ออกจริงๆ นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว เขากำลังสงสัยว่าตนเองนั้นกำลังฝันอยู่หรือไม่
“มหัศจรรย์มาก! นี่มันที่ใดหรือขอรับพี่รอง แล้วพวกเรามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร” ดูเหมือนน้องเล็กจะทำใจยอมรับได้แล้ว ด้วยความเป็เด็กทำให้ไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วจึงยอมรับได้อย่างรวดเร็ว
“สถานที่นี้คือ มิติในจิติญญาของข้าเอง” เฟยเจินเลือกที่จะพาทั้งสองเข้ามาก่อน จึงจะบอกความจริงทีเดียว การได้เห็นกับตาตนเองนั้นจึงจะยอมรับได้เร็วที่สุด ดีกว่านั่งอธิบายเป็ไหนๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจทำให้คนหัวใจวายได้เลยจริงๆ เพราะมันน่าเหลือเชื่อเกินไป ในโลกนี้นั้นมีสิ่งมหัศจรรย์หลายๆ อย่าง แต่สำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านต้าซูที่ไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้ คงยากที่จะยอมรับได้
“สุดยอดไปเลยขอรับพี่รอง! ว่าแต่มิติจิติญญานี่คือสิ่งใดหรือขอรับ” เฟยิทำตาโตด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่ต่อมาจะทำหน้าฉงนสงสัย ทางด้านเฟยเทียนเมื่อได้ยินบทสนทนาของน้องๆ ทั้งสอง ก็ได้รู้สึกตัวเสียที เขาแอบหยิกแขนตนเองแรงๆ และความเจ็บก็แล่นเข้ามาทำให้ต้องเบิกตากว้างก่อนจะแอบกลืนน้ำลายและทำสีหน้าตื่นเต้นตามน้องเล็ก เขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร เขาก็เป็เพียงเด็กอายุ 14 เพียงเท่านั้น เป็วัยอยากรู้อยากลอง ยิ่งเด็กผู้ชายด้วยแล้ว
“มิติจิติญญา ก็เหมือนสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ในจิตของข้าอย่างไรล่ะ หากจะเข้ามาก็ทำเพียงกำหนดจิตเพียงเท่านั้น ง่ายๆ ก็คือจะเข้ามาสถานที่นี้ตอนไหนก็ได้ เพราะข้าเป็เ้าของ” สองพี่น้องเฟยเทียนและเฟยิตั้งใจฟังเฟยเจินด้วยความตื่นเต้น มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ พี่รองหรือน้องรองของเขานั้นมีของวิเศษติดตัวด้วยหรือนี่
“เื่นี้เ้าห้ามบอกใครนะน้องรอง ต้องเก็บเป็ความลับเท่านั้น หากผู้ใดรู้ว่าเ้ามีสิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้อยู่ล่ะก็…” เฟยเทียนพูดเพียงเท่านั้น เพราะเขาเชื่อว่าน้องรองคงเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อ มันจะอันตรายแค่ไหน หากมีผู้ประสงค์ร้าย้ายึดครองมิติของน้องรอง…
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะพี่ใหญ่ ท่านวางใจได้ ความลับนี้ข้าจะบอกแค่พี่ใหญ่และน้องเล็กเพียงเท่านั้น” เฟยเจินรับปากพี่ใหญ่ด้วยสีหน้าจริงจัง
“เ้าด้วยน้องเล็ก ห้ามเอาไปพูดที่ใด รู้หรือไม่” พี่ใหญ่หันไปส่งสายตาจริงจังให้น้องเล็ก
“ข้าสัญญาจะไม่เอาไปบอกใครขอรับ” เฟยิรีบพูดขึ้นอย่างแน่วแน่ ถึงเขาจะเล็ก แต่เขาก็เข้าใจถึงความสำคัญของความลับนี้ เขาจะกล้าเอาไปบอกผู้อื่นได้อย่างไร อีกอย่างของๆ พี่รองก็คงเหมือนของเขาด้วย เขาจะต้องช่วยพี่รองเก็บรักษาของวิเศษนี้ไว้!
“ดีมากน้องเล็ก” เฟยเทียนลูบหัวเฟยิเบาๆ และหันไปมองรอบๆ อีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น เฟยเจินพาสองพี่น้องเดินดูรอบๆ เล็กน้อย ถึงในตอนนี้จะมืดแล้วเพราะเป็ยามซวี แต่ในมิติแห่งนี่นั้นมีพืชบางชนิดที่เรืองแสงจึงทำให้เห็นถึงความสวยงามรอบๆ ได้อย่างชัดเจน
เฟยเจินเปิดประตู เดินนำสองพี่น้องเข้ามาภายในกระท่อมหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ภายในเฟยเจินได้จัดระเบียบให้มันเป็ระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ห้องดูสะอาดตาอย่างมาก เธอบอกกับพวกพี่ใหญ่ น้องเล็กคร่าวๆ ว่าเธอจะพาพี่ใหญ่นั้นไปรักษาขาโดยการแช่บ่อน้ำพุร้อนวิเศษ จากนั้นเธอก็ให้น้องเล็กนั่งรอในห้องนี้ก่อนและช่วยพยุงพี่ใหญ่เดินเข้าไปทางบ่อน้ำพุร้อนด้านหลังกระท่อม
“ถอดชุดทั้งหมดแล้วเข้าไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนนี้นะเ้าคะ จำไว้ว่าหากรู้สึกไม่สบายหรือรู้สึกไม่ดีอันใด รีบะโเรียกข้านะเ้าคะ ข้าจะรีบมาทันที”
“ขอบใจมากน้องรอง ข้าเข้าใจแล้ว เ้าออกไปเถอะ” เฟยเทียนกล่าวแล้วเดินเข้าไปด้านในฉากกั้นที่เฟยเจินได้จัดเตรียมไว้ ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดชุดออกจนหมด แล้วค่อยๆ เดินกะเผลกออกมา เฟยเจินนั้นได้ออกไปแล้ว เขาจึงค่อยๆ ย่อตัวริมบ่อและค่อยๆ เข้าไปแช่ในน้ำ ทันทีที่น้ำในบ่อััร่างกายนั้น เขาก็รู้สึกดีและผ่อนคลายอย่างไม่เคยมาก่อน
“อ๊ะ ข้าลืมบอกพี่ใหญ่ว่าให้แช่ทั้งคืน จะได้หายไวๆ” เมื่อเฟยเจินเดินออกมาแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ แต่เธอก็คิดว่าคงไม่เป็อะไร เลยเดินไปหาน้องเล็กที่นั่งรออยู่ในกระท่อมคนเดียว พอเข้ามาก็เห็นน้องเล็กเดินสำรวจนู่นนี่ แต่มิได้แตะต้องสิ่งใด
“พาพี่ใหญ่ไปแช่น้ำพุร้อนวิเศษแล้วหรือขอรับพี่รอง” เฟยิมานั่งข้างๆ พี่สาวและถามขึ้นมา
“ใช่แล้วน้องเล็ก อีกไม่นานพี่ใหญ่ก็จะหายดีและไม่ต้องเ็ปอีกแล้ว” เฟยเจินว่าพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้น้องเล็ก
“ฮือ ข้าดีใจมากๆ เลยขอรับ” เด็กน้อยยิ้มทั้งน้ำตา เขารู้สึกดีใจยิ่งนักที่พี่ใหญ่ของเขาจะได้กลับมาเป็ปกติ ไม่ต้องรู้สึกเ็ปอีกต่อไป
“โอ๋ๆ อย่าร้องไห้เลยน้องเล็ก นี่เป็เื่ดีสำหรับพี่ใหญ่ ครอบครัวเราจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ” เฟยเจินปลอบใจใครไม่เป็ เธอรู้สึกอย่างไรก็ทำอย่างนั้น เพราะเธอไม่เคยมีครอบครัว มีแค่เพื่อนส่วนน้อยที่รู้จักกันในตอนทำภารกิจร่วมกันเท่านั้น ชีวิตในชาติก่อนเธอช่างเดียวดายจริงๆ เธอเดินไปหยิบถ้วยและตักน้ำที่เธอได้ทำการแยกไว้สำหรับดื่มโดยเฉพาะขึ้นมา ส่งให้น้องเล็ก
“ขอบคุณขอรับพี่รอง” เด็กน้อยรีบดื่มน้ำอึกๆ อย่างรวดเร็ว น้ำวิเศษนี้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วช่างสดชื่นยิ่งนัก เขาคิด
ผ่านไปประมาณ 2 เค่อ เฟยเทียนที่ตอนนี้กำลังแช่น้ำอยู่นั้น เริ่มรู้สึกเจ็บเล็กน้อยบริเวณขาที่อักเสบ แต่เขาก็กัดฟันไว้และไม่คิดที่จะะโเรียกน้องรอง
ทางด้านเฟยินั้น ด้วยความเป็เด็กก็มักจะง่วงไวอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้ดูจะตื่นเต้น กระปรี้กระเปร่าเป็พิเศษ เลยง่วงกว่าเดิม นั่งๆ อยู่หนังตาก็ปิดไป เลยกลายเป็ตอนนี้เด็กน้อยได้นั่งหลับเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเฟยเจินหลังจากอุ้มน้องเล็กไปนอนบนเตียง ตนเองนั้นก็มิกล้านอนเพราะกลัวว่าหากพี่ใหญ่ะโเรียกตนจะไม่ได้ยิน เลยนั่งถ่างตาอ่านหนังสือรอ อยู่ๆ ตาก็เหลือบไปเห็นข้อมูลเพิ่มเติมของบ่อน้ำพุร้อนวิเศษที่เขียนไว้เล็กมากๆ ว่าในการรักษา ผู้ใช้อาจรู้สึกเ็ปโดยขึ้นอยู่กับาแที่ได้รับ เฟยเจินอึ้งไปชั่วขณะเพราะตนไม่ได้เตือนพี่ใหญ่ถึงเื่นี้ก่อนลงไปแช่ แต่เธอไม่ได้ยินเสียงะโเรียกของพี่ใหญ่เลย จะเป็ไปได้ไหมว่าพี่ใหญ่นั้นกำลังอดทนต่อความเ็ปอยู่ผู้เดียว…
เฟยเจินเชื่อมั่นว่าพี่ใหญ่จะต้องผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดี และเธอคิดว่าในการรักษาขาพี่ใหญ่ครั้งนี้ ใช้เวลาทั้งคืนขาก็น่าจะกลับมาเป็ปกติแล้ว เฟยเจินทนความง่วงไม่ไหวและเผลอฟุบหลับไปบนโต๊ะ