เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสอง ตอน ซูซันยมทูตปราบมาร(จบแล้ว)

    ตอนที่ 52 สำนักธารารมย์

    อาซันรอเข้าทดสอบอยู่ด้านหน้าอุโมงค์ โดยมีเจ้าสำนักนั่งชมที่จอมอนิเตอร์ที่

    ห้องควบคุมของสำนัก โดยมี รองเจ้าสำนักผู้สร้างค่ายกลมาคอยกำกับด้วยตัวเองและมีจูเลีย คอยยืนดูอยู่ด้านข้างเจ้าสำนักโรซ่า

    “ ท่านเจ้าสำนักไม่ต้องกังวลใจ ไม่มีทางที่ซูซัน จะผ่านด่านทดสอบของสำนักเราไปได้ภายใน 10 นาทีอย่างแน่นอน ที่ท่านรองเจ้าสำนักเอกภพเตือนมานั้น คงจะกังวลเกินเหตุ” รองเจ้าสำนักเป็นสาววัยกลางคนแต่ดูคล้ายผู้ชายมีนามเหมือนบุรุษนามว่า ซีซัส เป็นฝ่ายจัดทำค่ายกลทดสอบนี้ด้วยตัวเองยืนยัน

    “ ท่านรองซีซัส อย่างเพิ่งมั่นใจไป ข้าดูเจ้าหนุ่มคนนี้ดูเขามั่นใจตัวเองมาก เรารอดูด่านแรกก่อนดีกว่า” เจ้าสำนักโรซ่าไม่อยากให้รองซีซัสเสียหน้าหากว่าอาซันผ่านด่านแรกไปได้

    “ ด่านแรกเป็นด่านที่ข้าได้จัดทำพิเศษ ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเราใช้ค่ายกลศิลา แต่คราวนี้ข้าดัดแปลงเป็นยากขึ้นโดยใช้เป็น กำแพงโลหะ ต่อให้ใช้พลังแค่ไหนมนุษย์เราจะทำลายโลหะด้วยมือเปล่าได้ยังไง” ท่านซีซัสเอ่ยอย่างมันใจ

    ทำให้จูเลีย เริ่มห่วงว่าซูซัน โดนแกล้งแบบนี้คงลำบากแน่

    อาซันเข้าไปด่านแรก ก็เจอกำแพงโลหะที่วาววับทันที อาซันใช้พลังกำเนิดโลกตรวจสอบเพื่อหาหยกที่สร้างยันต์กำแพงโลหะไว้ อืม ต้องทำลายกำแพงโลหะนี้ไปก่อน 10 ชั้น ถึงจะสามารถไปถึงจุดวางแผ่นหยกได้ ดี ถ้าอย่างนั้น ก็ทำลายไปก่อนก็แล้วกัน อาซันใช้เรียกภูมะออกมา พอมันเห็นกำแพงโลหะ

    มันดีใจใหญ่ อาซันให้มันมาอยู่ในมือ แล้วก็ดูดกำแพงโลหะ จนละลายหายเข้าไปในเจ้าภูมะจนหมด พอกำแพงโผล่ขึ้นมาอีกก็ถูกดูดเข้าไปเป็นอาหารเจ้าภูมะจนหมด สุดท้ายครบ สิบ อาซันเลยใช้ภูมะยิงกระสุนเหล็กไหล ทำลายหยกที่สร้างกำแพงโลหะทั้งสี่จุด ระเบิดกระจายไปจนหมด แล้วอาซันก็ผ่านเข้าไปต่อที่ด่านที่สองต่อไป

    ห้องควบคุมค่ายกล เจ้าสำนักหันไปมองท่านรองซีซัส ที่ทำหน้าเหรอหรา ทันทีที่เห็นอาซันทำแบบนี้ได้อย่างไร ยังคิดไม่ออก แต่ก็พยายามบอกว่ายังมีอีกค่ายกลที่สอง ด่านความเร็ว

    “ ท่านเจ้าสำนักไม่ต้องกังวล ด่านที่สองข้าใส่ ยันต์ย่นระยะทางแล้วฝังหยกลึกถึงสิบเมตร ซูซันไม่มีทางหาเจอได้อย่างแน่นอน หนำซ้ำ ค่ายกลทั่วไปใช้พวกอุกาบาต หินระเบิด กระสุนปืนกล ธนู หอก แต่ค่ายที่สองของเราใช้ระดับความยากขั้นสูงสุด เราใช้แสงจากดวงอาฑิตย์มาทำการแยกออกเป็นตารางผ่านหินแยกพลังงาน แล้ว เราก็ปล่อยเป็นลำแสงสุริยะเป็นตารางห่างๆ ไป หากใครโดนลำแสงสุริยะ ร่างจะขาดเป็นท่อนๆ และถูกเพลิงเผาไหม้ไปในทันที จากนั้นพลังลำแสงสุรยะก็จะปล่อยออกไป จะเริ่มถึ่มากขึ้น รอบท้ายๆ แม้แต่รูที่แมลงจะบินเข้าไปก็ยังผ่านไปไม่ได้เลย มาดูกันว่าถ้าหากซูซันผ่านด่านนี้ไปได้ ก็ไม่ใช่มนุษย์แล้ว” รองซีซัสมั่นใจยิ่งนัก

    เจ้าสำนักค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย จะได้ไม่เสียชื่อสำนัก แต่จูเลียรู้สึกกังวลแทน อาซันที่เหมือนถูกเอาเปรียบยังไงไม่รู้

    ด่านที่สอง อาซันรู้สึกได้ว่ามีหินย่นระยะทาง อยู่ลึกไป สิบเมตร แล้วเห็นมีพลังแสงสุริยะพุ่งเข้ามาเป็นตารางหา อาซันที่ละอัน ๆ อาซันใช้พลังปฐพีต่อยหยกที่ฝังไปในพื้นจนพัง ไปก่อน จากนั้นก็หลบลำแสง ที่ละอัน พอมาถึ่ขึ้น อาซันก็ไม่หลบแล้ว เพราะรุ้สึกได้ว่า พลังงานที่ปล่อยมานั้นมาจากหินพลังงานที่แยกแสงจากดวงสุริยะมากได้ จึงวิ่งเดินฝ่าเข้าไปอย่างง่ายๆ โดยตารางแสงผ่านร่างอาซันแต่ไม่สามารถทำให้อาซันรู้สึกระคายผิวใดใด ได้เลย พออาซันมาถึงหินแยกพลังงาน

    ก็ปล่อยพลังเหมันต์ไปปกคลุม หินแยกพลังแสงอาฑิตย์ พอเจอความเย็นจัดสุดขั้วแบบนี้ เลยแตกร้าวทันที หมดแสงที่จะปล่อยออกมา แกร๊ก แตกเป็นสองท่อนเลย อาซันเดินต่อไปที่ด่านสุดท้าย

    ณ ห้องควบคุม ทั้งสามคนที่มองมาที่ค่ายกลล้วนตกตะลึง ไม่คิดว่าอาซันจะผ่านด่านเหมือนเดินเล่นอยู่หลังบ้านตัวเองเลย

    “ เป็นไปไม่ได้ ซูซันโดนพลังแสงอาฑิตย์ขนาดนั้นทำไมไม่เป็นอะไรเลย แล้วเขารู้ได้อย่างไร หยกย่นระยะทางถูกฝังลึกไปถึง สิบเมตร ใช้อะไรตรวจสอบกันแน่ แล้วเขาปล่อยพลังเหมันต์ออกมาได้อย่างไร เขาต้องมีพลังหยางไม่ใช้หรือถึงได้มาสมัครที่นี่ได้” รองซีซัสเอ่ยออกมาอย่างสับสนในตัวเอง

    “ พอเถอะ ยังไงเขาก็ผ่านไปแล้ว ด่านที่สามท่านพร้อมแค่ไหน” ท่านเจ้าสำนักเริ่มหงุดหงิด

    “ เรียนท่านเจ้าสำนัก ด่านสุดท้ายนี้ไม่ต้องห่วง ข้าเป็นคนคัดสิทธิ์ด้วยตัวของข้าเอง ศิษย์ทุกคนมีขอบเขตการต่อสู้ระดับเจ้านภา ระดับ 9 ทุกคน แล้วข้ายังสร้างชุดเกราะ พร้อมอาวุธให้พวกเขาใส่ ไม่มีทางที่คนเดียว จะสู้คนทั้ง 100 คนได้ในเวลาอันสั้น ยังไงเวลาเพียงไม่เกิน สิบนาที ซูซันไม่มีทางผ่านไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน “ รองซีซัสเอ่ยอย่างมั่นใจ เพราะรู้ว่าเวลานี้เวลาผ่านไป 5 นาที่แล้ว

    “ ให้มันจริงเถอะ” เจ้าสำนักอารมย์ขุ่นมัวยิ่งนัก ไม่คิดว่า จะโดนศิษย์สำนักอื่นมาทาลายค่ายกล ที่ทำมายากขนาดนี้ กลับถูกทำลายอย่างง่ายดาย ส่วนจูเลียก็โล่งใจออกมา แต่พอรู้ว่าอาซันต้องเจอกับศิษย์ที่ใส่ชุดเกราะอีก นับร้อยคน

    ไม่รู้ว่าจะรอดได้อย่างไร

    ด่านที่ 3 ด่านสุดท้ายของอุโมงค์ทดสอบ

    อาซันมาปรากฏร่างอยู่ท่ามกลางสาวๆ นับร้อยคนใส่ชุดเกราะกันเต็มยศ ทุกคนต่างยั่วยิ้มอาซัน เหมือนจะบอกว่า ไม่มีทางผ่านด่านนี้ไปได้อย่างแน่นอน

    “ น้องชาย ข้าแนะนำให้ยอมแพ้ตอนนี้ไปเลยดีกว่า ข้าได้รับคำแนะนำให้ทำการรุมเจ้าพร้อมกันทันที ไม่ให้ใช้วิธีสู้กันตัวต่อตัว”

    “ ใช้แล้วพวกเราไม่อยากรังแกผู้อ่อนแอกว่า”

    “ ตะโกนคำว่ายอมแพ้พวกเราก็จะให้เจ้าออกไป”

    อาซันไม่ฟังทั้งหมดพูดออกมา หยิบผ้ามาคาดดวงตาเอาไว้

    “ นี่เจ้าจะยอมอ่อนข้อให้พวกเราโดยยอมปิดตาสู้อย่างนั้นหรือ จะดูถูกพวกเรามากเกินไปแล้วนะ” เสียงศิษย์สาวสำนักธารารมย์เอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ

    “ เปล่าเพียงแต่ข้าไม่อยากเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นเท่านั้น” จากนั้นอาซันก็เรียกพลังลมพายุหมุนออกมา ให้มันหมุนไปที่แรงลมระดับที่5 ที่สามารถ ทำลายแม้กระทั้งเหล็กเสื้อเกราะ ให้หลุดหายไปในทันที แต่ก็ตั้งค่าการทำลายแค่ชุดเกราะแค่นั้น ไปเลย” สิ้นเสียงอาซันมีพายุรุนแรงพัดผ่าน ศิษย์สาวงามจากสำนักธารารมย์

    เสียงเกร๊ง กร๊าง ชุดเกราะที่สวมใส่หลุดออกจากร่างไปหมด แต่ไม่หมดแค่นั้น

    มันกลับดึงดูดเสื้อผ้าทั้งหมดของศิษย์สาวจากสำนักธารารมย์ออกไปจนหมดไม่เหลือสักชิ้น ศิษย์สาวทั้งหมดทำท่าจะต่อสู้ต่อ แต่ว่าพอเห็นร่างของเพื่อนๆ และร่างของตัวเอง ก็ส่งเสียงร้อง วี๊ดว๊าย กันลั่นอุโมงค์ จนต้องวิ่งหาที่หลบกันชุลมุน อาซันไม่สนใจมีผ้าผูกตาแล้วก็เดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใช้เวลาผ่านด่านอุโมงค์ทดสอบไปเพียง 8 นาทีเท่านั้น

    ณ ห้องควบคุม

    ทั้งสามคนเอามือมาปิดปากตัวเอง ไม่พูดอะไรสักคำเมื่อเห็นสภาพศิษย์ของตัวเอง ตกอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าท่ามกลางผู้ชายเพียงคนเดียว

    “ ทุเรศ ลามก บัดสีที่สุด น่าไม่อาย” จูเลียพูดออกมาก่อนใครๆ

    “ ท่านซีซัส เรื่องแบบนี้ไปบอกศิษย์ทุกคนห้ามเปิดเผย หรือพูดอะไร ออกมาโดยเด็ดขาด ไปบอกกับซูซัน หากเขาเพร่งพรายเรื่องในวันนี้ออกไป ข้าจะเป็นคนหักคอเขาด้วยมือของตัวข้าเอง” ท่านเจ้าสำนักพูดออกมาด้วยเสียงโทนเดียวกันหมด

    “ รับทราบ” ท่านรองซีซัสเดินตัวลอยออกไปไม่มีคำพูดอะไรจะแก้ตัวอีกเลย

    “ ข้าเชื่อคำของลุงของเจ้าก็ดีอยู่แล้ว” ท่านเจ้าสำนักบ่นออกมา

    “ ท่านอาจารย์คนคนนี้ ท่านต้องตัดสิทธิ์ห้ามแข่งขันไปเลยนะ” จูเลียรีบบอกท่านอาจารย์เจ้าสำนักทันที

    “ เสียดายเขามีพลังเหมันต์ถึงระดับนี้ แสดงว่าพลังหยางของเขาคงไม่เท่าไร ถ้าเข้ามีพลังหยางได้เท่าพลังเหมันต์คงจะดี” เจ้าสำนักรู้สึกเสียดาย จูเลียเข้าใจความหมายนี้ดี

    “ เป็นอย่างนี้ดีแล้ว ให้ข้าแต่งกับเขา ข้าคงทำใจไม่ได้แน่เลย” ถึงแม้จะพูดแบบนี้ออกไป แต่ในใจมันเกิดความรู้สึกร้อนรนยังไงไม่รู้ เหมือนกับมีคนมาจุดเทียนที่ในหัวใจไว้แล้วโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวมาก่อน

    อาซันเดินออกมา ก็พบกับศิษย์ทั้งหมดของสำนักเอกภพ ที่มองไปที่อุโมงค์ ซึ่งเห็นมีคนหลายสิบคนถือเสื้อผ้าเข้าไปข้างในอุโมงค์กันหลายสิบคน ไม่รู้เข้าไปทำอะไรกัน มีแต่อาซันเท่านั้นที่รู้ แล้วก็มีศิษย์ของสำนักธารารมย์เข้ามาพาอาซัน

    ไปพบท่านรองเจ้าสำนักซีซัส

    “ เรื่องวันนี้เจ้าห้ามไปพูดให้ใครได้ยินอีกเป็นอันขาด มิเช่น่นั้นเจ้าสำนักรู้ ท่านจะหักคอเจ้าด้วยมือของตัวท่านเอง” รองซีซัสพูดออกมา อย่างข่มความรู้สึกอย่างมาก อาซันมองป้าซีซัสคนนี้ แล้วหัวเราะนิดหนึ่ง

    “ท่านรองเจ้าสำนัก นี่เป็นเพียงการทดสอบ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พอข้ากลับไปรองเจ้าสำนัก จะต้องสอบถามเรื่องนี้กับข้าอย่างแน่นอน และจะให้ข้าปิดบังเรื่องนี้ได้อย่างไร ข้าปิดเรื่องนี้ไม่ได้หรอก” อาซันไม่ยอมง่ายๆ

    “ เจ้าต้องการอะไร”

    “ ข้ากับศิษย์สำนักเอกภพอยากเข้าไปแช่น้ำ ในถ้ำธาราศักดิ์สิทธ์ของท่าน”อาซันพูดเหมือนเตรียมการเอาไว้อยู่แล้ว

    “ เจ้านี่ขอเยอะไปแล้ว ที่ถ้ำธาราศักดิ์สิทธืมีไว้สำหรับศิษย์ของ สำนักเราเท่านั้นเรื่องนี้ข้าต้องแจ้งเจ้าสำนักก่อน” ท่านรองซีซัสแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านเจ้าสำนักทันที

    ในที่สุด เจ้าสำนักก็ตอบตกลงโดยคืนนี้ให้ศิษย์ของสำนักเอกภพเข้าไปอย่างลับๆ

    เพื่อไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ ศิษย์พี่โบลตัล กับ อีก เก้าคนพอทราบเรื่องนี้ต่างก็ดีใจกันถ้วนหน้า แต่พอถามว่าเหตุผลว่าทำไมได้เข้ามาที่นี่ได้ อาซันบอกได้แต่ว่า ผ่านด่านทดสอบได้เร็วกว่าใคร เจ้าสำนักเลยให้รางวัล

    ในถ้ำธาราศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์ทั้งหมดต่างก็แช่น้ำแล้วดูดพลังทั้งหมดเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังในร่างกาย อาซันก็เช่นกัน พลังต้นกำเนิดโลกของอาซันสามารถดูดพลังในน้ำศักดิ์แห่งนี้ ได้มากกว่าคนอื่นอาซันดูดพลังได้ขึ้นไปถึงระดับจ้าวสวรรค์ชั้นที่ 9 ได้ทันที ที่แท้น้ำในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ก็คือน้ำแร่ ที่ผุดขึ้นมาจากภูเขาไฟ ด้านล่างนี่เอง

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสอง ตอน ซูซันยมทูตปราบมาร(จบแล้ว) ที่คุณอ่าน