เฉินเซี่ยง เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มือของเขากลายเป็กรงเล็บัพุ่งออกไปคว้าจับกระบี่บินราวกับสายฟ้าปราณแท้จริงที่ทรงพลังะเิออกในทันที ขณะกำลังป้องกันปราณแท้จริงจากกระบี่ แขนของเฉินเซี่ยง พลันเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เขายังคงยืนอย่างมั่นคงราวกับขุนเขา
เฉินเซี่ยง กล่าวอย่างเ็า “ข้าคือเฉินเซี่ยงสมาชิกตระกูลเฉิน! เ้าเป็ใคร รีบกล่าวชื่อของเ้าออกมา มิเช่นนั้นข้าเองก็จะเอ็นดูเ้าราวกับฆาตกร!”
การที่ เฉินเซี่ยง กล่าวเช่นนี้ส่งผลให้หัวใจของซู่ิและซู่จื่อหลางเต้นระรัวเฉินเซี่ยง กล่าวยั่วยุไปยังรถม้าอย่างเห็นได้ชัด เขาสมควรรู้ว่าตระกูลเหยาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเพื่อคุ้มกันอัจฉริยะของพวกเขาเพียงกระบี่บินที่ถูกซัดมาก็เพียงพอจะบอกได้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด ถ้าผู้ที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เฉินเซี่ยง แต่เป็ผู้อื่น คนผู้นั้นย่อมไม่สามารถรับกระบี่นั่นได้อย่างแน่นอน
“พี่เซี่ยง!” ระหว่างความเงียบงันของทั้งสองฝ่าย เสียงที่อ่อนหวานนุ่มนวลดังมาจากภายในรถม้าทันใดนั้นปรากฏเงาร่างเพรียวบางไหวเอนทะยานออกมา แม้บุคคลที่สายตาไม่ดีก็สามารถระบุถึงลักษณะของคนที่ปรากฏออกมาได้
อย่างไรก็ตาม เฉินเซี่ยง เองสามารถบอกกล่าวได้อย่างชัดเจนว่าคนผู้นั้นคือซู่เซี่ยนเซี่ยน ทักษะการเคลื่อนไหวของนางบรรลุสู่ระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงจนถึงกับทำให้เฉินเซี่ยง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
การเคลื่อนไหวของซู่เซี่ยนเซี่ยนดูราวกับนางเพียงแค่กวาดผ่านไปบนพื้นเท่านั้นภายในหนึ่งลมหายใจ นางเคลื่อนที่ไปไกลถึง 100 ฟุตพร้อมปรากฏอยู่เบื้องหน้าเฉินเซี่ยงและคนอื่นๆนางกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงาม “เสี่ยวชีเสี่ยวปา พวกท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ!”
ทั้งซู่ิและซู่จื่อหลางแค่นเสียง ขณะที่ซู่ิกล่าว“เ้าเด็กบ้าเ้าไม่ควรเรียกขานพวกเราเช่นนั้นต่อหน้าบุคคลภายนอก มันมิเท่ากับเป็การป่าวประกาศตัวตนของเราแก่สาธารณชนหรอกหรือ?”
ซู่เซี่ยนเซี่ยน แลบลิ้นพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยเผยให้เห็นลักยิ้มทั้ง 2 ข้างบนแก้มที่ละมุนละไมของนางนางช่างงดงามยิ่งนัก
เฉินเซี่ยง อดไม่ได้ที่จะบีบจับใบหน้าที่งดงามของนางพลางหัวเราะแล้วกล่าว“เหตุใดเ้าจึงมาพร้อมกันกับศัตรูของสามีเ้า? ก่อนหน้านี้ข้าเกือบถูกพวกมันสังหารไปแล้ว”
ซู่เซี่ยนเซี่ยน ย่นจมูกพร้อมหัวเราะอย่างนุ่มนวล“ข้ารู้ว่าพี่เซี่ยงแข็งแกร่งอย่างยิ่งและกระบี่นั่น ถูกขว้างมาโดยผู้าุโตระกูลเหยา”
เฉินเซี่ยง จำได้ว่าการะเิของปราณแท้จริงก่อนหน้านี้ค่อนข้างน่ากลัวพลังนั่นอย่างน้อยๆ ต้องอยู่ในระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ แต่กระนั้นเขาที่เป็ผู้ฝึกฝนธาตุทั้ง5 แห่งปราณแท้จริงดังนั้นเขาจึงสามารถหยุดกระบี่ได้อย่างง่ายดาย
รถม้าของตระกูลเหยาหยุดลงพร้อมกับอีกหลายคนที่ก้าวลงมาจากรถม้าราวกับว่าพวกเขารอให้ เฉินเซี่ยง หลีกทางให้
“พี่เซี่ยง ท่านควรถอยไปก่อน” ซู่เซี่ยนเซี่ยนกล่าวอย่างนุ่มนวล
“ไม่! นั่นไม่จำเป็” เฉินเซี่ยงมองอย่างเ็าไปทางขบวนรถม้า ขณะที่กำลังนึกถึงกระบี่ที่ขว้างมาอย่างโเี้ ความโกรธเกรี้ยวเต็มอยู่ภายในจิตใจของเขานั่นเป็เพราะถ้าเขาบุคคลธรรมดา เช่นนั้นแล้วเขาคงต้องตกตายอย่างไม่ยุติธรรม
“ผู้เยาว์ตระกูลเฉิน เข้ามาทักทายผู้าุโตระกูลเหยาเดี๋ยวนี้!” คนผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆรถม้าะโขึ้น
“ข้าย่อมไม่ทักทายมันผู้ใดที่พยายามสังหารข้า! และอีกอย่างไม่มีกฎข้อใดของตระกูลเฉินที่บังคับให้ข้าต้องเคารพผู้าุโตระกูลเหยา!” เฉินเซี่ยงกล่าวตอบอย่างเ็า
ซู่ิและซู่จื่อหลางรู้สึกต่างนับถือเฉินเซี่ยง ไม่เพียงแต่เขากล้าโต้แย้งสมาชิกตระกูลเหยา แต่เขายังไม่เห็นผู้าุโตระกูลเหยาอยู่ในสายตา
“ฮึ่ม ช่างเป็เด็กที่เย่อหยิ่งยิ่งนัก... เราจะไปตามทางของเรา” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย่อยิ่งกำลังแดกดันน้ำเสียงนั้นค่อนข้างแ่เบาเป็อย่างมาก แต่ก็ยังส่งมาถึงหูของเฉินเซี่ยง นั่นแสดงให้เห็นว่าชายคนนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งหลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างแยกออกจากกันอย่างน้อยๆ ก็ 100 ฟุต
ซู่เซี่ยนเซี่ยนขมวดคิ้ว ขณะที่นางแค่นเสียงอย่างแ่เบา...นางคล้องแขนเฉินเซี่ยงไว้พร้อมกระซิบ“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก!”
เฉินเซี่ยง แสยะยิ้ม เขาจับกระบี่ที่ขว้างมาหาเขาก่อนหน้านี้ไว้แน่นพร้อมถ่ายปราณแท้จริงเข้าไปก่อนที่จะขว้างมันกลับไปยังขบวนรถม้าที่อยู่ห่างออกไป ปราณสีครามห่อหุ้มกระบี่ พุ่งทะลุล้อที่อยู่กึ่งกลางของรถม้าพร้อมกับปลดปล่อยแสงสีครามออกมาติดตามมาด้วยการะเิฉีกกระชากล้อกลางรถม้าทั้งหมด ถึงแม้รถม้าที่หรูหรานั่นจะเหลือเพียง4 ล้อแต่มันยังคงมั่นคงอยู่ (รถม้าน่าจะมี 6 ล้อ หน้า-กลาง-หลัง อย่างละ 2 ล้อ)
ซู่ิ ซู่จื่อหลาง และ ซู่เซี่ยนเซี่ยนต่างตกตะลึง! พวกคาดไม่ถึงว่า เฉินเซี่ยง จะกล้ายั่วยุสมาชิกตระกูลเหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!พวกเขาต่างรู้สึกใอย่างมากกับกระบี่ที่เฉินเซี่ยงขว้างออกไป พลังอันน่าหวาดหวั่นที่ถ่ายลงสู่กระบี่เทียบได้กับกระบี่ที่ถูกขว้างออกมาโดยผู้าุโตระกูลเหยาก่อนหน้านี้!
“โทษที..ข้าคืนกระบี่ให้..แต่กลับไม่มีรับมัน” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างแ่เบา อย่างไรก็ตาม เสียงของเขากระจายออกไปทุกทิศทาง และที่สำคัญ เสียงของเขาเต็มไปด้วยการยั่วยุ
“รนหาที่ตาย?” เหยาเทียนหัว ได้ะโขึ้นด้วยโทสะ แต่เขากลับไม่ได้ทำตามที่เขาพูดดูราวกับว่าเขาถูกป้องปรามไว้
ขบวนรถม้ายังคงเคลื่อนที่ต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พ่อของข้ายังอยู่ในรถม้า..ข้าต้องติดตามท่านไป ข้าอาจจะไม่มีโอกาสติดตามอยู่ข้างกายท่านพ่อเช่นนี้ในอนาคตอีกต่อไปแล้ว” ซู่เซี่ยนเซี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุกข์ใจใบหน้าที่งดงามของนางเผยให้เห็นถึงความกังวล
เฉินเซี่ยง ลูบผมของนางเบาๆ พร้อมกล่าวอย่างนุ่มนวล“เ้าไปเถอะ..”
ซู่เซี่ยนเซี่ยน ทะยานออกไป เฉินเซี่ยงครุ่นคิดขณะที่มองแผ่นหลังของนางที่กำลังจากไปพร้อมเอ่ยถาม “เหตุใดนางจึงไม่มีโอกาสติดตามบิดาของนางในอนาคต?”
ซู่ิกล่าวพลางขมวดคิ้ว “พี่ใหญ่เฉิน..ท่านเคยได้ยิน เหล่านิกายผู้ฝึกตนที่อยู่ภายในหุบเขานิรันดร์หรือไม่? นางวาดฝันที่จะได้เข้าเป็ส่วนหนึ่งของนิกายผู้ฝึกตนเ่าั้”
จำนวนยอดฝีมือของนิกายผู้ฝึกตนนั้นมากมายราวกับหมู่เมฆบนท้องนภาเพราะพวกเขาได้รวบรวมเหล่าผู้มีฝีมือมาไว้ยังที่นั่นหมดแล้ว ตลอดชีวิตของหลายๆ คนปรารถนาที่จะไปยังที่แห่งนั้นและแน่นอนว่า่เวลาที่ดีที่สุดในการเข้าร่วมนิกายคือ่วัยเด็ก
“ถ้าเ้า้าเข้าไปยังนิกายเ่าั้ มันจะดีที่สุดถ้าเ้าก้าวหน้าถึงระดับ9 ขอบเขตนักสู้มิฉะนั้นเข้าไปก็เปล่าประโยชน์” ซูเหม่ยเหยากล่าวขึ้นในทันที
เฉินเซี่ยง มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเข้าสู่นิกายเ่าั้เป็อย่างยิ่งเมื่อเขาอยู่ที่นั่น เขาสามารถพบเจอเหล่ายอดฝีมือที่น่าเกรงขามมากมาย นอกจากนั้นปราณิญญาที่นั่นยังอุดมสมบูรณ์ซึ่งสามารถทำให้เขาแสดงศักยภาพของเส้นชีพจรหยินหยางของเขาได้อย่างเต็มที่
เฉินเซี่ยงพร้อมด้วย ซู่ิ และ ซู่จื่อหลางเข้าสู่เมืองโวหู เนื่องจากตระกูลซู่กำลังจับจ่ายสินค้าอยู่ภายในเมือง ดังนั้นทั้งสองกลายเป็แขกของเฉินเซี่ยง เพื่อติดตามเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลเฉินพร้อมกัน
ภายในคฤหาสน์ตระกูลเฉินค่อนข้างคึกคัก มีเวลาเหลือเพียง3 วันก่อนจะถึงงานเลี้ยงฉลองเฉินเซี่ยง รีบไปพบบิดาของเขาก่อนที่เขาจะกลับคืนสู่ที่พัก
“ความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้อยู่ที่ระดับ 6 ขอบเขตนักสู้ตอนนี้ข้าคิดว่าข้าสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับกลางได้แล้ว!” เฉินเซี่ยงมองไปยัง2 สาวที่กำลังนั่งจิบชาหอมกรุ่น
เป่ยยู่ยู่ กล่าว “แม้ว่าข้าไม่ใช่นักปรุงยาแต่ข้าก็รู้ว่าวัตถุดิบที่จำเป็ในการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับกลางมีราคาแพงเป็อย่างมากถ้าเ้า้าสกัดกลั่น เ้าจำเป็ต้องใช้จ่ายเหรียญิญญาจำนวนมากด้วย”
ซูเหม่ยเหยาจิบชาเบาๆ พลางยิ้มพร้อมกล่าว“นั่นไม่ใช่ปัญหามิใช่ว่าเ้ามีหญ้าิญญานรกและหญ้าิญญาโลหิตพันปีหรอกหรือ? ถ้าเ้าขายสมุนไพริญญาทั้งสองนั่นจะทำให้เ้ามีเงินมากพอที่จะใช้จ่าย”
เฉินเซี่ยงยังไม่ลืมว่าเขายังมีสมุนไพริญญาที่ล้ำค่าทั้งสองอยู่เขายิ้มพร้อมกล่าวถาม “พี่สาวท่านไม่มีสมบัติติดตัวมาบ้างเลยหรือ? ตอนนี้ข้ายังไม่อาวุธที่เหมาะสมกับข้าเลย”
ซูเหม่ยเหยา ถอนหายใจ “คลังอาวุธเวทของข้าถูกศัตรูชิงไปแล้วโชคดีที่ข้าสามารถปกปิดแหวนวงนี้ไว้ได้ แต่มันมีเพียงชุดอยู่ข้างในนั้น อย่างอื่น..ม่ายยมี~~”
ขณะที่กำลังพูดคุยถึงเื่นี้ ใบหน้าที่งดงามของเป่ยยู่ยู่ เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธพร้อมกับที่นางเผลอบีบแก้วชาในมือจนแตก เฉินเซี่ยงสามารถบอกได้เลยว่าจะต้องมีของดีจำนวนมากอยู่ในคลังเก็บอาวุธนั่น
“เ้าฝึกทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งสัญลักษณ์ทั้ง 4 ‘อาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งสัตว์ทั้ง4’ ย่อมเป็อาวุธที่เหมาะสมกับเ้าที่สุดแต่มันก็ไม่ง่ายที่จะค้นพบเพราะแต่ละชิ้นล้วนเป็อาวุธศักดิ์สิทธิ์!” คำกล่าวของซูเหม่ยเหยา ทำให้ เฉินเซี่ยง รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย….
.................................................