บทที่ 25 การประลองใหญ่ของสำนัก โอกาสในการชมกระบี่ (รีไรต์)
เมิ่งฝานกลอกตาใส่ทันควัน
ปรนนิบัติรับใช้? เ้าเป็ร่างิญญาจะปรนนิบัติรับใช้อะไรกัน
นี่คิดจะสูบปราณหยางของข้าล่ะสิ
"รีบกลับเข้าไปในกระบี่ของเ้าซะ" เมิ่งฝานกล่าวอย่างหงุดหงิด
"ข้าน้อยไม่งามหรือ?" หงฉี่ลอยมาอยู่ตรงหน้าเมิ่งฝานใบหน้าเล็ก ๆ ของนางห่างจากใบหน้าของเขาเพียงหนึ่งนิ้วแทบจะแนบชิดกันอยู่แล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการยั่วเย้าชัด ๆ
เมิ่งฝานจึงเลือกที่จะหลับตาลงและบำเพ็ญเพียรต่อไปไม่เห็นก็ไม่ต้องรำคาญ
"เ้าคนน่าเบื่อ!" หงฉี่พึมพำเบา ๆ จากนั้นก็กลายเป็แสงสีแดงพุ่งกลับเข้าไปในกระบี่หงฉี่อีกครั้ง
ไม่นานนัก ท้องฟ้าก็สว่าง
เมิ่งฝานเดินออกมาจากห้อง หลังจากล้างหน้าบ้วนปากเสร็จเขาก็เริ่มทำความสะอาดกระบี่ธรรมดา
หลังจากเช็ดกระบี่ธรรมดาสี่สิบเล่ม มีเพียงเล่มเดียวเท่านั้นที่มีจิตอาฆาตแฝงอยู่
หลังจากเมิ่งฝานหลอมรวมจิตอาฆาตแล้ว เขาก็ได้เรียนรู้วิชากระบี่ชุดหนึ่งจากความทรงจำปราณพิฆาตกระบี่
'วิชากระบี่หลิงอวิ๋น'
เป็วิชากระบี่ที่ธรรมดายิ่งนัก
ความจริงก่อนหน้านี้ตอนที่เมิ่งฝานชมกระบี่ที่หอหยั่งรู้กระบี่ เขาก็เคยเห็นวิชากระบี่นี้มาแล้ว
แม้ว่าเมิ่งฝานจะไม่ใส่ใจวิชากระบี่นี้ แต่มันก็ถือว่าช่วยทำให้หมื่นกระบี่รวมศูนย์ของเขาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
"เ้าหนู วันนี้ข้าไม่ออกไปข้างนอกนะ ถ้าเ้าอยากไปหอหยั่งรู้กระบี่ก็ไปได้เลย"
พอเกือบถึงเวลาเที่ยง ศิษย์พี่หลัวเพิ่งจะตื่นนอนอย่างเฉื่อยชาตามปกติ
เมื่อวานเขาไปซื้อสุรามาไม่น้อย เพียงพอให้เขาดื่มได้หลายวัน
เมิ่งฝานได้ยินดังนั้นก็ไม่เกรงใจ หลังจากบอกศิษย์พี่หลัวแล้ว เขาก็ออกจากหอคอยกระบี่ไป
อย่างไรเสียวันนี้เขาก็เช็ดกระบี่เสร็จหมดแล้ว อยู่ที่หอคอยกระบี่ต่อไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ
ศิษย์พี่หลัวมองตามแผ่นหลังของเมิ่งฝาน แล้วใบหน้าก็ปรากฏความประหลาดใจ
"เ้าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ดูเหมือนว่าครั้งนี้หอคอยกระบี่จะโชคดีได้สมบัติล้ำค่ามาโดยบังเอิญเสียแล้ว"
ตอนที่เมิ่งฝานมาถึงหอคอยกระบี่ เขายังเป็เพียงศิษย์สายงานจิปาถะ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถบรรลุขั้นเลี่ยนชี่ได้ แม้แต่ปราณแท้สายแรกในร่างกายก็ยังไม่มี
ผ่านไปนานแค่ไหนกัน?
ถึงกับทะลวงเข้าสู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่สองได้ทันที
พูดตามตรง มันค่อนข้างเหลือเชื่อเกินไปหน่อย
"คนมีความสามารถเช่นนี้ อยู่ที่หอคอยกระบี่จะถือว่าเสียดายความสามารถเกินไปหรือไม่?" ศิษย์พี่หลัวอดไม่ได้ที่จะมีความคิดนี้ผุดขึ้นมา
"ไม่สิ คนมีความสามารถเช่นนี้อยู่ที่หอคอยกระบี่ต่างหาก ถึงจะมีอนาคตไกลอย่างแท้จริง!"
คนธรรมดาที่มาเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ในหอคอยกระบี่ ย่อมเป็ทางตันและไร้อนาคต
แต่สำหรับอัจฉริยะที่โดดเด่นอย่างแท้จริง เมื่อมาถึงหอคอยกระบี่ กลับยิ่งง่ายที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
อันตรายมักมาพร้อมกับโอกาสที่เหนือความคาดหมายเสมอ
เพียงแต่คนธรรมดาไม่มีความสามารถพอที่จะผ่านพ้นอันตรายเพื่อคว้าโอกาสนั้นมาได้
"ดูท่าว่า ข้าควรหาโอกาสพาเขาขึ้นไปพบผู้าุโหลินล่วงหน้าเสียแล้ว" ศิษย์พี่หลัวพึมพำกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเมิ่งฝานจะไม่เคยพบผู้าุโหลิน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้าุโหลินจะไม่เคยเห็นเมิ่งฝาน
บางทีผู้าุโหลินอาจจะสังเกตเห็นเ้าหนูเมิ่งฝานคนนี้มานานแล้วก็ได้
ตอนนั้นตนเองไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโหลิน แต่เ้าหมอนี่อาจจะมีโอกาส!
หลังจากเมิ่งฝานออกจากหอคอยกระบี่ เขาก็มุ่งหน้าไปยังหอหยั่งรู้กระบี่ทันที
แต่ทว่าวันนี้ที่หอหยั่งรู้กระบี่กลับไม่มีศิษย์คนใดฝึกกระบี่อยู่เลยสักคน
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว
ปกติแล้วหอหยั่งรู้กระบี่จะมีคนเยอะมาก แต่วันนี้กลับไม่มีศิษย์แม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็เื่ที่ผิดปกติอย่างยิ่ง
ครู่ต่อมา เมิ่งฝานก็ตบหน้าผากตัวเอง
เขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็วันประลองใหญ่ของศิษย์ในสำนักกระบี่สู่ซาน
ไม่ว่าจะเป็ศิษย์สายงานจิปาถะ ศิษย์สายนอก หรือศิษย์สายใน ต่างต้องเข้าร่วมการประลองเพื่อจัดลำดับความสามารถของตนใหม่
เมื่อก่อน ทุกครั้งที่เมิ่งฝานเข้าร่วมการประลองจัดอันดับของศิษย์สายงานจิปาถะ เขามักจะได้ลำดับท้าย ๆ เสมอ
ดังนั้นการประลองใหญ่ของสำนักนี้ จึงไม่ต่างอะไรกับฝันร้ายสำหรับเมิ่งฝาน
เพียงแต่ตอนนี้เมิ่งฝานกลายเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่แล้ว จึงไม่จำเป็ต้องเข้าร่วมการประลองใหญ่เช่นนี้อีก
"การประลองใหญ่ของสำนัก ความจริงแล้วสามารถเห็นวิชากระบี่ได้หลากหลายกว่า ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าการอยู่ที่หอหยั่งรู้กระบี่เสียอีก" เมิ่งฝานพึมพำกับตัวเองแล้วเดินออกจากหอหยั่งรู้กระบี่
ในเมื่อเขาไม่ต้องเข้าร่วมการประลองใหญ่ เช่นนั้นก็พอจะมีเวลาชมการประลองกระบี่ของผู้อื่น
ในสำนักกระบี่สู่ซาน ศิษย์ส่วนใหญ่ใช้อาวุธเป็กระบี่และเรียนวิชากระบี่
หาได้ยากยิ่งที่จะมีคนฝึกฝนอาวุธชนิดอื่น
ดังนั้นหากเมิ่งฝาน้าชมวิชากระบี่ การประลองใหญ่ของสำนักจึงเป็ตัวเลือกที่ดีมากจริง ๆ
ไม่นานนัก เมิ่งฝานก็มาถึงลานกระบี่์ของสำนักกระบี่สู่ซาน
ลานกว้างแห่งนี้กว้างขวางยิ่งนัก แทบจะกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งของเขาสู่ซาน เรียกได้ว่าเป็หน้าเป็ตาของสำนักกระบี่สู่ซานเลยทีเดียว
ลานกระบี่์สามารถรองรับผู้คนได้นับหมื่นคนในคราวเดียว
ต่อให้ทุกคนในสำนักกระบี่สู่ซานมาที่ลานกระบี่์ก็ยังสามารถยืนได้ครบทุกคน
เมิ่งฝานมาถึงค่อนข้างช้า ศิษย์หลายคนได้เริ่มการประลองกันแล้ว
ณ ลานกระบี่์ ในขณะนี้ถูกแบ่งออกเป็สามเขต
เขตศิษย์สายงานจิปาถะ เขตศิษย์สายนอก และเขตศิษย์สายใน
แม้ว่าฐานะของศิษย์สายงานจิปาถะจะต่ำที่สุด แต่พื้นที่ที่พวกเขากลับกว้างขวางที่สุด
ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อจำนวนศิษย์สายงานจิปาถะนั้นมีมากกว่าศิษย์สายในและศิษย์สายนอกรวมกันเสียอีก!
ในเมื่อมาเพื่อชมการต่อสู้ เมิ่งฝานย่อมเลือกชมกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด
เขาเดินเข้าไปยังเขตที่ศิษย์สายในอยู่โดยไม่ให้เป็ที่สังเกต
แม้ว่าเขาจะเป็เพียงผู้บำเพ็ญขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่สอง ซึ่งดูไม่เข้ากับกลุ่มศิษย์สายในที่นี่
แต่วันนี้เป็วันสำคัญ ย่อมไม่มีใครถือวิสาสะก้าวออกมาเยาะเย้ยเมิ่งฝานว่าไม่คู่ควรที่จะอยู่ที่นี่
ทุกคนต่างสงบเสงี่ยม!
"เมิ่งฝาน เ้ามาทำอะไรที่นี่?" หลังจากมาถึงเขตศิษย์สายในได้ไม่นาน เมิ่งฝานก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
เศรษฐินีตัวน้อย หลิ่วเยียนผิง!
สำหรับผู้ใจป้ำที่ให้หินิญญาเขาถึงสิบเอ็ดก้อนในคราวเดียว เมิ่งฝานย่อมจดจำได้แม่นยำ
"ศิษย์พี่หลิ่ว" เมิ่งฝานรีบทักทายตอบ
หลิ่วเยียนผิงเดินมาตรงหน้าเมิ่งฝาน แล้วกล่าวอย่างแปลกใจว่า "เ้าควรจะอยู่ที่ฝั่งศิษย์สายนอกสิ อ้อ ข้านึกออกแล้ว เ้าไม่ใช่ศิษย์สายนอก แต่เป็คนของหอคอยกระบี่ คงไม่ต้องเข้าร่วมการประลองใหญ่ของสำนักใช่ไหม?"
เมิ่งฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า "ใช่ขอรับ ศิษย์พี่หลิ่ว"
"แล้วเ้ามาทำอะไรที่นี่? มาชมทุกคนประลองกระบี่หรือ?" หลิ่วเยียนผิงรู้ถึงความชอบของเมิ่งฝานดีว่าชอบแอบอยู่ตามมุมต่าง ๆ เพื่อดูคนอื่นฝึกกระบี่
ตอนนี้มีการประลองใหญ่ของสำนัก 'พวกชอบแอบดู' อย่างเมิ่งฝาน ย่อมไม่มีทางพลาดแน่นอน
เมิ่งฝานยิ้มเจื่อน "ศิษย์พี่หลิ่ว ท่านถามเองตอบเองจนข้าไม่มีโอกาสได้พูดอะไรเลย จะให้ข้าพูดอะไรได้อีก?"
"ฮ่า ๆ !" หลิ่วเยียนผิงหัวเราะเสียงดังอย่างร่าเริง
นางเห็นเมิ่งฝานกำลังมองดูศิษย์สายในคู่หนึ่งประลองกระบี่ จึงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "อย่าดูพวกเขาประลองเลย ไม่มีอะไรน่าดูหรอก เ้าลองดูทางนี้ก่อน"
จากนั้นนางก็ลากเมิ่งฝานไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ที่นั่นมีชายหญิงอีกคู่หนึ่งกำลังประลองกระบี่กันอยู่
"สองคนนี้มีอะไรพิเศษหรือขอรับ?" เมิ่งฝานถามด้วยความสงสัย
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลิ่วเยียนผิงถึงจงใจลากเขามาดูสองคนนี้ประลองกัน
"ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า หยางเสี่ยวฮวา การจัดอันดับศิษย์สายในสองครั้งล่าสุด นางอยู่ในลำดับสูงกว่าข้าหนึ่งขั้นพอดี ข้าหมั่นไส้นางมานานแล้ว อยากจะโค่นนางลงมาให้ได้" หลิ่วเยียนผิงกล่าวอย่างขุ่นเคือง
เมิ่งฝานถามอย่างแปลกใจ "แล้วท่านลากข้ามา มีประโยชน์อะไรหรือขอรับ?"
หลิ่วเยียนผิงกล่าวว่า "ข้าเห็นว่าเ้าเชี่ยวชาญวิชากระบี่หลายแขนง วิชากระบี่สิบสามเมฆหมอกที่นางฝึกอยู่นี้ เ้าเคยเรียนหรือไม่?"
วิชากระบี่สิบสามเมฆหมอก?
พูดตามตรงเมิ่งฝานเองก็ไม่รู้ว่าตนเองเคยเรียนหรือไม่
เขาเคยเห็นวิชากระบี่มากมายในหอหยั่งรู้กระบี่ แต่กลับไม่ทราบชื่อของวิชากระบี่เ่าั้เลย