“พวกเ้ามาจากหอหงไถเช่นนั้นหรือ?” สตรีเ้าของร้านเริ่มสนใจเด็กๆ ขึ้นมาบ้าง ในมือนางหยิบเค้กถั่วแดงใส่ลงไปในกล่องเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นหวังหยวนปฏิเสธนางก็รีบชักมือที่กำลังจะส่งให้เจียวจ้านกลับมา รู้สึกเห็นด้วยกับหวังหยวน
“ขอรับ พวกเราหาปลามาขายได้รายได้มานิดหน่อยก็เลยเข้าเมืองมาหาซื้อของใช้ที่จำเป็ขอรับ”
“เอาอย่างนี้สิ ที่ร้านข้ายังมีขนมอีกตั้งหลายอย่าง หรือไม่อย่างนั้นเ้าก็เลือกลูกอมนี่ไป 5 เม็ด 2 อีแปะ อย่างนี้จะได้แบ่งกันได้หลายคน” หญิงเ้าของร้านรีบเสนอขายสินค้าอย่างอื่น นางไม่รู้ว่าเด็กในหอหงไถมีจำนวนกี่คนกันแน่ แต่ย่อมไม่น้อยกว่าสิบคน
ฝานเจิ้ง อู๋ฉีและอู๋ซิน ต่างก็พากันมองไปที่ลูกอมน้ำตาลปั้นด้วยความอยากกิน รอฟังการตัดสินใจจากเจียวจ้านที่เป็พี่ใหญ่ในกลุ่มเด็กชาย
“ท่านอาหวังเค้กถั่วแดงนั้นข้าตั้งใจซื้อให้ท่านจากใจจริง แล้วข้าจะเอาลูกอมอีก 10 เม็ดขอรับ”
สามเด็กชายได้ฟังก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย พวกเขามีกัน 19 คน หากเจียวจ้านซื้อไปเพียงสิบเม็ด ย่อมต้องให้น้องที่อายุน้อยกว่าได้กินก่อน พวกตนเป็กลุ่มรุ่นพี่คงอดแน่แล้ว แต่เงินแปดอีแปะเด็กชายก็พอจะนับตัวเลขได้ว่ามันซื้อได้เพียงเท่านั้นจริงๆ
“หากคืนเค้กถั่วแดงไป เ้าก็จะได้ลูกอมอีก 10 เม็ด เพียงพอสำหรับเด็กที่หอหงไถทุกคนเลยนะ” หวังหยวนรู้ว่าเจียวจ้านเหลือเงินเพียงแปดอีแปะ ซึ่งพอดีกับค่าลูกอม 20 เม็ด ไหนจะสายตาอยากกินลูกอมใจแทบขาดของเด็กชายสามคนข้างหลังนั่นอีกเล่า เขาทำใจรับเอาของมาจากเจียวจ้านไม่ได้จริงๆ
“พวกเราอาจจะต้องพึ่งพาท่านอาอีกหลายครั้งขอรับ เท่าที่ท่านมีน้ำใจกับพวกเราครั้งนี้ข้าก็เกรงใจไม่น้อยแล้ว ท่านอาอย่าปฏิเสธอีกเลย ลูกอม 10 เม็ด พวกเราแบ่งกันกินคนละครึ่งก็พอ”
คำพูดที่อ่อนน้อมและจริงใจของเจียวจ้าน ทำให้สตรีเ้าของร้านถึงกับหุบยิ้มไม่ลง ไม่คิดว่าเด็กที่เกิดจากหญิงคณิกาจะรู้จักกาลเทศะและมารยาทงามถึงเพียงนี้ พวกเขายอมแบ่งลูกอมกันเพียงเล็กน้อยแต่เลือกที่จะให้ขนมชิ้นใหญ่กับคนรับจ้างขับเกวียนซึ่งไม่ได้เป็ญาติมิตรเพื่อแสดงน้ำใจ นี่เป็เื่ที่พบเห็นได้ยากโดยเฉพาะกับเด็กกำพร้าในหอหงไถที่ขาดการดูแล
“เอาอย่างนี้ เ้าว่าพวกเ้าจับปลาได้ใช่หรือไม่ เข้าเมืองคราวหน้าเ้าก็เอามาขายให้ข้าบ้าง ส่วนนี่ ข้าให้เ้าขอยืมไปอีก 10 เม็ด แล้วค่อยมาจ่ายคืนวันหลัง ข้าไม่รีบทวงคืนหรอก” หญิงร่างท้วมหันไปหยิบลูกอมน้ำตาลปั้นอีกสิบเม็ดมาห่อกระดาษส่งให้เด็กชาย
“ท่านป้าพูดจริงหรือ ท่านให้พวกเราขอยืมลูกอมไปก่อนได้จริงๆ หรือขอรับ” อู๋ฉีดันร่างเจียวจ้านให้ถอยหลังออกไป กลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธไปเสียก่อน
“จริงสิ ข้ารู้ว่าพวกเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังอย่างแน่นอน" หญิงเ้าของร้านตอบอย่างมั่นใจเต็มที่ ว่าเด็กๆ จะนำเงินมาจ่ายค่าลูกอมที่เหลือให้กับนาง
“ได้ขอรับ อีกสามวันพวกเราจะเอาปลาเข้ามาขายให้ท่านแล้วจะจ่ายค่าลูกอมให้ครบ ข้าจะมาด้วยตัวเองเลย” อู๋ฉีรีบตกปากรับคำหนักแน่น ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเด็กทุกคน
หวังหยวนพาเด็กๆ กลับมาส่งที่ประตูหน้าหอหงไถ ชาวบ้านหลายคนที่เดินผ่านก็เริ่มให้ความสนใจกลุ่มเด็กชายทั้งสี่ที่มีสินค้าติดไม้ติดมือรวมทั้งมีเงินจ้างเกวียนกัน พวกเขาเคยเห็นเด็กชายกลุ่มนี้เอาปลาออกมาขายบ้างแล้วจึงไม่แปลกใจเท่าใด ยิ่งเด็กๆ รู้จักช่องทางหาเงินกันเอง ก็ยิ่งทำให้พวกเขาสบายใจและไม่ต้องคอยแอบเอาข้าวมาโยนให้ นี่เป็เื่ดีชัดๆ!!
“อีกสามวันพวกเ้าจะให้ข้ามารับเข้าเมืองสือเจียอีกหรือไม่เล่า” หวังหยวนส่งเด็กชายลงจากเกวียนจนครบแล้วเขาก็เป็ฝ่ายร้องถามออกมาเอง จำได้ว่าเด็กชายนัดหมายจะเอาปลาไปขายให้กับร้านขนมสกุลหลี่
เจียวจ้านที่วางแผนเอาไว้ในใจ ถึงกับฉีกยิ้มกว้าง การแสดงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ กับท่านอาหวังทำให้ตนได้รับประโยชน์จริงๆ เสียด้วย!!
“ท่านอา หากมารับพวกเราท่านก็ต้องขาดทุนอีกไม่ใช่หรือขอรับ พวกเราจ่ายค่าจ้างเพียงแค่ 10 อีแปะ เท่านั้นเอง”
หวังหยวนหน้าเสียไปเล็กน้อยรู้สึกอับอายกับการกระทำของตน เขาบ่นว่ายายเฉินที่ต่อรองราคาค่าจ้างอย่างโเี้ จาก 15 อีแปะเหลือเพียง 10 อีแปะมาตลอดทางทั้งไปและกลับ แต่อันที่จริงตนเองก็ไม่ได้มีอะไรทำอยู่แล้ว การเข้าเมืองสือเจียครั้งนี้เขาก็ถือโอกาสซื้อข้าวของกลับเรือนไปพร้อมกัน แม้เด็กชายจะไม่ว่าจ้างตนก็ต้องเข้าเมืองอยู่ดี
“ไม่เป็ไร ข้าคิดพวกเ้า 10 อีแปะตลอดไปเลยก็ย่อมได้ แต่พวกเ้าต้องนัดหมายล่วงหน้าเช่นนี้ให้ชัดเจน ข้าจะได้เตรียมตัวถูก” หวังหยวนคิดว่า หากรู้ล่วงหน้าตนอาจจะรับจ้างผู้อื่นให้ฝากซื้อของเล็กๆ น้อยๆ จากในเมืองมาเป็รายได้เสริมเอาก็ได้
“ตกลงขอรับ อีกสามวันเวลาเดิมพวกเราจะออกมารอ” เด็กชายทั้งสี่ก้มศีรษะเป็การขอบคุณและร่ำลาจากหวังหยวนด้วยท่าทางสุภาพนอบน้อม
รอจนหวังหยวนเดินจากไปไกลแล้ว เด็กชายสี่คนก็หันหน้าเข้าหากันเริ่มไขข้อข้องใจที่พวกตนยังคงค้างคาอยู่เต็มอก
“เจียวจ้าน เหตุใดเ้าจึงซื้อเค้กถั่วแดงให้ท่านอาหวังเล่า หากไม่ซื้อเราก็จะไม่ติดหนี้ร้านขนมและยังซื้อลูกอมให้ทุกคนได้เลยนะ” อู๋ซินถามทันที
“อันที่จริงข้าไม่ได้อยากเป็หนี้ ลูกอมสิบเม็ด พวกเราแบ่งคนละครึ่งเม็ดก็เพียงพอสำหรับทุกคน แต่ข้าเห็นว่านางเป็ผู้เสนอมาเองจึงไม่ได้ขัดขวาง อย่างไรเราก็ไม่คิดคดโกงนางอยู่แล้วนี่”
“เื่แบ่งลูกอมข้าไม่ได้ติดใจอะไร แล้วเื่เค้กถั่วแดงเล่า หากไม่ให้ท่านอาหวังไปพวกเราเอามาแบ่งกันกินก็ได้เหมือนกัน” อู๋ฉียังคงข้องใจอยู่
“เราเสียเงินสี่อีแปะ ในการซื้อเค้กถั่วแดงให้ท่านอาหวังเพียงครั้งเดียว แต่เมื่อครู่เ้าก็ได้ยินกันแล้วนี่ว่าท่านอายอมรับค่าจ้างวันละ 10 อีแปะตลอดไป เท่ากับเราประหยัดเงินในอนาคตไปได้อีกไม่น้อยเลยทีเดียวนะ” เจียวจ้านย่ำเท้าลงกับพื้นเบาๆ รอคอยให้น้องชายสามคนคิดตามให้ทันว่าตนฉลาดเฉลียวเพียงใด
"เข้าใจแล้ว!! อู๋ฉีเป็คนแรกที่คิดได้ขึ้นมาก่อน
“เ้าติดสินบนท่านอาหวังด้วยขนมสี่อีแปะ เพื่อให้ลดราคาค่าจ้างครั้งละ 5 อีแปะตลอดไป เ้าฉลาดจริงๆ เจียวจ้าน”
“อย่างนี้ถือว่าพวกเราคิดเอาเปรียบคนหรือเปล่าเจียวจ้าน มันจะดีหรือ” ฝานเจิ้งเกาศีรษะเบาๆ ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่พวกตนกำลังทำอยู่น่าภาคภูมิใจหรือไม่
เด็กชายสี่คนพากันก้มหน้ามองพื้นครุ่นคิดถึงเื่ที่ตนเพิ่งทำลงไป หากเข้าไปในหอหงไถแล้วเล่าให้พวกพี่สาวฟัง ตนจะถูกตำหนิหรือได้รับคำชมเชยกันแน่ เจียวจ้านเริ่มรู้สึกหวั่นใจจนเหงื่อตก
การกระทำและคำพูดของเด็กชายทั้งสี่ อยู่ในสายตาของทหาร 5 คนที่เฝ้าอยู่ที่หน้าหอหงไถั้แ่ต้น พวกเขาถึงกับอมยิ้มที่เด็กๆ ฉลาดและยังมีคุณธรรมอยู่ในใจ
“ข้าจะแนะนำให้” ฉีฟ่ง ทหารวัยกลางคนคนเดิม เดินมาตบหลังเด็กชายทุกคนเบาๆ
“เราควรทำอย่างไรดีขอรับ ครั้งต่อไปเราควรจ่ายให้ท่านอาหวังเต็มจำนวนใช่หรือไม่” เจียวจ้านเริ่มมีม่านน้ำตาคลออยู่ในดวงตาสองข้างจางๆ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังทำสิ่งไม่ดีอยู่
“หวังหยวนผู้นั้นยินยอมรับเงินค่าจ้าง 10 อีแปะ เพราะเขาคิดว่านั่นมันเพียงพอแล้ว พวกเ้าย่อมไม่ผิด แต่หากยังรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับหวังหยวน ก็เอาเป็ว่าเมื่อพวกเ้าหาเงินได้มากขึ้น ก็ค่อยๆ เพิ่มให้เขาจนเต็มจำนวนก็ได้นี่นายังไม่ต้องรีบร้อน อีกอย่างพวกเ้าเข้าเมืองไปแค่ไม่นานก็กลับออกมา หวังหยวนยังไปทำงานอื่นต่อได้อีก เขาไม่ได้เสียเวลาทั้งวันเสียเมื่อใด”
“จริงด้วย ถ้าท่านอาหวังไม่เต็มใจเขาก็ปฏิเสธได้ แต่เขาไม่ปฏิเสธนั่นหมายความว่าเขาเต็มใจ ข้าไม่ได้ทำผิด” เจียวจ้านอยากจะร้องไห้ ในที่สุดเขาก็มีข้อแก้ตัวให้กับตัวเองเสียที
“ไปเถิด รีบกลับเข้าไปข้างในกันได้แล้ว อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะออกไปลาดตระเวนทางอื่นบ้าง ไม่ได้อยู่ดูพวกเ้าตลอดเวลาหรอกนะ ระมัดระวังตัวให้ดีด้วยเล่า”
“ขอบคุณนายท่านขอรับ” เด็กชายสี่คนโค้งตัวคำนับจนเกือบจะเอาศีรษะโขกลงถึงพื้น พอลุกขึ้นได้ก็วิ่งหายเข้าไปในหอหงไถพร้อมกับข้าวของที่หวังหยวนช่วยห่อใส่ผ้าผูกติดหลังพวกเขาเอาไว้แน่น