แม้ว่าตัวเองยังไม่เคลียร์นักกับหัวใจ แต่คัมภีร์ก็อิ่มใจกับความสุขในแบบเงียบ ๆ ของตัวเอง มันไม่ได้เหมือนความรู้สึกที่เคยเป็มา มันดีกว่า เพราะการกลับมาของริวในครั้งสุดท้ายนั้น มันทำให้คัมภีร์เคลียร์ตัวเองได้
เขาอาจจะยังคิดถึง่เวลาดี ๆ ที่เขากับริวเคยมีต่อกันได้ แต่นั่นก็คืออดีต เขาดีใจที่ริวกลับมาปิดจ๊อบให้ ต่อไปนี้ การก้าวเดินต่อไปในชีวิตของเขา จะเป็ก้าวเดินก้าวใหม่ที่มีแต่ความหลังดี ๆ กับคนรักเก่าอย่างริว แต่ก็รู้ว่ามันจะไม่หวนคืนมา ตัวของเขามีแต่จะเดินไปข้างหน้า ในขณะที่ ริวก็มีหนทางของตัวเอง
เขาจะไม่มีวันเศร้ากับเื่เก่า ๆ อีกต่อไป แต่ถ้ามันจะกลับมาทักทายกันบ้างก็ไม่เป็ไร
แล้วบ้านใจพักก็กลับมีแขกมาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่อง จนคัมภีร์ไม่ได้มีเวลานึกถึงตัวเองนอกจากทำงาน เวลาของเขาที่คิดว่าจะได้อยู่เงียบ ๆ ได้พักจิตพักใจในบ้านใจพักของตัวเอง กลับหมดไปกับการตื่นเช้าไปตลาด ทำอาหารให้แขกที่มาเข้าพัก ทำความสะอาดห้อง ทำความสะอาดบ้าน
กว่าจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปแล้วสามเดือนเต็ม ๆ
วันนี้ไม่มีลม แดดแรง แต่อากาศก็สะอาด คัมภีร์ตื่นแต่เช้า เพื่อไปตลาด ซื้ออาหารเช้าง่าย ๆ ให้กับแขกคนสุดท้ายของเดือนนี้ก่อนที่จะส่งแขกขึ้นรถกลับบ้าน หลังจากทำความสะอาดห้องนอนแขกแล้ว คัมภีร์จึงได้มานั่งเงียบ ๆ ในห้องนั่งเล่น
คำภีร์ถอนหายใจยาว ในที่สุด เขาก็กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง แขกคนต่อไปที่จะมาที่บ้านใจพักนั้นจะมาในเดือนหน้า ่นี้ จึงเป็่เวลาที่จะได้อยู่คนเดียวอย่างแท้จริง
บ้านไม้เก่าริมทะเล กลับมาเงียบสงบ หลังจากที่วุ่นวายมาสามเดือนเต็ม ๆ
อากาศร้อนจัด คัมภีร์จึงเลือกที่จะเปิดแอร์เย็น ๆ เลือกฟังเพลงที่ชอบแล้วก็นั่งมองทะเลไปเรื่อย ๆ เวลาผ่านไปเร็วก็ดี เพราะบางที เขาก็รู้สึกว่าบาง่เวลาในชีวิตนั้นมันช้าเกินไป เขาค้นหนังสือเก่า ๆ ที่ชอบมาอ่านซ้ำอีกครั้งจนหลับไปบนโซฟาตัวโต
เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ปลุกให้คัมภีร์ตื่น เขาดูตรงหน้าต่างแล้วหัวใจก็เต้นตึกตักอีกครั้ง
คงเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองรู้สึกยินดี ที่จะไม่ต้องได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป
ประตูเปิดออก ธีรัชยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้ม ไรหนวดเคราบาง ๆ นั้นทำให้เขาดูดี แต่การที่เขามายืนตรงหน้าคัมภีร์ได้ในตอนนี้ ทำให้ธีรัชดูดีขึ้นมากแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะเป็พันเปอร์เซ็นต์
ทั้งคู่โอบกอดกันด้วยความคิดถึง
"ผมกลับมาตามสัญญา"
คัมภีร์มองธีรัชที่มาแต่ตัว ธีรัชเหมือนจะรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรจึงรีบตอบ
"กระเป๋าเดินทางผมอยู่ท้ายรถ สองใบใหญ่ ๆ เลย แล้วก็ของแต่งบ้านบางอย่างที่ผมชอบมันมาก ๆ"
คัมภีร์ยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคำตอบคืออะไร
"คุณทำภารกิจสำเร็จแล้วหรือ"
ธีรัชส่ายหน้าเป็คำตอบ
"ไม่เลย ผมอยากจะกลับมาอยู่ที่นี่ก่อน เพราะมันนานเกินไปที่จะรอ"
หลังจากจิบเบียร์เย็น ๆ แล้ว ธีรัชส่งยิ้มมาให้คัมภีร์อย่างจริงจัง
"ภารกิจไม่สำเร็จ แต่ผมก็จะพยายามต่อไป ผมว่า จะมาขอเป็ลูกจ้างประจำที่นี่ ได้หรือเปล่าครับ"
"จะเอาอย่างนั้นก็ได้ เพราะบ้านใจพักรอให้คุณกลับมาเกือบสี่เดือนแล้วนะ นับจากวันที่คุณจากไป"
"คอนโดผมปล่อยให้เช่าแล้ว ผมไม่มีที่ไปที่ไหน นอกจากที่นี่"
ธีรัชเกาศีรษะอย่างเขิน ๆ ที่ตัวเองกำลังขอคัมภีร์มาอยู่ที่นี่
"ผมไม่ค่อยเกี่ยงงานหรอก งานใช้แรงผมทำได้หมด"
"ได้สิ"
คัมภีร์ยิ้มแล้วตอบอย่างไม่อ้อมค้อม ความสุขที่เคยเห็นเป็แสงริบหรี่อยู่ที่ปลายอุโมงค์มันเริ่มเห็นเป็รูปเป็ร่าง คัมภีร์แค่ภาวนา ไม่อยากจะให้มีอะไรเปลี่ยนไปอีก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาควบคุมมันไม่ได้
"ขอบคุณครับ"
ธีรัชยืนขึ้น
คัมภีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วย
"ถ้าอย่างนั้นผมจะไปตลาด คุณอยากจะกินอะไรล่ะ เย็นนี้ผมจะได้ทำให้กิน ฉลองที่คุณกลับมาไง"
ธีรัชส่งยิ้มให้ เหมือนเขาได้มาอยู่ในที่ที่สบายอกสบายใจอย่างที่สุดแล้ว
"ถ้าคุณภีร์ทำ ผมกินได้หมดแหละ"
ค่ำวันนั้น มื้อค่ำบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง ที่มีวิวเป็ทะเลสีดำ คัมภีร์จุดตะเกียงไว้ตรงต้นลีลาวดีด้านนอกที่อยู่ใกล้ ๆ หน้าต่าง แสงวิบวับของตะเกียง ตัดกับความมืดของทะเล สองคนจิบไวน์ที่ธีรัชหิ้วมาฝาก แล้วคุยกันอย่างออกรส
คัมภีร์ััความสุขสมหวังที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณนั้นได้ และเขาก็ไม่อยากให้มันจากไปไหน
"ผมมีความสุขจัง ที่คุณมา"
"ผมก็มีความสุข ที่ได้มาพบคุณที่นี่"
ธีรัชยิ้มอีกแล้ว วันนี้ ธีรัชส่งยิ้มให้เขาเป็ครั้งที่ร้อยแล้วกระมัง และคัมภีร์ก็ชอบ แม้ว่าธีรัชจะยิ้มเป็ครั้งที่พันก็ตาม
"วันนี้ผมดูคุณยิ้มร้อยรอบพันรอบแล้วมั้ง คุณธีร์"
"ครับ แล้วผมก็จะยิ้มต่อไปเรื่อย ๆ"
คัมภีร์ยิ้มเขิน แต่สบตาคนที่นั่งตรงข้ามจริงจัง
"ผมอายุมากขึ้นทุกวัน เบื่อแล้วกับความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน ผมอยากจะอยู่กับคุณให้นานที่สุด นี่ผมพูดตรงไปหรือเปล่า"
"ในเวลาอย่างนี้ คำพูดที่จริงใจ มันจะไม่ทำให้ใครต้องเสียเวลาเลย"
คัมภีร์ยิ้มมาให้ เพราะหมดคำพูดแล้ว เขากับคัมภีร์ไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์ แต่เขากับริว ยังมีเื่ที่จะต้องเคลียร์กันอยู่
คำถามที่ธีรัชเฝ้าถามริวนั้น เขาไม่เคยจะได้คำตอบ เขาขาดการติดต่อกับริวมาเกือบจะสองปีแล้ว แต่ในปีสุดท้าย เขาพยายามถามในสิ่งที่เขาอยากจะรู้ แต่ริวก็บล็อคเขาในทุกช่องทาง จนเขาหมดหวังที่จะทำภารกิจที่เขา้าให้สำเร็จ
"พี่ธีร์จะถามเื่นี้กับผมเพื่ออะไร"
"พี่ก็แค่อยากจะรู้"
"ผมไม่บอก ทำไมผมจะต้องบอกพี่ด้วย"
บางทีธีรัชก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าคบกับริวมาได้อย่างไรตั้งสองปี พอไม่มีเยื่อใยต่อกัน ต่างก็กลายเป็คนแปลกหน้า สำหรับเขานั้น นอกจากอยู่ในโหมดของความเศร้าเสียใจแล้ว เขาก็ไม่ได้มีอารมณ์อื่นใดร่วมแม้กระทั่งความโกรธแค้น แต่ริวนั้น ทำราวกับเขาเป็ศัตรูตัวฉกาจ ทั้ง ๆ ที่ริวเป็คนบอกเลิกเขาจนทำให้เขาเสียศูนย์ไปถึงสองปีเต็ม ๆ คนแบบนี้ก็มีด้วย
นี่ถ้าเขาไม่ได้มาพบคัมภีร์ที่บ้านใจพัก เขาก็คงไม่ได้ชีวิตของเขากลับคืนมา เพราะสาเหตุของการเลิกราของเขากับริวนั้น เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำไป
'พี่ไม่มีเวลาให้ผมเลย' ริวบอกอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่งานของเขาเป็งานที่ทำที่บ้าน เขาอยู่ที่คอนโดแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำงานเช้าจรดเย็น แล้วที่เหลือก็พักตามปกติ
แล้วเขาก็มารู้ทีหลังว่าเป็เพียงข้ออ้าง ความจริงก็คือ ริวพบคนใหม่ที่ถูกใจกว่า
เขาได้ยินจากเพื่อนของริวว่า ริวกำลังจะแต่งงานกับไนท์ มันไม่ได้ทำให้ธีรัชเจ็บ แต่มันทำให้ธีรัชนิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
คนที่เขาหากันจนเจอ เขาก็ได้ไปอยู่ด้วยกัน เหมือนเขากับคัมภีร์ไง
"แล้วคุณธีร์จะทำยังไงกับภารกิจสำคัญที่บอกว่ายังไม่สำเร็จ"
"ผมยัง้าจะทำมันอยู่ แต่ผมยังบอกอะไรตอนนี้ไม่ได้"
"มันคงจะสำคัญมาก"
คัมภีร์อยากจะฟังอีกครั้ง เผื่อว่าเขาจะช่วยอะไรได้
"เื่นี้มันสำคัญสำหรับผมมาก แล้วผมก็อยากจะทำให้สำเร็จ"
ธีรัชบอกได้แค่นั้น ทำให้รู้ว่า เขายังไม่อยากจะบอกใคร
ช่างเถอะ เอาที่ธีรัชสบายใจ
คืนนี้ แม้ว่าจะเป็คืนเดือนมืด แต่ก็เป็ค่ำคืนที่มีความหมายสำหรับคนทั้งสอง เงาที่ทาบทับกันในคืนนี้ มันหมายถึงการลงนามในสัญญาที่ว่าด้วยใจกับใจ จะให้เกียรติกัน จะไม่ไปไหน และจะคอยอยู่เป็กำลังใจให้อีกคนหนึ่ง ไม่ว่าทางข้างหน้านั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม
"ผมรักคุณนะธีร์"
"ผมก็รักคุณ"
ในคืนเดือนมืด ที่ไม่มีแสงจันทร์ส่องสว่าง มืดไปหมดทั้งฟ้าและทะเล แต่ที่บ้านไม้หลังเก่าริมทะเลกลับมีแสงแห่งความรักความหวัง ที่คนสองคนถ่ายทอดให้กันไปมาอย่างไม่สิ้นสุด