ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
><><><><><><><><><><><><>
หยางมี่ก้มตัวลงใช้มือแหวกหญ้าออกเพื่อหาต้นฉั่งฉิกตามที่หวังเฉาหม่าฮั่นแนะนำ
"เหตุใดท่านเทพไม่มอบความรู้เื่สมุนไพรให้ข้าบ้างนะ "
'เ้าก็ได้รถม้ามิติแล้วอย่างไร กับพรอีกตั้งหลายข้อ'
"พวกเ้าขอพรได้ด้วยหรอ ขี้โกงนิ ว่าแต่พวกเ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าพวกเ้ามาที่แห่งนี้ได้อย่างไร หรือว่าพวกเ้าตายพร้อมกันสี่ตัว "
"พวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาได้อย่างไร จำได้ว่าข้าทั้งสี่รอเ้าอยู่หน้าประตูบ้าน พอเห็นบุรุษผมยาวพวกข้าก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนกระทั้งเข้ามาในดินแดนว่างเปล่า แล้วได้รับหน้าที่ให้ติดตามเ้า ส่วนเื่พรข้าบอกเ้าไม่ได้"
"อืม..ไม่เป็ไร ขอแค่มีพวกเ้าทั้งสี่ ข้าก็จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว"
หมาทั้งสองตัวเอาหน้าถูไถหยางมี่อย่างออดอ้อนและให้กำลังใจ หลังจากนั้นก็ช่วยหยางมี่หาสมุนไพรต่อ ทั้งยังสอนหยางมี่เื่สมุนไพรอีกด้วย
'อ่าา...เป็ไงล่ะมีหมาคอยสอน นี่ข้ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร '
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม หยางมี่หาต้นฉั่งฉิกได้เยอะมาก นางจึงนำผ้ามาปูไว้ที่พื้น
แล้วนำต้นฉั่งฉิกมาวางไว้ในผ้าและมัดผ้าให้แน่น จากนั้นนางก็ขึ้นขี่หวังเฉาแล้วรีบกลับไปที่รถม้า
"เฉินเอ๋อร์พี่กลับมาแล้ว"
"พี่สาวไปนานมากขอรับ"
"พี่ไปเก็บสมุนไพรมาน่ะ เป็สมุนไพรห้ามเื มีเอาไว้ย่อมอุ่นใจกว่านะ เอาไว้เมื่อถึงเมืองจงซานเราจะเอาโสมกับสมุนไพรที่พี่หามาได้ไปขายอีก เราจะได้มีเงินเยอะๆ"
"โอ๊ะ...เงินเยอะๆ ข้าชอบขอรับพี่สาว"
"คิกคิก..พี่ก็ชอบเงินเยอะๆเช่นกัน"
สองพี่น้องพากันหัวเราะคิกคักบนรถม้า หลังจากที่หยางมี่พูดคุยหยอกล้อกับน้องชาย
นางจึงนึกขึ้นได้ว่าฟืนยังไม่ดับ นางก็เลยทำไข่เจียวราดข้าวไว้เพื่อเก็บไว้กินตอนกลางวันต่อ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา
"เฉาก๊วย ก๊วยเจ๋ง เ้าไม่หนาวหรือ อากาศเย็นลงกว่าเมื่อวานอีกนะ "
'พวกข้าไม่หนาว ไม่ร้อน ไม่ว่าหิมะจะตกหนักอย่างไรแดดจะแรงมากขนาดไหน ข้าก็ไม่รับรู้ถึงมัน'
"ดีจังเลยนะ"
'เ้าก็มีรถม้าอุ่นๆอยู่แล้วนิ'
"แต่พอข้าออกมาบังคับม้าข้างนอกข้าก็หนาวอยู่ดี แต่ดีที่ในรถมีผ้าห่ม อ๊ะ!!...ข้าลืมไปเลย ถ้าหากว่าหิมะตกหนัก รถม้าจะวิ่งได้อย่างไร
'เ้าลองลงไปมองที่ใต้รถม้าสิ มันมีอุปกรณ์เปลี่ยนล้อ เป็ลากเลื่อนหิมะ'
หยางมี่ะโลงจากรถม้าและก้มลงไปมองใต้รถม้าทันที นางเห็นอุปกรณ์ลากเลื่อนหิมะ
"ใหญ่ขนาดนี้แล้วข้าจะเปลี่ยนอย่างไรเล่า!! ใครจะยกรถม้าให้ข้าถอดล้อเพื่อเปลี่ยนอีกอันใส่เข้าไป"
'สี่ยอดกุมารของเ้าอย่างไรเล่า'
"สี่ยอดกุมารหรือ...ฮ่าๆๆๆ สี่ยอดกุมารของข้า เ้าไปดูละครจักรๆวงค์ๆมาั้แ่เมื่อไหร่กัน ฮ่าๆๆๆ"
'ขึ้นรถม้าไปได้แล้ว ได้เวลาเดินทางแล้วมี่มี่'
"เ้าค่ะๆ ท่านเฉาก๊วย ท่านก๊วยเจ๋ง"
'ข้าเกลียดชื่อเฉาก๊วยที่สุด'
"แล้วเ้าอยากชื่ออะไรเล่า"
'จั่นเจา'
"จั่นเจาก็มา ฮ่าๆๆๆ...งั้นข้าก็เป็ท่านเปา ส่วนน้องข้าเป็ท่านกงซุน ฮ่าๆๆๆ"
หยางมี่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะตอนนี้นางมีตำลึงทองอยู่กับตัวให้อุ่นใจ
มีอาหารเพียงพอ รวมถึงอาการของน้องชายดีขึ้นมากเช่นกัน
"ก๊วยเจ๋งจั่นเจาออกเดินทางเลย!!"
...ฮี้…
ม้าทั้งสองเดินลงจากเขา เข้าสู่เส้นทางหลัก เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองจงซาน สองข้างทางจากตอนแรกที่เป็ป่าหนาทึบ
ตอนนี้เริ่มกลายเป็เหวลึกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังต้องขึ้นเขาหลายลูก
หยางมี่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าควบคุมบังเหียน
ไม่กล้าที่จะมองลงไปข้างล่าง เนื่องจากทางด้านขวาของนางเพียงไม่กี่คืบก็เป็หุบเหวลึกแล้ว
"จั่นเจา ก๊วยเจ๋ง เดินระวังๆนะ ข้ากลัว"
'มีข้าอยู่ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าเ้ากลัวก็หลับตาซะ'
"อื้ม..."
หยางมี่หลับตาทั้งยังเอาผ้าห่มคลุมหัวมิด
"เฉินเอ๋อร์ "
"ขอรับ"
"เ้าอยู่ด้านในห้ามออกมาเด็ดขาดนะ"
"ขอรับพี่สาว "
ม้าทั้งสองนำพารถม้าของหยางมี่ลงจากทางช่องแคบได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็วิ่งตรงไปเพื่อขึ้นเขาอีกลูก
แต่ม้าทั้งสองเลือกที่จะแวะข้างทางเพื่อให้หยางมี่ได้หายใจหายคอก่อน
"เฮ้อ...ข้ารู้สึกเหนื่อยยังไงก็ไม่รู้"
'นั่งเฉยๆก็เหนื่อยหรือ หึหึ..ถ้าไม่อยากเหนื่อยก็อย่ากลั่นหายใจ'
"โธ่...ก๊วยเจ๋งเป็ใครก็ต้องกลั่นหายใจ ในเมื่อหุบเหวมันอยู่ข้างๆข้า"
"พี่สาวเรากินข้าวกันเถอะขอรับ"
"ได้ๆ"
เด็กทั้งสองคนกำลังนั่งกินข้าวอย่างสบายใจ จนกระทั่งสี่ยอดองครักษ์กับม้าทั้งสองก็เริ่มตื่นตัว แล้ววิ่งออกจากรถม้าไปยืนล้อมรอบรถม้าพร้อมกับส่งเสียงขู่
"กะ เกิดอะไรขึ้น"
'หมาป่ากำลังมาทางนี้ พาหยางเฉินขึ้นข้างบนเดี๋ยวนี้มี่มี่'
"หมาป่าหรือ!!"
หยางมี่รีบแบกน้องชายขึ้นหลัง แล้วรีบเดินขึ้นบันไดอย่างทุลักทุเล
เพราะหยางมี่เป็เด็กตัวเล็ก ส่วนน้องชายอายุเพียง4หนาวตัวก็โตเกือบจะเท่ากับหยางมี่
เมื่อหยางมี่ขึ้นมาถึง้าแล้ว ก็รีบพาน้องไปที่เตียงนอนทันที หลังจากนั้นก็รีบไปดูเหตุการณ์ที่หน้าต่าง
ฝูงหมาป่าประมาณ10กว่าตัวเดินเข้ามาล้อมสี่ยอดองครักษ์ของนาง
พร้อมกับขู่ออกมาอย่างน่ากลัว สี่ยอดกุมารของนางก็ไม่น้อยหน้า สุนัขพิทบูลทั้งสี่ของนางแยกเขี้ยวขู่ออกมาเช่นเดียวกัน
"สี่ยอดองครักษ์ของข้าหน้ากลัวยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นพวกมันโหดขนาดนี้มาก่อนเลย"
สี่ยอดองครักษ์คอยคุ้มครองม้าทั้งสองตัวเช่นเดียว ส่วนม้าทั้งสองก็ไม่น้อยหน้า
ยกขาหน้ากระแทกหัวหมาป่าจนตาย พร้อมกับดีดขาหลังจนหมาป่ากระเด็นลอยออกไปไกล ทั้งยังเอาฟันหน้างับหัวหมาป่าอีก
สี่ยอดองครักษ์เข้าไปต่อสู้กับฝูงหมาป่าอย่างดุเดือด สุนัขของนางอ้าปากงับคอหมาป่าทั้งยังฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ
จนกระทั้งจ่าฝูงหมาป่าเห็นท่าไม่ดี จึงสั่งให้สมาชิกในฝูงถอยออกมา เหตุการณ์นี้ฝูงหมาป่าล้มตายและาเ็กันไปหลายตัว
แต่สี่ยอดองครักษ์ของนางไม่เป็อะไรเลย เมื่อฝูงหมาป่าล่าถอยไปแล้ว นางจึงรีบลงไปข้างล่างทันที
"มีใครเป็อะไรหรือไม่"
'ไม่มีหรอก พวกข้าเก่ง'
"ข้าไม่น่าถามเลย แล้วเ้าสองตัวล่ะจั่นเจา ก๊วยเจ๋ง"
'พวกข้าไม่เป็ไร'
หยางมี่พยักหน้ารับรู้ พร้อมกับเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามร่างกายของสี่ยอดองครักษ์และม้าทั้งสองตัวเนื่องจากร่างกายของพวกมันมีคราบเืของหมาป่าติดเต็มไปหมด
"พวกเราไปที่อื่นกันเถอะ เดี๋ยวพวกมันกลับมาอีก"
'อืม'
หยางมี่เอารถม้าใส่ที่หลังของม้าทั้งสองอย่างเร่งรีบ แล้วออกเดินทางในทันที
"เฉินเอ๋อร์ ไม่มีอะไรแล้วละ สี่ยอดองครักษ์ของเราเก่งกาจมากจริงๆ ตอนนี้เ้าพักผ่อนเถอะ"
"ขอรับพี่สาว"
หยางเฉินยิ้มแฉ่งให้ผู้เป็พี่สาวอย่างน่ารัก ทำให้หยางมี่อดเอ็นดูไม่ได้จึงเดินมาหยิกแก้มไปหนึ่งที
"ข้าเจ็บนะขอรับ"
หยางเฉินลูบแก้มตัวเองไปมาพร้อมกับยู่ปากไปด้วย
"นอนซะ ตอนเย็นพี่จะขึ้นมากินข้าวด้วยนะ "
"ขอรับ"
หยางมี่กำลังจะเดินลงมาข้างล่างนางก็สังเกตเห็นประตูบานหนึ่งนางขมวดคิ้วทันที
"ข้าสำรวจไม่หมดหรือ"
หยางมี่ลองเดินเข้าไปเปิดประตู ปรากฎว่าด้านในคือห้องน้ำขนาดเล็กรูปแบบทันสมัยแต่อุปกรณ์เป็แบบโบราณ
ถังแช่อาบน้ำก็เป็แบบถังไม้ ถัดจากถังไม้ก็เป็ถังเก็บน้ำ ข้างๆถังเก็บน้ำก็เป็คันโยกสูบน้ำ ส่วนอีกฝั่งด้านในสุดก็เป็ชักโครกแบบเก้าอี้ไม้
"มันเพิ่งจะมีหรือข้าสำรวจไม่หมดนะ"
หยางมี่เอียงหัวสงสัย แต่ก็ช่างเถอะท่านเทพเมตตาขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
"ท่านคงจะเห็นข้าขนน้ำขึ้นรถม้าอย่างยากลำบากใช่หรือไม่เ้าคะ ขอบคุณท่านเทพอีกครั้งเมตตาเ้าค่ะ "
หลังจากนางสำรวจดูห้องน้ำที่ปรากฏออกมาใหม่แล้ว หยางมี่ก็ลงไปข้างล่างเพื่อออกไปนั่งประจำที่ควบคุมบังเหียน
เดี๋ยวคนที่ผ่านไปผ่านมาจะสงสัยว่าเหตุใดม้าถึงวิ่งเองได้โดยที่ไม่มีคนบังคับ
ถึงคราวที่หยางมี่ต้องลุ้นระทึกอีกครั้ง รถม้าเคลื่อนตัวผ่านช่องแคบที่สองข้างทางมีแต่หุบเหว
แต่ก็ไม่เท่ากับ่แรกๆ เนื่องจากมันเป็เส้นทางที่กว้างและมีไหล่ทางพอที่จะให้วิ่งสวนทางกันได้
"เมื่อไหร่จะหมดทางแบบนี้สักที "
'ยังมีอีกเยอะกว่าจะถึงแคว้นตงเปียน'
"เฮ้อ...ข้าจะพยายามทำใจให้ชิน หวังว่าคงจะลงจากเขาก่อนค่ำนะก๊วยเจ๋งจั่นเจา"
'ต่อให้ค่ำก็ต้องเดินทางต่อไป แถวนี้ไม่เหมาะกับพักค้างอ้างแรม'
"อืม..หนาวจังเลย"
หยางมี่ห่อตัวกับผ้าห่มถึงสองชั้น มือและใบหน้าก็เริ่มแดงขึ้น ลมหายใจเริ่มออกมาเป็ควัน
"อากาศหนาวที่ข้าเคยใฝ่ฝันว่าอยากจะััสักครั้ง สมใจอยากเลยตรูแล้วเหตุใดข้าถึงไม่ซื้อชุดกันหนาวมานะ บ้าจริงเชียว"
หยางมี่บ่นพึมพำ พร้อมกับด่าตัวเองไปด้วย ยิ่งขึ้นเขาสูงมากเท่าไหร่สภาพอากาศเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
ท้องฟ้าก็เริ่มจะมืดทั้งๆที่ตอนนี้ยังเป็เวลายามเว่ย [1] อยู่เลย
'มี่มี่ เข้าไปอยู่ด้านใน'
"แล้วพวกเ้าล่ะ "
'ข้าเคยบอกเ้าว่า ข้าไม่หนาวและไม่ร้อน ทั้งยังสามารถวิ่งเร็วและวิ่งได้นานเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเหนื่อย'
"สุดยอดเลย เหตุใดข้าเป็คนเดียวที่ไม่ได้ขอพร"
หยางมี่ยู่ปากพร้อมกับค่อยๆขยับตัวเข้าด้านในรถม้า นางไม่อยากยืนเพราะนางกลัวความสูง ยิ่งด้านข้างเป็หุบเหวด้วย แค่เห็นขาก็สั่นแล้ว
><><><><><><><><><><><><
ขอบคุณนักอ่านทุกๆท่านนะคะที่ติดตามหยางมี่ ขอบคุณทุกๆที่คอมเมนต์เลยจ้า
[1] ยามเว่ย - 13.00-14.59