เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็น ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตารวมถึงพี่แอมด้วย ฉันคิดว่าพี่ศิลาคงไม่มาเหมือนทุกครั้ง ในขณะที่ทุกคนกำลังจะเริ่มรับประทานอาหาร พี่ศิลาก็ปรากฏตัวขึ้น
แม่ผึ้งยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องมา พี่ศิลาเดินเข้ามาและนั่งลงข้างฉัน เขายังคงอยู่ในชุดสูทเรียบร้อย สีหน้าเย็นนิ่งเหมือนเดิม แต่กลับทำให้เขาดูโดดเด่นและน่ามองมากขึ้นกว่าเดิม
“นี่น้ำผลไม้สูตรพิเศษที่บำรุงสุขภาพ ผึ้งทำเองเลยนะ ทุกคนลองชิมดูนะคะ” แม่ผึ้งบอกอย่างภูมิใจ
พี่ก้อยแม่บ้านคนสนิทของแม่ผึ้งเดินเอาน้ำผลไม้มาเสิร์ฟ แก้วถูกวางลงตรงหน้าพี่ศิลาช้า ๆ ไวเท่าความคิด
“อย่าดื่มนะคะ” ฉันรีบกระซิบบอกพี่ศิลา
“ทำไม?” พี่ศิลาเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าเขายังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึกใด ๆ
“อย่าดื่มก็พอค่ะ ส่งมันมาให้แพร” ฉันใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจบทสนทนาของแม่ผึ้งเอ่ยบอกเขาอีกครั้ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ฉันอยู่ที่นี่ ฉันไม่เคยเห็นแม่ผึ้งใส่ใจพี่ศิลาแบบนี้เลยสักครั้ง การกระทำที่ดูพิถีพิถันเกินเหตุครั้งนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่ทุกคนหันไปสนใจแม่ผึ้ง โดยไม่ทันได้คิดฉันเอื้อมมือไปสลับแก้วของตัวเองกับแก้วตรงหน้าพี่ศิลา
“ผึ้งทำเองเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ลองชิม ถ้าทุกคนชิมจนหมดผึ้งจะดีใจมาก ๆ” แม่ผึ้งยิ้มอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะหันไปเอาอกเอาใจคุณพ่อการันต์ คุณพ่อการันต์หัวเราะเบา ๆ อย่างชอบใจ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด
“อืม อร่อยดีนะ” คุณพ่อการันต์พูดพลางยิ้มให้แม่ผึ้ง แล้วแม่ผึ้งก็ร่ายสรรพคุณของน้ำผลไม้ให้ทุกคนฟังอย่างภูมิใจ
“อร่อยจริง ๆ ด้วยค่ะคุณแม่” พี่แอมบอกอย่างเอาใจ
“อร่อยดีครับ” ก่อนจะตามด้วยพี่พีม
ดวงตาคมของพี่ศิลาเหลือบมองแก้วในมือฉันเพียงแวบเดียว ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“หึ” พี่ศิลายกแก้วขึ้นดื่มจนหมด รอยยิ้มของแม่ผึ้งกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น
ฉันจึงยกแก้วของพี่ศิลาขึ้นดื่มบ้าง สายตาของแม่ผึ้งเปลี่ยนไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าฉันดื่มไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็รอยยิ้มอ่อนหวานเหมือนเดิม และเมื่อเห็นว่าฉันยังไม่ดื่มต่อ แม่ผึ้งก็มองมาอีกครั้ง สายตาคู่นั้นทำให้ฉันรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก นั่นทำให้ฉันค่อย ๆ ยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
เมื่อคุณพ่อการันต์บอกว่าวันนี้รู้สึกง่วง แม่ผึ้งจึงพาท่านขึ้นไปพักผ่อน พี่พีมขอตัวไปส่งพี่แอมกลับคอนโด ฉันรีบบอกลาทุกคนก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง
ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งดื่มอะไรเข้าไป แต่สัญชาตญาณกำลังบอกว่ามันไม่ใช่เื่ปกติ ฉันรีบเร่งฝีเท้าเพื่อกลับไปให้ถึงห้องโดยเร็วที่สุด
“มานี่!” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนมือหนาจะคว้าข้อมือฉันไว้และพาเข้าไปในห้องของเขาอย่างรวดเร็ว
พรึบ
ไฟทั้งห้องดับลง เหลือเพียงความเงียบ
“เธอมีแผนอะไร”
“แพรไม่รู้ค่ะ…แพรแค่ไม่อยากให้พี่ศิลาดื่มแก้วนั้น”
“แพร…” ฉันเริ่มรู้สึกมึนศีรษะเล็กน้อย
“เงียบ” เขาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ฉันทั้งตัว แล้วเอนตัวลงมานอนอยู่ข้าง ๆ
แกร๊ก
ไม่กี่อึดใจเสียงเปิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาภายในห้อง
แสงไฟจากด้านนอกส่องลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย แม้ผ้าห่มจะบดบังสายตาเอาไว้ แต่ฉันยังพอมองเห็นเงาร่างนั้นได้เลือนราง แค่เห็นรูปร่างฉันก็รู้ทันทีว่าเป็ใคร
แม่ผึ้ง...
“จริง ๆ แล้วใจเธอเองก็มีฉันอยู่เหมือนกันใช่ไหม ปกติเธอแทบไม่เคยมาบ้าน” ฉันนอนนิ่งอยู่บนเตียงของพี่ศิลา ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
“ฉันแค่ส่งข้อความว่าอยากให้เธอมาที่บ้าน ฉันมีอะไรอยากให้เธอดู แล้วเธอก็มาจริง ๆ” ความรู้สึกมึน ๆ ทำให้การรับรู้ฉันเริ่มลดลง
“ให้ฉันช่วยปลดปล่อยให้เธอนะศิลา” น้ำเสียงกระเส่าของแม่ผึ้งดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“ฉันจะช่วยเธอเอง” พี่ศิลายังคงนอนนิ่ง เขาไม่ตอบแม่ผึ้ง
“ฉันรู้ว่าเธอ้าฉัน…ฉันเองก็้าเธอ” แล้วเสียงฝีเท้าของแม่ผึ้งหยุดลงที่ข้างเตียงของพี่ศิลา
“เื่ของเราจะเป็ความลับ ฉันจะทำเธอติดใจ” ฉันเหลือบไปเห็นมือเรียวของแม่ผึ้งลูบไล้ตามอกแกร่งของพี่ศิลาเข้ามาใต้ผ้าห่ม
“หึ…ไสหัวออกไป ฉันไม่้า!” น้ำเสียงของพี่ศิลาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดปัง เขาผลักมือแม่ผึ้งออกอย่างไร้เยื่อใย
“เธอปฏิเสธฉันไม่ได้หรอกศิลา ฉันรู้ว่าเธอ้า” ร่างเย้ายวนในชุดนอนบางเบาเบียดชิดเข้ามากใกล้พี่ศิลาอย่างแแ่โดยไม่สนใจท่าทีของคนตรงหน้า
“ยังไม่ออกฤทธิ์งั้นเหรอ อีกเดี๋ยวเธอก็้าแล้วล่ะ” แม่ผึ้งพูดก่อนจะลูบคลำที่แผงอกของพี่ศิลาอย่างดื้อดึง
“ยาปลุกเซ็กส์สินะ” น้ำเสียงรู้ทันของพี่ศิลาดังขึ้น ยาปลุกเซ็กส์งั้นเหรอ…ฉันใจหายทันที
“ไสหัวออกไป!” พี่ศิลาพูดพลางปัดมือที่กำลังไล่ลงต่ำเรื่อย ๆ ออก
“ไสหัวออกไปก่อนที่เธอจะหมดสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้”
“เธอ้าฉัน!” แม่ผึ้งพูดอย่างไม่ยอมแพ้แล้วพยายามเกาะแขนพี่ศิลาแน่น
“ไม่เห็นเหรอว่าฉันปกติดี คนที่ดื่มแก้วนั้นคือแพร” พี่ศิลาสะบัดแขนแม่ผึ้งออกแล้วลากเธอไปที่ประตู
“อะไรนะ! ไม่จริง! อีนังลูกไม่รักดี”
“ออกไป! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ถ้าไม่อยากให้คนอื่นมาเธอเห็นในสภาพแบบนี้ จนพ่อหัวใจวายก็รีบไสหัวออกไป” พี่ศิลาลากแม่ผึ้งออกไปก่อนจะปิดประตูห้องอย่างโมโห เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินหลับมาที่เตียงอีกครั้ง
“นี่” พี่ศิลาพูดขึ้นพลางเปิดผ้าห่มออก ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกได้ถึงอาการร้อนวูบวาบตามตัว
“คะ” ฉันตอบเสียงแ่พลางลุกขึ้นยืน สติเริ่มเลือนราง
“แพรขอกลับห้องก่อนนะคะ” แต่ก็คล้ายร่างกายไม่ค่อยฟังคำสั่ง ขาของฉันแทบทรงตัวไม่อยู่
พี่ศิลาช้อนตัวฉันขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว เขาพาออกจากห้องไปยังที่จอดรถ ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังพาฉันไปที่ไหน ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ความคิดฉันสับสนไปหมด ร่างกายร้อนวูบวาบจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ฉันรับรู้แค่ว่าตลอดทั้งทางฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย…