6 : สัตว์ประหลาดออกอาละวาด!!
หลังจากสันกลับมาถึงบ้านและได้รับรู้เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับลูกตัวเองจากภรรยาแล้ว ก็ถึงกับหน้าถอดสี เพราะการเห็นสีดำ-แดงแล้วเกิดอารมณ์อยากฆ่านั้น เป็สิ่งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา
เพราะนั่นหมายความว่า ต่อให้ตัวเองไม่้า แต่หากไปเจอสองสีนั้นเข้าก็จำเป็ต้องฆ่าใครสักคนอย่างห้ามไม่ได้ และนั่น...ลูกของเขาทั้งคนเชียวนะที่กำลังเผชิญเื่นี้อยู่
สองสามีภรรยาจึงหันหน้าเข้าหากัน คิดวิธีหลีกเลี่ยงไม่ให้เนียร์เจอสองสีนั้น
“ให้ตายเถอะ ถึงเราจะจัดการให้ในบ้านไม่มีสองสีนี้คู่กันยังไง แต่ออกไปข้างนอกก็ต้องเจออยู่ดี” สันถอนหายใจ กุมขมับอย่างหมดปัญญาจะแก้
“จะให้เดินไปปิดตาไปก็ไม่ได้ซะด้วย” กุลกุมหัวบ้าง
แล้วสองสามีภรรยาก็เข้าสู่ภาวะคิดหนัก
“อืม...............”
ตุ้บ!
เสียงบางสิ่งหล่นลงมากลางโต๊ะ ทำให้ทั้งคู่ที่กำลังเครียดๆกันอยู่ลืมตาขึ้นมามอง
และ...
“ว้ากกกกกกกกก!!!”
“กรี๊ดดดดดดดดด!!!”
“พ่อ! แม่!” ทั้งทินและเนียร์ที่ได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งมาที่ห้องอาหารทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น และได้เห็นสภาพพ่อแม่ของตนกำลังกอดกันแน่นบนพื้น และพยายามถอยห่างออกจากโต๊ะให้มากที่สุด
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” ทินถาม
กุลชี้นิ้วสั่นๆไปตรงโต๊ะกินข้าวให้ทั้งคู่ที่มาใหม่หันมองตามด้วยความสงสัย ว่าทำไมถึงได้ทำท่ากลัวซะขนาดนั้น
ทันทีที่หันไปมอง ยังไม่ทันได้สังเกตเห็นอะไร สิ่งแปลกประหลาดก็เข้ากระโจนหาเนียร์โดยไม่ทันให้ตั้งตัว
“เหวอ!” มันเกาะเข้าไปที่หน้าของเธอเต็มๆบดบังภาพทั้งหมดให้เห็นแต่เพียงกลุ่มขนสีฟ้าเท่านั้น “ทิน! เอามันออกไปที! เอามันออกไป!!” เธอะโและพยายามจะแกะมันออก
“งั้นก็อยู่เฉยๆสิ ฉันแกะออกไม่ได้” เขาเอ็ดใส่น้องสาว
“โอ...พระเ้า มันช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้” สองสามีภรรยากอดกันกลมอยู่ตรงมุมห้องด้วยความหวาดกลัว
สับสนอลเวงกันพอดูกว่าจะจับเ้าตัวประหลาดนั้นได้ เพราะพอหลุดจากหน้าเนียร์ก็ไปติดที่หัวของทิน บางทีก็แกล้งเข้าไปแหย่สันกับกุลให้กลัวเล่น กว่าจะจับตัวได้เล่นเอาหอบหนัก
สองพี่น้องต้อนมันจนจับตัวได้แล้ววางลงบนโต๊ะกินข้าว สั่งให้มันอยู่เฉยๆ น่าแปลก...ตรงที่มันยอมทำตามแต่โดยดี
“ทิน” เนียร์ยืนกอดอกเรียกชื่อคนข้างๆ
คนยืนกอดอกมองไปที่บนโต๊ะเหมือนกัน ถามกลับ “อะไร”
“มันใช่ตัวเดียวกันกับเมื่อคืนนี้แน่เหรอ รู้สึกว่ามัน...จะตัวเล็กลงไปนิดนะ” ตอนนี้คิ้วทั้งสองข้างของเธอขมวดเข้าหากันจนแทบจะชิดติดกันอยู่แล้ว
“ฉันว่ามันไม่นิดล่ะ มันโคตรจะเล็กลงเลยล่ะ”
เนียร์พยักหน้าเห็นด้วยเป็ที่สุด
ตอนนี้เ้าสัตว์ประหลาดที่อยู่บนโต๊ะกินข้าวมีขนาดเพียงฝ่ามือเธอเท่านั้น รูปร่างคล้ายสุนัขหมาป่าที่ยืนสองขา มีขนสีฟ้าสดรุงรังเต็มตัว หางฟูฟ่องสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่งนั้นไม่ได้ทำให้มันน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นสักนิด เพราะฟันที่แหลมคมเต็มปากนั่นคอยเบรกไว้
พวกเขาขอสาบานเลยว่าจะไม่เอามือไปแหย่ตรงปากมันเด็ดขาด ยิ่งเล็บนี่แทบไม่ต้องพูดถึงยังดีที่มันสามารถเก็บเล็บได้ ไม่งั้นตอนะโเกาะหัวคนเมื่อครู่คงทิ้งรอยสักสองสามแผลแน่
เนียร์เพิ่งนึกออกว่าขนสีฟ้าของมันเป็สีเดียวกับสีฟ้าของโดราเอมอน แต่มันต่างกันตรงที่ตัวหนึ่งน่ารักน่ากอด ส่วนอีกตัวก็น่าชังน่าถีบไปไกลๆ
“เราเลี้ยงเ้าตัวนี้ไว้ได้มั้ยฮะแม่” ทินหันไปถามกุลที่ตอนนี้ไปหลบอยู่ตรงหลังราวบันไดซะแล้ว แต่เสียงที่ตอบมากลับเป็อีกคน
“จะให้เลี้ยงไอ้ตัวนี้ไว้เนี่ยนะ!” สันถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แม้แต่กุลกับเนียร์ยังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ส่วนทินก็พยักหน้าให้แทนคำตอบ และรีบพูดต่อเมื่อเจอสายตาห้ามปรามของสัน
“น่า...พ่อ เลี้ยงมันไว้เถอะ ดูสิมันเชื่องจะตายไป” เขาจับให้มันวิ่งไต่ไปตามตัวเขาแล้วกลับมาอยู่ตรงมือที่แบออกอย่างรู้งาน
“จะเลี้ยงอะไรก็เลี้ยงไปเถอะ แต่อย่าให้มันมายุ่งกับพ่อกับแม่ก็แล้วกัน” กุลพูดทั้งๆที่ยังตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของสามี
“เยส!” ทินชักมือตรงเอวแสดงถึงชัยชนะ
“ดะ...เดี๋ยวสิ!” เนียร์ยังตะลึงไม่หาย “พี่คงไม่คิดจะเลี้ยงมันไว้จริงๆหรอกนะ” เนียร์ถามเสียงสูงไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะใจกล้าเลี้ยงสัตว์ประหลาดแบบนี้ ยิ่งเป็ตัวเดียวกันกับที่ฉีกร่างคนเป็ชิ้นๆเมื่อคืนก่อนอีกด้วย
“ก็จริงน่ะสิ ถามได้ แต่คนที่เป็เ้าของมันจริงๆ น่ะคือเธอ”
“ฉัน?” เนียร์ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
“เมื่อคืนมีหลักฐานบอกอยู่ไม่ใช่รึไง เธอก็น่าจะรู้ดี”
“มันก็ใช่นะ แต่...” เนียร์หาคำที่จะปฏิเสธไม่ออก ในเมื่อมันเป็ความจริงที่หนีไม่พ้น
“แต่อะไรอีกล่ะ เห็นมั้ย มันชอบเธอจะตาย” ทินมองมันไต่ขึ้นหัวเธออย่างสนุกสนาน แต่เนียร์ไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับมันเลยสักนิด ออกจะหวาดๆ ซะด้วยซ้ำ
“ก็มันฆ่าคนตาย จะให้ฉันเลี้ยงไว้รึไง” ประโยคนี้ทำให้เ้าสัตว์ประหลาดตัวสีฟ้าหยุดปีนไต่แล้วโดดลงไปบนโต๊ะทันที
“ไม่เอาน่าเนียร์ ถ้าเธอที่เป็เ้าของยังไม่ยอมรับมัน แล้วใครที่ไหนมันจะไปยอมรับ” ทินพยายามเกลี้ยกล่อมสุดชีวิต
เนียร์มองมันที่กำลังทำหน้าน่าสงสารอย่างสุดชีวิตเหมือนกัน แถมยังครางหงิงๆ เหมือนเวลาสุนัขอ้อนเ้าของอีกต่างหาก
“เห็นมั้ย น่าสงสารออก” คนคิดอยากเลี้ยงพยายามเชียร์เต็มที่
เนียร์คิดหนัก ให้เธอตัดสินใจว่าจะเลี้ยงจระเข้ดีไม่ดียังจะง่ายกว่าอีก...เธอถอนหายใจ รู้ว่ายังไงทินก็จะเลี้ยงมันให้ได้ แต่จะให้เธอทำใจยอมรับเลยเนี่ยนะ ถึงตอนนี้จะดูไร้พิษสงแล้วก็เถอะ หากพอลองดูไปดูมาแล้วก็พบว่ามันก็ดู...เชื่องดี?
“...ก็ได้ฉันเลี้ยงมันไว้ก็ได้” ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอตอบออกไปแบบนั้นกันแน่ แต่เ้าสัตว์ประหลาดที่ฟังคนพูดรู้เื่นั้นะโใส่ทันทีจนเด็กสาวเสียหลักล้ม พร้อมกับเลียไปทั่วหน้าของเธอ
“โอเค พอได้แล้วน่ามันจั๊กจี้” เนียร์ดึงตัวมันออกห่างก่อนจะลุกขึ้นมาพบใบหน้าประดับรอยยิ้มกว้างจนน่าหาอะไรมายัดของทิน
“รู้สึกจะอารมณ์ดีจังนะ” เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์
สองกลัว
อีกสองดีใจ
อีกหนึ่งไม่สบอารมณ์
..............................
....มันจะไปด้วยกันได้มั้ยล่ะนี่