The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 7 เร็วไปมั้ย!

    เปิดใช้งาน...การ์ดเสี่ยงโชคระดับเงินเปิดใช้งาน...การ์ดเสี่ยงโชคระดับทอง
    หลังอัพพ้อยไปที่ความสามารถดังที่ตั้งใจไว้แล้ว เขาไม่รีรอที่จะเปิดใช้งานการ์ดเสี่ยงโชคที่ได้รับมาทันที
    ได้รับ...ความสามารถเขิงวิเคราะห์...สามารถทำความเข้าใจและตรวจสอบข้อมูล จุดอ่อน จุดแข็ง ของสิ่งนั้นๆได้ และสามารถเข้าใจรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นเมื่อมีสติปัญญามากพอ "ใช้สติปัญญา 1 จุดต่อการใช้งาน 1 ครั้งเพื่อลงรายละเอียดที่สามารถเข้าถึงได้"
                  ข้อมูลที่ได้รับแสดงให้เห็นว่า ความสามารถนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเขา เสมือนแสงสว่างที่จะคอยช่วยนำทางและชี้แนะทางออกให้แก่เขาได้เป็นอย่างดี ทว่าความสามารถนี้ก็เช่นกันที่เวลาเขาจะใช้งานจำต้องสละค่าสติปัญญาเสียก่อน ซึ่งปัญหาข้อนี้มันสำคัญมากสำหรับเขา เพราะว่าเขาดันอัพพ้อยที่ได้มาไปกับพละกำลังและการเคลื่อนไหวจนหมดแล้ว มันเลยส่งผลให้ตอนนี้เขาพูดไม่ออกเลยทีเดียว  แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามเมื่อรู้แบบนี้ ครั้งต่อไปที่เขาได้รับพ้อยเพิ่มมา เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะแบ่งมาอัพความสามารถของร่างกายด้านสติปัญญาแบบจริงๆจังๆบ้าง ยังไงก็ตามตอนนี้ต่อให้ทราบรายละเอียดเพียงผิวเผิน แต่มันก็ยังดีกว่าการที่ไม่รู้อะไรเลย
      รับ....ความสามารถเชิงวิเคราะห์ได้เรียนรู้............ความสามารถเชิงวิเคราะห์เรียบร้อยแล้ว
    จากนั้นเขาก็ได้เปิดใช้งานการ์ดเสี่ยงโชคอีกใบที่ได้รับมา ซึ่งมันคือ สีทอง! ที่เป็นดั่งความหวังและแสงสว่างของเขาในสถานการณ์เช่นนี้
    เปิดใช้งาน...การ์เสี่ยงโชคระดับทองได้รับ.....ความสามารถจุดชนวน
    0.0ได้รับ...ความสามารถจุดชนวน...ระดับ 3               สามารถควบคุมการจุดชนวนระเบิดของสิ่งที่สัมผัส  ซึ่งจะมีระยะเวลาในการระเบิดที่ 5 วินาที  รัศมีระเบิดอยู่ที่  100 เมตรรอบบริเวณสัมผัส "ใช้พละกำลัง 0.5 เท่าต่อการใช้งาน 1 ครั้ง"
    “สะ สะ สุดยอด”“ตูม ตามกันเลยทีนี้”ฮาฮาฮาฮาฮา
    จากประสบการณ์เฉียดตายที่ผ่านมา สิ่งที่ได้รับนั้นถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ด้วยความสามารถใหม่ทั้งสองอย่างนี้ โอกาสมีชีวิตรอดของเขานั้น มีเปอร์เซ็นต์สูงมาก อีกทั้งมันยังช่วยให้เขามีความแข็งแกร่งที่จะสามารถเผชิญภัยร้ายต่างๆในอนาคตได้อย่างมั่นใจอีกด้วย
    รับ....ความสามารถจุดชนวนเรียนรู้...ความสามารถจุดชนวน เรียบร้อยแล้ว
    หลังจากพักและศึกษาความสามารถใหม่ทั้งสองที่ได้รับมาเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยเข้ายามบ่าย เขาจึงตัดสินใจหาทางหนีอีกครั้ง เหตุผลสำคัญที่เขาไม่ยอมหนีไปแต่แรกในตอนที่เขามีความสามารตัดระยะนั้น ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า แม้เขาจะหนีได้แต่จะให้หนีไปที่ไหน ยิ่งวิ่งหนีปัญหา   ปัญหายิ่งทับถม อีกทั้งต่อให้เขาหนีไปได้เขาจะหนีไปได้นานแค่ไหน หากเขาไปเจอกับตัวที่แข็งแกร่งแบบเจ้าตัวกลายพันธุ์ขั้น 2 ตัวนั้น ในที่สุดเขาอาจจะตายก็ได้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนของพวกมันที่มีมากมายจนนับไม่ถ้วย แต่มันคือ การวิวัฒนาการหรือการกลายพันธุ์ที่รวดเร็วยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 1 วันมันกลับกลายพันธุ์เป็นขั้น 2 ได้ แล้วหากให้พวกมันมีเวลามากกว่านั้นละ มันจะไม่ยิ่งน่ากลัวมากกว่านี้อีกหลาย 10 หลาย 100 หลาย 1000 เท่าหรือ ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งและความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงและเก็บเกี่ยวสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขาให้มากที่สุดก่อน เริ่มต้นการหลบหนี เพื่อแสวงหาที่ปลอดภัย
    แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เขานั้นสงสัยเป็นอย่างมาก คือ เขาได้รับพ้อยจากการสังหารเหล่ากลายพันธุ์ด้วยดาบที่เขาซื้อมา แสดงว่าต่อให้เขาใช้อาวุธอะไรก็ตามแม้แต่เก้าอี้ ขอแค่สังหารมันได้เขาก็จะได้รับพ้อยจากการสังหารเหล่ากลายพันธุ์มาหรือเปล่า แล้วแบบนี้พวกคนที่มีปืน  อย่างทหาร ตำรวจหรือใครก็ตามที่มีปืนอยู่กับตัวและใช้มันจัดการกับเหล่ากลายพันธุ์ คนพวกนี้จะมีโอกาสได้รับพ้อยและความสามารถมากมายขนาดไหน ทว่าเขากลับยิ่งสงสัยมากยิ่งคิดเมื่อนึกย้อนไปถึงเมื่อวานที่เห็นกลุ่มชายหญิงที่โดนเจ้าตัวประหลาดนั้นสังหาร ซึ่งผู้ชาย 2 คนในกลุ่มนั้นมีปืนและได้ทำการไล่ยิงพวกกลายพันธุ์ แต่ที่เขาเห็นนั้นสามารถบอกได้เลยว่า ผู้ชายสองคนนั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย หรือว่าพวกนั้นไม่ได้สังหารเหล่ากลายพันธุ์กันแน่ เพียงแต่ยิงไปเฉยๆ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งสงสัย ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจว่าจะลองไปเก็บปืนที่ชายสองคนนั้นใช้ ซึ่งคาดว่าปืนทั้งสองกระบอกน่าจะหล่นอยู่แถวๆที่เกิดเหตุ เพื่อลองมาทดสอบด้วยตนเอง
    วูบวูบนั่นไง!สภาพที่เห็นนั้นบอกได้คำเดียว “เละ” ในตอนแรกที่มองจากไกลๆก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ ทว่าเมื่อมาเห็นกับตาตนเองในระยะใกล้ๆ ทั้งอวัยวะต่างๆที่กระจัดกระจาย แยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน และของใครเป็นของใคร กระทั่งรอยเลือดตามพื้น หรือตามสิ่งของต่างๆที่สาดกระเซ็นไปโดน ต่างแห้งเกรอะกัง สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
    “เฮ้อ”อ๊วกกกกกแม้จะพยายามทำใจและปรับเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึก แต่สุดท้ายความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดก็ขาดลง เมื่อพบกลับหัวของมนุษย์ที่กลิ้งอยู่ถัดไปทางด้านขวามือของเขา ซึ่งพอจะบอกได้ว่าเป็นหัวของผู้หญิง 1 ใน 2 คนที่อยู่ในกลุ่มของผู้ที่เกิดเหตุ สภาพของหัวนั้น ลูกตาหลุด ปากฉีก สมองเหวอะ มองแล้วน่าสยดสยองจนขนหัวลุก
    เฮ้อออหลังอ๊วกจนพอใจ เขาก็พยายามกวาดสายตาหาสิ่งที่เรียกว่า "ปืน" ที่น่าจะหล่นอยู่บริเวณใกล้ๆกับสถานที่เกิดเหตุ จนในที่สุดก็เห็น 1 ใน 2 ที่หล่นอยู่ข้างๆกับแขนที่ขาด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแขนของผู้ชาย 1 ใน 2 คนที่ถือปืนอยู่ในตอนนั้น


    กรี้ดดดดดขณะตรวจเช็คสภาพปืน และพยายามมองหาปืนอีกกระบอก ปรากฏเสียงกรีดร้องดังก้องมาแต่ไกล เนื่องจากปัจจุบันนั้นประสาทสัมผัสในการได้ยินของเขาเฉียบคมมาก จึงสามารถรับรู้เสียงได้อย่างชัดเจนในระยะ 5 กิโลเมตรรอบตัว
    วูบ วูบ วูบไม่รอช้า เขาตัดสินใจรีบไปดูสถานการณ์ ณ จุดที่ได้ยินเสียงทันที ซึ่งจากการคาดการณ์เสียงที่ได้ยินนั้นไม่น่าจะอยู่ห่างจากเขาเกิน 2 กิโลเมตร
    กรรก๊าซโฮกสิ่งที่เห็นนั้น มันทำให้เขาตื่นกลัวและสั่นไหว เพราะภาพที่เห็นคือกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่อยู่รวมๆกันเกือบ 7-8 คน กำลังถูกล้อมโดยอสูรกลายพันธุ์ที่คาดว่าจะเป็นขั้น 2 ถึง 3 ตัว ซึ่งหากมองภาพรวมแล้วเขาคาดว่าตอนแรกภายในกลุ่มคนเหล่านี้น่าจะมีคนอยู่มากกว่าที่เห็น เนื่องจากสภาพรอบข้างที่เต็มไปด้วยเศษอวัยะและแอ่งเลือดเป็นหย่อมๆ บ่งบอกได้ถึงสถานการณ์สิ้นหวังโดยแท้จริง
    ยะ อย่า เข้ามา อะ ไอ้ปีศาจกรรฮือๆๆ ฉันยังไม่อยากตาย ฮือๆช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย“ไอ้บ้า แกจะแฮกปากตะโกนทำไม เท่านี้ก็ยังจะไม่รอด แกจะแฮกปากให้มันมารุมทึ้งเพิ่มอีกหรือไงวะ”“บะ บ้า เอ้ย แล้วระ เราจะทำ ยะ ยังไงดี”ในกลุ่มผู้รอดชีวิตบังเกิดเสียงตะโกนโวกเวกโวยวายดังลั่น ซึ่งแสดงออกถึงความหวาดหวั่นขวัญผวา โดยเฉพาะร่างกายของแต่ละคนที่เวลานี้ต่างสั่นกลัวต่อความตายเบื้องหน้า พร้อมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
    จากมุมมองของเขา เอาเข้าจริงๆคนพวกนั้นก็ยากมากที่จะมีโอกาสรอดจากเหตุการณ์แบบนี้  เพราะยามเจอพวกกลายพันธุ์ขั้น 1 ก็แถบจะมีโอกาสรอดยากอยู่แล้ว ทว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเจอนั้นต่างออกไปอย่างมากมาย และอาจจะเรียกได้ว่า ดวงถึงขาดเลยด้วยซ้ำ เพราะไอ้อสูรกลายพันธุ์ทั้งสามตัวที่ล้อมอยู่นั้น แต่ละตัวต่างเป็นอสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 แถมลักษณะของการกลายพันธุ์ของทั้งสามตัวยังแตกต่างกันสิ้นเชิง
    ตัวแรกที่เห็นอยู่นั้น เป็นอสูรกลายกพันธุ์ที่มีลักษณะเป็นสุนัข สองหัว ตัวสีดำ ตาสีแดงกล่ำ ทั้งสองหัวมีเขี้ยวโค้งออกจากปากมันทั้งใหญ่และยาว สะท้อนแสงแวววาว พร้อมส่องประกายถึงความคมกริบอย่างเด่นชัด ซึ่งตัวของมันมีขนาดที่ใหญ่พอๆกับวัวหรือควายตัวเต็มวัยด้วยซ้ำ!
    อีกตัวที่อยู่ถัดไป มีลักษณะคล้ายงู ถ้ามองไม่ผิดมีดวงตา 2 คู่ สีแดงดั่งเลือดนก มีลำตัวยาวประมาณ 10 กว่าเมตร ความกว้างน่าจะสองคนโอบ ทว่ามันกลับต่างจากงูปกติทั่วๆไป


    เพราะมันมีขางอกออกมาสี่ข้าง! ขานั้นมีลักษณะคล้ายขาของสัตว์เลื้อยคลานจำพวกหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นของตัวอะไร และมันยังมีเขี้ยวคมกริบสองซี่ที่ขาวโค้งออกมาจากปาก ส่องความเงางามและความน่าหวาดกลัวแฝงเอาไว้ ที่ปลายเขี้ยวนั้น มีน้ำสีเขียวๆ หยดลงพื้นอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าพื้นที่รองรับหยดน้ำจากปลายเขี้ยวของมันกลับปรากฎ เสียงซู่ทุกครั้งที่หยดน้ำกระทบลงพื้น พร้อมควันและกลิ่นฉุนลอยโชยมา แสดงให้เห็นถึงความเป็นพิษที่สามารถกัดกร่อนได้จนน่าหวาดกลัว
    อีกตัวหนึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่าสองตัวแรกอย่างเห็นได้ชัด ทว่าที่แตกต่างอย่างเด่นชัดคือมันยืนด้วยสองขา มีลักษณะเหมือนวัว คล้ายดั่งมิโนทอรัส ในการ์ตูนที่เขาเคยดูมา แต่ทว่ามันกลับมีเขี้ยวโผล่ออกมาสองซี่ แม้จะไม่ยาวเท่าสองตัวแรก แต่เขี้ยวมันกลับแลดูหนาและแข็งแกร่งกว่า ดวงตาสีแดงกล่ำ ยืนด้วยขาสองขาที่คาดว่าน่าจะเคยเป็นขาหลังของมันในยามที่มันอยู่ในสภาพปกติ


    แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นกับอยู่ที่มือของมันซึ่งถืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายเสาไฟฟ้า? แต่ที่ปลายเสาเหมือนก้อนกลมๆติดอยู่พร้อมกับมีโซ่เส้นหนาๆห้อยออกมาอยู่หลายเส้น ลักษณะเหมือนฆ้อนสภาพโดยรวมแลดูน่าเกรงขาม กว่าสองตัวแรกอยู่หลายเท่า เสมือนมันเป็นดั่งจ่าฝูงก็มิปาน และทันทีที่เขาเห็น ความสามารถเชิงวิเคราะห์ที่เพิ่งได้รับมาก็ทำงานทันที
    - อสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 เกิดจากการกัดกินกันเองในเผ่าเดียวกัน จนเกิดการหลวมรวมจนกลายพันธุ์- อสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 เกิดจากการผสานกันระหว่างงูและตัวเงินตัวทอง- อสูรกลายพันธุ์ขั้น 3 เกิดจากการดิ้นรน จนสภาพกาย ใจ แปรเปลี่ยนไป ดั่งเสมือนเกิดใหม่ เป็นระดับขั้นกลายพันธุ์ที่เริ่มมีสติปัญญา  

    End