ตอนที่ 137 คำนี้มันฮิตมากนะ (ในอนาคต)
คำพูดของพีท ทำเอามิคที่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลากตัวออกไปถึงกับช็อกและไม่ใช่แค่มิคเท่านั้นที่ช็อก พี่สาวของเขา เลขาของพี่สาว ตลอดจนลุงยามและป้าแม่บ้านก็ยังช็อก! ไม่มีใครคิดว่าพีทจะพูดคำพูดนี้ออกมา…มันช่างเป็นคำพูดที่สุดแสนจะโดนใจ และก็เป็นความจริง
เพราะพีทคือเจ้าของบริษัทจริงๆ แต่ทำไม…ทำไมมันช่างฟังดูจั๊กจี้หูพวกเขาเหลือเกิน
[ฮ่าฮ่า เห็นหน้าไอ้หมอนั้นไหม มันช็อกไปเลย…ฉันบอกแล้วไอ้หนูคำพูดนี้มันฮิตมากนะ ในอนาคต] น้าผีที่เป็นคนเชียร์ให้พีทพูดำนี้ออกมา ถึงกับหัวเราะชอบใจ ไม่คิดว่าบทละครคุณธรรมที่ในอนาคตจะกลายเป็นกระแสในประเทศไทย จะได้ถูกเอาก็วันนี้
น้าผีชอบใจจนหัวเราะท้องแข็ง…หากแต่สีหน้าของพีท มันเหมือนกับคนที่หัวใจหลุดลอยไปไกลเลยทีเดียว ‘เป็นคำพูดที่โคตรตลกเลย’ พีทอับอายมาก อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
แต่กระนั้นเขาก็สวมหัวใจสิงห์หันไปเผชิญหน้ากับพนักงานในบริษัทของเขา พลางยิ้มและหัวเราะออกมา “พอดีแพ้เสียงในหัวไปหน่อยครับ” พีททิ้งคำพูดที่ชวนงงในสมัยใหม่ให้กับพนักงานอีกแล้ว
ทุกคนต่างพากันงงงวยกับคำพูดของพีท ผู้เป็นประธานบริษัทของเขาจนยืนแข็งค้างกันอยู่ที่หน้าบริษัทอยู่นานหลายนาที ก่อนที่ทุกคนจะทยอยกลับเข้าไปทำงานตามเดิม
ทั้งนี้พีทอยู่พูดคุยกับพี่แพรเรื่องเมื่อตอนเช้าอีกสักหน่อย ก่อนที่เขาจะพาฝ้ายและจินหลินไปยังบริษัท Easy Shop ที่อยู่อีกทีหนึ่ง
ตอนนี้การทำงานของบริษัทประธานวรชัย ได้ถูกพีทปรับเปลี่ยนการทำงานให้กลายมาเป็นบริษัท Easy Shop แล้ว พนักงานทุกคนแทบจะลืมชื่อบริษัท Victory ของพวกเขาไปจนหมดแล้ว
เพราะบริษัทที่พีทถือครองอยู่นี่ ล้วนมีสวัสดิการที่ดีกว่า มีห้องพักให้นอนในตอนเที่ยง มีอาหารว่างหรือขนม กาแฟให้ทานฟรียามท้องว่างหรือหิวอีกด้วย
“เธอมีกี่บริษัทกันแน่เนี่ย?” จินหลินเอ่ยถาม เมื่อเห็นถึงบริษัทขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของพีท ที่ตอนนี้พนักงานทุกคนต่างทำงานกันอย่างแข็งขัน ดูไม่เหมือนทำงานส่งไปอย่างนั้นเลย
“ตอนนี้ก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ อีกอย่างบริษัทนี้ก็พึ่งจะเริ่มต้นได้ไม่เท่าไร ยังไม่ได้เปิดให้บริการในเร็วๆ นี้หรอก” พีทพาจินหลินไปดูการทำงานของบริษัทเขาในบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันก็เป็นแค่เพียงภาพรวมของบริษัทเท่านั้น
ส่วนพวกแอปพลิเคชันขายสินค้า พีทยังไม่ได้เปิดให้จินหลินดู เพราะตอนนี้มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่จากการพัฒนาที่มีสตีเฟ่น จ๊อบส์และเอไออัลฟ่าคอยช่วย มันก็ทำให้ความคืบหน้าของแอปฯเสร็จไปแล้วกว่า 80%
อันที่จริงแอปฯนี้มันเสร็จ 100% ไปแล้ว เพียงแต่พอนำมาให้ทีมไอทีในบริษัททำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจกับระบบทั้งหมด มันเลยอยู่ที่ 80% นั่นเอง
พีทต้องการให้ทีมไอทีของเขา รู้ถึงกระบวนการทำงานของแอปพลิเคชันทั้งหมด โค้ดทุกบรรทัดจะต้องรู้ว่ามันทำงานยังไง หากมีโค้ดบรรทัดไหนแปลกปลอมทีมไอทีจะต้องระบุและชี้ปัญหาออกมาได้
นี้คือโจทย์ที่ทีมไอทีของบอยและพี่ยอด ต้องช่วยกันทำความเข้าใจและสอนลูกทีมให้ได้ เพื่อที่จะผ่านการประเมินการทำงาน
แน่นอนในช่วงระหว่างที่พีทได้ไปประเทศจีน ภายในบริษัทก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ได้ประธานวรชัยที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเอาไว้ได้ เพราะถึงอย่างไร แม้ตัวของประธานวรชัยจะไม่ได้เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ไม่ได้เป็นประธานของบริษัทนี้แล้ว
ถึงอย่างนั้นประธานวรชัยก็อยากที่จะเกาะเรือลำนี้ต่อไป เพราะเชื่อว่าอนาคตของบริษัทนี้จะต้องสดใสอย่างแน่นอน
“พีทกลับมาแล้วเหรอ? รู้ไหมลุงต้องทำงานล่วงเวลาจนต้องกลับบ้านดึกทุกวัน แถมป้าของพวกเธอก็บ่นลุงที่กลับดึกอีก กล่าวหาว่าลุงนอกลู่นอกทาง แบบนี้มันใช้ได้เหรอ?” ประธานวรชัยเมื่อได้เห็นพีทก็บ่นงึมงำเป็นหมีกินน้ำผึ้ง
“นี้ของฝากครับคุณลุง” พีทนำชาสมุนไพรจีนราคาแพงมอบให้กับประธานวรชัย พลางแนะนำจินหลินให้กับประธานวรชัยได้รู้จัก “นี้สิถึงจะถูกต้อง ไปลา มาไหว้ ไปไหนมาไหนต้องมีของฝากให้กับผู้อาวุโส ช่างเป็นเด็กที่ดีจริงๆ” ประธานวรชัยพอได้ยินว่าชาสมุนไพรที่พีทซื้อมาฝากมีราคาแพงก็พลันดีใจ เพราะตอนนี้หลังจากที่บริษัทของตัวเองเกือบจะต้องเจ๊ง ถูกเพื่อนฝูงที่เคยคบหาตอนทำบริษัท Vicory ทอดทิ้ง
ประธานวรชัยก็ลดการดื่มลงและไม่จัดงานรื่นเริงสังสรรค์กับนักธุรกิจคนอื่นๆ อีกต่อไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่านักธุรกิจพวกนี้คบไม่ได้ พอตนเองมีกินมีใช้ มีผลประโยชน์ทุกคนต่างพยายามเข้าหา กลับกันพอเกิดเรื่องทุกคนกลับหนีหายไม่เห็นหัวเลยสักคนเดียว
ดังเช่นช่วงหลายวันมานี้ หลังจากรู้ว่าบริษัท Victory ได้ถูกเปลี่ยนมือและซื้อกิจการทั้งหมดโดยพีทและรดา ที่เข้ามาเป็นประธานและรองประธานคนใหม่ ส่วนประธานวรชัยถูกลดบทบาทเป็นเพียงผู้ถือหุ้นหลักเท่านั้น
แต่ทว่าจากเงินลงทุนที่เข้าซื้อกิจการของพีท มันก็เหมือนจะไปถึงหูของเหล่านักธุรกิจกันไม่น้อย ดังนั้นพวกเขาเหล่านี้จึงพยายามติดต่อกับประธานวรชัย เพื่อที่จะฟื้นคืนความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง
แน่นอนประธานวรชัยเข็ดขยาดแล้วกับเพื่อนฝูงเหล่านี้ ขนาดลูกแท้ๆ ยังทิ้งตัวเองไปเลย นับประสาอะไรกับนักธุรกิจที่คบกันเพื่อผลประโยชน์ “อะไรที่ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป” จินหลินได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาของบริษัทแห่งนี้ของพีท เธอก็หันไปมองประธานวรชัยและพูดคำข้างต้นออกมา
มิน่าล่ะ เธอถึงรู้สึกว่าบริษัทแห่งนี้ดูไม่เหมือนเป็นบริษัทใหม่สักเท่าไร ถ้าเทียบกับบริษัท Easy Food ที่เธอได้ไปดูมาในก่อนหน้านี้ ที่แท้มันก็เป็นบริษัทที่รับช่วงต่อกิจการมานั่นเอง
แต่กระนั้นในขณะที่จินหลินมองดูโปรเจกต์ของพีทที่กำลังทำอยู่ เธอก็ต้องส่ายหน้าอีกครั้งและครั้งนี้พีทก็รู้ว่าเธอจะพูดอะไร “ผมไม่เอาบริษัทแห่งนี้ไปตีตลาดแข่งกับประเทศจีนของคุณหรอกครับ อย่างมากก็แค่บุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ก็เพียงพอแล้ว หรืออย่างมากก็บุกตลาดอินเดียดูสักหน่อย” พีทรู้ว่าแอปฯขายสินค้าของเขา แม้จะเป็นแอปพลิเคชันใหม่ในวงการนี้และในประเทศไทย
แต่อย่าได้คิดว่ามันจะใหม่สำหรับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างเช่นจีนและอเมริกา นี้คือกองเงินกองทองอันมหาศาลที่รอให้ทุกคนมากอบโกย ก่อนจะกลายเป็น Red Ocean หรือทะเลเดือดที่มีการแข่งขันสูง
ซึ่งในประเทศจีนจะมีสองมหาอำนาจอย่าง taobao และ Alibaba ที่กำลังจะเปิดตัวแอปพลิเคชันนี้ด้วยเช่นกันและพีทยังรู้อีกด้วยว่า พวกเขาจะห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อเป็นเจ้าตลาด ก่อนที่ในอีกหลายปีต่อมาทั้งสองฝ่ายจะยอมจับมือแบ่งผลประโยชน์กันและหันมาบุกตลาดนอกประเทศ
ซึ่งพีทจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาจะเขาชิงพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ก่อน แม้จีนจะมีสายป่านทางด้านการเงินสูง พร้อมที่จะใช้สงครามราคามากดดันแอปฯขายสินค้าของพีท แต่พีทก็จะทำทุกทางเพื่อให้เขาเอาตัวรอดจากสถานการณ์แห่งนี้ได้
“ดูเหมือนว่าคุณจะรู้จักตลาดในประเทศของฉันดีเลยนะ?” จินหลินมองพีทเพื่อประเมินชายหนุ่มอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าเขารู้เรื่องความลับของประเทศเธอมากจนน่าแปลกใจ ทั้งๆ ที่ให้พูดกันตามตรง เรื่องบางเรื่องขนาดคนในประเทศก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตลาดในจีนตอนนี้กำลังมีคลื่นใต้น้ำจากมหาอำนาจทั้งสองบริษัทกำลังพัฒนาแอปพลิเคชันขายสินค้าอยู่
‘ไฉนเลยพีทถึงรู้และเลือกเดินหมากไปบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า?’ นี้คือสิ่งที่จินหลินอยากรู้ จริงๆ
“อันที่จริงพีทก็มีโปรเจกต์ที่จะบุกตีตลาดจีนอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ถึงตอนนั้นอาจจะต้องหวังพึ่งคุณจินหลินให้ช่วยแล้ว” หลังจากที่พีทกับฝ้ายได้คบหากันเป็นแฟนและได้อยู่อาศัยร่วมกัน แม้มันจะดูไม่ดีในสายตาของผู้ใหญ่และคนอื่นๆ ที่มองเข้ามา
ประมาณว่าอยู่ก่อนแต่ง ฝ้ายเป็นผู้หญิงใจแตกอยู่กินกับผู้ชาย…ถึงอย่างนั้นฝ้ายก็ไม่สนใจ เธอแค่อยากใช้ชีวิตกับพีทให้คุ้มค่าที่สุด ก่อนจะต้องไปเรียนต่ออีกสองปี
และตอนนั้นหลังจากเธอคว้าใบปริญญาโทกลับมา ยังจะมีใครกล้าว่าเธอหรือดูแคลนเธออีกไหมว่าเธอไม่มีสมอง ไม่รักนวลสงวนตัว
ฝ้ายรู้ว่าพีทกำลังคิดจะทำอะไร ตลอดเวลาที่เธออยู่กับพีท เธอเห็นพีทนั่งเขียนโค้ด จดนู้นนี้วางแผนมากมายจนดึกดื่นทุกคืนและแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าพีทกำลังเขียนแอปพลิเคชันอะไรอยู่ แต่เท่าที่เธอดูจากการทดสอบแอปของพีท เธอก็รู้ว่ามันคือแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับสื่อออนไลน์นั่นเอง
“หวังพึ่งฉัน?” จินหลินทำหน้าฉงน ก่อนจะมองไปที่พีท “ตลาดจีนกว้างใหญ่มาก แต่คุณก็รู้การบุกเข้าตลาดของพวกคุณไม่ง่ายเลย ฉะนั้นถ้าผมอยากจะเข้าไปยังตลาดจีน สุดท้ายก็ต้องมีพาร์ตเนอร์ที่ไว้ใจจากจีนให้ได้เสียก่อน ซึ่งคุณจินหลินก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพียงแต่อาจจะต้องดูความร่วมมือกันในครั้งนี้เสียก่อน” พีทไม่ลังเลที่จะเปิดเผยแผนการบางส่วนออกไป เพราะแอปพลิเคชันสื่อออนไลน์ที่เขาจะทำมันไม่ได้เจาะตลาดแค่ภายในเอเชียอีกแล้ว แต่จะตีตลาดไปทั่วโลก ดั่งเช่นแอปฯแต่งรูป Becute นั่นเอง
พีทต้องการกินรวบ ซึ่งประเทศอื่นอาจจะมีข้อกำหนดที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สำหรับประเทศจีนมันไม่เคยง่าย ถ้าคิดจะเข้ามาสูบทรัพยากรจากพวกเขา
จีนไม่เคยยอมเสียดุลให้กับประเทศไหนๆ นี้คือความเป็นมหาอำนาจที่จีนทำได้ ทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอีกหนึ่งประเทศของโลก
และอย่างที่รู้ ไทยเสียดุลการค้าให้กับจีนไปมากพอสมควรและจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นอีกหลายเท่าตัวในอนาคต ฉะนั้นถ้าหากคิดจะบุกตลาดจีนไปดึงดุลการค้ากลับเข้ามาในประเทศ พีทจำเป็นต้องเอาเนื้อที่มีของเขาไปแลกบ้าง
พีทไม่เสียดายที่จะต้องเอาเนื้อที่มีไปแลกกับการได้ช่องทางเข้าตีตลาดจีน เพราะถ้าหากเขาทำสำเร็จได้จริงๆ เนื้อที่เสียไปจะได้รับคืนกลับมาทั้งขึ้นทั้งร่อง
“เหอะๆ ฉันเองก็จะขอดูความจริงใจของคุณด้วยเช่นกัน ถ้าคิดจะมาขัดผลประโยชน์ต่อมาตุภูมิของฉัน คุณนั้นแหละที่จะเสียใจ” จินหลินพูดหยิกแกมหยอก เธอคือคนที่จะเข้าร่วมกับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในอนาคต เลือดรักชาติ รักมาตุภูมิย่อมเข้มข้นกว่าใคร ฉะนั้นหากรู้ว่าพีทเข้ามาผลประโยชน์จากตัวเธอและทำลายประเทศของเธอ เธอไม่มีทางยอมแน่ๆ
“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลย มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น…ผมได้คิดทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ขอเพียงแค่ถึงเวลานั้นเมื่อเราร่วมมือกัน ผลประโยชน์จะตกสู่ประเทศของคุณอย่างแน่นอน ผมให้สัญญา” จินหลินได้ให้สัญญากับพีทไปแล้ว คราวนี้เป็นพีทบ้างที่ให้สัญญากับจินหลิน
ทั้งหมดทั้งมวลสัญญานี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการร่วมมือกับร้าน Chicky CPF สาขาประเทศจีนแล้วว่า พวกเขาจะรักษาความร่วมมือทางธุรกิจเอาไว้ได้หรือไม่?!
“คุณพีทค่ะ ประธานวรชัย…เอ่อ คุณวรชัยให้ตามคุณมาพบที่ห้องทำงานค่ะ” ในระหว่างที่พีทกำลังพูดคุยกับจินหลินอยู่นั่นเอง ก็พลันมีพนักงานเก่าของบริษัท Victory ที่ยังติดเรียกคุณลุงวรชัยว่าเป็นประธานอยู่ เดินเข้ามาเรียกเขาให้ไปพบ
และก็เป็นอีกครั้งที่พีทได้ฝากฝ้ายให้ดูแลจินหลินอีกครั้ง จนตอนสองสาวแทบจะสนิทกันแล้ว
พีทเดินมาที่ห้องทำงานของคุณลุงวรชัย ซึ่งยังคงเป็นห้องเดิมกับที่ประธานวรชัยดำรงตำแหน่ง หากแต่ข้างในห้องนั้นกลับมีใบหน้าที่คุ้นหน้าคุ้นตา นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะของประธานวรชัยที่กำลังนั่งหน้าเครียด
“ภัทรเหรอ?” เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาพีทก็พบกับเพื่อนนักศึกษาในคณะเดียวกันกับเขา ซึ่งภัทรก็คือนักศึกษาที่ยื่นโปรเจกต์จบล่วงหน้า พร้อมกันกับพีทนั่นเอง
พอพีทเห็นภัทร ก็ทำให้พีทนึกขึ้นได้ว่าภัทรนั้นเคยถูกทาบทามจากประธานวรชัยให้เข้ามาทำงานที่บริษัท Victory หากแต่เกิดปัญหากับบริษัท Victory เสียก่อนทำให้การทำงานของภัทรที่จะมาทำงานที่นี่ต้องถูกยกเลิกไป
“พีท!” ภัทรได้เห็นพีทก็ตกใจไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าพีทจะกลายมาเป็นประธานบริษัทแห่งนี้แทนประธานวรชัยไปแล้ว
แน่นอนภัทรนั้นจำรู้เรื่องทุกอย่างที่อาจารย์อมรกับประธานวรชัยเคยขโมย Source Code โปรเจกต์ของพีทไปทำเป็นแอปพลิเคชัน Victory Food
และที่ภัทรมาหาประธานวรชัยในวันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน พีทเข้ามานั่งข้างๆ ภัทรเพื่อนในคณะของเขา ก่อนที่ภัทรจะเริ่มเล่าเรื่องหลังจากนั้นของตัวเองให้กับพีทและลุงวรชัยได้รับฟัง
“หลังจากคดีได้ถูกตัดสิน อาจารย์อมรได้ถูกทาบทามให้ไปทำงานกับบริษัทหนึ่งที่ชื่อว่า Winner Group ซึ่งที่นั่นก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทางคดีที่อาจารย์ต้องชดใช้ให้ทั้งหมด เพื่อแลกกับให้อาจารย์อมรสร้างแอปพลิเคชันให้กับพวกเขาและตัวของฉันเองก็ถูกอาจารย์อมรชวนให้ไปทำงานด้วยกัน” ภัทรพูดถึงตรงนี้ก็มือไม้สั่น หยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อสงบสติอารมณ์
“นายก็รู้ใช่ไหมพีทว่าฉันเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อมร ฉันจึงได้ตอบตกลงไป…แต่พอฉันเข้าไปทำงานที่นั่น ฉันถึงได้รู้ว่าแอปที่บริษัท Winner Group กำลังทำอยู่ก็คือแอปส่งอาหารแบบเดียวกับพวกนายอีกครั้ง หากแต่คราวนี้พวกเขาไม่ได้ก็อปปี้โค้ดของนายเหมือนเก่าอีก หากแต่เขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเป็นอีกแอปหนึ่ง ไม่มีผลทางกฎหมายอย่างแน่นอน” ภัทรบอกเล่าเรื่องที่รู้ออกมา ซึ่งตัวของภัทรอาจจะด้วยความรู้สึกผิดในใจ ที่ถึงแม้ครั้งนี้อาจารย์อมรจะไม่ได้ขโมย Source Code ต้นฉบับของพีทมาใช้อีก
แต่การขโมยไอเดียของพีท มาสร้างเป็นแอปพลิเคชันใหม่ ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน แม้จะไม่มีผลทางกฎหมายเพราะไม่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาแบบแอป Victory Food แต่ภัทรก็รู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้องนั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับๆ ทุกคน...นิยายยังมีแถมให้อีกตอน ลงตอน 2 ทุ่มนะครับ Happy New Year!
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy