ซู่ฉิง เห็นท่าไม่ดีซะแล้ว จึงเอ่ยขึ้นมา “เอายังไงดี?”
“เอาน่าๆ อย่าเพิ่งกังวลสิ นั่งอยู่เฉยๆเดี๋ยวก็จบแล้ว”
เซียวเฉิน สังเกตเห็น เหรินคุน โวยวายกรีดร้อง ก็นึกขำในใจ ทันใดนั้นเขาก็ยกเท้าเหยียบคันเร่ง จากนั้นมาเซราติก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับสัตว์ร้ายขย้ำ
“เวรเอ๊ย!!” ทุกคนต่างจ้องมองมาเซราติคำรามสนั่น จึงต่างะโหลบ
ฮึ้ม..ฮึ้ม!!
เ้ามาเซราติไม่ทำให้ผิดหวัง มันพุ่งทะยานผ่าฝูงชนนับสิบออกไป แล้วหายวับไปกับตา
ออกมาพ้นจากตรงนั้นแล้ว เซียวเฉิน ก็ชะลอรถ พร้อมมองไปใบหน้าอันซีดเซียวของ ซู่ฉิง “ไม่เป็อะไรนะ?”
“ฟู่!!”
ซู่ฉิง ถอนหายใจ เธอรู้สึกหลอนกับการกระทำของ เซียวเฉิน “นายไม่กลัวชนพวกเขาตายหรือยังไง?”
“ฮ่าๆ จริงๆก็ตั้งใจอย่างนั้นแหละ”
เวลาก็ผ่านไปสักพัก ซู่ฉิงก็คืนสติแล้วหันกลับมาพูด “ฉันก็นึกว่านายจะลงรถไปซัดกับพวกนั้นซะอีก”
“นั้นสิ น่าจะลงไปยืนเส้นยืดสายซะหน่อย จะได้สมกับที่ได้มาคอยคุ้มกันเธอ”
“ก็ใช่น่ะสิ? ทำไมถึงคิดไม่ได้” ซู่ฉิงถลึงตา แล้วคิดออกบางอย่าง “จริงด้วย บอดี้การ์ดที่ หรินคุน พามาวันนั้นอยู่หน่วยเขี้ยวหมาป่าจริงๆสินะ?”
“เขี้ยวหมาป่าหรอ? อ๋อๆ ชื่ออย่างกับหลุดออกมาจากนิยายขายดี มันจะจริงน่ะเหรอ ฉันยังไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลย”
“อ๋อเหรอ เหมือนนายสินะ?”
“ก็ถูกนะ” เซียวเฉินหยักหน้ารับ แล้วก็เปลี่ยนเื่คุย “ซู่ฉิง ตกลง ฉินหลาน เป็คนแบบไหนเหรอ?”
“เธอก็เป็เพื่อนที่ดีของฉันอยู่นะ ทำไมหรอ?”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่รู้สึกว่าเธอไม่น่าจะใช่แค่เลขาสาวธรรมดาๆ หนะสิ”
“เธอจบ MBA จากฮาร์วาร์ดเลยนะ ความสามารถของเธอเหลือล้น เธอสามารถเข้าทำงานกับบริษัทฉันนำในประเทศได้ทุกที่ หรือไม่ก็ไปต่างประเทศได้สบายๆ แต่หลังจากที่ฉันเปิดบริษัท ก็เลยโทรเรียกให้เธอมาทำงานด้วย หลังจากนั้นเธอก็ตอบตกลง และปฎิเสธบริษัทดังๆไปหมด”
เซียงเฉินยักคิ้ว แล้วพูดปนหัวเราะออกมา “ก็ยังเป็ผู้หญิงที่แปลกอยู่ดี พวกเธอเป็เพื่อนรวมฉันกันหรือเปล่า? เพราะฉันจำได้อยู่ว่าพี่ชายเธอเคยบอกว่าเธอก็เคยเรียนที่เมืองนอก”
“ไม่ใช่หรอก ฉันเรียน MIT ต่างหากล่ะ”
“อืม...พวกเธอจบการศึกษาดีๆทั้งนั้นเลย ต่างกับฉันราวฟ้ากับเหวที่ตายเอาดาบหน้า”
“หืม...ตายเอาดาบหน้า แล้วทำไมถึงใช้เวลาแค่นั้นจัดการงานเอกสารได้เยอะแยะ” ซู่ฉิงจ้องเซียงเฉิน แล้วเอ่ยขึ้นแบบสงสัย
“ฮ่าๆ หลี่ไป่ เคยพูดไว้ว่า มนุษย์มีสัญชาตญาน ความรู้ไม่สำคัญเท่ากับไหวพริบหรอกน่า ใช่ไหมหละ”
ซู่ฉิง ไม่ได้โต้ตอบอะไร เธอได้แต่คิดว่าผู้ชายคนนี้เหมือนหนังสือหนาๆ เล่มหนึ่ง ตอนนี้เธอแค่เพิ่งเริ่มอ่านเพียงบทนำของชายคนนี้เท่านั้น
เวลายังมีอีกถมเถ ค่อยๆอ่านไปทีละหน้าๆ เดี๋ยวสักวันหนึ่งก็อ่านจนถ่องแท้เอง
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง รถมาเซราติก็แล่นมาถึงย่านไฮโซ แล้วก็ขับเข้าไปบ้านใหญ่หลังหนึ่งราวกับคฤหาสถ์ในสวนดอกทิวลิป
“น้องสาวฉันน่าจะกลับมาแล้ว” ซู่ฉิงเปิดประตูห้องรับแขก “เข้ามาซิ!”
“ครับ” เซียวเฉิน เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ก็ได้ยินเสียงผ่านบันไดลงมา “พี่สาว เขาเป็ใคร?”
เซียวเฉินจึงเงยหน้าไปมอง ฉับพลันพบเห็นสาวน้อยยืนอยู่บนขั้นบันได ท่าทางสง่างาม ใบหน้ารูปไข่ คล้ายละม้ายกับซู่ฉิง ผมยาวประบ่าพร้อมด้วยสีผมแดงเพลิงสุดร้อนแรง ดูเหมือนจะเป็คนหยิ่งยโสไม่น้อยทีเดียว
เมื่อไล่สายตาลงมา จะพบกับ เสื้อสายเดี่ยว กางเกงสั้นกุด ขาเรียวสวย ผิวขาวเป็ยองใย งดงามแพรวพราว
“น้องเิ ลงมานี่ซิ พี่จะแนะนำให้รู้จัก” ซู่ฉิงกวักมือเรียก
เด็กสาวเดินลงมาจากชั้นบน แล้วเพ่งมอง เซียวเฉิน “นี่ พี่สาว คนนี้เป็แฟนพี่เหรอ?”
เด็กสาวพูดจบเพียงเท่านั้นก็ทำให้ ซู่ฉิง หน้าแดง “ให้ตายเถอะเด็กคนนี้ พูดอะไรของเธอ! เขาเป็เพื่อนของพี่ใหญ่ต่างหาก พี่ใหญ่ให้เขามาเป็บอดี้การ์ดของเราที่หลงไหน่ะ”
“บอดี้การ์ด?”
“อืมๆ อย่างที่บอกนั้นแหละ” เซียวเฉินหยักหน้า “สวัสดี ซู่เสี่ยวเิ ใช่ไหม พี่ชายเล่าเื่เธอให้ฉันฟังบ่อยทีเดียว”
“หึ ฉันไม่มีพี่ชาย! มีแต่พี่สาวเท่านั้นแหละ” ซู่เสี่ยวเิทำน้ำเสียงเ็า
“เสี่ยวเิ!” ซู่ฉิงพูดพรางขมวดคิ้ว “นี่ ถ้าเธอพูดแบบนี้อีก พี่จะโกรธจริงๆแล้วนะ”
ซู่เสี่ยวเิ มองตา ซู่ฉิง ทำปากขมิบ แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร
“เสี่ยวเิ ต่อจากนี้ เซียวเฉิน จะมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับพวกเรา”
“อะไรนะ? อยู่ที่บ้านหลังนี้หรอ” เสี่ยวเิตาโต “ไม่ได้!”
“ทำไมจะไม่ได้? เขาจะมาเป็บอดี้การ์ดให้เรานะ มีเหตุผลหน่อยได้ไหม อีกอย่าง ฉันจะให้เขาเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอ ตามไปที่โรงเรียนกับเธอด้วย”
“……….”
“……….”
ไม่แม้แต่เสี่ยวเิที่ตกตะลึง เซียวเฉินเองก็ถึงกับพูดไม่ออกเช่นเดียวกัน บอดี้การ์ดส่วนตัว? ไปโรงเรียน? มันยังไงกัน? นี่เรามีค่าแค่นี้หรอ? บ้าชิบ!
“ไม่เอา หนูไม่้าให้เขาไปที่โรงเรียนกับหนูแน่ หนูก็ต่อสู้เป็นะ ไม่้าให้ใครมาคอยดูแลหรอก!” ซู่เสี่ยวเิดึงสติกลับมา แล้วก็พูดย้ำอีก “จะบอกให้ฟังชัดๆอีกทีนะ เขาไม่ได้เก่งกาจเท่าหนูหรอก”
เมื่อ เซียวเฉิน เห็น ซู่เสียงเิ ออกอาการแบบนี้ ก็อดขำไม่ได้
“นี่ นายขำอะไร!” ซู่เสี่ยวเิมองด้วยสายตาขุ่นเคือง “จะลองกันสักตั้งไหมล่ะ? ถ้าหากนายแพ้ รบกวนช่วยไปให้พ้นๆเลย”
“เสี่ยวเิ พูดอะไรแบบนี้ หยุดงี่เง่าได้แล้ว” ซู่ฉิงสีหน้าจริงจัง
เมื่อซู่เสี่ยวเิเห็นพี่สาวโกรธ ก็ค่อยๆหลบสายตา พร้อมปิดปากเงียบทันที
“เซียวเฉิง นายก็หยุดต่อล้อต่อเถียง แล้วไปหาที่นั้งซะ ฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ซู่ฉิงก็หันกลับมาบ่นใส่เซียวเฉิงด้วย
“ก็ได้ๆ”
เมื่อ ซู่ฉิง ขึ้นไปชั้นบนแล้ว ทันใดนั้น ซู่เสี่ยวเิ ก็เริ่มหาเื่ เซียวเฉิน ทันที “นี่ นายน่ะ กล้าสู้กับฉันรึเปล่า?”
“ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบรังแกเด็กน้อย”
“นายว่าอะไรนะ เด็กน้อยเหรอ เฮะ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
ฉับพลันสายตาของ เซียวเฉิน ก็จดจ้องไปยังหน้าอกของ เสี่ยวเิ แล้วก็หยอกล้อปนทะลึ่ง “จากการพิจารณาแล้ว ฉันก็เห็นแค่ไข่ดาวสองใบเท่านั้นแหละ ฮ่าๆ”
จากนั้น เสี่ยวเิ ก็จ้องเขม่งมาที่ เซียวเฉิน พร้อมท่าทีที่โมโห “สารเลว พูดว่าอะไรนะ?”
เื่หน้าอกเล็กนั้น เป็เื่ที่ติดเป็ปมในใจของ เสี่ยวเิ มาตลอด แต่มาตอนนี้ เซียวเฉิน กลับมาจี้จุดเธอเสียได้ ทำให้ความโกรธพุ่งทะยานในทันที
“เอาน่า ไข่ดาวมันก็ยังดีกว่าไข่ลวกไม่ใช่หรือยังไง”
ขณะนี้ ซู่เสี่ยวเิ เืขึ้นหน้าเต็มทีแล้ว ทันใดนั้นจึงหวดลูกเตะไปที่ เซียวเฉิน อย่างไม่ทันตั้งตัว
แต่ทว่า เซียวเฉิน ก็เบี่ยงตัวหลบออกมาด้านข้างได้ทันที พร้อมกับแปลกใจเล็กน้อย ว่า เสี่ยวเิ จะเก่งกาจเื่ศิลปะการต่อสู้จริงๆ
“นี่เธอ เคยฝึก เทควันโดมาก่อนหรอ?”
“สายดำขั้นสามเชียวนะ ทำไมกลัวแล้วหรือยังไง? แต่มันสายไปแล้ว!!” บัดนี้ เสี่ยวเิ จิตใจฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น ผนวกกับความโกรธ ทำให้ขาดสติพร้อมกับเข้าประชิดตัวทันที
เปี้ยงๆๆๆ
ฟร้อนท์คิก เตะตัดล่าง ไซน์คิก หมุนตัวไซน์คิก แล้วก็ยังหมุนสามร้อยหกสิบองศา
ขาขาวๆสองข้างของ ซู่เสี่ยวเิ มีพลังเตะที่ค่อนข้างรุนแรง ยิ่งออกอาวุธได้เร็ว ก็จะยิ่งอันตราย ผสานกับเทคนิคอันแพรวพราวของเธอ ทำให้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่อันตรายอย่างมาก!
แต่ว่า....
“ยังช้าไปหน่อยนะ ปลายเท้าต้องคมกว่านี้ ถึงจะเร็วขึ้นอีก”
สัญชาตญานของ เสี่ยวเิ ได้ทำตามที่ เซียวเฉิน สอน จึงทำให้เธอยิ่งทำให้ประหลาดใจ เพราะมันได้ผลจริงๆ
“นั่นแหละๆ ไม่เลวเลยนะ”
“หึ”
ซู่เสี่ยวเิ แค่นเสียงในลำคอ เธอยังไม่ยอมแพ้!! จึงเตะสูงเข้าไปอีกที โดยเล็งไปที่ก้านคอของ เซียวเฉิน
ป๊าบบ!!
ทันใดนั้น เซียวเฉิน ก็ใช้มือซ้ายจับขาของ เสี่ยวเิ เอาไว้ได้ และเขาก็อดไม่ได้ที่บีบเบาๆไปที่ขาของ เสี่ยวเิ บอกตามตรง ความรู้สีกนี้ไม่เลวเลยทีเดียว
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ขี้โกง”
เสี่ยวเิ ตอนนี้ยืนด้วยขาข้างเดียว เลยรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย
“เธอต้องหยุดหาเื่ฉันก่อนสิ ฉันถึงจะยอมปล่อย” เซียวเฉินอมยิ้ม สายตาก็มองไปที่ขาขาวๆเบื้องหน้า เฮ้อ...น่าเสียดาย น่าจะใส่กระโปรงสั้นมาเสียหน่อย ไม่น่าใส่กางเกงเลย
ซู่เสี่ยวเิได้ฟังอย่างนี้แล้ว ก็เริ่มรู้สึกอับอายขึ้นมา ทำให้ขณะนี้เธอขบฟันแน่นอย่างเจ็บแค้น นี่ตกลงใครรังแกใครกันแน่?
“จะปล่อยหรือไม่ปล่อย”
“ไม่ปล่อย ทำไมจะกัดฉันรึยังไง?” เซียวเฉินยังคงปั่นประสาท เสี่ยวเิ
“ไปตายซะ!!”
เสี่ยวเิ ค่อยๆออกแรงฝืนเพื่อที่จะให้ขาหลุดจากมือ เซียวเฉิน
จากนั้น เซียวเฉิน ก็ค่อยคลายมือออกจากขาของ เสี่ยวเิ แล้วถอยหลังไปตั้งหลัก ทำให้ เสี่ยวเิ ล้มลงที่พื้นเบาๆ
“เฮอะ ไม่สู้ด้วยแล้ว”
“พูดแล้วพูดเลยนะ”
“แต่ถ้าเธอยังลงมืออีก ฉันคงต้องไปรายงานพี่สาวเธอแล้วล่ะว่าฉันอยากไปโรงเรียนกับเธอ ไปเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวก็นับว่าไม่เลวทีเดียว...”
“นาย มันคนน่ารังเกียจ” ซู่เสี่ยวเิก็ยอมแพ้ ไม่สู้อีกต่อไป
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เซียวเฉินหัวเราะลั่น เด็กน้อย ดูทรงแล้วขนาดพี่เธอก็ยังเอาไม่อยู่เหมือนกันสินะ?
“คุยกันอะไรกับ ดูท่าจะคุยกันสนุกดีนะ”
ซู่ฉิง ลงมาแล้ว พร้อมกับเปลี่ยนชุดอยู่บ้าน ดูๆแล้วก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
“ฮ่าๆ ฉันกับ เสี่ยวเิ คุยกันเื่ที่โรงเรียนหนะ” เซียวเฉินพูดพลางยิ้ม แล้วสบตากับ ซู่เสี่ยวเิ “พอฟังที่เธอพูดก็เหมือนให้ฉันได้ย้อนกลับไปตอนเรียนหนังสือเลยจริงๆ”
ซู่เสี่ยวเิสีหน้าเปลี่ยนทันที ไอ้บ้านี่หน้าไม่อายเกินไปแล้ว
“โอ้ ใช่มั้ยล่ะๆ ที่จริงแล้วฉันก็มีความคิดผุดมาเหมือนกัน แม้ว่าในห้างสรรพสินค้ามีอันตรายได้ เช่นนั้นที่ไหนก็เกิดเื่ที่ไม่คาดคิดได้เหมือนกัน สำหรับฉันน่ะไม่เป็อะไรหรอก แต่ห่วงที่สุดก็น้องสาวฉันนี่แหละ”
“อืม ก็จริงนะ ทุกวันนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อย่างเช่นการลักพาตัว ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ” เซียวเฉิน ยืนข้างๆ พลางพยักหน้าไปเรื่อย
ซู่เสีวเิ มองด้วยความแค้นใจ เ้าบ้านี้ มีแผนการจะทำอะไรอีก
พอได้ยินที่ เซียวเฉิน พูดแล้ว ซู่ฉิง ก็คลายความกังวลไป “เซียวเฉิน นายตกลงจะไปโรงเรียนคุ้มครอง เสี่ยวเิแล้วใช่ไหม”
“แย่แล้ว”
ซู่เสี่ยวเิ หน้าถอดสี หาก เซียวเฉิน ตอบตกลง พี่สาวจะต้องจัดการให้เ้าบ้านี่ไปโรงเรียนกับฉันแน่ๆจริงๆแน่
เธอหันหน้าไปมองที่ เซียวเฉิน บัดนี้ใบหน้าของเขาดูเขายืดผายเสียเหลือเกิน ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ไอ้เ้าเล่ห์ จะได้รู้กันว่าฉันร้ายกาจแค่ไหน!!
แต่ตอนนี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะแก้แค้น เซียวเฉิน และครู่ต่อมา ในที่สุดเื่ที่เธอกลัวก็เกิดขึ้น “ก็ได้นะ ฉันตกลงที่จะไปโรงเรียน” และแล้วชีวิตที่แสนจะสวยงามของ เสียวเหมิน ก็สิ้นสุดลง ความลับที่เธอได้เก็บงำไว้ทั้งหมดจะถูกเปิดเผย…
เธอทำหน้าตาวิงวอน พร้อมกับยกมือประสานขอร้อง เซียวเฉิน
เมื่อเห็นเช่นนี้ เซียวเฉิน จึงหัวเราะขึ้นมาทันที
“ซู่ฉิง ที่จริงแล้วข้างนอกมันก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น หน่วยรักษาความปลอดภัยก็ไม่เลวนัก เมื่อสักครู่นี่ฉันได้ลองทดสอบฝีมือของ เสี่ยวเิ บ้างแล้ว ให้เวลาฉันสอนเธออีกนิด เกรงว่าอนาคตคงไม่ต้องใช้บอดี้การ์ดแล้ว”
ซู่เสี่ยวเิ ถอนหายใจ “ใช่แล้วพี่สาว พี่ดูแลตัวเองไม่ได้ไม่ใช่เหรอ อีกอย่างหนูเป็เทควันโด้สายดำขั้นสามเชียวนะ ใครจะกล้ามาหาเื่หนูล่ะ มั่นใจได้เลยใครกล้าเข้ามาได้ฟันหักแน่”
ซู่ฉิง เห็นทั้งสองคนพูดเช่นนี้ ก็พยักหน้า “เอาล่ะๆ เซียวเฉิน สงสัยฉันคงทำให้คุณกังวลมากไป”
“อืม เื่เล็กน้อย”
ครู่ต่อมา เสี่ยวเิ ได้จ้องมองมายัง เซียวเฉิน พร้อมกำหมัดแน่น เ้าเล่ห์นักนะ อยู่ต่อหน้าพี่สาวทำเป็พูดดี รอก่อนเถอะ รอฉันจับผิดนายได้ก่อน แล้วให้พี่สาวรู้ว่านายมันน่ารังเกียจแค่ไหน ฉันจะให้พี่สาวไล่นายออกไปซะ!!
ต้องให้ตายกันไปข้าง!!
…………..