ผมรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อไปส่งภารกิจของตนเองและแน่นอนที่จะไม่ลืมปลอมตัวไปเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจต่อสายตาของผู้คนมากนัก บางทีอาจดึงกลุ่มภาคีนภาสีครามออกมาก็ได้ถึงผมจะมั่นใจในความสามารถของตนเองแต่ถ้าโดนคนหมู่มากรุมเข้ามาก็ไม่รอดออกไปเหมือนกันเพราะฉะนั้นต้องระวังเอาไว้ก่อน
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณโซเฟีย”
“อ๊ะ! นี่คุณ...”
ผมเอามือปิดปากของโซเฟียเอาไว้ไม่ให้เธอพูดออกมาเสียงดัง
“ผมแค่จะมาส่งภารกิจเพราะฉะนั้นอย่าดึงความสนใจของคนอื่นจะดีกว่านะครับ”
โซเฟียผงกหัวตอบรับ ผมจึงวางใจลงได้ในระดับหนึ่ง
“นี่คุณกลับมาที่นี่ทำไม? รู้ไหมว่าตอนนี้กลุ่มภาคีนภาสีครามกำลังตามหาตัวของคุณอยู่นะคะ”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นไปหรอกผมจัดการได้แน่นอนวางใจเถอะ รับนี่ไปผมทำภารกิจเสร็จแล้ว”
โซเฟียก็ยังมองมาที่ผมพร้อมกับท่าทีที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ จากนั้นโซเฟียก็รับใบภารกิจมาพร้อมกับพวกของยืนยันในการทำภารกิจสำเร็จจากผมไป เธอตรวจสอบมันอย่างละเอียดก่อนที่จะถามกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น
“คุณไปฆ่าราชาหมาป่าขนเทากับราชินีหมาป่าขนเทามาได้ยังไงอีกอย่างยังมีฮอบก็อบลินอีกตั้งหกตัว รู้ไหมว่าถ้านับรวมกันทั้งหมดมันเป็นภารกิจอย่างน้อยก็แรงค์ E เลยนะ”
“ฮ่า ฮ่า ก็แค่บังเอิญเท่านั้นเองครับเพราะผมมีทักษะนิดหน่อย”
“เอาเถอะฉันจะไม่ถามคุณมากไปกว่านี้หรอกนะเพราะไม่ใช่หน้าที่ของฉันแต่ว่าการที่คุณยังไม่ได้แข็งแกร่งมากนักอย่างน้อยก็ระวังตัวให้ดีก่อนคิดจะทำอะไรก็แล้วกันนะคะ”
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ”
โซเฟียตรวจสอบรางวัลพร้อมกับคำนวณออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จแล้วก็ยื่นมันมาให้กับผม
“เงินทั้งหมดที่ได้รับจากภารกิจคือ 2 เหรียญทองกับอีก 10 เหรียญเงิน และส่วนของการขายเฉพาะอีก 10 เหรียญทอง”
(อัตราการแลกเปลี่ยน ขนมปังหนึ่งก้อน=10เหรียญทองแดง 100เหรียญทองแดง=1เหรียญเงิน 100เหรียญเงิน =1เหรียญทอง 10เหรียญทอง=1เหรียญทองใหญ่ 10เหรียญทองใหญ่=1เหรียญทองคำขาว 10เหรียญทองคำขาว=1เหรียญทองคำขาวใหญ่)
“นี่มันแพงมากเลยนะ ทำไมมันแพงถึงขนาดนั้น?”
“คือว่าตัวของราชาหมาป่ากับราชินีหมาป่ามันก็แพงมากๆแล้วยังมีฮอบก็อบลินอีกตั้งหกตัว รวมกับพวกที่คุณไปล่ามาทั้งหมด”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็เยี่ยมเลยสิคงไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้เงินไปอีกสักพักใหญ่ๆ”
“แล้วต่อจากนี้คุณจะวางแผนไปที่ไหนต่อ?”
“ผมมีภารกิจที่ต้องไปกับคุณริฮานน่า”
“คุณพูดว่าอะไรนะคะ คุณไปกับเจ้าหญิงแห่งดาบจริงๆเหรอ?”
“ใช่ครับ แล้วมันทำไมเหรอ?”
โซเฟียตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินเพราะภารกิจที่ไอรีนรับไปนั้นมันคือภารกิจที่เป็นทีมเคลียร์ดันเจี้ยนแบบกลุ่มที่แต่ละกลุ่มย่อยนั้นต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่าสองคนเพื่อเข้าร่วม โซเฟียเธอไม่รู้ว่าผมไปสนิทกับไอรีนตอนไหนแต่ถ้าสนิทกันถึงขั้นชวนไปดันเจี้ยนแล้วต้องไม่ใช่สนิทธรรมดาแน่นอน
“คุณโรเบิร์ตค่ะ ที่คุณไปครั้งนี้คือการเคลียร์ดันเจี้ยนแบบกลุ่มฉันขอแนะนำว่าระวังตัวให้ดีนะคะเพราะครั้งนี้หัวหน้าใหญ่กลุ่มภาคีนภาสีคราม คุณโลเวล ที่อยู่แรงค์ A ก็ไปกันด้วย ยังมี คุณก๊อตดาร์ท ที่เป็นนักผจญภัยแรงค์ A ไปด้วยเช่นกันทั้งสองกำลังแข่งขันเพื่อเอาชนะใจของคุณไอรีนอยู่ในตอนนี้และคนอื่นๆที่อยู่แรงค์ B ที่ไม่ได้แสดงตนด้วยนะคะ คุณต้องระวังตัวเอาไว้”
ผมได้ยินแบบนั้นก็แทบจะเอาหัวโขกพื้นตายในทันทีเพราะไม่ใช่แค่ไอรีนจะฆ่าผมทางอ้อมบางทีถ้าผมพลาดไปอาจถึงขั้นสูญเสียชีวิตดวงน้อยๆของผมไปอย่างแน่นอน ก็เล่นดึงผมไปเจอขาใหญ่แบบนั้นตั้งแต่ต้น
แต่ยังไงก็ตามผมก็เป็นคนที่รับปากไปแล้วเพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจคิดมากสักเล็กน้อยแต่ว่าตอนนี้ผมไม่ใช่คนเดิมอีกแล้วหลังจากได้รับการปลุกพลังมาได้สำเร็จร่างกายของผมแม้กระทั่งพลังชีวิตก็เพิ่มขึ้นมามากอย่างน้อยผมก็มั่นใจในการหลบหนีของตนเองในระดับหนึ่ง
เพราะถ้าคิดไปต่อสู้ซึ่งๆหน้ากับแรงค์ A มันก็เหมือนเอาตัวเองเข้าไปตายเปล่าเพราะผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเลเวลพวกเขาถึงเลเวลเท่าไหร่กันแล้วอีกอย่างพลังชีวิตและพลังเวทย์ ไหนจะทักษะอะไรบ้างอีกตราบใดที่ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีสิ่งเหล่านี้มากมายขนาดไหนผมก็ประมาทเข้าไปต่อสู้ซึ่งๆหน้าไม่ได้หรอก
ถ้าคิดว่าตนเองเก่งตนเองฉลาดแล้วคิดจะเข้าไปแบบผู้กล้าในหนังหรือในการ์ตูนแบบนั้นผมบอกได้เลยว่าเป็นการกระทำที่โง่เง่ามาก มันไม่มีหรอกครับคำว่าปาฏิหาริย์บนโลกแห่งความเป็นจริงถ้าคุณเฝ้ารอแต่คอยมัน ผมบอกได้เลยว่าคุณก็เป็นคนที่เผ้ารอมันเหมือนเดิมเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นพระเอกนางเอกแบบในเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่สวยงามแบบนั้น
ชีวิตคนเรานั้นเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียวการใช้ชีวิตอย่างประมาทโดยไม่รู้ตัวก็คือวิธีของพวกโง่เง่าทั้งหลาย ต้องตระหนักถึงความเป็นจริงโดยรอบให้ถึงที่สุดใช้ความคิดให้มากแม้มันจะไม่สำคัญในโลกของผู้แข็งแกร่งก็ตามแต่ว่าอย่างน้อยมันก็สามารถสร้างทางเลือกมากมายได้
“ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงแต่ว่าเรื่องนี้มันอยู่ในการคาดการณ์ของผมแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ”
“นั่นสินะ จะมามัวกังวลไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาไม่มีใครรู้สักหน่อยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”
“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้วครับ ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลาก่อนนะครับคุณริฮานน่าอาจรอนานแล้ว”
“ไปดีมาดีนะคะ”
โซเฟียก็ยังมีอาการกังวลที่ยังเหลือเล็กน้อยแต่หลังจากที่มองแผ่นหลังของผมแล้วเธอก็ยิ้มออกมาความกังวลก็สลายหายไปจนหมดสิ้น
..........
ผมออกมาจากกิลด์มุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายของผมกับไอรีนที่นัดหมายกันไว้ก่อนที่จะแยกจากกันไปพักผ่อนเมื่อวานนี้ มันคือจัตุรัสกลางเมืองแต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่ไปต่อเพราะเวลานัดหมายยังเหลืออีกสามสิบนาทีเพราะว่ามันมีเรื่องที่น่าสนใจผมจึงหยุดแล้วยืนฟังชายสามคนที่กำลังยืนรอการมาของสมาชิกในปาร์ตี้ของพวกเขา
“นี่พวกเราในครั้งนี้เจ้าหญิงแห่งดาบก็ไปกับกลุ่มในรอบนี้ด้วยนะ”
“จริงเหรอ! ฉันจะได้เห็นการใช้ดาบที่เหมือนกับการร่ายรำของเทพธิดาอีกครั้งแล้วใช่ไหม”
“ฮ่า ฮ่า ถือว่าโชคดีที่ตัดสินใจไปในครั้งนี้จริงๆ”
“เจ้าพวกบ้าฉันยังพูดไม่จบจะตื่นเต้นไปทำไม ครั้งนี้หัวหน้าใหญ่กลุ่มภาคีนภาสีคราม ท่านโลเวล ก็ไปด้วย ยังมี ท่านก๊อตดาร์ท อีกคิดว่าเสียงเห่าหอนของหมาวัดแบบพวกแกจะได้ส่งเสียงเหรอ?”
ชายสองคนที่ได้ตื่นเต้นไปก่อนหน้านี้สงบเสงี่ยมเจียมตัวในทันที
หืม! เจ้าสองคนนี้มันมีอำนาจสะกดข่มคนอื่นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอดูท่าคราวนี้การไปในครั้งนี้จะยุ่งยากซะแล้ว เอาเถอะถ้าพวกมันมาหาเรื่องก็มอบของขวัญให้สักหน่อยก่อนถอยออกไปก็แล้วกัน ตัวผมในตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าตนเองเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาโดยไม่รู้ตัว
ผมเดินมาถึงจัตุรัสกลางเมืองเรียบร้อยอย่างน้อยก็ก่อนเวลาสิบนาทีตอนนี้ผมกำลังมองหาตัวของไอรีนอยู่สักพักก่อนจะพบเธอยืนอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคนพวกเขาน่าจะเป็น โลเวลและก๊อตดาร์ท นักผจญภัยแรงค์ A แน่นอนเพราะความกดดันที่แผ่ออกมามันแข็งแกร่งรวมกับท่าทีของไอรีนที่ไม่ได้สนใจอะไรพวกเขา
เธอมองมาเห็นตัวผมทำให้เธอเผยรอยยิ้มที่สามารถกระชากใจของชายทั้งหลายออกมา ผมไม่ปฏิเสธนะว่าตัวเองหลงไปกับมันแล้วแต่ด้วยสายตาอาฆาตที่จ้องมาที่ผมมันมากเกินไปจึงสลัดความดีใจออกไปก่อน เสียอารมณ์หมดก็รู้ว่าสาวสวยยิ้มให้กับผมยังอิจฉาตาร้อนได้อีกนะ(ความหลงตัวเองเริ่มมา)
ไอรีนเดินเข้ามายืนข้างตัวของผมก่อนที่จะยืนในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้เอาไว้โดยที่มือข้างหนึ่งกำด้ามดาบเอาไว้
โลเวลที่เต็มไปด้วยความโกรธก็พูดออกมาโดยไม่สนใจก๊อตดาร์ทที่เป็นคู่แข่งอีกต่อไป
“แกสินะ โรเบิร์ต ซัมเมอร์ เจ้าคนอวดดีที่มาหาเรื่องกลุ่มของฉัน แล้วยังคิดจะมาแย่งผู้หญิงของฉันอีก”
เจ้าบ้านี่! คิดว่าไอรีนไม่พูดด้วยก็เอาใหญ่เลยนะประกาศว่าไอรีนเป็นผู้หญิงของตนเองแบบนี้ อยากมีเรื่องกับผมรึยังไง! เอ่อ...ว่าแต่ทำไมผมต้องรู้สึกโกรธขนาดนี้ด้วยนะ
“ใช่แล้ว ฉันเองแหละ โรเบิร์ต ซัมเมอร์ แล้วมันจะทำไม?”
“ก็เพราะวันนี้ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆยังไงละ”
โลเวลเตรียมใช้ทักษะของตนเองออกมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้ใช้ออกมาก็มีน้ำเสียงราวกับเทพธิดาแห่งความตายออกมาจากปากของไอรีนพร้อมกับสายตาที่สุดแสนใจเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ถ้านายคิดจะทำอะไรคุณซัมเมอร์ฉันจะฟันนายให้ขาดเป็นสองท่อนในทันที และจะไม่มีการไว้หน้าตระกูลของนายอีกต่อไป”
“เธอหลงรักมันแล้วเหรอทำไมต้องปกป้องมันแบบนั้น?”
ไอรีนไม่ตอบแต่กลับดึงดาบออกมาจากฝักอย่างช้าๆ
“ครั้งนี้ฉันยอมถอยก็ได้ ระวังเอาไว้ให้ดี โรเบิร์ต ซัมเมอร์ อย่าให้ถึงคราวฉันเมื่อไหร่ฉันจะเหยียบแกลงใต้ฝ่าเท้าของฉันเอง”
โลเวลยอมถอยออกไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง ผมมองตามหลังของเขาไปจนสุดสายตาก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่คิดเลยว่ามันจะไร้ยางอายขนาดนี้เอาชนะใจสาวสวยไม่ได้ก็คิดจะเล่นงานคนที่มีความสามารถพิชิตใจสาวสวยอย่างผมคนนี้(โรเบิร์ตเข้าสู่โหมดหลงตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้วเหรอ?)
ต่อให้พยายามขนาดไหนถ้าหากไม่สามารถพิชิตใจของสาวสวยได้อย่างแท้จริงด้วยความสามารถของตนเองต่อให้ต้องกำจัดผู้ชายทั้งโลกให้หายไปจนเหลือแค่คุณกับสาวสวยคนนั้นมันก็ไม่มีวันที่สาวสวยคนนั้นจะชายตามองมาที่ตัวคุณหรอกนะ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่มีอะไรที่ต้องไปสู้กับเขาเลยนอกจากการต่อสู้ที่ใช้พลังเข้าห้ำหั่นกัน
ยังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีความสามารถพอที่จะพิชิตใจของไอรีนได้ บอกผมสิครับผู้หญิงคนไหนกันที่ชื่นชอบผู้ชายที่กดขี่ข่มเหงรังแกคนอื่นเหยียบย่ำคนที่อ่อนแอกว่าตนเอง ใจร้อน ไม่สนใจใคร เห็นแก่ตัว ไม่แยกแยะถูกผิด
ถ้าผู้หญิงคนไหนที่เข้าหาคนแบบนั้นผมบอกได้คำเดียวว่าพวกเธอต้องเข้าหาในเรื่องฐานะ อำนาจ และพลังอันแข็งแกร่งแต่ไม่มีวันที่จะได้หัวใจของพวกเธอจวบจนวันที่ฟ้าดินสูญสลายไปแน่นอน
ผมมองไปยังชายอีกคนที่ชื่อว่า ก๊อตดาร์ท เขาก็มองกลับมาที่ผมเช่นเดียวกันแต่ไม่มีความรู้สึกใดๆเหมือนอย่างโลเวลที่โดนแย่งความสนใจของไอรีนไป เขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มมาที่ผมก่อนที่จะเดินไปอีกทาง เห็นได้ชัดว่าก๊อตดาร์ทคือยอดคนที่หาได้ยากและชื่นชอบการแข่งขันที่ยุติธรรม
“ผมขอโทษด้วยนะครับผมมาช้าเกินไป”
“ไม่เป็นอะไรหรอกคุณซัมเมอร์ นายมาก่อนที่จะถึงเวลานัดหมายตั้งห้านาทีจะบอกว่ามาช้าได้ยังไง การพูดคุยนัดแนะกลุ่มรวมทั้งหมดจะพูดคุยที่หน้าทางเข้าของดันเจี้ยน ในเมื่อพร้อมแล้วพวกเราก็รีบเดินทางไปกันเถอะ”
ผมกับไอรีนเดินทางมุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนแต่ว่าก่อนที่จะออกไปจากเมืองผมจำลักษณะทางกายภาพเฉพาะบางอย่างได้อย่างแม่นยำของคนกลุ่มหนึ่งพวกมันคือพวกเดียวกับมนุษย์ชุดดำที่วางแผนฆ่าเซล่าในตอนนั้น เป้าหมายในครั้งนี้ของมันคืออะไรกัน?
ทำไมพวกมันต้องมาที่ดันเจี้ยนในคราวนี้ด้วย? ดูเหมือนว่าพวกตัวอันตรายจะมามากกว่าที่ผมคิดไว้ครั้งนี้คงเป็นการเดินทางที่ยากลำบากอย่างแน่นอน.......... . . .