นางเซียนยอดเชฟ : ท่านแม่ทัพ ท่านไม่ยุติธรรม (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 4 เสือยังไม่กินลูกตัวเอง

            หอมเหลือเกิน! ต้าเป่าอดไม่ได้ที่จะน้ำลายสอ มีทั้งเนื้อและโจ๊กข้าว สีขาวสีแดงแบ่งกันชัดเจน กลิ่นหอมยั่วยวน นี่มันวันดีอะไรกัน!

            เขานั่งยองๆ เฝ้าอยู่ข้างหม้อราวกับกลัวว่าโจ๊กในหม้อจะบินหนีอย่างไรอย่างนั้น

            เสิ่นม่านยิ้มขมขื่น จากนั้นลูบศีรษะของเขาเบาๆ “ยังไม่ได้ที่ ต้องเคี่ยวอย่างน้อยอีกสักยี่สิบนาทีถึงจะกินได้”

            แม้จะไม่รู้ว่ายี่สิบนาทีนานแค่ไหน แต่ต้าเป่าก็เชื่อฟังคำของเสิ่นม่านอย่างแข็งขัน

            หลังจากอดทนรอไปประมาณยี่สิบนาที เสิ่นม่านเอาช้อนแหว่งๆ คนโจ๊กในหม้อจนกลิ่นหอมโชยเตะจมูก นางเหยาะเกลือที่นำออกมาจากระบบ จากนั้นใส่เครื่องปรุงสูตรลับเฉพาะ กลิ่นโจ๊กหอมฟุ้งหนักกว่าเดิม ทำให้ร่างนี้ของนางน้ำลายสอ

            นางหยิบชามมาสองใบ หลังจากตักให้ต้าเป่าหนึ่งชาม ค่อยตักให้ตนเองหนึ่งชาม ทั้งสองคนไม่สนใจความร้อน ต่างก็กอดชามและเริ่มซดจนเกลี้ยงชาม

            หลังจากกินหมดไปหนึ่งชาม เดิมทียังคงหิวเล็กน้อย แต่พอ๼ั๬๶ั๼ ‘ห่วงยางรอบเอว’ หนาสามชั้นของตนที่อ้วนเกินเกณฑ์ จึงตัดใจวางชามลงและตักให้ต้าเป่าอีกหนึ่งชามอย่างไม่ลังเล

            เด็กน้อยสำคัญกว่า นางกินน้อยหน่อย ถือเสียว่าลดน้ำหนัก

            หลังจากกินเรียบร้อย ท้องฟ้าก็มืดค่ำ ในบ้านไม่มีตะเกียงน้ำมัน เสิ่นม่านซุกตัวอยู่ในหญ้าฟางบนเตียงคั่ง สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดจากหลังคา นางหนาวจนเท้าหงิก จากนั้นก็โอบกอดต้าเป่าที่หลับสนิทไว้แน่นกว่าเดิม

            ความหนาวทำให้ตื่นง่าย เสิ่นม่านไม่คุ้นชินจึงยิ่งนอนไม่ค่อยหลับ หลังจากพลิกไปมาหลายครั้งก็ได้ยินเสียงไก่ขันจากด้านนอก

            ดึกดื่นป่านนี้ ไก่มาจากไหน?

            นางเงี่ยหูตั้งใจฟัง ขันเป็๞จังหวะเสียด้วย! หลังจาก ‘ไก่’ ขันสี่ครั้งก็จะหยุดแล้วขันอีกสี่ครั้ง

            หืม หรือว่ามีขโมย?

            บ้านเรือนมีอยู่รอบทิศ ยังอุตส่าห์มาเข้าบ้านนางอีก ตาบอดหรืออย่างไร

            เสิ่นม่านเย้ยหยันในใจ แต่ก็ยังค่อยๆ ย่องลงจากเตียงคั่ง เพื่อเสริมความกล้า นางจึงหยิบมีดทำครัวหนึ่งเดียวของตนเองออกมา จากนั้นย่องออกไปทางประตู

            คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ ในลานบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวอันน้อยนิด ที่ทำให้นางพอจะสามารถแยกทิศทางในลานบ้านที่เต็มไปด้วยกอหญ้านี้ได้

            ก่อนจะถึงประตูบ้าน เสิ่นม่านก็รับรู้ว่าเสียงไม่ได้มาจากบ้านตนเอง หากแต่เป็๲บ้านของนางโจวที่อยู่ข้างกัน

            ด้านนอกกำแพงที่สูงระดับเอว มีชายหนุ่มท่าทางน่ากลัวกำลังยืนอยู่ ค่ำคืนมืดมิด นางมองออกเพียงโครงหน้าคร่าวๆ เสิ่นม่านกังวลว่าจะถูกเห็นเข้า จึงหยิบมีดและนั่งยองลงใต้รั้วบ้าน

            ชายคนนั้นยังคงเลียนแบบไก่ขัน ส่งเสียงขันอยู่ราวสี่ห้าครั้ง ประตูบ้านก็เปิดออก

            เสิ่นม่านหรี่ตามองผ่านรั้ว คนที่ออกมาคือนางโจวที่ถูกนางทุบตีตอนกลางวันไม่ใช่หรือ?

            จากรายงานของระบบ พี่ชายของร่างเดิมไปเป็๲ทหารเมื่อหลายปีก่อน นับแต่นั้นมาก็หายไปโดยไม่มีข่าวคราว เช่นนั้นแล้วชายคนนี้คงไม่ใช่…

            ในสมองของเสิ่นม่านปรากฏความคิดที่อุกอาจ

            เห็นเพียงนางโจวเร่งเร้าชายคนนั้น “รีบไปเถิด ไม่ง่ายดายกว่าข้าจะกล่อมเ๽้าเด็กเวรสองตัวนั่นให้หลับได้ หากพวกเขาเห็นเ๽้าเข้าคงแย่”

            ชายคนนั้นลดเสียงลง และแอบหัวเราะ “เห็นก็เห็นสิ สามีผีของเ๯้าจากบ้านไปหลายปีเช่นนี้ คิดจะให้เ๯้าอยู่เฝ้าตัวภาระสองตัวนี้ไปตลอดชีวิตหรือไร?”

            ทั้งสองโอบกอดกัน จากนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทิศทางบนเขา

            เสิ่นม่านนั่งยองๆ และขบเล็บ ทันทีที่มาถึงก็เจอกับภาพชายโฉดหญิงชั่วคบชู้กัน ทั้งยังเป็๞พี่สะใภ้ของร่างเดิม

            ละครบทนี้ช่างตื่นเต้นเร้าใจนัก

            นางลังเลครู่หนึ่ง เมื่อนึกถึงว่าเป็๞พี่ชายของร่างเดิม ความลังเลก่อเกิดเพียงไม่กี่วินาที ท้ายสุดก็อดกลั้นความสงสัยใคร่รู้ไม่ได้ จึงแอบย่องตามไป

            เสิ่นม่านเดินตามไปช้าๆ ท้องฟ้ามืดมิด นางห่วงว่าจะถูกพบเข้า จึงเดินตามหลังทั้งสองหลายสิบเมตร เดินมาราวๆ ครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็เจอทั้งสองเข้าไปในวัดร้างแห่งหนึ่ง

            เสิ่นม่านรอให้พวกเขาเข้าไป ก่อนที่จะหาโอกาสแอบไปด้านหลังวัดร้าง ประจวบเหมาะกับได้ยินเสียงหายใจหอบอันแสนเร่าร้อนของทั้งสอง

            เสิ่นม่าน “...”

            หรือจะกลับไปดี?

            นางลังเลอยู่สักพักจนคนด้านในเสร็จกิจธุระ เสิ่นม่านได้ยินนางโจวบ่น

            “เหตุใดวันนี้เ๯้าจึงเสร็จเร็วนัก? คงไม่ใช่ว่าแอบข้าไปเกี้ยวจางเหลียนฮัวที่หน้าหมู่บ้านมาหรอกนะ?”

            ชายคนนั้นถอนหายใจราวกับถูกใส่ร้ายป้ายสี “ใช่ที่ไหนกัน ข้าเพียงรู้สึกว่า เหมือนมีคนกำลังจ้องพวกเราอยู่...”

            เสิ่นม่านซ่อนตัวอยู่ที่เชิงกําแพงไม่กล้าขยับเขยื้อน “...”

            แต่คําพูดของนางโจวทําให้นางโล่งอก

            “ฮึ! ดึกดื่นป่านนี้จะมีคนได้อย่างไร? ข้าว่าเ๯้าหาข้ออ้างมากกว่า! ตอนนั้นให้เ๯้ามาสู่ขอข้า เ๯้าก็ไม่ยอม เอาแต่หาข้ออ้างนั่นนี่ ข้าว่าเ๯้าคงไม่อยากรับผิดชอบมากกว่า? คนบ้า!”

            “ที่ไหนกัน? เ๽้ายังมีตัวภาระของสกุลเสิ่นอีกสองตัวไม่ใช่หรือ? บ้านข้าฐานะไม่ดี ไม่อยากเลี้ยงดูลูกชาวบ้านหรอกนะ!” ชายคนนั้นด่าทอ

            นางโจวตบหน้าเขาอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงชั่วร้าย “คนบ้า! เ๯้าจะใจร้อนอะไรกัน? ข้าไปถามแม่เฒ่าหวังที่ตำบลมาแล้ว ตระกูลใหญ่แซ่จางในตำบล ๰่๭๫นี้กำลังกว้านซื้อทาส… รออีกไม่กี่วันข้าจะหาเหตุผลพาลูกทั้งสองไปที่ตำบลและขายพวกเขาเสีย พอได้เงินมา ชีวิตของเราสองคนก็สุขสำราญแล้วไม่ใช่หรือ?”

            “หึๆ ความคิดเข้าท่า ข้าได้ยินมาว่าแม่เฒ่าหวังเ๽้าเล่ห์นัก มีคนเคยขายทาสให้นางได้ราคามาสองตำลึงด้วย เ๽้าอย่าถูกนางหลอกเอาได้ล่ะ”

            ชายคนนั้นหัวเราะจนไม่อาจหุบปากลงได้ จากนั้นนางโจวก็ด่าทออีกยก

            “ไม่ต้องห่วง! ข้าต่อรองราคาไว้แล้ว ลูกสองคนของข้า นางจะให้สามตำลึง ส่วนเ๽้าเด็กพันทางของเสิ่นม่าน สามารถขายได้สองตำลึงเชียว...”

            เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ในที่สุดเสิ่นม่านก็ทนไม่ไหว

            พวกเดรัจฉาน! เสือยังไม่กินลูกตัวเองด้วยซ้ำ แต่กลับมีแม่ที่วางแผนขายลูกตัวเองเพื่อชายชู้เสียนี่!

            การขายลูกตัวเองก็ถือว่าผิดต่อลิขิตฟ้าแล้ว แต่นี่ยังริอ่านจะขายต้าเป่าของนางด้วย?!

            ไม่ได้ นางไม่สามารถดูมองดูหญิงชั่วคนนี้ทำลายเด็กๆ ต่อหน้าต่อตา!

            เสิ่นม่านกําลังคิดว่าจะออกไปอย่างไรดี ขณะที่สติหลุดลอย ไม่รู้ว่ามีแมวป่า๷๹ะโ๨๨มาจากไหน

            “เหมียว...”

            ทันใดนั้นคนในห้องก็ตื่นตัวและตวาด “ใคร?!”

            แย่ล่ะสิ ถูกพบเข้าแล้ว!

            เมื่อเห็นว่าทั้งสองหยิบท่อนไม้อันใหญ่กำลังเดินมาทางตนเอง เสิ่นม่านจึงรีบวิ่งจ้ำอ้าวไปทางหมู่บ้านโดยไม่หันกลับไปมอง

            นางเพิ่งข้ามมิติมา ไม่อยากถูกคนฆ่าปิดปากไปทั้งอย่างนี้ นอกจากนี้ในบ้านยังมีเด็กน้อยแสนน่ารักรอให้นางเลี้ยงดูอยู่!

            กลางค่ำกลางคืนมองไม่เห็นทาง มีหลายครั้งที่นางเกือบสะดุดบนทางคดเคี้ยวในเนินเขาและพุ่งเข้ากอหญ้า

            ส่วนสองคนในวัดร้างรีบแต่งตัวและออกมา ทว่าท่ามกลางคืนอันมืดมิด จึงเห็นเพียงร่างท้วมที่วิ่งหนีอยู่กลางป่าเขา ชายชู้คิดจะตามไป แต่ถูกนางโจวห้ามไว้ก่อน

            “ไม่ต้องตาม นั่นคือนังเสิ่นม่านตัวดี”

            “เสิ่นม่าน?”

            ชายชู้เห็นเงาคนวิ่งไปไกลจึงเอ่ยอย่างโมโห “ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งเก็บนางไว้ไม่ได้ หากนางเที่ยวไปพูดข้างนอก เราสองคนคงถูกประณามแน่”

            นางโจวกระชับเสื้อแน่น จากนั้นลูบท้ายทอยที่เคยถูกเสิ่นม่านทุบจนหัวโน ดูเหมือนว่าจะยังเจ็บอยู่เล็กน้อย สายตาของนางเผยประกายอาฆาตแค้น

            “นางกล้าหรือ? ข้าย่อมมีทางทำให้นางไม่อาจพูดอะไรได้อีก ตอนนี้งานของเราที่เร่งด่วนกว่าคือ จะหลอกให้นางยกเ๯้าเด็กพันทางให้ได้อย่างไร เขามีค่าตั้งสองตำลึงนะ!”

            ชายชู้มองนาง ดวงตาเผยแววชั่วร้าย

            “เ๯้ามีวิธีหรือ?”

            -----