แสงอาทิตย์ยามเช้าของวันใหม่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในตึกอัครเดชโภคินดูอบอุ่นขึ้นเลยสำหรับพริมาเธอเดินเข้ามาในห้องทำงานของประธานบริหารั้แ่เวลาเจ็ดโมงเช้าก่อนเวลาเริ่มงานจริงหนึ่งชั่วโมงหญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่าผมเผ้ารวบตึงเป็มวยเรียบร้อยใบหน้าหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาเพื่อปกปิดรอยหมองคล้ำจากการร้องไห้และไม่ได้นอนมาทั้งคืน
แต่ความตั้งใจของเธอกลับกลายเป็สิ่งไร้ค่าทันทีที่เ้าของห้องเปิดประตูเข้ามา
อคิน ในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแววตาคมกริบตวัดมองพริมาที่ยืนกุมมืออยู่มุมห้อง ก่อนจะแค่นยิ้มหยัน
"มาเช้าดีนี่...คิดว่าทำตัวกระตือรือร้นแล้วฉันจะลดหนี้ให้งั้นเหรอ? " เสียงทุ้มเหน็บแนมั้แ่คำแรกที่อ้าปาก"อย่าสำคัญตัวผิดไป พริมา ที่เธอต้องมาเช้า เพราะงานของ ‘ทาส’มันมีมากกว่าคนอื่น"
"ฉันมาตามหน้าที่ค่ะ คุณอคิน" พริมาตอบเสียงเรียบพยายามสะกดอารมณ์
"ดี... งั้นก็เริ่มหน้าที่ของเธอได้แล้ว"อคินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่แก้วกาแฟว่างเปล่าบนโต๊ะ"ไปชงกาแฟมา ดำสนิท ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่ครีม และจำไว้ว่าฉันดื่มที่อุณหภูมิ 80องศาเท่านั้น ถ้าเย็นหรือร้อนกว่านี้... เททิ้งแล้วชงใหม่"
พริมาเม้มปากแน่น เธอเดินไปที่โซนเตรียมเครื่องดื่มอย่างเงียบๆพยายามตั้งสติ ชงกาแฟอย่างประณีตและนำมาเสิร์ฟให้เขาช้าๆทว่าทันทีที่อคินจรดริมฝีปากแตะน้ำสีดำเข้มชายหนุ่มก็ปล่อยแก้วลงบนจานรองจนเกิดเสียงดัง *แก๊ง!*
"รสชาติไม่ได้เื่... จืดชืดเหมือนชีวิตของเธอตอนนี้ไม่มีผิดไปชงมาใหม่!"
พริมาสูดหายใจเข้าลึก กล่าวว่า "ค่ะ ฉันจะไปชงมาใหม่"
ตลอดทั้งวันนั้นอคินไม่ได้ปล่อยให้พริมาได้หยุดหายใจแม้แต่นาทีเดียวชายหนุ่มเรียกใช้เธอด้วยเื่ไม่เป็เื่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"พริมา... เอกสารโปรเจกต์พิมพ์เขียวตึกคิวบิกอยู่ไหนทำไมยังไม่เอามาวาง?"
"ฉันเพิ่งส่งให้ฝ่ายสถาปัตย์ตรวจเมื่อสิบนาทีก่อนค่ะ"
"ฉันสั่งให้ส่ง ไม่ได้สั่งให้รอ! ไปตามมันกลับมาเดี๋ยวนี้...ทำงานชักช้าอืดอาด สมเป็ลูกไม้หล่นใต้ต้นจริงๆ พ่อเธอเคยโกงเวลาบริษัทฉันไปสิบปีเธอก็จะมาโกงเวลาทำงานของฉันอีกคนหรือไง?!"
คำพูดด่าทอที่ลามปามไปถึงพ่อผู้ล้มป่วย ทำเอาพริมากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อความเ็ปและไฟโทสะแล่นพล่านในอกเธออยากจะปาแฟ้มใส่หน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้แล้วเดินหนีไปแต่ภาพของพ่อที่นอนมีสายระโยงระยางอยู่ในโรงพยาบาลก็ลอยเข้ามาเหนี่ยวรั้งสติเอาไว้
"ฉันจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ค่ะ"เธอกล้ำกลืนก้อนความสะอื้นลงคอ เดินหันหลังออกไปทันที
บ่ายสามโมง... พริมายังไม่ได้กินข้าวกลางวันแม้แต่คำเดียวร่างกายที่อ่อนล้าเริ่มประท้วงด้วยความวิงเวียนแต่พญามารอย่างอคินกลับโยนเอกสารบัญชีย้อนหลังห้าปีลงบนโต๊ะทำงานตัวเล็กของเธอ
"ตรวจสอบตัวเลขพวกนี้ซะคัดแยกส่วนที่ผิดพลาดออกมาให้หมดก่อนห้าโมงเย็น" อคินสั่งเสียงเฉียบขาดขณะที่มือของเขาจับปากกาเซ็นเอกสารอื่นอยู่
"ห้าโมงเย็น? แต่เอกสารมันมีเป็พันหน้านะคะคุณอคิน!ฉันทำคนเดียวไม่ทันหรอกค่ะ" พริมาประท้วงด้วยความเหลืออด
อคินวางปากกา ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาไม่มีความเห็นใจมีเพียงความสะใจที่ได้เห็นเหยื่อดิ้นรน
"ทำไม่ทัน? ตอนพ่อเธอเสวยสุขบนเงินที่โกงไปไม่เห็นบ่นว่าใช้เงินไม่ทันเลยนี่?" ชายหนุ่มเค้นเสียงหัวเราะเยาะหยัน"ถ้าทำไม่ได้ก็บอกมาพริมา... เดินออกไปจากห้องนี้ซะแล้วฉันจะโทรสั่งโรงพยาบาลให้ถอดสายออกซิเจนของพ่อเธอตอนนี้เลย เลือกเอา"
"คุณมันไม่ใช่คน... คุณมันสัตว์นรกในคราบมนุษย์!"พริมาด่าทอออกมาอย่างเหลืออด น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลร่วงอาบแก้มด้วยความคับแค้นใจ
อคินลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้ามาหาเธอแววตาของเขาไหววูบไปวับหนึ่งเมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวทว่าความแค้นอันมืดดำก็บดบังความรู้สึกนั้นไปจนหมดสิ้นเขาโน้มตัวลงมาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
"ใช่... ฉันมันสัตว์นรก และคนที่ส่งฉันลงนรกก็คือพ่อของเธอเองพริมา! ในเมื่อพ่อเธอทำให้ฉันตายทั้งเป็เมื่อสิบก่อน ตอนนี้เธอก็ต้องชดใช้...ร้องไห้ออกมาสิ ร้องให้พอเพราะน้ำตาของเธอมันไม่ได้ครึ่งของความสะใจที่ฉันกำลังได้รับเลยสักนิด"
อคินหมุนตัวเดินกลับไป ทิ้งให้พริมายืนสั่นเทาท่ามกลางกองเอกสารหญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างแรงดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังที่เพิ่มพูนขึ้นทวีคูณ
เธอกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เปิดเอกสารบัญชีหน้าแรกออกอ่านทันที...เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ผู้ชายคนนี้ และเธอจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตระกูลวรโชติเมธีจะไม่ยอมก้มหัวให้ความป่าเถื่อนของเขาตลอดไป!