ความจริง
ในขณะที่หวู่หมานกำลังเดินเข้าหาฟางอี้ด้วยใบหน้าชั่วร้าย พริบตานั้นร่างเงาของฟางเฉินก็พุ่งออกมาและชกหมัดออกมาใส่ใบหน้าของหวู่หมานเข้าอย่างจัง“ตูม!!!!”“อ๊ากกกก ท่านพ่อมันชกหน้าข้าอีกแล้ว” หวู่หมานคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น“เจ้าหนะเหรอที่กล้าท้าทายตระกูลหวู่ หืมเป็นแค่ระดับชีพจรขั้นที่ 9 เจ้ากลับแพ้ให้กลับมัน ทำไมข้าถึงได้มีลูกชายสวะแบบนี้” บิดาของหวู่หมานคำรามออกมาด้วยความโกรธและอับอาย“ท่านพ่อแต่เจ้านั่นมันแข็งแกร่งจริง ๆนะ” หวู่หมานกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองฟางเฉินด้วยความโกรธแค้น“เป็นถึงผู้อาวุโสของตระกูลหวู่ที่ยิ่งใหญ่แต่กลับเดินทางมาหาเรื่องเด็กน้อยคนหนึ่งงั้นเหรอ ถ้าผู้คนในเมืองรู้ชื่อเสียงของตระกูลหวู่คงจะตกต่ำลงอย่างมากแน่นอน” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“แล้วยังไงเจ้าคิดว่าจะมีใครสนใจการตายของขยะเช่นเจ้างั้นเหรอ อ้อแต่เจ้าไม่ต้องห่วง ดูเหมือนว่าบุตรของข้าจะสนใจน้องสาวของเจ้าไม่น้อยเพราะงั้นพวกเราจะดูแลนางให้เอง” บิดาของหวู่หมานกล่าว“ไอ้สารเลว” ฟางเฉินคำรามออกมาด้วยความโกรธเพลิงในหัวใจของฟางเฉินลุกโชนขึ้น“ท่านพ่อจัดการมันเลย” หวู่หมานคำรามออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย“หึ!!!” บิดาของหวู่หมานระเบิดพลังระดับจิตวิญญาณออกมาและเตรียมสังหารฟางเฉินเพียงแต่พริบตานั้นเองแรงกดดันก็ปะทุออกมาจากบ้านของฟางเฉิน“ใครกันที่มันกล้ามาทำร้ายหลานของข้ากัน” เสียงที่เย็นชาดังขึ้นมาชายชราเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับดวงตาที่แหลมคม แรงกดดันทำให้ใบหน้าของบิดาของหวู่หมานต้องเปลี่ยนสีเหงื่อเม็ดใหญ่ใหลออกมาจากใบหน้าของหวู่หมาน“ระดับนักรบ เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเจ้านี่เป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีใครหนุนหลังไม่ใช่หรือ” บิดาของหวู่หมานคำรามออกมา“ไม่จริง เจ้าแก่นั่นไม่น่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้นี่” หวู่หมานคำรามออกมา“จงใสหัวออกไปซะ และอย่ามายุ่งกับหลานๆของข้าอีกไม่อย่างงั้นต่อให้ผู้นำของพวกเจ้ามาด้วยตัวเองข้าก็จะบดขยี้พวกเจ้าทิ้งซะ” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“บัดซบไป!!!!!!!!” บิดาของหวู่หมานคว้าร่างของหวู่หมานเสร็จก็รีบจากไปทันที“ท่านปู่!!!!” ฟางอี้วิ่งเข้าไปกอดชายชราพร้อมกับร้องให้ออกมาอย่างหนัก“ไม่เป็นอะไรแล้วมีข้าอยู่พวกมันไม่กล้าทำอะไรพวกเจ้าแน่” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปมองฟางเฉินด้วยสายตาลึกซึ้ง“เอาละเจ้าไปพักผ่อนเถอะปู่มีเรื่องจะคุยกับเฉินเอ๋อ” ชายชรากล่าวพร้อมกับไปฟางอี้กลับเข้าไปพัก หลังจากนั้นชายชราและฟางเฉินก็ออกมาคุยกันด้านนอก“ตอนแรกข้าชายชราผู้นี่คิดจะเก็บความรับนี้เอาไว้กับตัวตลอดชีวิต แต่ว่าตอนนี้เจ้าได้เติบโตขึ้นแล้วและด้วยพรสวรรค์ของเจ้าข้ารู้ดีว่าสักวันเจ้าต้องก้าวข้ามและจากทวีปแห่งนี้ไป แต่ก่อนหน้านั้นชายชราผู้นี้จะบอกความจริงแก่ท่านเสียก่อนนายน้อย” ชายชรากล่าว“นายน้อยท่านปู่หมายความว่าอย่างไร” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“จริง ๆแล้วข้าไม่ใช่ปู่ของพวกท่านทั้งสอง แต่ข้าเป็นเพียงคนรับใช้ของบิดาของพวกท่าน ตามจริงแล้วพวกท่านคือลูกหลานของตระกูลฟางที่ยิ่งใหญ่ บิดาของพวกท่านคือผู้นำของตระกูลฟางแต่อยู่มาวันหนึ่งมีกลุ่มคนมาพาตัวมารดาของพวกท่านไป จากที่ข้าชายชรารู้มาดูเหมือนคนพวกนั้นจะเป็นคนจากตระกูลของมารดาท่านและตระกูลนั้นมีความยิ่งใหญ่กว่าตระกูลฟางของพวกเราบิดาของพวกท่านทำใจไม่ได้ที่จะต้องแยกจากมารดาของพวกท่าน นายท่านจึงได้ออกไปตามหานายหญิง เพียงแต่หลังจากที่นายท่านออกไปได้ไม่นาน ผู้อาวุโสในตระกูลฟางก็ได้เกิดการก่อกบถและต้องการยึดอำนาจของตระกูล พวกมันต้องการสังหารพวกท่านทั้งสองที่เป็นเชื้อสายของนายท่านข้าชายชรารู้ตัวว่าพวกมันไม่หวังดีแน่เลยรีบพาพวกท่านทั้งสองหนีออกไปมาจากตระกูลฟางและหลบหนีมาอยู่ที่นี่ แต่ว่าข้าเองก็ได้รับพิษจากการหลบหนีเช่นกัน” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเศร้าโศก“ตระกูลฟาง ท่านปู่แล้วชื่อของผู้อาวุโสคนนั้นละ” ฟางเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ข้าไม่เคยลืม มันคือผู้อาวุโสสาม ฟางเลี่ย และไม่ใช่แค่มันยังมีผู้อาวุโสคนอื่น ๆอีกที่ช่วยเหลือฟางเลี่ย” ชายชรากล่าวด้วยความเกลียดชัง“ดี สักวันเมื่อข้าแข็งแกร่งพอข้าจะกลับไปที่ตระกูลฟางและสังหารพวกมันให้สิ้น” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับจิตสังหารปะทุ“เรื่องนี้อย่าพึ่งบอกคุณหนูดีกว่าจิตใจของนางเปาะบางเกินไปและคงไม่อาจรับเรื่องนี้ใหว” ชายชรากล่าว“ท่านปู่ เวลา 1 ปี ต่อจากนี้ข้าอยากจะฝากท่านดูแลอี้เอ๋อให้หน่อย” ฟางเฉินกล่าว“นายน้อยจะไปใหนงั้นเหรอ” ชายชรากล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว“ข้าจะออกไปฝึกฝนในป่าพงไพร” ฟางเฉินกล่าว“ไม่ได้ นายน้อยก็รู้ว่าในป่าพงไพรนั้นอันตรายแค่ใหน และรอบ ๆป่าพงไพรยังมีอาณาจักรอื่น ๆอีกสามอาณาจักรอยู่ด้วยเพราะงั้นอันตรายไม่ใช่แค่สัตว์อสูรเท่านั้นแต่ยังมีมนุษย์อีกด้วย” ชายชรากล่าว“ไม่เป็นอะไรท่านไม่ต้องห่วงหรอกเพราะข้ามีคนคอยคุ้มกันข้าอยู่” ฟางเฉินกล่าว“ใคร!!!!” ชายชรากล่าวด้วยความสงสัย“ที่จริงข้ามีอาจารย์คอยสั่งสอนอยู่ท่านก็น่าจะรับรู้ได้แล้วว่าทักษะที่ข้าถอนพิษให้กับท่านนั้นทรงพลังแค่ใหน” ฟางเฉินกล่าว“แบบนี้นี่เอง เอางั้นก็ได้ แต่นายน้อยท่านต้องจำเอาไว้เสมอว่าความปลอดภัยของท่านสำคัญที่สุดและท่านยังมีคุณหนูอยู่อีก” ชายชรากล่าว“แน่นอน ข้าไม่มีวันตายจนกว่าจะตามหาท่านพ่อกับท่านแม่พบ” ฟางเฉินกล่าวหลังจากนั้นไม่นานฟางเฉินก็แยกตัวออกมาและเข้าไปในป่าพงไพร รอบ ๆป่าพงไพรมีเพียงสัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นต่ำ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของฟางเฉินเลย“เจ้าหนู ตัวเจ้าในตอนนี้ไม่มีอาวุธอะไรเลยบวกกับเจ้าเป็นคนละเอียดอ่อนและรอบคอบเพราะงั้นข้าคิดว่าเจ้าน่าจะสามารถฝึกฝนทักษะควบคุม เส้นด้าย ได้อย่างแน่นอน” ความโลภกล่าว“เส้นด้าย!!!!!!” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้างุนงง“ใช่แล้ว จากความรู้ของข้า หนึ่งในเทพที่แข็งแกร่งคนหนึ่งได้ฝึกฝนทักษะควบคุมด้ายอย่างชำนาญจนกระทั้งสามารถควบคุมเส้นด้ายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจจนไม่มีใครสามารถต่อกรกับเทพคนนั้นได้เลย” ความโลภกล่าว“ทักษะนั้นมีชื่อว่าอะไร” ฟางเฉินกล่าวด้วยความสนใจ“หมื่นด้ายสังหาร” ความโลภกล่าวหลังจากนั้นความโลภก็ได้ถ่ายทอดทักษะหมื่นด้ายสังหารให้กับฟางเฉิน ทักษะหมื่นได้สังหารนั้นเป็นทักษะที่ซับซ้อนและยุ่งยากอย่างถึงที่สุดจนคนทั่วไปไม่สามรถฝึกฝนได้แต่สำหรับฟางเฉินความโลภคิดว่าฟางเฉินสามารถที่จะฝึกฝนได้