ตอนที่ 27 เงื่อนไข
หลินเยี่ยพุ่งทะยานไปด้านหน้าราวกับลมคลั่ง เพียงพริบตาเขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของบอดี้การ์ด เพียงแค่สะบัดมือขวาออก เ้าหน้าที่ทั้งเจ็ดลอยกระเด็นออกไปทันที
แม้จะมีจำนวนคนที่มากกว่า แต่พวกเขาก็เป็เพียงมดปลวกเมื่อยืนตรงหน้าหลินเยี่ย
ใบหน้าของทุกคนบิดเบี้ยวอย่างเ็ป หัวแตก ใบหน้าปูดโปน ฟันในปากร่วงหล่น ทั้งหมดนอนกรีดร้องอยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา
ดวงตาของหลงซือหยิงเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
เพียงแค่หลินเยี่ยสะบัดมือเบา ๆ ชายร่างใหญ่ทั้งเจ็ดก็กระเด็นออกไปและล้มลงอย่างน่าสังเวช
ในความคิดเธอก่อนหน้านี้ หลินเยี่ยเป็เพียงผู้ชายธรรมดามิใช่หรือ? แล้วเขามีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
โจวเจี้ยนตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้าน ั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยพบเจอใครที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน
อะไรคือการล้มชายถึงเจ็ดคนด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว?
คราวแรกเขาคิดว่าการโจมตีของหลินเยี่ยคงจะธรรมดา แต่เมื่อมองใบหน้าของบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดแล้วต้องตกตะลึง ทุกคนเผยความเ็ปผ่านสีหน้าที่บิดเบี้ยวและแตกหักอย่างทุกข์ทรมาน
ตอนนี้ในสายตาของทุกคน หลินเยี่ยอาจจะดูโเี้อำมหิต
แต่ความจริงแล้ว… เรียกได้ว่าเป็การโจมตีที่ยังมีเมตตาอยู่บ้าง
ทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้หลงซือหยิงมีปัญหาในภายหลัง เขาจึงแสดงความเมตตาและออกแรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หากเขาออกแรงมากกว่านี้สักนิด ชายทั้งเจ็ดคงจะมุ่งสู่ภพหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว
หลังจากจัดการกลุ่มคนตรงหน้าเสร็จสิ้น หลินเยี่ยก้าวเท้าเข้าหาโจวเจี้ยนอย่างมั่นคง “ถ้าแกกล้าที่จะข่มเหงเธออีกครั้ง ฉันจะทำให้แกจะตายเหมือนหมาข้างถนน…”
แม้จะเป็เสียงที่แ่เบา แต่กลับทำให้โจวเจี้ยนขนลุกไปทั้งตัว
จิตสังหารแรงกล้ากดดันจนทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก โจวเจี้ยนก้าวถอยหลังไปอย่างหวาดหวั่น
ั้แ่เกิดมา เขาไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวอะไรเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับหลินเยี่ยด้วยซ้ำ
ไม่เพียงแต่โจวเจี้ยนที่หวาดกลัว แต่พนักงานทุกคน รวมถึงผู้บริหารที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็สั่นสะท้านไปด้วยเช่นกัน ใบหน้าทุกคนแสดงความหวาดกลัวราวกับได้เผชิญหน้ากับปีศาจร้าย
“แกกล้าที่จะมีปัญหากับตระกูลโจวงั้นเหรอ!” โจวเจี้ยนถอยหลังพร้อมกับกล่าวขู่อีกฝ่ายอย่างใจสู้
แต่หลังจากขู่เสร็จ เขารีบหันหลังและวิ่งหนีไปอย่างหวาดกลัว ที่ต้องรีบออกไปเป็เพราะกลัวว่าหลินเยี่ยจะพุ่งเข้ามาทุบตีเขาอย่างที่บอดี้การ์ดเ่าั้พบเจอ
แต่หลินเยี่ยไม่สนใจที่จะตามอีกฝ่ายไป เขาหันไปหาหัวหน้าแผนกก่อนจะกล่าวถ้อยคำเ็า “ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่าให้ใครใส่ร้ายเธอ!”
“ผม… ผมไม่กล้าทำอย่างนั้นแน่นอน ทั้งหมดเป็ความคิดของผู้จัดการโจว เขาเป็คนใส่ร้ายเธอและทำให้ความลับของธุรกิจเรารั่วไหล” หัวหน้าแผนกตื่นตระหนกจนพ่นความจริงออกมาหมดสิ้น เขาโยนความผิดให้กับโจวเจี้ยนแต่เพียงผู้เดียวเพื่อเอาตัวรอด
“นอกจากนี้แล้ว… หลงซือหยิงจะต้องได้รับเงินเดือนครบถ้วน!”
“ครับ ได้ครับ! ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย” หัวหน้าแผนกรีบรับปากอย่างทุลักทุเล ความหวาดกลัวท่วมท้นจนทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่หยุดหย่อน
สุดท้ายแล้ว เื่ราวทั้งหมดจบลงด้วยดี หลงซือหยิงได้รับเงินเดือนทั้งหมดและลาออกอย่างราบรื่น
แต่หลังจากเดินออกมาแล้ว หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ชายข้าง ๆ “ทำไมจู่ ๆ คุณถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ล่ะ?”
เมื่อคิดถึงความแข็งแกร่งของหลินเยี่ยเมื่อครู่แล้ว ต้องยอมรับว่าเธอก็ใไม่น้อย
หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เธอก็ไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ หลินเยี่ยไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เขาเหมือนกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ทว่ากลับแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองหลินเยี่ยอย่างชื่นชม แต่มันเป็สายตาแห่งความชื่นชมระคนประหลาดใจผสมกัน
“ผมเคยเรียนเทควันโดมาก่อนน่ะ แค่ผู้ชายไม่กี่คน… ผมจัดการได้อยู่แล้ว” หลินเยี่ยแก้ตัวอย่างเรียบง่าย
“เทควันโดงั้นเหรอ?” หลงซือหยิงขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่คลายสงสัย
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักกีฬาเทควันโด แต่มันทรงพลังมากขนาดนี้เชียวหรือ? แค่สะบัดมือครั้งเดียวก็สามารถทำให้ชายหลายคนถึงกับล้มลงอย่างเ็ป…
“อืม… เรากลับกันเถอะ!” หลินเยี่ยเอ่ยปากหลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายครุ่นคิดเื่นี้ไม่หยุด เขาจึงเปลี่ยนเื่ทันที
ทั้งสองขึ้นรถส่วนตัวพร้อมกับมุ่งหน้ากลับบ้าน
ตลอดทางกลับบ้าน สายตาของหลงซือหยิงไม่ยอมออกห่างจากหลินเยี่ยเลยแม้สักวินาที
ชายตรงหน้านั้นคุ้นตาเธอก็จริง แต่วันนี้ราวกับว่าเธอไม่รู้จักเขาเลย…
เขาสามารถเปลี่ยนเป็แข็งแกร่งได้เพียงชั่วข้ามคืนงั้นเหรอ?
ตอนนี้ไม่เพียงแต่เขาจะดูหล่อกว่าเดิม แต่เขายังมีความสามารถที่น่าประทับใจ เรียกได้ว่าเขาดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเป็ร้อยเท่า!
ไม่รู้ทำไม ยิ่งเธอมองหน้าคน ๆ นี้ กลับยิ่งรู้สึกถึงความลึกลับที่เขามี มันลึกจนเธอไม่อาจหยั่งรู้ได้
ขณะที่เธอกำลังจับจ้องหลินเยี่ยอย่างไตร่ตรอง อีกฝ่ายก็พลันกล่าวขึ้นอย่างขัดจังหวะ “หลงซือหยิง… คุณมองผมพอหรือยัง?”
“แค่ก แค่ก…”
หลงซือหยิงกระอักกระอ่วนพร้อมกับรีบถอนสายตาออกไป ั้แ่แก้มจนถึงใบหูพลันแดงเรื่อราวกับลูกแอปเปิล
มันช่างเป็เื่ที่น่าอายยิ่ง นี่คือครั้งแรกที่เธอเผลอจับจ้องใบหน้าของหลินเยี่ยเสียจนเขาต้องกล่าวปราม
“อย่าเข้าใจผิด ฉันก็แค่เห็นอะไรติดอยู่บนหน้าคุณน่ะ” หลงซือหยิงพยายามแก้ตัวพร้อมหันหน้าออกนอกหน้าต่างอย่างอับอาย
ส่วนหลินเยี่ยเพียงขับรถต่อไปโดยไม่ถามอะไรต่อ ยังไงซะเขาก็รู้ดีว่าหลงซือหยิงกำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลินเยี่ยลงจากรถและได้พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย
หลินชิ่งจู๋กำลังเดินไปเดินมาพร้อมกับใบหน้าโศกเศร้า
“คุณมาที่นี่ทำไม?” หลินเยี่ยเดินไปหาเธอด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก
ผู้หญิงคนนี้เก่งกาจเกินไปแล้ว เธอสามารถสืบเสาะหาที่อยู่ของเขาได้!
เขาไม่ค่อยพอใจนักที่ชีวิตส่วนตัวถูกรุกล้ำ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายล้ำเส้นอย่างหนัก
หลงซือหยิงลงมาจากรถ แต่เมื่อเห็นหลินเยี่ยยืนคุยกับสาวสวยจึงรีบถอยกลับขึ้นรถไปอีกครั้ง
“ฉันมารอคุณ” หลินชิ่งจู๋ยิ่งเผยความกังวลออก เธอคว้าแขนของหลินเยี่ยไว้พร้อมกล่าวอ้อนวอน “ปู่กำลังแย่ ฉันอยากให้คุณช่วยเขา!”
ตอนนี้เธอไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวขอร้องหลินเยี่ยอย่างไร้ความอับอาย
“ชีวิตของปู่เธอจบสิ้นแล้ว เพราะผมไม่ได้รักษาเขาั้แ่ครั้งที่แล้ว นั่นหมายความว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรต่อไป” หลินเยี่ยดึงอีกฝ่ายออกจากแขนพร้อมกับกล่าวคำอย่างเ็า
“แล้วคุณก็จะมองดูปู่ของฉันตายไปเฉย ๆ อย่างงั้นเหรอ?”
“ปู่เธอจะเป็หรือตายไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม”
“คุณ…” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายไร้หัวใจ หลินชิ่งจู๋ก็ยิ่งผิดหวัง
อย่างไรซะ เธอก็ไม่ยอมแพ้ หญิงสาวยังกล่าวอ้อนวอนอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน “ถ้าคุณสามารถรักษาปู่ได้ ฉันสัญญา… ว่าฉันจะยอมทำตามที่คุณขอทุกอย่าง!”
“งั้นเหรอ?” หลินเยี่ยเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่ายพร้อมกับมองลึกลงไปในตาสวยคู่นั้น
“ฉันมั่นใจ!” หลินชิ่งจู๋พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ไม่ว่าหนทางใดที่จะสามารถช่วยปู่ได้ เธอก็จะยอมทำทุกอย่าง
“อืม… ผมอยากไดู้เาน่ะ”
“อะไรนะ? ูเาเหรอ?” ดวงตาของหลินชิ่งจู๋พลันเบิกกว้าง ความประหลาดใจเผยออกบนใบหน้าสวยนั้น
หลังจากฟื้นคืนสติกลับมาได้ เธออดไม่ได้ที่จะถามอีกฝ่ายอย่างจริงจัง “ฉันไม่เข้าใจ… คุณจะเอาูเาอะไร?”
“ูเาเทียนหู” หลินเยี่ยกล่าวสามคำชัดเจน
นับั้แ่วันที่เขารู้ว่าูเาเทียนหูเป็เส้นเืแห่งพลังิญญาที่แตกสลาย เขาจึง้าูเาลูกนี้เพื่อที่จะพัฒนาการฝึกตนของตัวเอง
อีกทั้งตอนนี้เขาเห็นว่าตระกูลหลินนั้นไม่ธรรมดา อีกฝ่ายก็้าใช้ความสามารถของเขา เช่นนี้เขาจึงเสนอข้อแลกเปลี่ยนเป็สิ่งของตอบแทน
“แล้วทำไมคุณถึง้าูเาเทียนหูล่ะ?” หลินชิ่งจู๋ยังไม่คลายสงสัย
“ไม่ต้องสนใจเื่นั้น คุณสามารถให้มันกับผมได้ไหมล่ะ?”
“ตระกูลหลินยิ่งใหญ่มากในหยุนเฉิง ไม่มีอะไรที่พวกเราทำไม่ได้!” หลินชิ่งจู๋หยุดพักสักครู่ก่อนจะกล่าวต่ออย่างจริงจัง “แตู่เาเทียนหูมีความพิเศษกว่าูเาอื่น ตำแหน่งที่ตั้งของมันคือจุดยุทธศาสตร์อันยอดเยี่ยม อีกทั้งมันคือปอดของเมืองหยุนเฉิง แต่เราจะลองทำให้ดีที่สุด!”