ณ ขุนเขาสี่ฤดูสถานที่ลึกลับซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายของทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์มีผู้ฝึกญาณมากเท่าไหร่แล้วไม่ทราบที่ต้องมาสังเวยชีวิตภายใต้ขุนเขาเหล่านี้พื้นที่ขุนเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยูเาน้อยใหญ่เกินคณานับ ขุนเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายและเป็สถานที่ต้องห้ามของผู้คนธรรมดาที่เข้ามาย่างกรายขุนเขาสี่ฤดูเป็ผืนป่าที่มีสภาพแวดล้อมผันผลวนแปรเปลี่ยนพิศดาล บางูเาถูกปกคุมไว้ด้วยต้นไม้สีเขียวขจีบางูเาถูกปกคุมไว้ด้วยูเาหิมะขาวโพรนเย็นะเื แม้กระทั่งูเาบางลูกกลับถูกปกคุมไว้ด้วยบรรยากาศร้อนละอุควันพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากพื้นพิภพพร้อมที่จะปะทุเพลิงไฟออกมาได้ทุกเมื่อ
กระนั้นสิ่งที่ถูกสร้างจากธรรมชาติอย่างพิศดาลและแปรเปลี่ยนระบบนิเวศที่ควรจะเป็ให้ผิดแปลกเช่นนี้คือสิ่งที่ดึงดูดผู้เข้มแข็งทั่วทุกสารทิศให้เข้ามาสำรวจเสาะหาสมบัติและสมุนไพรวิเศษที่เกิดขึ้นตามสถานที่ต่างต่างของขุนเขาแต่สำหรับผู้อ่อนด้อยสถานที่สุดวิเศษเช่นนี้เมื่อก้าวเดินเข้ามาก็ไม่ต่างอันใดกับการแสวงหาความตาย
หลายร้อยขุนเขาขุนเขาเล็กเล็กลูกหนึ่งซึ่งถูกปกคุมไว้ด้วยผืนหิมะขาวโพรนตลอดทั้งปีอุณหภูมิลดต่ำหนาวเย็นเสียดกระดูกภายในขุนเขาถูกครอบงำไว้ด้วยภัยอันตรายทั่วทุกสารทิศที่พร้อมจะพรากชีวิตผู้คนที่ก้าวเข้ามาทว่าพื้นที่ปลายยอดหุบเขากลับมีกระท่อมหลังเล็กซอมซ่อสองหลังถูกปลูกสร้างไว้อย่างเรียบง่าย
ถัดออกมาด้านข้างกระท่อมเล็กน้อยมีร่างเด็กหนุ่มอายุราวสิบหกปีผู้หนึ่งกำลังจามขวานใส่ท่อนฝืนอย่างขยันขันแข็งแต่ละทีที่ฟาดด้ามขวานลงมาเส้นผมสีดำวาวล้วนโบกสะบัดยุ่งเหยิงตามแรงลมบดบังใบหน้าทุกคราเสื้อผ้าขนสัตว์ที่เด็กหนุ่มสวมใส่มีแต่รอยปะเย็บยับเยินซึ่งภาพเช่นนี้ถ้ามีผู้คนภายนอกมาเห็นล้วนไม่ต่างอันใดกับขอทานน้อยผู้ยากไร้ในชนบท...
ไม่!…ด้วยสภาพเช่นนี้สมควรคล้ายคนป่าเสียมากกว่ากระนั้นแววตาสีแดงเพลิงอันแปลกประหลาดกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวลี้ลับยากคาดเดา…ถ้าไม่นับการแต่งตัวที่สุดแสนจะเกินธรรมดากับทรงผมที่ยุ่งเหยิงยาวเหยียดลงมาถึงชายกางเกงรูปหน้ามอมแมมที่ผุดพ้นออกมาจากเส้นผมยาวเป็ครั้งคราวยังฉายแววน่าดูชมอยู่บ้างซึ่งดูโดยรวมแล้ว…ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน...
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจามขวานอยู่เบื้องหน้าเด็กหนุ่มกลับปรากฏร่างสูงใหญ่บึกบึนของชายชราหัวขาวโพรนอายุราวแปดสิบปีผู้หนึ่งก้าวเดินออกจากกระท่อมอย่างองอาจการก้าวเดินของชายชราแต่ละย่างก้าวล้วนแผงไว้ด้วยความสุขุมเยือกเย็นเสมือนยอดขุนพลผู้ยิ่งใหญ่กระนั้นเสื้อผ้าที่ชายชราสวมใส่ล้วนไม่ต่างอันใดกับเด็กหนุ่มถ้านับรอยประชุนของเสื้อผ้าชุดที่ชายชราสวมใส่สมควรยับเยินเสียยิ่งกว่าเด็กหนุ่มหลายเท่าริ้วรอยลึกบนใบหน้าของชายชรายับย่น สีหน้าบางคราฉายแววทนทุกข์คล้ายในอดีตได้พบเจอเื่ราวสุดแสนสาหัสในชีวิต
กระนั้นั์สีขาวเจิดจ้าของชายชรายามจับจ้องมายังเด็กหนุ่มยังทอประกายอบอุ่นอยู่บ้าง
"ลูกเฟยนี่ก็ยามสายของวันแล้วได้เวลาสมควรที่เ้าต้องเข้าไปอ่านศึกษาตำราค่ายกลอักขระจารึกชั้นสูงบทที่82 ต่อจากเมื่อวานเสียทีงานไร้สาระเช่นนี้สมควรให้เราผู้แก่ชราสานต่อเอง" สุ้มเสียงสุขุมออกคำสั่งเมื่อถูกชายชรากล่าวออกมายังคงแฝงด้วยน้ำเสียงดังอ่อนโยนเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่า‘ลูกเฟย’หรือ‘ไป๋หยุนเฟย’ชะงักเล็กน้อย
เด็กหนุ่มหยุดการกระทำชั่วขณะก่อนจะนำนิ้วมือข้างที่ถือขวานมาถูจมูกด้วยท่าทางซุกซนส่งผลให้ปลายจมูกเกิดคราบเขม่าดินดำขวับไป๋หยุนเฟยมองใบหน้าชายชราพร้อมเหยียดยิ้มเล็กน้อย
"ฮิฮิ ข้าทราบแล้วท่านปู่ด้วยอายุท่านก็มากแล้วการทำงานเล็กน้อยเช่นนี้สมควรเป็หน้าที่ของข้าในฐานะหลานชายของท่านการแบ่งเบาภาระเล็กน้อยเช่นนี้สมควรเป็หน้าที่ของข้าที่พึงกระทำอย่างที่สุดอีกอย่างท่านสบายใจได้ ค่ายกลอักขระจารึกบทที่ 82 ข้าได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วในค่ำวานนี้" ขณะกล่าวน้ำเสียงเด็กหนุ่มแสดงออกถึงความโอ่อวด มันถึงกลับปล่อยมือทั้งสองข้างที่ยึดกุมด้ามขวานอยู่ก่อนจะนำมาท้าวเอวอย่างอวดดีสำหรับท่าทางกวนประสาทนี้ถ้าเป็ผู้อื่นมาเห็นคงอยากลงมือทุบตีเป็แน่จะอย่างไรก็ตามชายชราเบื้องหน้าไป๋ไป๋หยุนเฟยกลับแตกต่างออกไปใบหน้าราบเรียบองอาจเมื่อครู่กลับกลายเป็นิ่งเงียบตะลึงงัน
"เ้า...ที่เ้าพูดเป็เื่จริง?!" หลังจากได้ฟังคำกล่าวของเด็กหนุ่มสีหน้าชายชราแสดงออกถึงความใอย่างไม่เชื่อมันผู้มีอายุร่วงโรยเข้าสู่วัยสามร้อยห้าสิบปี ในปีนี้
ั้แ่ครั้งอดีตมันได้เจอเื่ราวแปลกประหลาดมากมายถึงแม้บางครั้งจะมีเื่ราวที่ทำให้มันตกตะลึงอยู่บ้างแต่เื่ราวที่ผ่านมาเ่าั้สมควรนับครั้งได้! ั้แ่ครั้งวัยเยาว์มันผู้ชราต่างยืนอยู่บนจุดสูงสุดทอดสายตามองไปทั่งโลกหล้าล้วนแต่มีผู้คนก้มหัวให้อย่างหวั่นเกรงั้แ่เยาว์วัยมันถูกคนทั้งอาณาจักเรียกว่ายอดอัจฉริยะมันศึกษาตำราแขนงต่างต่างจนแตกฉานส่วนตำราค่ายกลอักขระตอนอายุสิบขวบมันแตกฉานค่ายกลขั้นต้นตอนอายุสามสิบมันสำเร็จค่ายกลขั้นกลางและเมื่ออายุเจ็ดสิบมันได้บรรลุค่ายกลขั้นสูง…เพียงเท่านี้คนทั่วทั้งอาณาจักต่างยอมรับมันเป็ยอดอัจฉริยะในรอบร้อยปีแล้ว
ค่ายกลอักขระจารึกแบ่งออกเป็3000รูปแบบ ชั้นต้น500รูปแบบ ชั้นกลาง1000รูปแบบ ส่วนชั้นสูง1500รูปแบบ...แต่ละตัวอักษรอักขระจารึกล้วนขีดเขียนยุ่งยากยุ่งเหยิง
ทว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้มันคือตัวตนแบบใด? เพียงอายุเท่านี้กลับทำความเข้าใจในอักขระค่ายกลชั้นสูงได้มากมายนี่สมควรเรียกว่าอัจฉริยะหรืออัจฉริยะปีศาจกัน!
หลังจากเรียกสติให้คืนกลับมามันผู้ชราอดแสดงความยินดีออกมาไม่ได้
"ทำได้ดีทำได้ดี เพียงอายุเท่านี้เ้ากลับประสบผลสำเร็จมากมายกว่าข้า‘ไป๋เทียนอวิ๋น’ผู้นี้เมื่อยังวัยเยาว์มากนักเมื่อใดก็ตามที่พวกเราเสาะหาวัตถุดิบมารักษาเส้นชีพจริญญาอุดตนของเ้าได้แล้ว ยามนั้นเ้าสมควรทะยานสู่จุดสูงสุด! เวลานั้นข้าชราคงได้ตายตาหลับเสียที" เวลากล่าวน้ำเสียงชายชราแฝงไว้ด้วยความชื่นชมสายตาที่ไป๋เทียนอวิ๋นจ้องมองไป๋หยุนเฟยล้วนทอประกายด้วยความคาดหวังอย่างถึงที่สุด
ฟังคำกล่าวชายชรา่หลัง ทำให้คิ้วเรียวขมวดของไป๋หยุนเฟยขมวดเป็ปม อดกล่าวอย่างไม่ยินยอมน้ำเสียงแสดงออกถึงความไม่พอใจชัดเจน
"ท่านปู่ ท่านพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร? ท่านจะตายจากข้าไปไม่ได้ ตามที่ท่านเคยบอกท่านกล่าวว่าพวกเราสองตาหลานล้วนเหลือกันอยู่เพียงสองคน? เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่เมื่อนั้นด้วยความสามารถการหลอมโอสถของท่านและข้าการหาวัตถุดิบมารักษาเส้นชีพจริญญาที่พิการของท่านสมควรเป็เื่ง่ายดายอย่างยิ่งเมื่อท่านปู่หายดีแล้วการฝึกฝนพลังิญญาให้กลับมาเหมือนดังเดิมคล้ายแต่ก่อนสมควรไม่ยากเย็นเกินความสามารถท่านจนเกินไป! และเมื่อเวลานั้นมาถึงท่านสมควรมีอายุยืนอีกเป็ร้อยๆปีจริงหรือไม่?"
ไป๋หยุนเฟยกล่าวจบสายตาแดงจ้องมองไปยังไป๋เทียนอวิ๋นอย่างมาดมั่นั้แ่ยังเด็กมันอยู่กับปู่ตามลำพังสองคนมาโดยตลอดความรักที่เด็กหนุ่มมีให้แก่ชายชราล้วนไม่ต่างอันใดกับบิดามารดาที่แท้จริง และั้แ่จำความได้มันถูกเกี้ยวเข็ญฝึกฝนวิชาตำราแขนงต่างต่างั้แ่วัยเยาว์
ตลอดระยะเวลาสิบหกปีเวลาที่ไป๋หยุนเฟยมองแผ่นหลังของชายชราเด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอันสุดแสนพรรณนา เวลาที่ชายชราอยู่ตามลำพังใบหน้าเหี่ยวชราล้วนเงียบขึมซึมเซาเหมือนนึกคิดถึงสิ่งใดบางอย่าง่เวลานั้นความรู้สึกหดหู่สิ้นหวังเกินบรรยายล้วนััได้โดยตรงจากก้นบึ้งของจิตใจบางคราลมหายใจที่ชายชราปล่อยออกมาล้วนอ่อนระทมคล้ายการหายใจแต่ละครั้งต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงมหาศาล
ั้แ่ยังเยาว์ที่ชายหนุ่มยังเป็เด็กน้อยไม่รู้ความไป๋หยุนเฟยมักไต่ถามถึงบิดามารดาทุกเช้าค่ำ ซึ่งตอนนั้นในแต่ละครั้งที่มันเอ่ยถามสีหน้าชายชรายับย่นทุกครั้งคราสีหน้าล้วนแสดงออกถึงความเศร้าสลดเสียใจอย่างถึงที่สุด เมื่อเริ่มเติบใหญ่ขึ้นมาสิ่งที่ชายหนุ่มไม่ชอบอย่างที่สุดคือการพบเห็นใบหน้าของคนที่ตนรักเศร้าเสียใจและั้แ่ครานั้นไป๋หยุนเฟยไม่เคยเอ่ยถามถึงบิดามารดาตนอีกเลย...
"อืม...ที่เ้าพูดมาล้วนเป็เช่นนั้นจริงการรักษาเส้นชีพจริญญาอุดตันของเ้าวัตถุดิบการหลอมโอสถล้วนหาได้ไม่ยากเย็นจนเกินไปกระนั้นสำหรับเส้นชีพจริญญาพิการของข้านั้นต่างออกไปวัตถุดิบแต่ละชิ้นหาได้ยากเย็นประดุจปีนป่ายขึ้น์!" พูดถึงการหาวัตถุดิบไป๋เทียนอวิ๋นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างท้อแท้สิ้นหวัง
เส้นชีพจริญญา ‘อุดตัน’ กับ ‘พิการ’ ถึงจะมีอาการใกล้เคียงกันแต่ผลรับการักษาฟื้นฟูล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
ด้วยเส้นชีพจริญญาอุดตันของไป๋หยุนเฟยชายชราคิดว่าเมื่อใดก็ตามที่ชายหนุ่มก้าวเดินสู่โลกภายนอก เมื่อ่เวลานั้นมาถึงมันเชื่อว่าด้วยความสามารถของหลานชายการรักษาเส้นชีพจริญญาอุดตันสมควรไม่ยากเย็นจนเกินไป
ทว่าสำหรับเส้นชีพจริญญาพิการแล้วการจะหาหนทางรักษาล้วนมืดบอดแปดด้าน? อย่าว่าแต่บัดนี้เลยถ้าเป็เมื่อก่อนมันไป๋เทียนอวิ๋นผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้ายังเป็เื่ยากที่จะสืบเสาะวัตถุดิบจนครบถ้วน!
หลังจากตระหนักได้ถึงความจริงข้อนี้ไป๋เทียนอวิ๋นได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกคราหนึ่งอย่างสิ้นหวังก่อนสายตาชายชราจะจ้องมองไปทางไป๋หยุนเฟยอย่างมาดมั่น กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ลูกเฟยยามนี้เราสองคนล้วนมีเส้นโลหิตที่พิการทั้งคู่ ความจริงข้อนี้เ้าคงเข้าใจเมื่อใดก็ตามที่สัตว์อสูรหรือผู้เข้มแข็งผ่าค่ายกลเข้ามาในที่แห่งนี้ได้ เราสองคนสมควรจบสิ้นเป็แน่แท้ลำพังด้วยความสามารถของข้าผู้ชราไม่อาจนำทางเ้าบุกผ่าออกจากขุนเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรนี้ได้! ทางที่ดีเ้าสมควรศึกษาตำราให้แตกฉานทุกศาสตร์และออกเดินทางสู่เส้นทางของเ้าในโลกภายนอกเสีย สำหรับเ้ายามนี้แต่ละวินาทีล้วนมีค่ามากมายนักเมื่อใดก็ตามที่เ้ารักษาเส้นชีพจริญญาของเ้าหายดีแล้ว เมื่อนั้นเ้าจึงจะสามารถบ่มเพาะพลังิญญาได้สำหรับเื่นี้สมควรไวเท่าไหร่ยิ่งเป็ผลดีแก่ตัวเ้า!?"
คำกล่าวที่ไป๋เทียนอวิ๋นเอ่ยออกมานั้นล้วนถูกต้องอย่างถึงที่สุดเมื่อไรก็ตามที่ไป๋หยุนเฟยบ่มเพาะพลังิญญาได้ เมื่อนั้นมันเชื่อว่าหลานชายของมันสมควรฉายแววเจิดจรัสอย่างถึงที่สุด!
กลับกัน ถ้าชายหนุ่มยังคงพิการเช่นนี้ดังเดิม...สำหรับโลกที่ผู้เข้มแข็งกว่าจะอยู่รอดเช่นนี้ชายหนุ่มไม่มีทางจะได้ลืมตาอ้าปากเห็นเดือนเห็นตะวันเป็แน่แท้ซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไปไม่ว่าจะเกิดในชนชั้นใด เมื่ออายุได้หกขวบปีส่วนต่างๆในร่างกายล้วนยืดหยุ่นอย่างถึงที่สุดวัยเพียงเท่านี้สมควรเป็วัยที่เริ่มต้นฝึกฝนการบ่มเพาะพลังิญญาอย่างยิ่งยวด
ทว่าไป๋หยุนเฟยปีนี้พึ่งบรรลุได้สิบหกปีกว่ามันจะรักษาเส้นชีพจริญญาอุดตันได้ไม่รู้จะใช้ระยะเวลาเนิ่นนานเท่าใดยิ่งอายุมากเท่าไหร่ เมื่อเริ่มต้นฝึกฝนการบ่มเพาะแน่นอนด้วยร่างกายที่ไม่ถูกฝึกฝนมาั้แ่วัยเยาว์การฝึกฝนล้วนต้องแช่มช้าสะดุดติดขัดอย่างยิ่งดีไม่ดีอาจช้ายิ่งกว่าเด็กหกขวบเสียอีก!
ฟังคำกล่าวของไป๋เทียนอวิ๋น ไป๋หยุนเฟยเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ชายหนุ่มนำท่อนฝืนขึ้นมาวางบนตอไม้ก่อนจะลงขวานอย่างหนักหน่วงแม่นยำ
พลั่ก!
"ข้าเข้าใจแล้วท่านปู่ท่านวางใจได้หลังจากข้าผ่าฟืนให้ท่านสำเสร็จลุล่วงแล้วถ้าจะเริ่มทำความเข้าใจการเขียนอักขระบทต่อไปในทันที" เห็นชายหนุ่มรับปาก ใบหน้าไป๋เทียนอวิ๋นแสดงความพึงพอใจก่อนจะส่งเสียงดัง*อืม ออกมาเบาเบา จากนั้นชายชราหมุนกายเดินเข้าสู่กระท่อมทันที
มองเงาหลังเบื้องหน้าที่สูงใหญ่ไม่ว่าจะมองสักกี่ครา บ่าใหญ่ของไป๋เทียนอวิ๋นคล้ายจะหย่อนยานลงทุกครั้งยามจับจ้องชั่งให้ความรู้สึกเศร้าสลดแก่ไป๋หยุนเฟยทุกคราไม่รู้ว่าในอดีตแผ่นหลังใหญ่ที่แผ่กว้างออกมานั้นจะทำให้ผู้จ้องมองต้องหวาดหวั่นพรั่งพรึงสั่นสะท้านสักเพียงใด?
กระนั้นแผ่นหลังกว้างเบื้องหน้าครองสายตาแดงของเด็กหนุ่มยามนี้คล้ายแบกภาระในอดีตไว้หนักอึ้งคล้ายจะสั่นสะท้านทุกคราเมื่อนึกถึงฝันร้ายยามหลับฝันทุกค่ำคืนชั่งเป็แผ่นหลังที่ทุกข์ระทม ตรอมใจ...
หลังจากทำการผ่าฟืนเสร็จสิ้น ตลอด่เช้าไป๋หยุนเฟยหมกมุ่นอยู่แต่ในกระท่อมชายหนุ่มจดจ่อกับม้วนตำราการเขียนอักขระและค่ายกลอักขระจารึกตลอดทั้งวันสำหรับหุบเขาที่ถูกปกคุมไว้ด้วยหิมะหนาวสะท้าน การอาศัยอยู่ในพื้นที่อุณหภูมิสูงที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเป็การสมควรที่สุดบนพื้นเสาไม้ทั้งสี่ด้านรอบกระท่อมถูกวางไว้ด้วยก้อนผลึกขนาดเล็กสีแดงเพลิงรอบรอบผลึกถูกเขียนไว้ด้วยข่ายเวทอาคมล้อมรอบละอองเพลิงสีแดงระเหยออกมาจากผลึกบางเบาให้ความรู้สึกอบอุ่นแก่ผู้เข้าใกล้
ภายในกระท่อมที่ไป๋หยุนเฟยอาศัยอยู่มีเพียงเตียงเก้าอี้ และตู้เก็บของที่ถูกจัดสร้างจากไม้อย่างเรียบง่ายที่มุมห้องถูกวางไว้ด้วยเตาหลอมและหม้อดินเผาเท่านั้นบนโต๊ะไม้ที่ไป๋หยุนเฟยกำลังนั่งอ่านตำราอยู่มีตำราหนาเตอะกว่าห้าสิบเล่มถูกวางไว้สลับซับซ้อนลกลุงลัง
สภาพตำราแต่ละเล่มล้วนยับเยินเก่าโทรมอย่างมากแน่นอนที่มันมีสภาพเอน็ดอนาดเช่นนี้สมควรถูกใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกินไปภายในตู้ไม้ล้วนมีตำราหนาเตอะถูกเก็บไว้จนล้นทะลักสภาพเช่นนี้สมควรเป็ห้องของหนอนหนังสืออย่างแท้จริง!
หลังจากนั่งจมอยู่กับตำรากว่าสามชั่วยามไป๋หยุนเฟยปิดตำราลงก่อนจะวางทับรวมกับตำราเล่มอื่นๆ ชายหนุ่มบิดี้เีเล็กน้อยก่อนจะนำเสื้อหนังสัตว์มาสวมใส่จากนั้นชายหนุ่มก้าวเดินออกจากกระท่อมมุ่งตรงไปทิศตะวันออกของหุบเขาทันที
ทิศตะวันออกของหุบเขา พื้นที่สีขาวสุดสายตา บริเวณแถวนี้ล้วนถูกปกคุมไว้ด้วยไอหมอกสีขาวเต็มไปหมดหมอกสีขาวทึบที่ลอยบดบังสายตาไม่ได้ให้ความรู้สึกหยาวเย็นอย่างที่ควรจะเป็แม้แต่น้อยกลับกันมันให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่งถ้าลองสังเกตด้านล่างของไอหมอกจะเห็นบ่อน้ำร้อนหลายแอ่งเกลื่อนกลาดเต็มไปหมดด้านข้างบ่อน้ำมีดอกไม้และพันธุ์พืชแปลกประหลาดหลายชนิดงอกเงยขึ้นมาดอกไม้เ่าั้ล้วนมีสีขาวดุจเดียวกันแต่ละดอกล้วนมีผนึกน้ำแข็งห่อหุ้มไอเย็นที่ระเหยออกมาให้ความรู้สึกหนาวเย็นแก่ผู้ัั
เมื่อไป๋หยุนเฟยก้าวเดินเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ชายหนุ่มก้าวเดินไปยังดอกทานตะวันหิมะดอกหนึ่ง ไป๋หยุนเฟยสูดดมวูบก่อนจะเด็ดต้นของมันออกมาอย่างเบามือชายหนุ่มยังคงเดินไปเก็บพืชชนิดอื่นๆอีกหลายร้อยต้นจากนั้นไป๋หยุนเฟยก้าวเดินไปยังบ่อน้ำพุแอ่งหนึ่งอย่างไม่เร่งรีบ
คล้ายเหตุการณ์เช่นนี้คือเื่ปกติสามัญยิ่งสำหรับชายหนุ่มบ่อน้ำพุเบื้องหน้าชายหนุ่มบ่อนี้แตกต่างจากบ่ออื่นอย่างเห็นได้ชัดความกว้างของมันมีขนาดเพียงหนึ่งเมตร ทว่าน้ำในบ่อทอประกายสีเขียวมรกตเข้มข้นควันกำมะถันที่ระเหยออกมาจากบ่อเมื่อยามสูดดมกลิ่นสมุนไพรคละคลุ้งเต็มปอดให้ความรู้สึกชดชื่นอย่างถึงที่สุดพืชหลายร้อยชนิดในมือไป๋หยุนเฟยถูกโยนลงบ่อน้ำอย่างไม่ใยดีเมื่อกองพืชเ่าั้ตกกระทบผิวน้ำมันถึงกับระเหยกลายเป็ของเหลวสีฟ้าเข้มชนิดหนึ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะกลืนหายหลอมรวมเป็สีเขียวมรกรดดังเดิม
ไป๋หยุนเฟยถอดเสื้อผ้าหนาเตอะออกทีละชิ้นจนไร้ซึ่งเครื่องนุ่มห่ม...
แสงสะท้อนจากดวงดาราสาดส่องลงมากระทบิัขาวผ่องของชายหนุ่มั้แ่เล็กิัของมันล้วนถูกััเพียงอาการหนาวเย็นของหุบเขาหิมะเพียงเท่านั้นไม่เคยแม้เพียงสักครั้งเดียวที่จะถูกแสงแดดตกกระทบ และด้วยเป็หนอนหนังสือที่ใช้เวลาส่วนใหญ่หมกมุ่นกับม้วนตำรารูปร่างของชายหนุ่มนับว่าสมส่วนอย่างพอดิบพอดี ซึ่งดูโดยรวมแล้ว…ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
ไป๋หยุนเฟยก้าวเข้าไปยังแอ่งน้ำสีเขียวมรกตพร้อมนั่งลงอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มนั่งแช่ร่างลงไปทั้งตัวจะเหลือเพียงศีรษะที่โผล่พ้นขอบน้ำออกมาเท่านั้น จากนั้นไป๋หยุนเฟยนั่งนิ่งหลับตาสีชายเด็กหนุ่มยามแช่อยู่ในสระแสดงออกถึงความเคลิบเคลิ้มผ่อนคลายก่อนจะเผลอหลับไป
ตลอดเวลาสิบหกปีที่มันอาศัยอยู่กับปู่ในหุบเขาลูกนี้ชีวิตของชายหนุ่มล้วนดำรงอยู่แบบนี้ทุกเช้าค่ำหลังจากตื่นมากินอาหารเช้ากับทำงานเล็กน้อย เวลาที่เหลือล้วนจดจ่ออยู่กับตำราภายในห้องบางครั้งก็หลอมโอสถวิเศษต่างๆ ยามเย็นก็ลงแช่บ่อโอสถด้วยเส้นชีพจริญญาอุดตันไป๋หยุนเฟยไม่อาจจะฝึกการบ่มเพาะได้ ซึ่งการแช่บ่อโอสถจุดประสงค์ของชายหนุ่มเพื่อซึมซับคุณประโยชน์ของสมุนไพรไว้ภายในตัวเท่านั้น เมื่อเส้นชีพจริญญาของชายหนุ่มหายเป็ปกติเมื่อใด เวลานั้นร่างกายที่เต็มไปด้วยยาสมุนไพรต่างๆล้วนเป็คุณอนันต์อันใหญ่หลวงแก่ชายหนุ่มนอกจากการอ่านตำราสะสมความรู้แล้วชีวิตประจำวันล้วนวนเวียนเช่นนี้เรื่อยมา
ฟุดฟิด ฟุดฟิด!
ั้แ่ไป๋หยุนเฟยนอนแช่บ่อโอสถอย่างผ่อนคลายไม่รู้เวลาล่วงเลยไปนานเพียงใดนอกจากกลิ่นหอมของควันกำมะถันที่ระเหยออกมาจากบ่อโอสถกลับมีกลิ่นเหม็นคาวล่องลอยเข้ามาในโสตประสาทชายหนุ่มอย่างเจือจางดวงตายามหลับพริ้มของไป๋หยุนเฟยเลิกขึ้นอย่างเชื่องช้าก่อนที่รูจมูกจะสูดดมอีกหลายคาประดุจจมูกของสุนัขล่าเหยื่อเมื่อแน่ใจต้นตอของกลิ่นฉุนแล้ว คิ้วโก่งภายใต้เส้นผมยาวที่บดบังใบหน้าขมวดนิ่ว
"นี่สมควรเป็กลิ่นคาวของโลหิต" ไป๋หยุนเฟยกล่าวขึ้นอย่างแปลกใจ ั้แ่มันยังเด็กประสาทััของชายหนุ่มล้วนดีเกินกว่าจะเป็การรับรู้ของมนุษย์ธรรมดาไม่ว่าการัั แยกแยะ กลิ่น สี แม้กระทั่งการได้ยิน ล้วนเฉียบคมอย่างถึงที่สุด! ขนาดไป๋เทียนอวิ๋นผู้ซึ่งมีความรอบรู้ความเข้าใจมากมายยังหาคำตอบกับสิ่งอันน่าอัศจรรย์เหล่านี้ของชายหนุ่มไม่ได้และแน่นอนเมื่อมันกล่าวว่ามันคือกลิ่นโลหิตชายหนุ่มล้วนมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม!
#นิยายเื่เทวะอสูรนับเป็นิยายเื่แรกที่ผมแต่งขึ้นถ้าพบเจอสิ่งผิดพลาดประการใดสามารถบอกกล่าวกับผมได้เลยนะครับ...ส่วนสำนวนบาง่อาจจะใช้คำซ้ำซากบ่อยผมก็ขออภัยไว้ณ ที่นี้ด้วยนะครับ…
สุดท้ายสำคัญมาก ถ้าถูกใจผลงานผมหรือขัดใจท่านผู้อ่าน ท่านสามารถตำหนิติเตียนผมได้ตามใจชอบเลยนะครับแต่ขอเบาๆนะจิตใจผมบอบช้ำง่าย ฮ่าๆ
…ทุกข้อความที่ท่านผู้อ่านมอบให้ผม กระผมจะนำเอาข้อความจากท่านนักอ่านมาแก้ไขให้ผลงานออกมาดูดีมากขึ้นผมจะปรับปรุงแก้ไขอย่างเร็วที่สุด ขอบคุณครับ Toon Crazoon