มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 85 ดูดกลืน

            กระแสดาบเก้าสายจากทุกทิศทางพุ่งเข้าโอบล้อมครอบคลุมกังหลงไว้ภายในจนมิอาจเห็นร่างกายได้ รังสีดาบทั้งเก้าบรรจบกันจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นถึงเก้าครั้งติดต่อกัน

     

            "บึ้ม !!" "บึ้ม !!" "บึ้ม !!"  "บึ้ม !!"

     

            "บึ้ม !!" "บึ้ม !!" "บึ้ม !!"   "บึ้ม !!"  "บึ้ม !!"

     

             "โอ ..แม้โชคดีรอดพ้นจากการโจมตีก่อนหน้านี้ แต่เจ้าหนุ่มนี่คงต้องดับดิ้นอย่างแท้จริงแล้ว การโจมตีที่รุนแรงนี้แม้แต่นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ ยังต้องถอยกลับ"


            ทุกคนต่างหลับตาลงคิดไว้อาลัยต่อการจากไปของบุรุษหนุ่มอัจฉริยะผู้นี้ ด้วยเสียงระเบิดที่ดังกัมปนาทเช่นนี้ ร่างของบุรุษหนุ่มคงแตกสลายมิมีชิ้นดีเป็นแน่แท้ หลายคนหลับตาลงชั่วครู่มิอยากมองเห็นภาพที่ต่างคนต่างจินตนาการกันไว้

     

            แต่ไม่นานกลับมีเสียงอุทานอย่างแตกตื่นของสตรีดังขึ้น มีหลายคนที่จำเสียงอันหวานไพเราะนุ่มหูนี้ได้ว่าเป็นเสียงของนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ จึงอดใจไม่ไหวลืมตาขึ้นมองไปยังตำแหน่งที่บุรุษหนุ่มเคยยืนอยู่ และแล้วคนเหล่านั้นก็ต้องอุทานออกมาเช่นกัน เมื่อมีเสียงอุทานหลายเสียงเกิดขึ้นทุกผู้คนจึงต่างลืมตามองไปยังตำแหน่งที่บุรุษหนุ่มเคยยืนอยู่เช่นกัน ต่างพากันตาค้างกับภาพที่ปรากฏ..!!

            

            "โอ.."


            "โอ๊ะ !! "

            "..........."

            "นั่นเจ้าหนุ่มนั่นยังยืนอยู่ ไม่มีแม้รอยขีดข่วน เจ้าหนุ่มนั่นคงมีปาฏิหาริย์ใดคอยช่วยไว้อย่างแน่แท้"

     

            "ปาฏิหารย์บ้านเจ้านะสิ !! ข้าคล้ายเห็นอะไรเลือนลางขนาดใหญ่ประมาณสองวากางออกมาห่อหุ้มเจ้าหนุ่มนั่นไว้ แต่เป็นเวลาเพียงชั่วกระพริบตาเดียวเลยมองไม่ถนัด เงานั้นคล้ายกับปีกขนาดใหญ่ "

     

            "ข้าก็เห็นเช่นกันแต่เป็นเพียงวูบเดียว เลยมิแน่ใจว่าเป็นอะไร เงานั้นมีลักษณะเหมือนปีกค้างคาว แต่มันเกิดขึ้นเร็วมาก คงเป็นปีกของสัตว์อสูรชนิดใดกระมัง หรือเจ้าหนุ่มนั่นมีสัตว์อสูรพันธสัญญาระดับสูงคอยช่วยเหลือไว้"

     

            "น่าจะเป็นเช่นนั้น เจ้าหนุ่มนั่นมีสัตว์อสูรพันธสัญญาระดับสูงคอยช่วยเหลือแน่ เพราะด้วยระดับปราณยุทธของเจ้าหนุ่มนั่นคงมิอาจหลบการโจมตีที่รุนแรงจากอานุภาพของอาวุธระดับราชันย์ได้เช่นนี้"

     

            หลากหลายเสียงหลายความคิดกล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้นที่เห็นกังหลงมิได้รับอันตราย ใด ๆ ถึงอย่างไรขณะนี้ทุกคนที่เป็นคนในอาณาจักรเนตรอสูรต่างมีความคิดดุจเดียวกัน มิปรารถนาให้อัจฉริยะด้านโอสถ ที่มีโอกาสจะส้รางชื่อเสียงให้แก่อาณาจักรต้องมาสูญเสียไปตั้งแต่ตอนนี้ ต่างเอาใจช่วยและยิ่งมีความยินดีเมื่อพบว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นนั้นมิได้ทำอันตรายใด ๆ ให้แก่อัจฉริยะด้านโอสถผู้นี้

     

            "ท่านพ่อ เขามิได้รับอันตรายใด ๆ เขาคล้ายมีสิ่งใดคอยปกป้องการโจมตีที่รุนแรงไว้ แต่สิ่งใดกันรึถึงสามารถรับการโจมตีจากอาวุธระดับราชันย์ได้โดยมิมีรอยขีดข่วน เบื้องหลังของเขาคงมิใช่ธรรมดาแน่ ท่านเห็นด้วยกับข้ารึไม่ท่านพ่อ"

     

            หยางเสี่ยวเอ๋อร์กล่าวอย่างยินดีกับชายกลางคนชุดทองผู้เป็นบิดา ชายกลางคนชุดทองก็ประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน ชายกลางคนชุดทองเฝ้าสังเกตุบุรุษหนุ่มตั้งแต่เริ่มโดนโจมตีจวบจนการโจมตีเสร็จสิ้น 


            ด้วยความละเอียดและจากประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านมาชั่วชีวิต ชายกลางคนชุดทองสัมผัสได้ถึงพลังอันกล้าแข็งน่ากลัวยิ่งวูบหนึ่งที่แผ่กระจายวูบออกมา พลังระดับนี้มิใช่ผู้ที่อยู่ในระดับปราณขุนพลจะพึงมีได้ และขณะที่สัมผัสได้ถึงพลังนี้ ก็ได้เห็นเงาอันเลือนลางคล้ายปีกค้างคาวขนาดใหญ่แผ่ออกจากร่างของบุรุษหนุ่มแล้วม้วนตัวเข้าห่อหุ้มร่างกายของบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าไว้ดุจลูกบอลยักษ์ ก่อนที่พลังโจมตีจากชายคล้ายทหารรับจ้างผู้นั้นจะพลันสัมผัสถึงเพียงชั่วกระพริบตาเท่านั้น  ชายกลางคนชุดทองได้แต่เก็บสิ่งที่เห็นนี้ไว้มิเปิดเผยแม้กระทั่งบุตรสาวข้างกาย


            นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะก็เช่นกัน ถึงกับตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันกล้าแกร่ง ที่สูงกว่าระดับปราณราชันย์ระดับหนึ่งขั้นหนึ่งช่วงชั้นต้นของตนมากมายหลายระดับ กระแสพลังนี้เกิดขึ้นเพียงวูบเดียวจนยากที่จะสัมผัสได้ พร้อมกับเห็นเงาปีกขนาดใหญ่คล้ายปีกค้างคาวแผ่ออกจากร่างของบุรุษหนุ่มแล้วม้วนตัวเข้าห่อหุ้มร่างกายของบุรุษหนุ่มป้องกันการโจมตีจากชายคล้ายทหารรับจ้างผู้นั้น


            "อา...พลังระดับปราณราชันย์...ปีก นั่น..มันเป็นปีกปีกอะไรกัน.."


            ทันที่ที่ท่าเก้ามังกรทะลายปฐพีจู่โจมออกไป...กระแสดาบได้ปรากฏเป็นพลังรูปร่างมังกรเก้าตัวทะยานสู่ฟากฟ้ากางกรงเล็บที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่เปี่ยมด้วยพลัง พุ่งขย้ำเข้าใส่ร่างของกังหลงที่ยืนอยู่เบื้องล่าง..

     

           พลังโจมตีจากอาวุธระดับราชันย์หาประมาทได้ไม่กังหลงกางปีกฟ้าวายุคำรณออกอีกคราเข้าห่อหุ้มร่างกายในชั่วพริบตาปีกฟ้าวายุคำรณนับเป็นสิ่งวิเศษที่ยากจะพบพานยิ่งผู้ครอบครองมีพลังฝีมือที่ยิ่งสูงขึ้นปีกฟ้าวายุคำรณก็จะมีการยกระดับคุณสมบัติตามขึ้นไปด้วยดังนั้นการโจมตีจากอาวุธระดับราชันย์จึงมิอาจระคายผิวกังหลงที่ระดับยุทธปราณราขั้นระดับแปดขั้นสุดได้แม้แต่น้อยปีกฟ้าวายุคำรณสามารถดูดซับพลังโจมตีที่สามารถต้านทานได้มาเพิ่มพลังให้กับตัวมันเอง  ยิ่งโดนโจมตีจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น


           กังหลงรับรู้ถึงพลังที่แผ่ซ่านมาจากปีกถูกดูดซึมเข้าสู่จุดตันเถียนของตัวเองและแผ่กระจายไปยังจุดจักระธาตุสายฟ้าซึ่งบัดนี้เกิดพลังหมุนวนคล้ายหลุมดำที่ดูดซึมพลังโจมตีจากท่าเก้ามังกรทะลายปฐพีอย่างตะกละตะกรามจนพลังโจมตีเหล่านั้นหมดสิ้นไปภายในพริบตา 


            รู้สึกพลังภายในเพิ่มขึ้นอย่างหนาแน่นเปี่ยมล้นพลังปราณที่ถูกดูดกลืนเข้ามาหลอมรวมกับปราณในกายหมุนวนผ่านจุดตันเถียนจนเต็มและเติมเต็มจุดจักระทั้งเจ็ดจนเต็มเปี่ยมแล้วแผ่กระจายไปตามเส้นชีพจรส่งผลให้เส้นชีพจรลมปราณโป่งพองขยายขนาดจนเริ่มเห็นเส้นชีพจรสีทองขนาดใหญ่อย่างชัดเจนขึ้นอีกครั้ง จุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดกลับกลายเป็นสีทองจนหมดสิ้นทันใดนั้นคล้ายบังเกิดเสียงดังคราหนึ่งขึ้นภายในห้วงดวงจิตของกังหลง

            

           "แคว่ก.ก"


            กังหลงได้ยินคล้ายบางสิ่งถูกทะลุทะลวงฉีกขาดพลังปราณพุ่งพรวดขึ้นเพียงชั่วพริบตาจนแผ่กระจายออกรอบข้างดุจแรงอัดอันมหาศาลแต่ทันใดได้ถูกปีกบางใสคล้ายปีกค้างคาวดูดกลืนกลับไปในทันที พลังเหล่านั้นถูกหลอมกลั่นภายในปีกบางใสจนปีกเริ่มเปลี่ยนสีกลับกลายเป็นสีทองอร่ามดุจทองคำ พลังที่ถูกดูดกลืนมานี้คล้ายจะไปเสริมสร้างให้ปีกดูแข็งแกร่งทนทานและน่ามองยิ่ง แต่ก็คงอยู่ได้เพียงชั่วกระพริบตาปีกก็เริ่มอ่อนแสงเลือนลางลงจนกลับกลายเป็นขาวใสและหายไปในที่สุด


           กระแสพลังอันรุนแรงและแสงสีทองเจิดจ้านี้ได้หลุดออกจากการควบคุมของสร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรไปขั่วขณะหนึ่งสำแดงและกระจายออกด้านนอกวูบจนผู้คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงแสงและพลังกดดันอันมหาศาลผู้มีระดับปราณยุทธต่ำธรรมดาที่อยู่ใกล้ภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรต่างสัมผัสถึงแสงเจิดจ้าสีทองแสบตาและพลังอันรุนแรงที่แผ่กระจายออกมาวูบหนึ่งนี้พัดพาหลายคนกระเด็นกลิ้งล้มลุกคลุกคลานไป ต่างส่งเสียงอุทานด้วยความแตกตื่น


            "แสงสีทองนั่นมันคืออะไรกัน..!!"


           "พลังอะไรนั่นถึงได้รุนแรงปานนี้!!"


           "พลังนั่นแผ่กระจายออกมาจากเจ้าหนุ่มที่มีระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดโอ..มันไม่น่าเป็นไปได้"


          ..........................................................................................................................................


           "หือ..กลิ่นอายและพลังวูบนี้ถึงกับมีผู้ที่มีระดับพลังถึงเพียงนี้แล้วรึ นี่เป็นพลังของผู้ใดกัน ? อาณาจักรระดับต่ำเช่นนี้ถึงกับมีเสือซ่อนมังกรหมอบอยู่ได้ เป็นบุคคลใดกันนะ  เห็นทีคงต้องรีบกลับไปรายงานนายท่านให้ระวังอาณาจักรเนตรอสูรแห่งนี้แล้ว เกรงว่าหากบุคคลผู้นี้เปิดเผยตัว แผนการของนายท่านก็คงยากจะราบรื่นแล้ว..!!  ข้าพลาดท่าโดนจองจำด้วยวิชาเต่าสวรรค์สยบปราณไปเป็นเวลาถึงห้าสิบปีโซ่ตรวนของวิชาเต่าสวรร์สยบปราณเพิ่งคลายออกจวบจนสามารถรับรู้สัมผัสสิ่งรอบกายภายในรัศมีหนึ่งลี้ได้ในวันนี้ นี่นับว่าประจวบเหมาะถึงกับพบพานความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอาณาจักรเล็ก ๆถึงเพียงนี้ได้ หรือว่าช่วงระยะเวลาห้าสิบปีที่ผ่านมานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจคาดคำนวนได้อีกจากหลายอาณาจักรเช่นกันเห็นทีคงต้องสำรวจและเตรียมการใหม่ให้รัดกุมก่อนจะทำอะไรอีกครั้ง..!!"


           สุ้มเสียงแหบแห้งแก่ชราลึกลับจากในเทือกเขาเนตรอสูรที่ห่างออกไปจากตำแหน่งการต่อสู้ประมาณหนึ่งลี้ได้ดังขึ้น


          ..............................................................................................................................................................