เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในงานเมื่อวาน กลายเป็ข่าวดัง เป็ที่พูดถึงกันในบริษัท เมื่อมาถึงที่ทำงานอันนาก็ต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด นั่นคือเธอถูกย้ายให้ไปเป็เลขาของท่านประธาน เก็บของเสร็จเธอก็บอกลาเพื่อนร่วมงาน ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานใหม่ทันที โต๊ะทำงานของเธออยู่ไกล้ๆกับหน้าห้องท่านประธาน เพื่อความสะดวกเวลาท่านจะเรียกใช้ อันนาคิดว่าเธอกำลังถูกเขากลั่นแกล้งแน่ๆ
เพราะมีการออกคำสั่งเปลี่ยนตำแหน่งเธออย่างกะทันหันแล้ว เขาก็เดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดทันที ทำให้เธอต้องเรียนรู้งานคนเดียวเองทั้งหมดก่อนที่เขาจะกลับมา งั้นไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจงานทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะเธอไม่เคยทำงานหน้าที่เลขามาก่อนเลย
และแล้วชั่วพริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ตอนนี้เธอพอจะเข้าใจงานเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือแค่ปฏิบัติจริงเท่านั้น
่เย็นของวันนี้จะมีการจัดงานประมูลเครื่องเพชร เครื่องประดับ อันนาจะต้องเข้าร่วมงานนี้ด้วย เพราะเธอต้องมาทำทำหน้าที่เป็ผู้ร่วมงานในฐานะเลขาด้วย เมื่อไกล้ถึงเวลางาน อันนานก็แต่งหน้าแต่งตัว ชุดของเธอเป็ชุดเดรสเกาะอกสีชมพูประดับด้วยมุกสีขาว ผมตรงถูกปล่อยลงมาถึงกลางหลังรับกับผิวขาวใส เมื่ออยู่ในชุดนี้ยิ่งเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ยิ่งทำให้ดูน่าทะนุทะนอม แล้วเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
การประมูลเริ่มต้นขึ้นในเวลาสองทุ่มตรง เธอเลือกที่จะไปนั่งแถวหลังๆ เพราะเห็นว่ามีบีน่านั้งอยู่แถวข้างหน้าแล้ว เธอไม่เลือกที่จะไม่ไปนั่งไกล้ๆกลัวเกิดมีเื่ขึ้นมาอีก บีน่าสวยสง่าในชุดสีแดงเพลิง ออร่ากระจายจนเธอรู้สึกว่าชุดตัวเองดูจืดไปเลย
เมื่อการประมูลมาถึงชิ้นที่ห้า ดวงตากลมของอันนาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที เกิดอาการใจสั่น เธอจำสิ้นค้าที่เอามาประมูลนั้นได้ มันเป็สร้อยของเธอ เพราะในอดีตเธอเคยใส่มันอยู่ตลอด เป็สร้อยที่แม่มอบให้ เป็ของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนแม่จะจากไป มันหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุภายในห้องนอนของเธอ
เมื่อเกือบสิบกว่าปีก่อน ในวันที่สร้อยหายไป มีเพียงแม่เลี้ยงของเธอเท่านั้นที่อยู่ในบ้าน เมื่อเธอไปบอกกับพ่อว่าทำสร้อยที่แม่ให้มาหาย แต่พ่อกลับนิ่งเฉยไม่สนใจสิ่งที่เธอบอก ตอนนั้นเธอรู้สึกเสียใจและน้อยใจมากที่พ่อไม่ช่วยอะไรเธอเลย เธออยากรู้ว่าใครเป็คนเอาสร้อยเส้นนี้มาประมูล
เธอเลยลุกขึ้นเดินไปหลังงาน ไปเปิดดูรายชื่อของคนที่เอาสร้อยมาประมูล ปรากฎว่าเป็ชื่อแม่เลี้ยงของเธอนั่นเอง เธอกำมือเอาไว้แน่นแม่เลี้ยงขโมยไปแล้วยังจะกล้าที่จะเอามาประมูลขายอีก ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพ่อถึงไม่ช่วยอะไรเธอเลย เพราะคนที่ขโมยเป็แม่เลี้ยงของเธอเอง เธอเลยเดินออกมาเพื่อไปหาแม่เลี้ยงที่ยืนอยู่ข้างๆงาน
"คุณน้าส่งของเข้าประมูลด้วยหรอคะ”
"ใช่…แต่ก็ไม่ใช่ของมีค่าอะไรมากมายหรอก น้าไม่ค่อยได้ใช้ เลยเอามาประมูลขายดีกว่า"
"อันจำได้ว่าสร้อยเส้นนั้นเป็ของอัน ที่แม่เคยให้มา" อันนาพูดพร้อมกับมาไปที่สร้อยหน้าเวที
"หรอคะ"
"อันเปิดดูสมุดรายชื่อของคนที่เอาสร้อยเส้นนั้นมาประมูล เป็ชื่อของคุณน้า แล้วมันมาอยู่ที่คุณน้าได้ยังไงคะ"
"นี้!..หนูอันอย่ามามองหน้าน้าแบบนั้นนะ สร้อยของแม่หนูอันเป็ยังไงน้ายังไม่เคยเห็นเลย แล้วอีกอย่างสร้อยเส้นนั้นน้าเป็คนซื้อมาเอง หนูอันน่าจะจำผิดแล้วล่ะ" พอแม่เลี้ยงพูดจบก็เดินออกไปที่อื่นทันที
การประมูลเริ่มขึ้นแล้ว เธอไม่รู้จะต้องทำอย่างไรดีถึงจะได้สร้อยเส้นนั้นมา เพราะเธอไม่มีเงินมากพอที่จะมาสู้กับคนที่มาประมูลได้เลย แต่แล้วเสียงทุ่มของท่านประธานก็ดังขึ้น
"ห้าล้านบาท" ทุกคนทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เพราะไม่คิดว่าสร้อยทองคำหนักห้าบาทจะมีคนประมูลไปถึงห้าล้านบาท เธอรู้สึกมือไม้อ่อนแรงไปหมด
'ห้าล้านบาท'เธอไม่มีเงินมากถึงขนาดนั้น
"ห้าล้านบาทครั้งที่หนึ่ง" เสียงพิธีกรดัง
"ห้าล้านบาทครั้งที่สอง"
"ห้าล้านบาทครั้งที่สาม ขอแสดงความยินดีกับหมายเลขที่เก้า คุณคือผู้ชนะการประมูลสร้อยเส้นนี้ไปครับ"
อันนารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสิ่งที่เธอรักมากที่สุดตกไปเป็ของคนอื่นไปแล้ว